Post on 22/07/2019

ทิปเปอร์ กอร์ มารดาแห่งป้ายเตือนคำหยาบบนอัลบั้มเพลง

ปี 1984 เป็นปีทองของ “Prince” ที่เริ่มเป็นที่รู้จักก่อนหน้านั้นไม่นาน แต่ในปีนี้ด้วยผลงานอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ “Purple Rain” จึงทำให้เขาเป็นที่รู้จักทั่วบ้านทั่วเมือง กับผลงานเพลงติดอันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ดนานถึง 24 สัปดาห์ติดต่อกัน และยังไปติดชาร์ตอันดับหนึ่งในอีกหลายประเทศทั่วโลก ตามมาด้วยรางวัลต่าง ๆ มากมายทั้งออสการ์ และแกรมมี่

ทิปเปอร์ กอร์ (Tipper Gore) ภรรยาของ อัล กอร์ (Al Gore) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเทนเนสซี (ตำแหน่งในขณะนั้น ภายหลังได้ดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิก ตามด้วยรองประธานาธิบดีภายใต้รัฐบาลบิล คลินตัน และเคยเป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งประธานาธิบดี) ยังซื้ออัลบั้มดังระดับตำนานไปให้ลูกสาววัย 11 ปี ฟังตามสมัยนิยม

แต่เมื่อแม่ลูกกลับบ้านมาเปิดเทปนั่งฟังด้วยกันก็ต้องรู้สึกหน้าชา ๆ ทำตัวไม่ถูก เมื่อเพลงที่ชื่อ “Darling Nikki” ดังขึ้นมา เหมือนที่เธอบรรยายในหนังสือ Raising PG Kids in X-Rated Society (อาจแปลได้ว่า การเลี้ยงลูกวัยใสในสังคมเรตเอ็กซ์) ว่า

“เมื่อเราเอาอัลบั้มนี้กลับมาบ้านเปิดกับเครื่องเสียงสเตอริโอแล้วนั่งฟังพร้อมกัน เราได้ยินเนื้อร้องของเพลง ‘Darling Nikki’ที่ว่า: ‘ผมรู้จักสาวคนหนึ่งชื่อนิกกี/ ผมว่าอย่างเธอน่าจะเรียกได้ว่าเป็นพวกบ้ากาม/ ผมเจอเธอตอนกำลังเปิดนิตยสารนั่งตกเบ็ดอยู่ที่ล็อบบีโรงแรม’ เนื้อร้องที่แสนหยาบโลนทำให้เราทั้งคู่รู้สึกอับอาย ตอนแรกมันทำให้ฉันอึ้งไปเลย แต่ตอนหลังฉันโกรธมาก! มีชาวอเมริกันเป็นล้าน ๆ คนที่ซื้อ Purple Rain โดยไม่รู้ว่าจะได้เจอกับอะไร พ่อแม่นับหมื่นแสนซื้ออัลบั้มนี้ให้กับลูก ๆ บางคนอายุน้อยกว่าลูกสาวฉันอีก”

Purple Rain จึงกลายเป็นตัวจุดกระแสให้ ทิปเปอร์ กอร์ ออกมาทำสงครามกับดนตรีที่มีเนื้อหาโป๊เปลือย เรียกร้องให้มีการจัดเรตติงเหมือนภาพยนตร์ และการติดป้ายเตือนบนปกอัลบั้ม

จากข้อมูลของ The New York Times ทิปเปอร์ กอร์ เดิมชื่อ แมรี เอลิซาเบธ แอตชิสัน (Mary Elizabeth Aitcheson) เกิดเมื่อ 19 สิงหาคม 1948 ที่วอชิงตัน “ทิปเปอร์” เป็นชื่อเล่นที่แม่เธอตั้งให้ตั้งแต่ยังแบเบาะ อายุได้ 4 ขวบ พ่อแม่ก็หย่ากัน แม่พาเธอไปอยู่กับตาและยาย พื้นฐานชีวิตจากครอบครัวที่แตกแยกในยุคที่การหย่าร้างยังต่ำทำให้เธอสนใจปัญหาสังคมและครอบครัว

เธอเข้าเรียนในโรงเรียนหญิงล้วน เธอเคยบอกนักข่าวว่าเธอถูกเลี้ยงมาให้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อแต่งงานและมีลูก เธอได้เจอกับ อัล กอร์ ลูกชายวุฒิสมาชิกจากเทนเนสซี อัล กอร์ ซีเนียร์ ในงานพรอม (งานเต้นรำของนักเรียนมัธยมปลาย เป็นงานสำหรับฝึกออกสังคมครั้งแรกของวัยรุ่น) ที่โรงเรียนของอัลผู้ลูก 

