Post on 06/08/2020

โทโมเอะ โกเซ็น: ซามูไรหญิงคนแรกบนหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

‘ซามูไร’ ถือเป็นชื่อเรียกนักรบญี่ปุ่นโบราณที่โด่งดัง คนทั่วโลกต่างรู้จักและเข้าใจความหมายของซามูไร พวกเขาส่วนใหญ่เป็นนักสู้ที่ถือเกียรติยศ เก่งกาจ มีทักษะการต่อสู้ด้วยการใช้ดาบ ซึ่งซามูไรตามหน้าประวัติศาสตร์และภาพยนตร์ส่วนใหญ่มักมีแต่ผู้ชาย จนพาลให้คิดว่าสตรีญี่ปุ่นสมัยก่อนคงไม่ลุกขึ้นมาจับดาบเป็นแน่ ทั้งที่จริงแล้วซามูไรหญิงหลายคนต่างเคยตบเท้าเข้าสงคราม ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับชายชาตรีมาตลอดเหมือนกับ โทโมเอะ โกเซ็น สตรีผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ซามูไรหญิงคนแรกของญี่ปุ่น”

โทโมเอะ โกเซ็น (Tomoe Gozen) เป็นหญิงสาวที่มีชีวิตอยู่ช่วงปลายศตวรรษที่ 12 นักประวัติศาสตร์คาดว่าเธอน่าจะเกิดเมื่อปี 1157 นอกจากนี้ ตามบันทึกมหากาพย์การต่อสู้ของตระกูลไทระกับตระกูลมินาโมโตะ ระบุถึงยอดหญิงนางหนึ่งในสงครามเก็นเป (Genpei War) ที่มักฝ่าดงธนูนับร้อยออกไปสู้อยู่แนวหน้าแบบไม่กลัวตาย แถมเธอผู้นี้ไม่ได้มีแค่ความกล้า แต่ยังเป็นยอดฝีมือที่รบเก่งไม่แพ้ซามูไรหนุ่มชื่อดังคนอื่น ๆ

‘โทโมเอะเป็นหญิงสาวที่มีใบหน้างดงาม ผิวของเธอขาวผุดผ่อง ผมยาวสลวย แถมเป็นนักรบผู้เชี่ยวชาญด้านการยิงธนู ควบคู่กับฝีมือการใช้ดาบและง้าวอันยอดเยี่ยม สตรีผู้นี้มีคุณค่าเทียบเท่ากับนักรบพันคน เธอพร้อมเผชิญหน้ากับปีศาจหรือกระทั่งเทพเจ้า เมื่อไหร่ก็ตามที่สงครามใกล้เข้ามา โยชินากะจะส่งเธอออกไปในฐานะแม่ทัพคนแรก พร้อมกับเกราะแข็งแกร่ง ดาบคมกริบ และธนูที่ทรงพลัง’

ก่อนสาวงามจะกลายเป็นนักรบองอาจ แทบไม่มีใครรู้ชีวิตวัยเด็กของเธอเท่าไหร่นัก ครอบครัวของโทโมเอะใกล้ชิดกับตระกูลมินาโมโตะผู้ครองแคว้นแถบคันโต จนถูกลือว่าสาวงามของชุมชนตกเป็นอนุภรรยาของ มินาโมโตะ โยชินากะ (Minamoto Yoshinaga) ผู้เป็นญาติกับทายาทสายตรงของตระกูลอย่าง มินาโมโตะ โยริโทโมะ (Minamoto Yoritomo) แต่หลักฐานบางชิ้นกลับบันทึกว่าเธอมีสามีเป็นพลธนูในกองกำลังของโยชินากะ และตัวของโยชินากะกับโทโมเอะเป็นเพียงเจ้านายกับลูกน้องเท่านั้น

