Post on 23/09/2020

ทำความรู้จัก ‘ต้อม’ สุธารัตน์ สินนอง ศิลปินละครหุ่นเงา ที่อยากพาเราไปหลงรัก “ความมืด”

สำหรับบางคน “ความมืด” อาจสร้างความรู้สึกหวาดกลัว และอึดอัด แต่ในทางกลับกัน มันก็อาจเป็นความสบายใจ และเป็นสถานที่ปลอดภัย ที่สามารถสร้างสรรค์ความเป็นไปได้ไม่รู้จบของใครบางคนก็ได้

The People คุยกับ ‘ต้อมสุธารัตน์ สินนอง ศิลปินละครหุ่นเงา และผู้กำกับคณะละคร Homemade Puppet ในฐานะผู้ที่ค่ำหวอดอยู่ในแวดวงละครเวที และละครสำหรับเด็กทั้งในและต่างประเทศ เธอจะมาเล่าให้ฟังถึงเสน่ห์ของการสร้างสรรค์ผลงานโดยใช้แสงและเงา ซึ่งอาจทำให้เราเริ่มรู้สึกดีกับความมืดมากกว่าที่เคยคิด

 

The People: ก่อนจะมาเป็นศิลปินละครหุ่นเงา

สุธารัตน์: ก่อนจะมาทำหุ่นเงา เราก็ทำละครหุ่นธรรมดามาก่อนค่ะ แล้วถ้าให้ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นอีก ก็คือเราแสดงละครเวทีด้วย ตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ เราเคยดูละครเวที ไม่ใช่ไปดูเองนะคะ ดูผ่านโทรทัศน์ ตอนนั้นก็จำได้ว่าเราดูแล้วรู้สึกประทับใจ รู้สึกว่าเขาเก่งจัง มันต้องแสดงสด ๆ มันไม่เหมือนละครหลังข่าวที่เราเคยดูมาก่อนเลย ตอนนั้นก็เป็นจุดที่ทำให้รู้สึกอยากเป็นนักแสดงค่ะ อยากขึ้นไปอยู่บนเวทีแบบนั้น พอจบม.6 เราก็เลยสมัครเข้าร่วมกลุ่มละครมะขามป้อม เป็นกลุ่มอาสาสมัครนะคะ ก็ได้เข้าไปรู้จักละครจริง ๆ ได้เปิดโลกว่าละครมันมีอีกหลายมิติที่เราไม่เคยรู้จัก ที่ผ่านมาไม่เคยเรียนละคร แต่ได้ลองทำผ่านการทำงานกับที่นี่ ได้ทำละครเวที ละครหุ่น ละครชุมชน ละครการศึกษา คือมากกว่าแค่แสดง เราก็ได้เป็นวิทยากร ได้เรียนรู้ขั้นตอน วิธีออกแบบกระบวนการต่าง ๆ ก็ถือว่าเกือบ 20 ปี ที่อยู่กับมะขามป้อมมาก็ได้เรียนรู้เยอะค่ะ

The People: สาเหตุที่สนใจละครหุ่นเงา

สุธารัตน์: ก่อนจะหุ่นเงาเราก็ได้ทำละครหุ่นธรรมดามาก่อนค่ะ ช่วงที่อยู่กับมะขามป้อม ก็ใช้อุปกรณ์ธรรมดา ขวดน้ำ กระดาษ วัสดุรีไซเคิล มาเล่น มาทำให้มันมีชีวิต ตอนนั้นความรู้สึกเรามันตื่นเต้นนะ เราสามารถเอาอะไรก็ได้มาเล่น แล้วคนดูก็เชื่อว่ามันมีชีวิต เป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่มาก ตอนเล่นมันก็สนุกด้วยค่ะ ทำละครหุ่นมาสักพัก ยิ่งทำมันก็ยิ่งสนุก ช่วงหนึ่งเราก็ได้มีโอกาสทำละครการศึกษา ก็มีการตั้งกลุ่มชื่อกระจิดริดขึ้นมา เพื่อทำงานกับครูในโรงเรียน ทีนี้มันก็มีกิจกรรมหนึ่งที่เราต้องทำร่วมกับเด็ก หุ่นเงามันก็เป็นกิจกรรมหนึ่งที่เราเลือกมาทำ ตอนนั้นก็ยังทำแบบง่าย ๆ อยู่ ตัดกระดาษเจาะรู แล้วก็เล่นหลังฉาก ปรากฎว่าตอนเล่นเรารู้สึกอินมาก ทีแรกก็ไม่เข้าใจว่าทำไม แต่พอทำ ๆ ไปเราก็เริ่มเข้าใจตัวเองว่า เราชอบอยู่ในความมืด มันเป็นที่ ๆ เรารู้สึกสบายใจ แล้วพอได้ใช้แสง ใช้เงามาเป็นองค์ประกอบตอนเล่น มันก็ยิ่งชัดว่าเราอินกว่าการเล่นหุ่นเฉย ๆ

 

 

The People: ทำหน้าที่ผู้กำกับละครหุ่นเงาเป็นครั้งแรก?