ทิปเปอร์จบการศึกษาด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยบอสตันในปี 1970 หนึ่งเดือนหลังจากนั้นเธอก็กลายเป็น “นางกอร์” ในวัย 21 ปี ทิปเปอร์ต่างจากภรรยานักการเมืองร่วมสมัยอย่าง ฮิลลารี คลินตัน เพราะเธอยอมเป็นช้างเท้าหลังให้สามีตลอดเวลา ตั้งแต่ตัดสินใจล้มเลิกความฝันที่จะเป็นนักจิตวิทยาเด็ก แล้วมาเป็นช่างภาพข่าวแทน และหลังจากแต่งงานกันได้ราวหกปี สามีของเธอก็ได้เป็นผู้แทนในสภาคองเกรส เธอจึงลาออกมาเป็นแม่บ้านเต็มตัว

จากนั้นทิปเปอร์ก็หันมาทำกิจกรรมเพื่อสังคมมากขึ้น ช่วยสนับสนุนกิจการสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ โดยเฉพาะคนไร้บ้าน แต่บทบาทของเธอมาเด่นชัดและกลายเป็นที่รู้จักทั่วไปตั้งแต่ช่วงปี 1985 เมื่อเธอหันมารณรงค์ให้มีการจัดเรตติงอัลบั้มเพลงโดยได้รวมตัวกับบรรดาภรรยานักการเมืองรายอื่น ๆ ในชื่อกลุ่ม Parents Music Resource Center ยื่นคำร้องไปถึงคณะกรรมาธิการวุฒิสภาให้จัดการพิจารณาหามาตรการที่เหมาะสมเพื่อแก้ปัญหานี้ 

“นี่เป็นเรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับสามี ฉันไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะกระทบสามีไม่ว่าในทางไหน ฉันเป็นนักกิจกรรมมาตั้งแต่ก่อนแต่งงาน ฉันประท้วงสงครามเวียดนาม ฉันทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ฉันไม่ใช่ภรรยาวุฒิสมาชิกที่อยู่ดี ๆ ก็สติแตกขึ้นมา” ทิปเปอร์กล่าว

ในส่วนการอภิปรายของคณะกรรมาธิการวุฒิสภาในเดือนกันยายน 1985 จอห์น เดนเวอร์, แฟรงก์ แซปปา และ ดี สไนเดอร์ สามศิลปินดังได้เข้าให้การกับทางคณะยืนยันถึงเสรีภาพในการแสดงความเห็นของศิลปิน โดยสไนเดอร์จาก Twisted Sister ไม่เห็นด้วยกับแนวทางติดฉลากเตือนชี้ว่า เนื้อหาของแต่ละอัลบั้มก็พอจะดูออกจากหน้าปกหรือชื่อเพลงอยู่แล้ว และพ่อแม่ก็ควรจะฟังเองก่อน เขาเชื่อว่าให้พ่อแม่เป็นคนจัดการ เหมาะสมกว่าการให้รัฐบาลเข้ามาแทรกแซง

ด้าน เดนเวอร์ ตำนานเพลงคันทรีซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องเนื้อหาอยู่แล้วก็เห็นคล้อยกับสไนเดอร์โดยบอกว่า การที่รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงเขาเกรงว่ามันจะนำไปสู่การเซ็นเซอร์อย่างไม่เหมาะสม ซึ่งเขาเองยังเคยโดนมาแล้ว จากการเซ็นเซอร์ตัวเองของดีเจบางรายที่ไม่ยอมเปิดเพลง “Rocky Mountain High” เนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่า high ในที่นี้คือการเมายา (The New York Times

แต่วุฒิสมาชิกไม่น้อยเห็นคล้อยกับทางคณะแม่บ้านนักการเมือง บางคนถึงกับบอกว่าถ้ากำจัดเพลงพวกนี้ให้หมดไปได้โดยไม่ขัดรัฐธรรมนูญก็คงทำไปแล้ว แต่ก็ยอมรับว่าในทางกฎหมายไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ จึงเรียกร้องให้อุตสาหกรรมดนตรีเซ็นเซอร์ตัวเอง ด้วยการติดฉลากเตือนให้รู้ว่าอัลบั้มไหนบ้างที่หากเด็กจะฟังควรได้รับแนะนำจากผู้ปกครองด้วย ซึ่งทางอุตสาหกรรมดนตรีก็ยินยอมคล้อยตาม จึงเป็นที่มาของฉลากที่มีข้อความว่า “Parental Advisory Explicit Content” ซึ่งเริ่มออกใช้จริงในยุค 90s

