Post on 15/06/2021

ตูเว ยานซอน: ผู้ให้กำเนิดมูมิน เจ้าโทรลสีขาวและความหลากหลายทางเพศ

มูมิน เจ้าโทรลสีขาว ตัวกลมนุ่มฟู การ์ตูนขวัญใจเด็กทั่วโลกจากฟินแลนด์ ถูกเขียนโดย ตูเว ยานซอน (Tove Jansson) นักเขียนหญิงชาวฟินแลนด์-สวีเดน ผู้มีความสัมพันธ์ทั้งกับผู้ชายและผู้หญิงในฐานะคนรัก เธอเกิดในปี 1914 ซึ่งในขณะนั้นฟินแลนด์ยังเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิรัสเซีย และความสัมพันธ์แบบรักเพศเดียวกันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ผู้หญิงในยุคของตูเว ล้วนมีชีวิตตามขนบแบบดั้งเดิมคือการเป็นแม่บ้านและเป็นภรรยาที่ดีของผู้ชายสักคน

แต่สำหรับตูเวแล้ว การแต่งงานคือการทำให้เธอเสียตัวตน และเธอไม่ยอมใช้ชีวิตไปตามขนบดังกล่าว เธอเคยเขียนจดหมายถึงเพื่อนสนิทในประเด็นการแต่งงานว่า “หากฉันต้องแต่งงาน เส้นทางการเป็นศิลปินนักเขียนของฉันจะเป็นอย่างไร ถ้าฉันกลายเป็นภรรยาที่ ‘ดี’ งานของเขาก็จะสำคัญกว่างานของฉัน สติปัญญาของฉันจะอยู่ใต้บังคับบัญชาของเขา ฉันจะให้กำเนิดลูก ๆ ของเขา ซึ่งจะถูกฆ่าในสงคราม” ตูเวจึงยืนยันที่จะอยู่นอกขนบธรรมเนียมทางเพศแบบเดิม ๆ ที่สืบทอดกันมา

ตูเว ยานซอน เติบโตในครอบครัวศิลปินอาร์ทิสต์ที่มีชื่อเสียง พ่อของเธอคือ วิคเตอร์ ยานซอน (Viktor Jansson) เป็นประติมากร ชาวฟินแลนด์ ที่พูดภาษาสวีดิช ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศฟินแลนด์ ส่วนแม่คือ ซิกเน ยานซอน (Signe Jansson) ศิลปินกราฟิก ชาวสวีเดน ภาษาสวีดิชจึงเป็นภาษาแรกของตูเว และเป็นภาษาที่เธอใช้เขียนมูมิน การเติบโตในครอบครัวศิลปิน ทำให้บ้านและสตูดิโอทำงานศิลปะคือสถานที่เดียวกันตั้งแต่เธอเกิด เธอเดินตามรอยพ่อกับแม่ โดยการเลือกเรียนด้านศิลปะ เธอเรียนศิลปะทั้งที่เฮลซิงกิ สต็อกโฮล์ม และปารีส และเริ่มเขียนมูมินในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อหลีกหนีความรู้สึกหดหู่ หวาดกลัว และสิ้นหวังในช่วงสงคราม เธอเริ่มตีพิมพ์มูมินตอนแรก คือ มูมินกับน้ำท่วมใหญ่ (The Moomins and the Great Flood) ในปี 1945 ซึ่งเป็นปีที่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

ในปี 1946 หนึ่งปีหลังจากตีพิมพ์มูมินฉบับแรก ลาร์ส ยานซอน (Lars Jansson) น้องชายของตูเว ได้แนะนำให้เธอรู้จักกับ วิวิกา บันด์เลอร์ (Vivica Bandler) ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการโรงละครในเฮลซิงกิ ผู้หญิงซึ่งทำให้ตูเวเขียนจดหมายบอกเพื่อนสนิทว่า “ฉันตกหลุมรักเธออย่างบ้าคลั่ง ฉันเห็นหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ที่มีจมูกโด่ง คิ้วหนาตรง และปากแบบชาวยิวที่เย้ายวน เธอตาบอดข้างหนึ่ง แต่อีกข้างหนึ่งชัดเจน ทะลุทะลวง” ตูเวและวิวิกาเริ่มมีความสัมพันธ์กันแบบลับ ๆ แม้ว่าวิวิกาจะแต่งงานแล้ว และตูเวในขณะนั้นมีแฟนหนุ่มอยู่แล้วก็ตาม