แต่ไหนแต่ไรตระกูลมินาโมโตะมีปัญหากับตระกูลไทระมาหลายสิบปี เนื่องจากทั้งสองตระกูลเข้ามามีบทบาททางการเมืองญี่ปุ่นเป็นเวลานาน สลับกันคานอำนาจเพื่อไม่ให้ตระกูลใดตระกูลหนึ่งเป็นใหญ่มากเกินไป พวกเขาเฝ้าดูกันและกัน จนกระทั่งถึงจุดแตกหักเกิดสงครามเก็นเปที่มีหลายแคว้นเลือกข้างพร้อมตบเท้าเข้าร่วมศึกครั้งนี้ จนทำให้การต่อสู้กินเวลานานเกือบ 5 ปี

โทโมเอะเป็นสาวงามที่มีความชำนาญเรื่องการใช้ง้าวนากินาตะ ดาบคาตานะ และการยิงธนู เธอเป็นส่วนหนึ่งของอนนะ บุเกอิชา (Onna Bugeisha) กลุ่มสตรีที่ลุกขึ้นมาจับดาบต่อสู้ไม่ต่างจากซามูไร เหล่าอนนะ บุเกอิชาเข้าร่วมสมรภูมิสำคัญ ๆ หลายครั้ง เรื่องราวของพวกเธอมีมานานหลายยุคสมัย แต่กลับไม่ค่อยถูกหยิบยกมาพูดถึงมากนัก จนกระทั่งโทโมเอะได้ร่วมรบในสงครามเก็นเป

คนในตระกูลมินาโมโตะส่วนใหญ่ต่างเคยเห็นการซ้อมยิงธนูของโทโมเอะบ่อยครั้ง เธอว่องไว ชำนาญการต่อสู้ โยชินากะจึงวางใจให้เธอนำทหารหลายร้อยคนบุกไปแนวหน้าในปี 1181 โทโมเอะขี่ม้าบุกเข้าดงศัตรูแบบไม่กลัว ใช้ง้าวคู่ใจปลิดชีพขุนพลพร้อมกับนำศีรษะของนักรบ 7 คน กลับมายังฐานที่มั่น ซึ่งเนื้อตัวของเธอได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความตื่นตระหนกให้ฝ่ายไทระเป็นอย่างมาก เธอสามารถตัดหัวซามูไรมีชื่ออย่าง โมริชิเกะ มูซาชิ (Morishige Musashi) กลับมาให้โยชินากะแบบง่าย ๆ ความบ้าบิ่นหลายครั้งทำให้โทโมเอะได้รับการนับถือจากทหารชายคนอื่น ๆ

หลังจากบั่นทอนกำลังใจของทหารฝั่งไทระ ในปี 1183 โทโมเอะสร้างตำนานอันเหลือเชื่อด้วยการนำกำลังทหารราว 300 คน บุกไปสู้กับข้าศึกที่มีจำนวนมากกว่าหลายเท่าตัว จนทัพศัตรูแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง ซ้ำตัวเองยังมีชีวิตรอดกลับมาอีก เหตุการณ์ครั้งนี้รวมถึงการตัดหัวขุนพลคราวก่อน ทำให้หญิงสาวได้รับการยกย่องเป็นแม่ทัพ และเป็นผู้หญิงคนแรกของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่ได้รับตำแหน่งแม่ทัพอย่างเป็นทางการ

ช่วงเวลาที่กำลังรบฝั่งไทระเพลี่ยงพล้ำหนัก ตระกูลมินาโมโตะเกิดความขัดแย้งกันเอง เพราะหาคนที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้นำตระกูลควบตำแหน่งโชกุนไม่ได้สักที การทวงถามถึงสิทธิอันชอบธรรมของการขึ้นเป็นผู้นำครั้งนี้สร้างความแตกแยกภายในครอบครัวมากกว่าที่ใครหลายคนคาดคิด

