Post on 25/07/2021

ทอม ครูซ: นักแสดงหมื่นล้านผู้กอบกู้แว่นตา ‘เรย์-แบน’ ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

‘ทอม ครูซ’ (Tom Cruise) คือหนึ่งในไอคอนแห่งวงการภาพยนตร์ ผู้เป็นที่จดจำจากฝีมือการแสดงระดับแนวหน้าของฮอลลีวูด และนักแสดงนำจากแฟรนไชส์ ‘Mission: Impossible’ ที่เคยกวาดรายได้สูงสุด 787.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 2 หมื่นล้านบาททั่วโลกในภาค ‘Fallout’ (2018) และสร้างรายได้เข้ากระเป๋าให้ทอม ครูซสูงสุดถึง 75 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 2 พันล้านบาทในภาค ‘Ghost Protocol’ (2011) ดึงตัวเขาขึ้นมาอยู่อันดับ 9 นักแสดงที่รับเงินสูงสุดประจำปี 2012 จัดอันดับโดยนิตยสาร ‘Forbes’

แต่นอกเหนือจากความสามารถในการแสดง เสน่ห์ที่เกินต้านทานของทอม ครูซยังส่งผลให้เขากลายเป็นผู้นำแฟชั่นที่ไม่ว่าจะหยิบอะไรมาสวมใส่ก็มักมีคนสนใจเสมอ นั่นทำให้ช่วงเวลาที่เขาสวมแว่นตากันแดดทรงเก๋ระหว่างรับบทหนุ่มหล่อลูกเศรษฐีใน ‘Risky Business’ (1983) และนักบินสุดเท่ใน ‘Top Gun’ (1986) กลายเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของบริษัทผลิตแว่นตา ‘เรย์-แบน’ (Ray-Ban) เพราะทอม ครูซได้ช่วยให้บริษัทรอดพ้นวิกฤตล้มละลาย และต่อชีวิตธุรกิจมากว่า 80 ปีจนถึงปัจจุบัน

 

เรย์-แบน แบรนด์สำหรับนักบิน

ก่อนที่แว่นตาทรงหยดน้ำจะได้มาวางอยู่บนดั้งโด่งของนักแสดงเจ้าบทบาทอย่างทอม ครูซ มันเคยเป็นแว่นตาที่ถูกใช้ตัดแสงสะท้อนสำหรับนักบินในกองทัพอเมริกันช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มาก่อน

ย้อนกลับไปในปี 1863 ภายหลังจากที่ช่างทำเลนส์ชาวเยอรมันอย่าง ‘จอห์น เจคอบ เบาช์’ (John Jacob Bausch) อพยพจากประเทศเยอรมนีมายังเมืองโรเชสเตอร์ รัฐนิวยอร์ก ช่างทำตู้นามว่า ‘เฮนรี ลอมบ์’ (Henry Lomb) ได้ช่วยชีวิตเบาช์เอาไว้ โดยการให้ยืมเงินเช่าพื้นที่สำหรับเปิดร้านแว่น และขายสินค้าตั้งแต่แว่นตา กล้องโทรทรรศน์ กล้องส่องทางไกล ไปจนถึงกล้องจุลทรรศน์ ภายใต้ชื่อบริษัท ‘Bausch & Lomb Optical Company’

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ปะทุขึ้น กองทัพสหรัฐฯ ต้องเผชิญกับปัญหาที่เกิดจากเทคโนโลยีการบินอันล้ำสมัย เพราะยิ่งบินสูงเท่าไร นักบินก็ต้องเจอกับแสงที่จ้ามากขึ้นเท่านั้น ซึ่งส่งผลให้นักบินจำนวนมากมีอาการปวดศีรษะ และมีปัญหาด้านการมองเห็น เพื่อที่จะแก้ไขสถานการณ์นี้ ทางกองทัพจึงขอให้บริษัท Bausch & Lomb สร้างแว่นตาป้องกันแสงสะท้อนขึ้น

นั่นจึงเป็นที่มาของแว่นตาทรงหยดน้ำสีเขียวที่มีความสามารถในการตัดแสงสะท้อน และมีรูปร่างที่ปกคลุมพื้นที่บริเวณดวงตาของนักบินให้ได้มากที่สุด พร้อมความรู้สึกสบายในการสวมใส่ โดยชื่อเรียก เรย์-แบน (Ray-Ban) ก็มีที่มาจากการตัด (banned) รังสียูวี (UV) นั่นเอง