สุธารัตน์: คือพอเราสนใจ เราก็ลองทำมาเรื่อย ๆ ค่ะ แต่ถ้าเอาแบบทำจริงจังครั้งแรกเลย คือตอนที่มี เทศกาลละครกรุงเทพฯ ปีแรก ตอนนั้นกลุ่มละครมันก็ไม่ได้ใหญ่มาก พี่ตั้ว (ประดิษฐ์ ประสาททอง) ที่เป็นตัวตั้งตัวดีในการจัดเทศกาล เขาก็มาชวนเราทำ ตอนนั้นเรายังอยู่กับมะขามป้อมนะคะ แต่ก็ตั้งกลุ่มใหม่ขึ้นมาเพื่อทำละครหุ่นเงา ก็เป็นครั้งแรกเลยที่เราได้กำกับละครหุ่นเงาเอง ตอนนั้นก็เอานิทานของชนเผ่าปกากะญอมาเล่น เล่าเป็นภาษาปกากะญอด้วย ยากค่ะ ทั้งที่เล่นไม่ได้มีเทคนิคซับซ้อน คือเรามีภาพในหัวนะว่าอยากให้ออกมาแบบไหน แต่การจะทำให้ได้แบบนั้นมันยากมาก แต่ว่าพอเล่นเสร็จ ดันได้รับคำชม เขาบอกว่ามันได้อารมณ์มาก ให้เราทำต่อ มันก็เลยเป็นจุดที่เราอยากจะทำให้มันดีกว่านี้ จากตอนนั้นก็ส่งละครเข้าเทศกาลมาเรื่อย ๆ ค่ะ อาจจะไม่ทุกปี แต่ก็ทำมาเรื่อย ๆ

The People: เสน่ห์ของละครหุ่นเงาคืออะไร

สุธารัตน์: หลัก ๆ เลยคือมันสด คือที่เราชอบละครเวทีตั้งแต่แรกเพราะแบบนี้ พวกละครหุ่นหรือหุ่นเงามันต้องเล่นตรงนั้น ต้องจำบทแล้วเล่นเลย ต่อให้เราจะมีภาพในหัวแบบไหน มันก็อาจจะไม่เป็นตามนั้น เวลาเล่นเราเลยต้องลืมตัวเองไปเลย เข้าไปอยู่ในตัวละคร ทีนี้ความแตกต่างของการเล่นเป็นตัวละครเองกับเล่นเป็นหุ่น คือเวลาเราเล่นเองเด็กจะเข้าหาเรา แต่เวลาเราเป็นหุ่น เด็กจะตามหุ่น ไม่สนใจเราเลย คือเรารู้สึกว่าตรงนี้มันโคตรมีพลัง นี่แค่หุ่นธรรมดานะคะ แต่พอเป็นหุ่นเงา อันนี้โลกอีกใบเลย มันเหมือนเราเป็นอะไรก็ได้ เพราะมันต้องอยู่ในความมืด สำหรับบางคนความมืดอาจจะทำให้รู้สึกหวาดกลัว แต่มันก็อาจเป็นความสบายใจของอีกคนก็ได้ ความมืดมันทำให้เรารู้สึกหลาย ๆ แบบ ทั้งความลึกลับ ความน่าค้นหา เราว่าตรงนี้มันสร้างมิติทางอารมณ์ได้มากกว่า แล้วพอเดี๋ยวนี้เราไม่ได้แค่สร้างตัวละครมาเล่นกันแล้ว เราดีไซน์ได้ทั้งบรรยากาศของแสง รูปร่างของเงา ระหว่างเล่นก็ไม่พากย์ด้วย แต่คนดูกลับยังเข้าถึงมันได้ ตรงนี้ล่ะค่ะที่เราว่ามันคือเสน่ห์

 