เอริค นูซูม (Eric Nuzum) ผู้เขียนเรื่อง Parental Advisory: Music Censorship in America กล่าวกับ Vox ว่า ปัญหาเรื่องนี้เริ่มจาก ทิปเปอร์เป็นคนซื้ออัลบั้ม Purple Rain ให้กับลูกสาวเอง “เนื้อเพลงก็มีในอัลบั้ม มันเป็นอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์เรตอาร์ เธอเอาไปเปิดให้ลูกฟังโดยไม่ได้ฟังเองก่อน เธอไม่คิดโทษตัวเอง เธอไม่โทษลูกสาว แต่โทษ Prince ปัญหานี้เป็นความผิดของ Prince”

ผลของการมีฉลากเตือนในระยะแรกก็คือ ค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Walmart ซึ่งเป็นแหล่งกระจายอัลบั้มเพลงที่ใหญ่ที่สุด เลือกที่จะไม่เอาอัลบั้มใดก็ตามที่มีฉลากเตือนวางขาย เพื่อแสดงให้พ่อแม่ผู้ปกครองเห็นว่าพวกเขาเป็นผู้ค้ามีจริยธรรม ผู้จัดจำหน่ายสื่อบันทึกเสียงต่าง ๆ จึงต้องหาทางแก้ด้วยการแก้ภาพปกที่ดูรุนแรงเลือดสาดให้ดูซอฟต์ลง เปลี่ยนชื่อเพลง หรือทำอัลบั้มแยกที่มีเนื้อหาเป็นมิตรกับเด็ก ๆ ขึ้นมาอีกอัลบั้มเพื่อขายได้โดยไม่ถูกกีดกัน 

ปัจจุบันที่ช่องทางการรับสื่อไม่ได้ถูกจำกัดด้วยค้าปลีกรายใหญ่อีกต่อไป หากเป็นอินเตอร์เน็ตที่ทำให้คนเข้าถึงข้อมูลได้ในพริบตา ทิปเปอร์เห็นว่า การสื่อสารของพ่อแม่ผู้ปกครองกับเด็ก ๆ ยิ่งมีความสำคัญไม่น้อยกว่าในยุคของเธอ

“ในยุคของโซเชียลมีเดียและการเข้าถึงทางออนไลน์ มันคงจะดูโบราณที่พ่อแม่จะมาควบคุมลูก ๆ ว่าจะได้เห็นได้ฟังอะไร แต่ฉันคิดว่าการพูดคุยระหว่างพ่อแม่กับเด็ก ๆ ก็ยังมีความสำคัญในวันนี้ไม่ต่างจากในยุค 80 ดนตรีเป็นภาษาสากลที่ส่งผ่านชั่วอายุคน เชื้อชาติ ศาสนา เพศ และอื่น ๆ การสื่อสารและการทำความเข้าใจในเรื่องนี้จึงมีความจำเป็น ณ เวลานี้ ยิ่งกว่าเวลาไหน” (Rolling Stone


ผู้เขียนเนื้อหาด้านประวัติศาสตร์ และต่างประเทศ

Related

หู ปอ ผู้กำกับที่ฆ่าตัวตายตั้งแต่ทำหนังยาวเรื่องแรก An Elephant Sitting Still

พาทัวร์ teamLab Borderless พิพิธภัณฑ์ที่รวมงานศิลปะกับดิจิทัลเข้าด้วยกัน ที่ไปกี่ครั้งก็ใหม่เสมอ

อาราชิ การหยุดพักของ “พายุ” ที่สร้างความสุขแก่แฟนคลับมานานถึง 20 ปี

มาเฮอร์ เซน นักร้อง นักแต่งเพลงผู้ปลุกโลกดนตรีของชาวมุสลิม ชายผู้ไม่คิดว่าดนตรีเป็นสิ่งผิดต่อหลักศาสนา

จอร์แดน พีล ดาวตลกผู้สร้างความสยองรูปแบบใหม่ในฮอลลีวูด

ศ.ดร.ประเสริฐ ณ นคร ผู้ถวายงานคำร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์

ทอม โอเดลล​์ เดี่ยวเปียโนคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทย ที่สะกดทุกคนให้อยู่ในชั่วโมงต้องมนต์

จีจี้และบุลม่า ตำนานศรีภรรยาแห่งดรากอนบอล-เมียเผด็จการ VS เมียประชาธิปไตย