แต่หลังจากนั้นไม่นาน เรย์-แบนก็ไม่ได้เป็นเพียง ‘สิ่งจำเป็น’ ในกองทัพอีกต่อไป เพราะแว่นตาดังกล่าวได้เดบิวต์ให้ทั่วโลกเห็นบนใบหน้าของ ‘พลเอก ดักลาส แมกอาร์เธอร์’ (General Douglas MacArthur) นายพลคนสำคัญช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเกาหลีของสหรัฐอเมริกา หลังจากที่เขาสวมใส่แว่นตากันแดดขณะที่เขากำลังเดินขึ้นชายหาดพร้อมทหารในประเทศฟิลิปปินส์ และนักข่าวก็ถ่ายภาพเหล่านั้นเอาไปเผยแพร่ จนแว่นตาเรย์-แบนโด่งดังไปทั่วโลก

เรย์-แบน แบรนด์บนหน้าดาราฮอลลีวูด

จากกองทัพสหรัฐฯ สู่กองทัพดารา ใครหลายคนคงจะคุ้นเคยกับภาพ ‘เจมส์ ดีน’ (James Dean) นักแสดงขวัญใจวัยรุ่นยุค 50s และ ‘มาร์ลอน แบรนโด’ (Marlon Brando) นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม 2 สมัย สวมใส่แว่นตาเรย์-แบนอยู่บนใบหน้า แต่แท้จริงแล้วชายคนแรกที่ได้สวมใส่แว่นตายี่ห้อนี้ในวงการฮอลลีวูดคือ ‘ฮัมฟรีย์ โบการ์ด’ (Humphrey Bogart) นักแสดงยุคฟิล์มนัวร์

แต่ด้วยเครื่องประดับมากมายเรียงรายเข้ามาในยุค 80s ทำให้ไม่นานเรย์-แบนก็ค่อย ๆ ถูกปัดหายไปจากความทรงจำ จนในปี 1981 ยอดขายแว่นตาของบริษัทก็ลดเหลือเพียง 18,000 คู่ตลอดปี และมีแนวโน้มจะลดลงไปอีก เมื่อถึงปี 1982 นิตยสารแฟชั่น ‘GQ’ ได้นำภาพเรย์-แบนไปลง ทำให้ยอดขายพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 200,000 คู่ แต่ก็ถือว่าไม่มากนัก

กระทั่งปี 1983 ชายหนุ่มฟ้าประทานนามว่า ทอม ครูซ ก็ได้เข้ามาช่วยชีวิตของบริษัท Bausch & Lomb เอาไว้ โดยการสวมแว่นตากันแดดรุ่นยอดนิยม ‘Wayfarers’ ในฉากถอดกางเกงร้องเพลง ‘Old Time Rock and Roll’ ของภาพยนตร์เรื่อง Risky Business จนภายหลังจากที่หนังออกฉาย ยอดขายโดยรวมก็พุ่งสูงขึ้นถึง 2,000 เปอร์เซ็นต์ ส่วนแว่นตารุ่น Wayfarers มียอดขายเพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 360,000 คู่ในปี 1983 และยอดขายดังกล่าวก็อยู่คงที่มาถึง 30 ปี

แต่เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อภาพยนตร์เรื่อง Top Gun ออกฉายในปี 1986 ทอม ครูซในบทนักบินหนุ่มเลือกสวมเรย์-แบน ‘model 3025’ (Aviator Classic) เลนส์สีเขียว กรอบสีทองออกกล้อง ทำเอาผู้ชมมากมายแห่ไปซื้อแว่นตาดังกล่าว และชายหนุ่มทั่วอเมริกาก็พากันไปสมัครเป็นทหารอากาศ ในครั้งนี้ทอม ครูซทำให้ยอดขายเรย์-แบนพุ่งขึ้นไปอีก 40 เปอร์เซ็นต์ กระทั่งในปี 1988 ยอดขาย Aviator Classic ก็พุ่งสูงถึง 4.5 ล้านคู่ ส่วนยอดขาย Wayfarers ของบริษัท Bausch & Lomb ก็พุ่งไปแตะ 3-4 ล้านคู่ต่อปี

