Post on 29/11/2018

ไทเกอร์ วูดส์ เสือก็คือเสือ กับชีวิตที่ไม่หยุดสู้ หลังมรสุมชีวิต ‘หลังพัง หย่าเมีย’

บางคนเกิดมาเพื่อสร้างปรากฏการณ์ บางคนเดินเข้ามาที่ห้องพร้อมกับพลังอะไรบางอย่างที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงักได้ แต่สำหรับไทเกอร์ วูด ชายคนนี้เกิดมาเพื่อเป็นตำนาน

     “เอลดริก ‘ต้น’ ไทเกอร์ วูดส์” เกิดเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 1975 ที่เมืองไซเปรสส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐฯ วูดส์ เริ่มต้นตี “กอล์ฟ” ตั้งแต่อายุได้เพียงสองขวบ พ่อของเขา “เอิร์ล” ถือเป็นผู้มีอิทธิพลต่อเขาในด้านการฝึกฝนอย่างมาก วูดส์ เคยให้สัมภาษณ์กับรายการ The Mike Douglas Show ว่า พ่อของเขาเคยเล่าให้ฟังว่า ตอนที่เขาอายุได้เพียงหกเดือน เขามักจะเงียบและหยุดร้องเสมอเมื่อเห็นพ่อของเขาตีกอล์ฟ

“พ่อคือเพื่อนแท้ และเป็นต้นแบบของผม เขาเป็นทั้งพ่อ โค้ช, คนคอยให้คำแนะนำ, ทหาร, สามี และเพื่อน”

เมื่ออายุได้ 8 ขวบ วูดส์ ได้โชว์วงสวิงครั้งแรกในการแข่งขันรายการ จูเนียร์ เวิลด์ กอล์ฟ แชมเปี้ยนชิพ ก่อนต่อมาจะคว้าแชมป์อีกหกสมัยอดีตโปรกอล์ฟหมายเลขหนึ่งคนนี้ เทิร์นโปรเมื่อปี 1996 ด้วยอายุเพียง 21 ปี

วูดส์ ในวัยเด็ก

วูดส์ใช้เวลาไม่นานก็สามารถคว้าแชมป์แรกในฐานะนักกอล์ฟอาชีพได้สำเร็จกับรายการ ลาส เวกัส อินวิเทชั่นนัล ก่อนจะทยอยคว้าแชมป์เป็นกอบเป็นกำ จนกระทั่งได้แชมป์เมเจอร์ครั้งแรกในศึกเดอะมาสเตอร์ส ปี 1997 และนั่นทำให้เขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักกอล์ฟมือหนึ่งของโลก ได้สำเร็จเมื่อปี 1999 ครองตำแหน่งดั่งกล่าวยาวนานถึง 264 สัปดาห์ (ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมปี 1999 ถึงเดือนกันยายนปี 2004) และโดยเฉพาะรอบหลังสุดเขาครองอันดับหนึ่งยาวนานกว่า 281 สัปดาห์ หรือราว ๆ 5 ปีกว่า ๆ (ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2005 ถึงเดือนตุลาคม ปี 2010)

จุดเริ่มต้นยุคทองของตำนาน “พญาเสือไทเกอร์ วูดส์”

“ผมรู้สึกตัวเองโชคดีมาก หลายสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตผมมันเป็นอะไรที่ไม่น่าเป็นไปได้ มันยากที่จะอธิบาย” วูดส์ให้สัมภาษณ์หลังผงาดขึ้นเป็นมือหนึ่งของโลกเมื่อปี 1999

แม้วูดส์ จะเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ แต่ถ้าขาดพรแสวงสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้คงไม่เกิดขึ้น ย้อนกลับไปเมื่อปี 2000 หนึ่งวันให้หลังจากที่วูดส์ชนะการแข่งขันพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ ที่สหรัฐฯ เขากลับมาที่สนามซ้อมของตัวเองและซ้อมท่ามกลางฝน แม้จะเก่งกาจในสายตาของคนอื่นขนาดไหน แต่ตัววูดส์รู้ดีว่าเขาต้องการจะเก่งขึ้นเรื่อย ๆ