The People: คนดูเข้าใจไหม หากเล่นละครหุ่นเงาโดยไม่พากย์

สุธารัตน์: ที่จริงเมื่อก่อนก็พากย์นะคะ แต่พอมาทำคณะละคร Homemade Puppet ที่เราทำเดียว เดี๋ยวนี้เราเล่นโดยไม่พากย์แล้ว คือมีดนตรี แต่ไม่ได้เล่าเรื่องประกอบ คิดว่าคนดูเข้าใจนะคะ แต่ถามว่าจะเข้าใจทั้งหมดไหม อันนี้ต้องบอกก่อนว่าเราไม่ได้ตั้งใจจะให้เขารู้ทั้งหมดอยู่แล้ว ส่วนตัวเรามองว่าละครแบบนี้ ภาพมันพาคนดูไปได้ไกลกว่านั้น ไกลกว่าแค่เนื้อเรื่องที่เราวาง สมมติเราออกแบบมาประมาณนี้ แล้วมีการเล่าประกอบ เขาก็จะเข้าใจแค่นั้น แต่ถ้าเราไม่เล่าเลย ปล่อยให้เขาจิตนาการ เติมเนื้อเรื่อง เติมเหตุผลของตัวเองเข้าไป นั่นคือความสนุกค่ะ

The People: กลุ่มเป้าหมายของละครหุ่นเงาคือเด็กเท่านั้นใช่ไหม หรือผู้ใหญ่ก็ดูได้ด้วย

สุธารัตน์: คือเวลาพูดถึงละครหุ่น คนส่วนใหญ่ก็จะนึกว่าเป็นของเด็กใช่ไหม แต่สำหรับเรา ในมุมมองคนสร้าง เราว่าใครก็ดูได้ค่ะ คือเนื้อเรื่องที่เราคิดมันก็มีทั้งแบบซับซ้อนน้อยไปจนถึงซับซ้อนมาก ต่อให้เป็นเรื่องเดียวกัน แต่สุดท้ายคนแต่ดูละวัยเขาก็อาจจะเข้าใจได้ไม่เหมือนกันค่ะ เรามองว่ามันไม่จำเป็นต้องจำกัดว่าอันนี้ของเด็กหรือของผู้ใหญ่ คือมันมีนะคะบางงานที่เราต้องพยายามออกแบบเพื่อให้เด็ก ๆ เข้าใจด้วย แต่เราก็ไม่ได้ไปกะเกณฑ์ว่าเขาจะต้องเข้าใจตามนี้เท่านั้น เราพยายามสื่อสารให้ถึงเขา แต่เขาจะเข้าใจว่าอะไรก็ให้เป็นไปตามจินตนาการของเขาเลย

The People: นอกจากงานเทศกาล โดยปกติเราทำละครไปเล่นที่ไหน

สุธารัตน์: ส่วนใหญ่ไปเล่นที่ต่างประเทศค่ะ พอดีมีเรามีเพื่อน มีคนรู้จักที่เขาทำตรงนี้เยอะ อย่างเพื่อนเราที่สิงคโปร์เขาทำคณะละครอยู่ชวนเราไป พอเล่นโดยไม่เล่า มันไม่มีกำแพงภาษา มันก็ได้ฟีดแบคดี ๆ กลับมาเยอะ แล้วก็มีไปเล่นที่ประเทศโปแลนด์ ซึ่งเขามีโรงละครสำหรับเด็กเลยชื่อ Teatrzyk Lalkowy Bajka ตอนนั้นเราก็ออกแบบโปรดัคชันชื่อ “Journey in the Dark” ไปเล่น ถึงจะเป็นโรงละครเล็ก ๆ แต่ก็มีเด็ก ๆ จากโรงเรียนแถวนั้นมาดูเราทุกวันนะคะ เล่นเมืองนอกเสร็จถึงค่อยกลับมาเมืองไทย ส่วนใหญ่ก็จะประมาณนี้

The People: พื้นที่ของละครหุ่นเงาในไทยเป็นอย่างไรบ้าง

สุธารัตน์: นอกจากเทศกาลละคร เราก็เคยไปแสดงตามโรงละครแสงอรุณ ร้านหนังสือ หรือไม่ก็ตามโรงเรียนบ้าง ตามแต่เขาจะติดต่อมาค่ะ แต่ถามว่าพื้นที่เยอะไหมเราก็ว่าไม่ค่อยเยอะ คือวงการนี้มันไม่ได้ใหญ่ คนจ้างเขาต้องรู้จักเรา รู้จักละครแบบนี้ประมาณหนึ่ง ถึงจะได้ไปเล่นค่ะ

 

 