ความรักระหว่างตูเวกับวิวิกาสะท้อนในเรื่องมูมิน ตอน มนต์มูมิน (Finn Family Moomintroll) ซึ่งได้กล่าวถึงตัวละครสองตัวคือ ธิงกัมมี (Thingumy) และบ็อบ (Bob) โดยได้บรรยายว่า “เช้าตรู่ของต้นเดือนสิงหาคม ธิงกัมมีและบ็อบเดินมาบนภูเขา ธิงกัมมีสวมหมวกสีแดง ส่วนบ็อบถือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ พวกเขามาไกลมากและค่อนข้างเหนื่อย ดังนั้นพวกเขาจึงพักสักหน่อยและมองลงไปที่หุบเขามูมิน ที่ซึ่งควันจากบ้านมูมินลอยละล่องขึ้นบนท้องฟ้า ‘ควัน’ ธิงกัมมีกล่าว ‘โฟก หมายถึง ควัน’ บ็อบพยักหน้า และพวกเขาก็เริ่มเดินเตร่ไปที่หุบเขา พูดคุยกันด้วยภาษาแปลก ๆ” ภาษาที่ไม่ชัดเจนสำหรับทุกคน ภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจ แต่สิ่งสำคัญคือพวกเขาเข้าใจกัน

ธิงกัมมีและบ็อบพูดภาษาเดียวกัน ภาษาที่คนอื่นไม่เข้าใจ ซึ่งหมายถึงความสัมพันธ์ที่เข้าใจกันเพียงแค่เธอสองคน และคนอื่น ๆ ไม่อาจเข้าใจได้ สะท้อนความสัมพันธ์แบบรักเพศเดียวกันที่ต้องหลบซ่อนในยุคสมัยนั้น ธิงกัมมี (Thingumy) และ บ็อบ (Bob) ในภาษาสวีดิชซึ่งเป็นต้นฉบับมูมิน คือ ‘Tofslan’ และ ‘Vifslan’ ตรงกับชื่อ ตูเว (Tove) และ วิวิกา (Vivica) และเป็นชื่อเล่นที่ตูเวใช้สำหรับเธอและวิวิกาในจดหมายรักของพวกเธอ อย่างไรก็ตาม ความรักของตูเวและวิวิกาในฐานะคนรักแบบลับ ๆ ได้จบลงในที่สุด

หลังจากพบเจอกับวิวิกาครั้งแรก ในอีก 10 ปีต่อมา ความรักระหว่างตูเวและผู้หญิงเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 1956 เมื่อเธอพบกับตูลิกกี้ เพียทิเล (Tuulikki Pietilä) ผู้หญิงที่เธอบรรยายว่า “การได้พบเจอกับเธอ ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนสวนที่ได้รับการรดน้ำในที่สุด ดังนั้นดอกไม้ของฉันจึงบานสะพรั่ง” เธอกล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่อตูลิกกี้ว่า “ฉันรักคุณราวกับถูกมนต์สะกด แต่ในขณะเดียวกันก็สงบอย่างสุดซึ้ง และฉันไม่กลัวอีกแล้วว่าจะมีสิ่งใดรอเราอยู่” นอกจากนี้เธอยังได้เขียนบอกเพื่อนสนิทของเธอว่า “ฉันคิดว่าสิ่งที่อยู่ข้างในตัวฉันเป็นไปในทางผี (Ghost Side)” ซึ่งคำว่า ‘ผี’ (Ghost) ใช้เรียกกลุ่มคนที่เป็นเลสเบี้ยนในยุคสมัยนั้น

ตูลิกกี้ (Tuulikki) ซึ่งมีชื่อเล่นว่า ‘ตูตี้’ (Tooti) เป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวละคร ‘ทูทิกกี้’ (Too-Tick) ซึ่งมีลักษณะทอมบอย ฉลาด จิตใจดี และเป็นนักปรัชญา ตัวละครนี้ปรากฏครั้งแรกในตอนเมืองมูมินกลางฤดูหนาว (Moominland Midwinter) ซึ่งมูมินตื่นขึ้นมาคนเดียวในฤดูหนาวอันแปลกประหลาด ในขณะที่ครอบครัวของเขายังคงนอนจำศีลซึ่งเป็นกิจวัตรปกติของครอบครัวมูมินในฤดูหนาว

ทูทิกกี้บอกมูมินเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตพิเศษของโลกฤดูหนาว “มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่มีในฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูใบไม้ผลิ ทุกอย่างที่ขี้อายและเหล้ารัมเล็กน้อย สัตว์กลางคืนบางชนิด และผู้คนที่ไม่เข้ากับคนอื่น และไม่มีใครเชื่อว่ามีพวกเขาจริง ๆ และเมื่อทุกอย่างเงียบสงัด หิมะขาวโพลนและค่ำคืนยาวนาน ในช่วงเวลาคนส่วนใหญ่หลับใหล – สิ่งนั้นก็ปรากฏขึ้น” ซึ่งคำบรรยายนี้หมายถึง กลุ่มคนหลากหลายทางเพศที่ไม่สามารถแสดงตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาในเวลากลางวัน ในที่สว่าง ในที่ที่มองเห็นชัดเจนในยุคสมัยนั้น