“เมื่อผมมองออกไปข้างนอก ผมรู้ดีว่ามีคนที่เก่งกว่าผม ทุกคนล้วนเก่งขึ้นและโตขึ้นเรื่อย ๆ ผมพยายามที่จะเรียนรู้และวิเคราะห์ทั้งตัวเองและคนอื่นเสมอ ผมเรียนรู้ความผิดพลาดของตัวเอง เพราะผมรู้ว่าแต่ละรอบในการแข่งขันมันจะค่อยสอนผมเสมอ”

ต่อมาอีกกว่าทศวรรษ วูดส์ ทยอยกวาดแชมป์และสร้างเกียรติยศให้ตัวเองมากมาย เขาคว้าแชมป์ไปกว่า 79 รายการ และแชมป์เมเจอร์อีก 14 รายการ จนผู้คนต่างยกให้เค้าเป็นสุดยอดฮีโร่ ของประเทศ ในสายตาของเด็กเค้าเป็นยิ่งกว่าดิ อเวนเจอร์ส ด้วยซ้ำ หนึ่งในนั้นคือ รอรี่ แม็คอิลรอย ยอดโปรกอล์ฟแห่งยุคนี้

“ผมอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับไทเกอร์มากมาย เค้าคือแรงบันดาลใจของผม”

ไทเกอร์ และ เอิร์ล วูดส์

นอกจากชีวิตในสนามจะรุ่งแล้ว นอกสนาม วูดส์ ก็แต่งงานสร้างครอบครัวกับเอลิน นอร์เดเกรน นางแบบสาวชาวสวีเดน และดูเหมือนว่าในตอนนั้นชีวิตเขาจะลงตัวสุด ๆ แต่อยู่ดี ๆ ใครจะไปเชื่อล่ะว่า ชีวิตของวูดส์จะร่วงตกลงมาอย่างน่าใจหาย วูดส์ ได้รับอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่หลังและมีปัญหาฉาวเรื่องผู้หญิงมากมาย จนอันดับโลกร่วงไปเกือบพัน

สูงสุดร่วงสู่สามัญ

     “พี่เสือ” ฉายาที่คนไทยชอบเรียกโปรกอล์ฟคนนี้กันอย่างติดปาก ต้องประสบปัญหามรสุมชีวิตอย่างหนักในช่วง 7-8 ปีหลัง เรียกได้ว่ามีแต่เรื่องแย่ ๆ ทั้งในและนอกสนาม เริ่มที่ปัญหาครอบครัวที่ไปไม่รอดกับภรรยา เอลิน นอร์เดเกรน หลังถูกจับได้ว่านอกใจไปคบชู้กับผู้หญิงอื่นกว่า 100 คน จนถึงขั้นต้องเข้ารับการบำบัดการเสพติดเซ็กซ์ และต้องหย่าร้างกันในท้ายที่สุด นอกจากนี้ระยะหลังวูดส์ก็มีปัญหาในเรื่องของการติดสุราอีกด้วย

เมื่อเดือนมิถุนายนปี 2017 วูดส์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองจูปิเตอร์ รัฐฟลอริด้าจับกุมข้อหา เมาแล้วขับรถหลังพบวูดส์ นอนหลับหมดสติอยู่บนรถเบนซ์สุดหรูของตัวเอง แต่หลังจากที่ตำรวจตรวจปริมาณแอลกอฮอลล์ในเลือดของวูดส์ กับพบว่าโปรกอล์ฟรายนี้มีค่าแอลกอฮอลล์เป็นศูนย์ ซึ่งในท้ายที่สุดก็มีการเปิดเผยว่าอาการมึนเมาของวูดส์มาจากผลข้างเคียงมาจากการทานยาเพื่อรักษาอาการเจ็บหลัง