The People: ชีวิตในฐานะศิลปินละครหุ่นเงาเปลี่ยนไปอย่างไรหลังโควิด-19

สุธารัตน์: ก็จริง ๆ มีงานที่ตกลงกันไว้ว่าจะบินไปทำอยู่ค่ะ เราก็เตรียมโปรดัคชันอะไรของเราไว้ แต่ดันกลายเป็นว่าโดนแคนเซิลเพราะโควิด คือก็รู้สึกเคว้ง ๆ นิดนึงค่ะ คือเราวางแผนจะไปประมาณ 4 เดือนเลย ไม่ได้มีแผนสำรอง ช่วงนั้นก็พยายามหาอะไรทำไปทุกวันค่ะ วาดรูป เย็บผ้า ทำเสื้อ ทำชุดส่งไปให้เพื่อน พยายามหาอะไรทำเพราะมันว่างมาก อยู่แบบนั้นมาประมาณเดือนสองเดือนถึงค่อยมีทางโครงการ Play From Home เขาติดต่อมา

The People: มาเข้าร่วมโครงการ BICT ‘n Friends at home ได้อย่างไร

สุธารัตน์: เป็นการชักชวนจากทางผู้จัดค่ะ คือต้องเท้าความก่อนว่า ตั้งแต่เราย้ายมาเชียงใหม่ ก็อยากทำบ้านเป็นสตูดิโอของตัวเองค่ะ อยากให้มีที่ทำงาน มีโรงละครเล็ก ๆ ของเราด้วย คือเป็นความฝันของเราตั้งแต่ย้ายมาเลย ทีนี้พอมันมีโควิด แล้วทาง BICT ‘n Friends at home เขาอยากจะทำโปรเจกต์ที่ชวนให้คนในบ้านได้ทำกิจกรรมด้วยกัน เขาก็เลยมองว่าตัวละครหุ่นเงามันก็เป็นอีกกิจกรรมที่น่าสนใจ พ่อแม่ลูกสามารถทำด้วยกันได้ ก็เลยติดต่อเรามาค่ะ

The People: เวิร์คช็อปละครหุ่นเงาออนไลน์ที่ใคร ๆ ก็เข้าถึงได้

สุธารัตน์: ในส่วนของเราก็คงเป็นการสอนเทคนิคต่าง ๆ ค่ะ แนะนำให้คนดูเขารู้จักว่าละครหุ่นเงามันคืออะไร จะเริ่มทำต้องทำยังไง สอนเป็นแนวทางให้ครอบครัวเขาเอาไปต่อยอดทำเองต่อได้ เราก็พยายามจะหยิบอะไรที่มันเป็นพื้นฐานมาสอน คนที่ไม่ได้เป็นศิลปินเขาจะได้ทำได้ เราไม่ได้เน้นว่ามันจะต้องเป็นผลงานสำหรับเอาไปโชว์ใคร แต่เราเน้นสอนให้เขาเข้าใจว่าการสร้างละครเงา มันหยิบจับอะไรในบ้านมาทำก็ได้ แต่ของแต่ละอย่างมันก็มีรูปร่าง มีสีสัน แต่ผิวสัมผัสไม่เหมือนกัน พอเอามาใช้มันก็จะให้อารมณ์ที่แตกต่าง เราเน้นให้เขาเรียนรู้ แล้วก็ใช้เวลาร่วมกับครอบครัว สนุกไปกับของต่าง ๆ ในบ้าน โปรเจกต์นี้จะมีโปรดัคชันละครหุ่นของเราให้ดูด้วยค่ะ

 

 

The People: การที่เด็ก ๆ ได้รู้จักหรือดูละครประเภทนี้ส่งผลดีอย่างไร

สุธารัตน์: ขอยกตัวอย่างแบบนี้แล้วกันนะคะ คือมีครั้งหนึ่งที่เราต้องทำโปรเจกต์สอนให้เด็กดูสื่อเพื่อการรู้เท่าทัน สอนเรื่องเท่าทันสื่อกับเด็กเล็ก เราจะสอนเขายังไง ตอนนั้นเรานึกไปถึงเรื่องสัญลักษณ์ เราอยากสอนให้เขาคุ้นชินกับการตีความโดยที่ ถามเขาจะรู้ตัวไหมในวันนั้น ก็อาจจะไม่รู้ เราพยายามดีไซน์ฉากออกมาในเชิงสัญลักษณ์ อย่างเช่น ในฉากมีลูกโป่งสีเหลือง เราไม่ได้บอกว่ามันคืออะไร แต่เด็กเขาอาจจะเข้าใจว่าเป็นพระจันทร์ หรือเราทำฉากให้เป็นไฟกระพริบแล้วก็ไม่อธิบายอะไร เด็ก ๆ เขาก็อาจจะเข้าใจว่ามันคือดาวหรืออุกกาบาตก็ได้ คือเรามองว่าการทำแบบนี้ สอนอะไรที่มันมีความหมายใต้ภาพ หรือสัญลักษณ์ มันอาจจะไม่ได้เห็นผลทันทีนะคะ แต่มันจะมีกระบวนการพัฒนาความคิดเขาไปเรื่อย ๆ เราคิดว่าสักวันหนึ่งมันจะค่อย ๆ พาให้เขาเข้าใจอะไรบางอย่างมากขึ้น รู้จักตีความมากขึ้น มันจะค่อย ๆ ทำงานของมันเอง เรามองว่าแบบนี้มันเวิร์คกว่าการสอนให้เขานั่งท่องว่าอะไรเป็นอะไร