ตูเวและตูลิกกี้เป็นคู่ชีวิตกันตลอดชีวิต พวกเธอใช้ชีวิตในสตูดิโอที่อยู่ติดกันในเฮลซิงกิและบนเกาะ Klovharu เกาะอันเป็นส่วนตัวและสุขสงบของพวกเธอในอ่าวฟินแลนด์

นอกจากตัวละครที่ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตรักแบบเพศเดียวกันของตูเว บทบาททางเพศในเรื่องมูมินยังมีความหลากหลายทางเพศซ่อนอยู่ เช่น เฮมูเลน ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่มักสวมชุดยาวคลุมตัวไม่ระบุเพศ สามารถเป็นได้ทั้งชายและหญิง นอกจากนี้ยังมีตัวละครพิมเพิล (Pimple) สุนัขของมิซาเบล (Misabel) สาวรับใช้ของครอบครัวมูมิน ซึ่งปรากฏตัวในเรื่อง Moominmamma’s Maid ได้รับการอธิบายว่า เป็นสุนัขที่มีความลับลึกล้ำ เขาเป็นสุนัขที่ไม่ชอบสุนัข แต่ชอบแมวมากกว่า เมื่อแม่มูมินค้นพบความลับนี้ เธอแก้ปัญหาด้วยการวาดภาพสุนัขที่มีลายทางแบบแมว ยอมรับความต้องการของพิมเพิลอย่างใจเย็นเพื่อให้เป็นไปตามธรรมชาติภายในของเขา

ตูเว ยานซอน เป็นผู้หญิงที่ตระหนักรู้ถึงความรู้สึกและตัวตนที่อยู่ภายในของตัวเอง และเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์กับสิ่งที่เป็นตัวตนของตัวเอง แม้ว่ากรอบสังคมในขณะนั้นจะมองว่าสิ่งที่เป็นตัวตนของเธอเป็นเรื่องผิดแปลก ความสัมพันธ์แบบเพศเดียวกันผิดกฎหมายในฟินแลนด์จนถึงปี 1971 ถึงอย่างนั้นเธอก็ใช้ชีวิตอย่างมั่นคงในเส้นทางที่ตัวเองเลือกเอง งานเขียนของเธอเป็นแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มคนหลากหลายทางเพศและเยาวชนทั่วโลก

 

อ้างอิง

https://www.newyorker.com/magazine/2020/04/06/inside-tove-janssons-private-universe?fbclid=IwAR2hM3CnD47mbFEI146EQ8hC0YY5hIlGP4KYJIvyFqymDfeeWozZRFkguaM

https://www.moomin.com/en/blog/ive-fallen-madly-in-love-with-a-woman-queer-themes-in-tove-janssons-life-and-work-part-1/?fbclid=IwAR2yk9cYT0EWM6z-B07-OQZiZrQNo2TZIQf-ioTWEAYST4U3OdFGARqOZkE#d395fa14

https://www.moomin.com/en/blog/the-secret-message-in-mymbles-name-queer-themes-in-tove-janssons-life-and-work-part-2/#d395fa14

https://www.moomin.com/en/blog/going-over-to-the-ghost-side-queer-themes-in-tove-janssons-life-and-work-part-3/#d395fa14

 

เขียน: ณัฎฐณิชา เหล็กกล้า

ภาพ: https://www.moomin.com/sv/tove-jansson/


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

‘The Famine Memorial’ อนุสรณ์แห่งความอดอยากที่เกิดจากโรคระบาดในพืช หรือนโยบายของภาครัฐ ?

มาร์ทิล แลงส์ดอร์ฟ คนสร้าง นาฬิกานับถอยหลังสู่วันสิ้นโลก

มาดาม ซี.เจ.วอล์คเกอร์ จากทาส สู่ ‘เศรษฐินีผิวสี’ คนแรกของอเมริกา

เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์: กระสุนนัดสุดท้ายของ ‘ปาป้า’ ผู้เขียนชายชราและทะเล

เวียร่า โอโบเลนสกี: ชนชั้นสูงชาวรัสเซียผู้ต่อต้านนาซีด้วยการกล่าวคำว่า “ไม่รู้”

ริกิโดซัง มวยปล้ำเชื้อสายเกาหลี ฮีโรผู้ปลุกความเชื่อมั่นให้ญี่ปุ่น

ฟิลิป ซิมบาร์โด – อะไรทำให้คนล้ำเส้นมนุษยธรรม แต่บอกว่าทำตามหน้าที่ ?

ฟรีด้า คาห์โล: สตรีที่เล่าชีวิตแสนเจ็บปวดผ่านงานศิลปะ