วูดส์ พลาดการลงเล่นกอล์ฟอาชีพมาหลายปี เพราะต้องเข้ารับการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง (Spinal fusion surger) และด้วยอาการบาดเจ็บนี้ทำให้เค้าต้องผ่าตัดถึง 4 ครั้งในรอบ 3 ปี อันดับโลกร่วงไปอยู่ที่ 876 ของโลก ชีวิตของไทเกอร์ตกต่ำมาโดยตลอด สภาพร่างกายก็ทรุดแถมจิตใจก็แย่ ในตอนนั้นหลายคนต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า “กอล์ฟสำหรับไทเกอร์มันจบแล้ว” แต่แล้วเค้ากลับมาลุกขึ้นสู้อีกครั้งได้อย่างไร ?

พี่เสือกลับมาแล้ว

     ซึ่งหลังจากเรื่องฉาวทั้งหมด วูดส์มุ่งมั่นอย่างมากเพื่อทำให้ตัวเองกลับมาตีกอล์ฟได้อีกครั้ง วูดส์ ใช้เวลาร่วมปีไปกับการทำกายภาพบำบัด และการฝึกวงสวิงให้กลับมาสุดยอดอีกครั้ง นอกจากนี้เค้ายังเข้าบำบัดอาการติดเซ็กซ์ และสุรา อย่างจริงจังอีกด้วย และในปี 2018 วูดส์ กลับมาลงแข่งรายการใหญ่อย่าง ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ ในรอบกว่า 5 ปีด้วยร่างกายที่พร้อมกว่าทุกครั้ง

“ร่างกายของผมดีขึ้นเรื่อยๆ หมอบอกผมว่าอีกสักพักร่างกายผมจะกลับมาเคลื่อนไหวได้ดีอีกครั้ง ในขณะเดียวกันวงสวิงผมก็เปลี่ยนไป รวมถึงอุปกรณ์ด้วย ทุกสิ่งอย่างมีวิวัฒนาการ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับตอนต้นปี ช็อตต่าง ๆ ยังคงเหมือนดูเหมือน ๆ เดิม แต่จริงแล้วทุกสิ่งมันเปลี่ยนไปแล้ว”

อดีตนักกอล์ฟมือหนึ่งของโลกวัย 42 ปี กลับมาสู่วงการอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการผงาดคว้าแชมป์ “ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ” ที่สนามอีสต์ เลค กอล์ฟ คลับ เมืองแอตแลนตา, จอร์เจีย เมื่อวันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมาด้วยการทำคะแนนรวม 11 อันเดอร์พาร์ นี่ถือเป็นการคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ในรายการนี้ของอดีตโปรหมายเลขหนึ่ง และที่สำคัญก็คือนี่ยังถือเป็นแชมป์แรกในรอบ 1,876 วัน หรือราว 5 ปี ที่วูดส์ได้แชมป์นับตั้งแต่คว้าแชมป์รายการบริดจสโตน อินวิเตชั่นแนล เมื่อปี 2013

ภาพที่เราไม่ได้เห็นมานานในวงการกอล์ฟเกิดขึ้นอีกครั้งที่สนามอีสต์ เลค กอล์ฟ ผู้ชมนับร้อยพันต่างกรูกันลงมาในสนามเพื่อดีใจกับวูดส์ หลังจากที่เค้าตีช็อตสุดท้ายที่หลุม 18 เหตุการณ์นี้ประกาศให้คนทั้งโลกได้รู้ว่า “อัจฉริยะแห่งวงการกอล์ฟ” กลับมาแล้ว

เสือก็คือเสือ ! ในท้ายที่สุด วูดส์ ก็สลัดทุกมรสุมผงาดขึ้นไปอยู่ในจุดที่เขาควรจะเป็น