เมื่อมีคนตั้งคำถามว่าเรย์-แบนขายดีด้วยการดีไซน์ หรือเพราะทอม ครูซสวมกันแน่? ‘นอร์มัน ซาลิก’ (Norman Salik) รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Bausch & Lomb ได้ให้คำตอบไว้ในปี 1988 กับหนังสือพิมพ์ ‘The Chicago Tribune’ ว่า เครดิตนี้สมควรจะตกเป็นของทอม ครูซ “ครูซชอบผลิตภัณฑ์ของเรา”

ถึงแม้เวลาจะผ่านไปกว่า 30 ปี และทอม ครูซคนนี้ก็กลายเป็นนักแสดงแถวหน้าที่มีรายได้มากถึง 570 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1 หมื่น 8 พันล้านบาทในปี 2021 แต่ความชอบที่เขามีต่อแว่นตาเรย์-แบนก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย ทั้งเขายังกลายเป็นที่จดจำในฐานะมาสคอตของเรย์-แบนสำหรับคนทั่วโลกไปโดยปริยาย

เรื่อง: วโรดม เตชศรีสุธี

อ้างอิง:

https://likeafilmstar.com/top-gun-sunglasses/ 

https://www.youtube.com/watch?v=BU7TUAIb-ig 

https://www.britannica.com/biography/Tom-Cruise

https://www.empireonline.com/people/tom-cruise/

https://www.biography.com/actor/tom-cruise

https://www.mentalfloss.com/article/643575/tom-cruise-saved-ray-ban-brand

https://www.cbc.ca/radio/undertheinfluence/how-a-pants-free-tom-cruise-rescued-ray-ban-1.4625924

https://finance.yahoo.com/news/10-highest-paid-movie-roles-200038843.html?guccounter=1&guce_referrer=aHR0cHM6Ly93d3cuZ29vZ2xlLmNvbS8&guce_referrer_sig=AQAAAJ2x7MGkSNdHQAeUYhU8cSKkCIRXzWo36UWtu-3XMU9tFygr3vjAIPzIyDP886fe6nMnp01DNN9FzwVwys0fhqp4N9stQ7I0CxYfuY3BiXtXgmHeqs7C0WQ5LsupYtj94x25KH1fCQAVn3WNeakkQicUI58sbmH3rUSDfdKW3Xrp

https://www.cheatsheet.com/entertainment/celebrity/tom-cruise-highest-grossing-movies-so-far.html/

https://caknowledge.com/tom-cruise-net-worth/

ภาพ:

https://www.imdb.com/title/tt0086200/ 

https://www.imdb.com/title/tt0086200/ 

https://www.youtube.com/watch?v=pkXKrl02Icg

https://www.ray-ban.com/usa/sunglasses/RB3025%20UNISEX%20aviator%20classic-gold/805289602057 

https://www.ray-ban.com/usa/sunglasses/RB2140%20UNISEX%20original%20wayfarer%20classic-black/805289126577 

https://www.youtube.com/watch?v=xa_z57UatDY 

Photo by Archive Photos/Getty Images


นักจิบชามะนาวผู้หลงใหลในการเขียนและงานเขียน รักธรรมชาติ และการสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Related

วอร์เรน บัฟเฟตต์: อภิมหาเศรษฐีใจบุญ ทำไมช่วยเหลือสังคมแล้วต้องมีเงื่อนไข ‘หวังผลตอบแทน’

ริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้ง Virgin Group ถูกสบประมาทว่าโง่ และล้มเหลวมาหลายรอบแต่ไม่เคยเข็ด

นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ มหาเศรษฐีแสนล้าน เกี่ยวข้องอะไรกับ “ยาหอมปราสาททอง”?

เพราะบ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย “เอพี ไทยแลนด์” ฉลองครบรอบ 30 ปี ภายใต้แคมเปญ “HOME IS EMPOWERING YOU”

“อิสสระ ถวิลเติมทรัพย์” หยิบ ”อ้อย” สร้างมูลค่าเพิ่ม สานต่อสู่ “พลังงานทดแทน” เพื่อสังคม

รีด แฮสติ้งส์: จากร้านเช่าซีดีสู่เจ้าพ่อสตรีมมิง NETFLIX ที่คอหนังต้องรู้จัก

SEAC ชวนพลิกวิกฤต COVID-19 เป็นโอกาสแห่งการเรียนรู้ใหม่ผ่าน ‘Virtual Learning’

สุพจน์ ธีระวัฒนชัย เมื่อความจนหมักบ่มเกิดเป็นโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง