Post on 04/09/2021

Tidying Up with Marie Kondo: หญิงสาวผู้จุดประกายความสุขของบ้านจากการ ‘จัดระเบียบ’ ไม่ใช่การ ‘ทิ้ง’

“สวัสดีค่ะ ฉัน มาริเอะ คนโด ภารกิจของฉันคือการจุดประกายความสุขในโลกด้วยการจัดระเบียบ”

หญิงสาวร่างเล็ก ไว้ผมหน้าม้า แต่งกายด้วยชุดสีอ่อนดูสะอาดตา กำลังนั่งอยู่บนโซฟา เพื่ออธิบายถึงการจัดระเบียบบ้านด้วยวิธี ‘คมมาริ’ (Konmari) ซึ่งเป็นการเก็บกวาดสิ่งของตาม ‘ประเภท’ ไม่ใช่ตามสถานที่ และจะเก็บกวาดสิ่งของตามหมวดหมู่เดียวกันเสมอ โดยเจ้าของวิธีการดังกล่าวคือ ‘มาริเอะ คนโด’ (Marie Kondo) นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดระเบียบที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก

หนังสือของมาริเอะเรื่อง ‘The Life-Changing Magic of Tidying Up’ หรือ ‘ชีวิตดีขึ้นทุก ๆ ด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว’ ทำยอดขายไปกว่า 6 ล้านเล่มทั่วโลก ทั้งยังติดอันดับ 1 หนังสือขายดีการันตีโดย ‘The New York Times’

ในปี 2019 ซีรีส์ว่าด้วยเรื่องการทำงานของมาริเอะอย่าง ‘Tidying Up with Marie Kondo’ ถูกปล่อยให้ชมทั่วโลกผ่านทาง Netflix โดยในซีรีส์เรื่องนี้ เราจะได้พบกับ 8 ครอบครัวที่มี ‘ความทรงจำ’ มากมายกองสุมอยู่บ้านจนกระทบต่อ ‘ความสัมพันธ์’ ในปัจจุบัน แต่แทนที่จะคิดว่า การทิ้งสิ่งของทั้งหมดคือคำตอบสุดท้าย มาริเอะกลับใช้วิธีการที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ทิ้งความสุขให้อยู่ต่อไปในอนาคต

หลายคนอาจคิดว่า ‘การจัดระเบียบ’ เท่ากับ ‘การทิ้ง’ แต่สำหรับมาริเอะแล้ว เธอไม่ได้คิดเช่นนั้น เธอเข้าใจว่าบ้านทุกหลังและคนทุกคนล้วนมีความทรงจำที่อยากเก็บไว้ นั่นจึงเป็นสาเหตุนอกเหนือจากความขี้เกียจ และการไม่มีเวลาที่ทำให้ผู้คนมากมายไม่ยอมตัดใจทิ้งสิ่งของของพวกเขา

“เป้าหมายไม่จำเป็นต้องเป็นการโยนทุกอย่างทิ้งใช่ไหม?”

นี่คือคำถามของ ‘รัสเซล’ ลูกชายของ ‘เวนดี้’ และ ‘รอน’ จากซีรีส์ตอนที่ 2 ‘Empty Nesters’ เขากังวลกับกองสิ่งของที่สูงใหญ่และกระจายอยู่ทั่วทุกมุมบ้าน แต่สิ่งที่เขากังวลมากกว่าคือความรู้สึกของเวนดี้ผู้เป็นแม่ที่จะต้องจำใจทิ้งความทรงจำในวัยเด็กไป กระนั้นมาริเอะก็ไม่ได้บอกให้พวกเขาทิ้งอะไรไป คำตอบของเธอคือการย้อนถามรัสเซลว่า

“ของเหล่านั้นคือสิ่งที่คุณอยากนำไปสู่อนาคตของคุณด้วยหรือเปล่า?”

หากสิ่งของเหล่านั้นถูกสัมผัสแล้วเกิดความรู้สึกว่ามัน ‘จุดประกายความสุข’ หรือ Spark Joy มาริเอะก็แนะนำให้เก็บมันไว้ แต่หากไม่ เธอก็ขอให้ครอบครัวขอบคุณสิ่งของเหล่านั้น และนำมันออกไป

“ประเด็นของกระบวนการนี้ไม่ใช่การบังคับตัวเองให้กำจัดของไป ที่จริงมันเพื่อยืนยันว่าคุณรู้สึกอย่างไรกับของแต่ละชิ้นที่คุณมีอยู่”

ผลลัพธ์ของกระบวนการนี้มีทั้งคนที่ทำใจทิ้งได้ลง และคนที่ขอเลือกเก็บเอาไว้ แต่ไม่ว่าจะเลือกอย่างไหน พวกเขาก็ต้องผ่านวิธีการจัดระเบียบของมาริเอะที่เรียกว่า ‘คมมาริ’ ซึ่งวิธีการนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 5 ข้อ หรือ 5 หมวดหมู่ ได้แก่ เสื้อผ้า หนังสือ เอกสาร โคโมโนะ (Komono) และของที่มีค่าต่อจิตใจ

กองเสื้อผ้าที่ช่วยรักษาความสัมพันธ์

‘บ้านรก ๆ กระทบถึงความสัมพันธ์’ ทุกครอบครัวที่มาริเอะไปหาไม่อาจปฏิเสธได้ว่า สิ่งของที่วางเกะกะ ไม่เป็นที่เป็นทาง อยู่ผิดหมวดหมู่ ล้วนทำให้สมาชิกในบ้านหงุดหงิด และกลายเป็นชนวนของความสัมพันธ์อันย่ำแย่ แต่ในทางกลับกัน การจัดระเบียบสิ่งของรก ๆ เหล่านั้น คือช่วงวลาที่ทำให้สมาชิกในบ้านได้ใช้เวลาอยู่กับตนเอง และรู้จักคนในครอบครัวมากขึ้น

ในการจัดระเบียบขั้นแรก มาริเอะจะให้ทุกคนนำเสื้อผ้าทั้งหมดออกมากองรวมกันในที่เดียว เพื่อให้พวกเขา ‘ช็อก’ กับจำนวนเสื้อผ้าเหล่านั้น และได้ลงมือสัมผัสความรู้สึกจุดประกายจากเสื้อผ้าทีละชิ้น เพื่อเลือกว่าจะให้มันอยู่ต่อไปหรือไม่ 

นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัญหาที่พบบ่อยเกี่ยวกับเรื่องเสื้อผ้า คือเจ้าของมักจะหาของของตัวเองไม่เจอ และก็ต้องโทรฯ หาภรรยาหรือแม่เป็นประจำ เช่นเดียวกับครอบครัวเมอซิเอร์ (ซีรีส์ตอนที่ 3 The Downsizers) หลังจากที่มาริเอะไปเยือนบ้านของพวกเขา สามพ่อลูกก็ได้สัมผัสความเหนื่อยของ ‘แคทริน่า’ ภรรยาและแม่ที่ต้องรับผิดชอบพื้นที่ ‘ส่วนรวม’ เพียง ‘คนเดียว’ เป็นครั้งแรก แคทริน่าร้องไห้ออกมา เพราะความพยายามในการจัดระเบียบบ้านของเธอไม่เคยยั่งยืน เนื่องจากคนในครอบครัวไม่รู้จักวิธีรักษาความเป็นระเบียบเหล่านั้นเอาไว้

“ทุกคนอาศัยอยู่ด้วยกัน ทุกคนจึงต้องดูแลพื้นที่ของตัวเอง ไม่ใช่ภาระของใครคนใดคนหนึ่ง”

มาริเอะแนะนำพวกเขาให้รู้จักรับผิดชอบพื้นที่ของตัวเอง แต่สิ่งสำคัญคือ พื้นที่ในบ้านไม่ว่าจะเป็น ห้องน้ำ ตู้เสื้อผ้า หรือห้องทำงาน ก็จะต้องถูกแบ่งความรับผิดชอบอย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน

ส่วนในหมวดอื่น ๆ ทั้ง หนังสือ เอกสาร และโคโมโนะ (หมวดใหญ่ที่สุดคือ ห้องน้ำ ห้องครัว โรงรถ และของจิปาถะ) มาริเอะก็ให้ใช้วิธีการตามหาความสุขจากสิ่งของเหล่านั้น เพื่อคัดแยกสิ่งของที่จะเก็บและทิ้ง แต่หากสิ่งของเหล่านั้นมีปริมาณเยอะ เธอแนะนำให้แบ่งเก็บแบบแยกกล่อง เพื่อความเป็นระเบียบและความง่ายในการตามหา เมื่อทุกอย่างถูกทำให้มองเห็นอย่างชัดเจน ก็ถึงเวลาของหมวดสุดท้ายคือ ‘ของที่มีค่าต่อจิตใจ’ ที่มาริเอะขอให้ทุกคนนำมันกลับเข้าไปอยู่ใน ‘สถานที่ที่จุดประกายความสุข’