“ผมมีสองปีที่ยากลำบาก ผมทำงานหนักอย่างมากที่จะกลับมา ผมคงจะทำไม่ได้ถ้าขาดการช่วยเหลือของทุกคนรอบตัวผม ผู้เล่นบางคนที่ผมเห็น หลังจากหลุมที่ 18 บางคนรู้ว่าผมต้องพบกับความยากลำบาก มันพิเศษสำหรับผมจริง ๆ ที่ได้เห็นพวกเค้าอยู่ตรงนั้น” วูดส์ ให้สัมภาษณ์หลังคว้าแชมป์ ที่ 80 ของตัวเองได้

ปัจจุบันวูดส์ คว้าแชมป์รายการเมเจอร์ ทั้งหมด 14 เป็นรองเพียงแค่ แจ็ค นิคลอส โปรรุ่นพี่ เช่นเดียวกับรายการพีจีเอทัวร์ที่ตอนนี้เขาทำไปได้ 80 รายการ มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ตลอดกาล เป็นรองเพียง “แซม สนีด” ที่เคยทำไว้ 82 รายการ

ล่าสุด วูดส์ เพิ่งจะตีโฮลอินวันแรกในรอบ 22 ปีนับตั้งแต่รายการ มิลวอกกี้ โอเพ่น เมื่อปี 1996 ในกอล์ฟรายการพิเศษที่เขาลงดวลกับ ฟิล มิคเคลสัน โปรคู่แข่งตลอดกาล เมื่อสัปดาห์ก่อน

เราอาจจะเคยเห็นมานักต่อนักแล้ว สำหรับยอดนักกีฬาที่เปี่ยมไปด้วยพรสรรค์แต่กลับต้องมีชีวิตที่ตกต่ำถึงขั้นติดลบ เพราะพฤติกรรมตัวเอง แต่ในวันนี้วูดส์ ได้ทำการขีดค่าชื่อตัวเองออกจาก รายชื่อบุคคลล้มเหลวเหล่านั้นแล้ว พร้อมกับแสดงให้เราเห็นถึงนิยามที่แท้จริงของคำว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น !”

“คำว่าแข่งขัน กลายเป็นคำประจำตัวของผมและมันจะเป็นตลอดไป พ่อแม่เคยบอกกับผมว่ามันโอเคถ้าคนเราจะล้มเหลว ตราบใดที่ผมทุ่มสุดตัวแล้ว และผมก็ได้ให้ทุกสิ่งที่มีกับกอล์ฟ”

 

ที่มา : https://www.golfdigest.com/story/the-sad-story-of-tiger-woods-grows-even-sadder

http://www.espn.com/golf/story/_/id/24357675/how-tiger-woods-overcame-pain-scandal-triumph-again-win-tour-championship-first-victory-five-years

https://www.desertsun.com/story/sports/golf/2018/09/24/breaking-his-five-year-drought-means-story-changes-tiger-woods-comeback/1411417002/


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน กุนซือศูนย์บาท เด็กช่างฝันจากฟาร์มโคนม ที่เนรมิตความสำเร็จจากการ “สร้างคน”

แพทริค แซง โค้ชของ เอเลียด คิปโชเก้ ชายผู้สอนว่าความสำเร็จนั้นมาจาก “ความเชื่อ”

“โรดา มูลอดซี” เจ้าหญิงแห่งเวนด้า ผู้สละมงกุฎเพื่อค้าแข้งในลีกอาชีพ

Green Bay Packers ครองแชมป์มากที่สุด ด้วยระบอบประชาธิปไตย

เด็ก 10 คนกับฝันที่รวมเป็น 1 เรื่องราวของอดีตเด็กติดเกม แรปเปอร์ นักสู้ ที่ใช้ “ฟุตบอล” เปลี่ยนชีวิต


เอรียา จุฑานุกาล “โปรเม” กับความสุขที่ไม่จำเป็นต้องเป็นที่หนึ่ง

“โค้ชหนึ่ง” หนึ่งฤทัย สระทองเวียน: “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” คือ ไอดอล

ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี เจ้าหงอกจอมทรนง