อำนาจหวานหอมของโชกุนยั่วยุให้ครอบครัวแตกคอกัน ทางด้านโยชินากะผู้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับโทโมเอะสามารถเข้ายึดเฮอังเกียว (ปัจจุบันคือเมืองเกียวโต) ได้สำเร็จ เขาสร้างผลงานนับครั้งไม่ถ้วนจากการต่อสู้ไทระ โดดเด่นเรื่องความเป็นผู้นำและการวางแผน โยชินากะคิดว่าตัวเองที่ทำงานหนักคู่ควรจะได้เป็นหัวหน้าตระกูลอย่างเป็นทางการ พร้อมกับวางแผนจัดการอำนาจเก่าของจักรพรรดิ

การตั้งตนของโยชินากะสร้างความไม่พอใจแก่โยริโทโมะผู้เป็นลูกพี่ลูกน้อง เขารู้สึกไม่เห็นด้วยเพราะตัวเองเป็นทายาทสายตรงมากกว่า ประกอบกับความคิดเห็นตรงกันกับกลุ่มจักรพรรดิ จึงวางแผนตลบหลังโยชินากะด้วยการส่งน้องชายสองคน คือ โยชิสึเนะ (Yoshitsune) และ โนริโยริ (Noriyori) ไปสังหารยอดขุนพลสายเลือดเดียวกันที่เมืองเฮอังเกียว

การต่อสู้เพื่อหลั่งเลือดพี่น้องตัวเองของตระกูลมินาโมโตะถูกเรียกว่าสมรภูมิอะวาสุ (Battle of Awazu) เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ปี 1184 โยชิสึเนะนำทัพบุกโจมตีโยชินากะแบบเต็มกำลัง ทางฝั่งของโยชินากะกับโทโมเอะไม่ทันตั้งตัวพยายามตั้งรับอย่างเต็มที่ พวกเขาเสียเปรียบด้านกำลังพล การรบครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน ๆ ที่รบกับไทระ โยชิสึเนะรู้ทันแผนการรบของโยชินากะกับโทโมเอะ ผลคือพวกเขากำลังจะพ่ายแพ้เพราะโดนล้อมจากทุกทิศทาง

ระหว่างพยายามหาทางตีฝ่ากองกำลังออกไปนอกเมือง มีบันทึกทางประวัติศาสตร์หลายชิ้นระบุตรงกันว่าโยชินากะสั่งให้โทโมเอะรีบหนีไปก่อนสายเกิน โดยให้เหตุผลว่า ในฐานะนักรบ การให้ผู้หญิงมาตายด้วยเป็นสิ่งน่าอับอายเกินรับไหว” โทโมเอะในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาจึงต้องทำตามคำสั่ง พากำลังคนที่เหลือน้อยนิดตีฝ่าวงล้อมออกไป แต่เธอก็ยังมิวายใช้ง้าวสังหาร อูชิดะ อิเอโยชิ (Uchida Ieyoshi) แม่ทัพของโยชิสึเนะจนตัวขาดสองท่อนก่อนจะหนีออกไป

ฝั่งของโยชิสึเนะ หลังจากจัดการกับโยชินากะ เขาได้รับเสียงชื่นชม เงินทอง เกียรติยศ ได้รับการแต่งตั้งเป็นองครักษ์ของจักรพรรดิ สร้างความไม่พอใจให้กับโยริโทโมะอีกครั้ง หลังจากเคยสั่งให้โยชิสึเนะกับโนริโยริไปจัดการลูกพี่ลูกน้องตัวเอง คราวนี้เขาสั่งให้โนริโยริสังหารโยชิสึเนะเสีย แต่โนริโยริปฏิเสธหนักแน่นว่าเขาจะไม่ลงมือฆ่าเพื่อนร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ของตัวเอง ทำให้โยชิสึเนะต้องหนีตายจากเงื้อมมือของคนในตระกูลตัวเองไปอีกหลายปี