นำความสุขไปอยู่ในจุดที่มีความสุข

มาริเอะชื่นชอบความยุ่งเหยิง และตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เห็นบ้านอันไร้ระเบียบของทุกครอบครัวที่เธอไปเยือน แต่นั่นก็เป็นเพราะเธอรู้ดีว่า แต่ละครอบครัวจะได้ใช้เวลาร่วมกันในการจัดระเบียบบ้านของพวกเขาอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน และเธอยืนยันว่า “คู่สามีภรรยาสามารถผูกพันกันลึกซึ้งขึ้นผ่านการเก็บกวาดได้จริง ๆ”

หมวดของที่มีค่าต่อจิตใจอาจเป็นอีกหนึ่งหมวดที่เลือกเก็บและเลือกทิ้งได้ยากที่สุดสำหรับใครหลายคน แต่เมื่อเลือกได้แล้วก็ไม่ใช่แค่เก็บสิ่งของเหล่านั้นเอาไว้ในถุงขยะ หรือในกล่องเฉย ๆ เพราะเท่ากับว่าความสุขที่เราเลือกให้อยู่ต่อในอนาคตจะไม่ได้ทำหน้าที่ของมันในการกระตุ้นความสุขของเราอย่างแท้จริง

ไม่ว่าจะเป็นจดหมาย ภาพถ่าย หรือของสะสม มาริเอะแนะนำให้นำความสุขเหล่านั้นไปวางไว้ยังจุดที่เราจะพบความสุขได้ง่ายและมากที่สุด เช่น การเก็บอัลบั้มภาพไว้ในห้องรับแขก เพราะเมื่อเราเหนื่อยหรือท้อ การมองเห็นความสุขย่อมสร้างพลังใจให้ได้มากกว่า

สิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้บอกกับเราจึงไม่ใช่แค่วิธีการในการจัดระเบียบบ้านเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า แท้จริงแล้วการจัดระเบียบไม่ใช่การทำให้สิ่งของในบ้านเหลือน้อยที่สุด แต่เป็นการทำให้ ‘ความสุข’ เหลืออยู่เยอะที่สุดต่างหาก และวิธีการของมาริเอะที่ไม่เคยบอกให้ใครทิ้งอะไรก็ทำให้พวกเขารู้จักเคารพซึ่งกันและกัน ทั้งการตัดสินใจของสมาชิกแต่ละคนในครอบครัว และการเคารพต่อความทรงจำและความต้องการของตนเอง

ทั้งหมดคือเรื่องราวของ มาริเอะ คนโด หญิงสาวผู้นำความเปลี่ยนแปลงมาถึงหน้าประตูบ้าน และทำให้ความสุขของครอบครัวเปล่งประกายขึ้นอีกครั้งผ่านการจัดระเบียบบ้านของพวกเขา

ติดตาม Instagram ของ The People ได้ที่ https://www.instagram.com/thepeoplecoofficial/ 

เรื่อง: วโรดม เตชศรีสุธี

ภาพ:

https://www.netflix.com/title/80209379

อ้างอิง:

ซีรีส์ Tidying Up with Marie Kondo รับชมผ่านทาง Netflix


นักจิบชามะนาวผู้หลงใหลในการเขียนและงานเขียน รักธรรมชาติ และการสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Related

ไข้หวัดใหญ่สเปน: ภัยร้ายที่ยิ่งระบาดไกล เพราะการปิดข่าว

ชนสรณ์ สมหวัง: ชีวิตภายใต้รั้วศิลปากร กับมุมมองในวันที่เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนโลก

บุคและนนท์ School Town King: ความฝันราคาแพงของแร็ปเปอร์คลองเตย

“แพทริก ดาวน์ส, เจสสิกา เคนสกี้” คู่รักบอสตันสตรองที่เยียวยาตัวเองด้วยการวิ่งหลังเสียขาสามข้างจากระเบิดบอสตันมาราธอน

เอ็มมา วัตสัน: ภูตินักอ่าน และแม่มดน้อยนักซ่อนหาหนังสือ

อโดรา สวิทัก : ‘อะไรคือสิ่งที่ผู้ใหญ่สามารถเรียนรู้ได้จากเด็ก ๆ’… หัวข้อ TED Talks ที่ชวนตั้งคำถามว่าเด็กสอนอะไรผู้ใหญ่ได้บ้าง ?

“วาเลนตินา เทเรชโควา” สาวฉันทนาสู่นักบินอวกาศหญิงคนแรกของโลก

ลักซ์ นารายัน : บทเรียนจากข่าวคนตาย 2,000 ชิ้น