The People: อนาคตที่มองไว้ในฐานะศิลปินและผู้กำกับละครหุ่น

สุธารัตน์: ตอนนี้ก็ยังไม่ได้มองไปไกลมากนะคะ คือเรียกว่าเป็นความฝันมากกว่า ก็อย่างที่บอกว่าเป้าหมายที่เราย้ายมา มาทำบ้านที่นี่ ก็อยากทำมันเป็นที่ทำงาน เป็นโรงละครที่เราได้ทำสิ่งที่เราชอบไปทุกวัน มีคนดูไม่กี่คนเราก็อยากเล่น ส่วนในแง่ของผลงาน เพราะตอนนี้เราทำงานคนเดียว โปรดัคชันที่ออกมามันก็จะมีข้อจำกัดบางอย่าง เราก็อยากจะทำอะไรที่มันใหญ่กว่านี้ มีหลาย ๆ คนมาเป็นนักแสดงให้เรากำกับ เพื่อที่เวลาเกิดภาพขึ้นมาความเป็นไปได้มันก็จะหลากหลายขึ้น เป็นไปอย่างที่เราต้องการมากขึ้น อนาคตก็อยากกำกับงานที่มันใหญ่กว่านี้ค่ะ

 

 

โปรเจกต์ Play From Home โดยเทศกาลละครนานาชาติของเด็กและเยาวชนกรุงเทพฯ (Bangkok International Children’s Theatre Festival) หรือ บิกท์เฟสต์ (BICT Fest) ได้สร้างกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์สำหรับเด็กและครอบครัวในหลากหลายรูปแบบ โดยโครงการ BICT n’ Friends at Home ซึ่งมีซีรีส์ละครหุ่นเงาของ ‘ต้อม’ สุธารัตน์ สินนอง เป็นส่วนหนึ่ง จะพาผู้ชมไปรู้จักกระบวนการการสร้างโรงละครจากบ้านไม้น่ารักของเธอ พร้อมกับสอนให้รู้จักวิธีคิดค้นและแชร์วิธีการแสดงผ่านแสงเงาโดยใช้นักแสดงแค่คนเดียว สำหรับงานนี้ แน่นอนว่าเป็นโอกาสดีสำหรับใครที่ไม่เคยดูละครหุ่นเงาหรือไม่รู้จะไปหาละครประเภทนี้ดูได้ที่ไหน ให้ได้ลองรู้จักและเข้าใจศาสตร์แห่งแสงและเงาไปพร้อมกัน

 

ชมเนื้อหาจากโปรเจกต์ Play From Home โดยเทศกาลละครนานาชาติของเด็กและเยาวชนกรุงเทพฯ ย้อนหลังที่ https://bit.ly/3jSzndM  สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโปรเจกต์จาก https://www.facebook.com/bictfes

 


The People

กองบรรณาธิการ

Related

ฮิเดโอะ โคจิมะ เนิร์ดหนังนักสร้างเกม ชายที่ใครต่อใครเรียกว่า “เทพ”

โรส เลสลี หญิงเถื่อนผู้กุมหัวใจ จอน สโนว์ ทั้งในและนอกจอ

Spirited Away: แอนิเมชันว่าด้วยด้านมืดของบริโภคนิยม ที่ปักหมุด “จิบลิ” ให้รู้จักทั่วโลก

เกวนเดอลีน คริสตี หญิงแกร่งแห่ง GOTs อัศวินผู้สร้างความเท่าเทียมชาย – หญิง

บิลลี่ อายลิช นักร้องวัย 17 กับ มรสุมชีวิตอาการป่วยทางจิต ที่มาของเพลงดังและความสำเร็จ

พจมาน นางเอกตลอดกาลแห่งบ้านทรายทอง: ใครว่าเธอไม่สู้คน?

รูพอล “ขุ่นแม่” แห่งแดรกควีน ผู้ยกวงการแดรกจากใต้ดินสู่บนดิน

ลี่ เสี่ยวเหมิง: นักกีฬา E-Sport แชมป์โลก ที่ก้าวผ่านคำสบประมาทเรื่องเพศ