โทโมเอะและโยชินากะ

หลังจากสมรภูมิอะวาสุปี 1184 ไม่มีใครสามารถบอกได้แน่ชัดว่าชะตากรรมของนักรบหญิงคนนี้เป็นอย่างไร หลายคนปักใจเชื่อว่าเธอยอมตายเคียงข้างกับโยชินากะ แต่นักวิชาการส่วนใหญ่คิดว่าโทโมเอะสามารถหนีรอดออกมาได้

นอกจากนี้ ประวัติชีวิตของโทโมเอะที่ขาดหายไปถูกสันนิษฐานไว้หลายเส้นเรื่อง ว่ากันว่าเธอโดนแม่ทัพคนหนึ่งจับได้ บังคับให้แต่งงานและมีลูก ซึ่งทฤษฎีนี้ถูกคัดค้านจากหลายฝ่ายว่าเธอรอดตายจากสงครามอันน่าเศร้า และหันหน้าเข้าทางธรรมจนถึงอายุ 91 ปี แต่ก็มีคนมาค้านต่ออีกทอดหนึ่งว่าเธอพยายามล้างแค้นแต่ไม่สำเร็จ จึงหนีไปริมทะเลแล้วทำอัตวินิบาตกรรม

แม้ชีวิตหลังสงครามของเธอจะเลือนรางและยังคงถกเถียงกันจนถึงตอนนี้ แต่วีรกรรมที่โทโมเอะเคยทำไว้มากมายช่วงสงครามเก็นเปถูกบันทึกไว้อย่างสมบูรณ์ เธอเป็นผู้หญิงคนแรกของญี่ปุ่นที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพ เป็นนักรบที่มีชื่อเสียงโด่งดัง การกระทำและความกล้าของเธอเป็นแบบอย่างให้กับซามูไรรุ่นหลัง และชื่อของโทโมเอะ โกเซ็น จะไม่ถูกลืม เธอจะยังคงมักปรากฏตัวอยู่ในบทเรียน นวนิยาย ภาพยนตร์ ละครคาบูกิ และตัวละครในวิดีโอเกมจนถึงปัจจุบัน  

 

ที่มา

https://www.ancient-origins.net/history-famous-people/tomoe-gozen-fearsome-japanese-female-warrior-12th-century-002974

https://www.tofugu.com/japan/tomoe-gozen/

https://clic.cengage.com/uploads/49f9ca08a7cd98142931148bb4e68dba_1_3181.pdf

 

เรื่อง: ตรีนุช อิงคุทานนท์

 


นักเขียนผู้สนใจการเมือง เฟมินิสต์ และการเรียกร้องสิทธิของชาว LGBTQ+

Related

รู้จัก ชิเงรุ มิซึกิ เจ้าของผลงาน อสูรคิทาโร อดีตทหารเกณฑ์ที่เสียแขนซ้ายในสงครามโลกครั้งที่ 2

ปรีดี พนมยงค์ กับธุรกิจโรงพิมพ์และหนังสือ “นิติสาส์น” สร้างแสงสว่างทางปัญญา

แฟรงก์ และลิเลียน กิลเบร็ธ นักวิเคราะห์การเคลื่อนไหว ผู้ริเริ่มใช้ผังเชื่อมโยง

พระองค์เจ้าบวรเดช: จากผู้นำกลุ่มกบฏบวรเดช สู่นักออกแบบผ้าโขมพัสตร์

พระสยามเทวาธิราช ผีบ้านผีเมืองผู้ปัดเป่าภัยให้สยาม

เซโนฟอน: นักปรัชญาชาวกรีกผู้ริเริ่มแนวคิด ‘เศรษฐกิจครัวเรือน’

ดักลาส แมกอาเธอร์ ผู้เปลี่ยนฐานะเทพเจ้าของจักรพรรดิให้เป็น “คนธรรมดา”

นาดิยา เซฟเชนโก จำเลยผู้ชูนิ้วกลางใส่หน้าศาลรัสเซีย