Post on 13/09/2019

ตูรันด็อต โอเปราชิ้นเอกที่แสดงถึงอารยธรรมของมนุษย์ คุณค่าของโลกที่หุ่นยนต์ไม่มีวันแทนที่

       มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ นับเป็นเวทีแห่งการแสดงเชิงศิลปวัฒนธรรมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 21 แล้ว ซึ่งต่างก็ได้ทั้งศิลปินระดับตำนาน และนักเต้นที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติรวมมากกว่า 1,000 คนจาก 16 ประเทศร่วมตบเท้าเดินทางมาพร้อมกับโปรดักชันเต็มรูปแบบ

ในปีนี้ เปิดม่านงานมหกรรมฯ ด้วยการแสดงโอเปราคลาสสิกสองชุด คือ ตูรันด็อต (Turandot) จากคณะเอคาเตอรินเบิร์ก (Ekaterinburg Opera Theatre) คณะโอเปราชั้นนำที่เก่าแก่ที่สุดของรัสเซีย และยังคงรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมการแสดงที่สืบทอดจากอดีตสู่ปัจจุบันได้เป็นอย่างดี คณะนี้ยังได้รับการการันตีด้วย 15 รางวัลหน้ากากทองคำหรือ Golden Mask Awards (จากการเสนอชื่อเข้าชิง 83 ครั้ง) รางวัลนี้ถือว่า มีชื่อเสียงเทียบเท่ากับรางวัลออสการ์ของวงการภาพยนตร์ อีกทั้งยังได้รับการยอมรับว่า เป็นรางวัลที่ทรงเกียรติและเปี่ยมด้วยศักดิ์ศรีที่สุดในโลกศิลปะการแสดงอีกด้วย

       สำหรับ ตูรันด็อต เป็นผลงานการประพันธ์ของเกียโคโม ปุชชินี นำเสนอในรูปแบบโอเปราสององก์ ขับร้องเป็นภาษาอิตาลี เรื่องราวเกิดขึ้นในอาณาจักรจีน เมื่อเจ้าชายคาลาฟตกหลุมรักเจ้าหญิงตูรันด็อตผู้มีหัวใจเย็นชา เพื่อเอาชนะใจและได้แต่งงานกับเจ้าหญิง เจ้าชายหนุ่มต้องไขปริศนาสามข้อ หากตอบผิดจะถูกประหาร ภายหลังแม้เจ้าชายจะผ่านบททดสอบ แต่เจ้าหญิงตูรันด็อตยังยืนกรานปฏิเสธการแต่งงาน เจ้าชายจึงยื่นข้อเสนอเพื่อเป็นทางออกให้เจ้าหญิงผู้เป็นที่รัก หากเจ้าหญิงตูรันด็อตทราบชื่อของเขาก่อนรุ่งสาง เมื่อแสงอาทิตย์แรกมาถึงเจ้าชายจะถูกประหาร การแต่งงานจะไม่เกิดขึ้น

       งานนี้ใครที่กลัวฟังภาษาอิตาลีไม่ออกหรือไม่เคยดูโอเปรามาก่อน ไม่ต้องกลัวฟังไม่รู้เรื่องหรือดูไม่เข้าใจเพราะบริเวณด้านข้างของเวทีจะมีจอแปลภาษาไว้ให้อ่านเรียบร้อย

พูดถึงภาพรวมของโชว์ที่เพิ่งจะผ่านไปสักหน่อย นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 จวบจนปัจจุบันแม้เวลาจะผ่านพ้นจากจุดเริ่มต้นของโอเปรามานานเพียงใดแต่การแสดงในวันนี้ได้สะท้อนให้เราเห็นว่าศิลปะรูปแบบนี้ยังคงมนต์เสน่ห์ที่ไม่เสื่อมคลายตามกาลเวลา ถ้าให้พูดถึงเนื้อหาของเรื่องคงเล่าได้สั้น ๆ ว่านี่คือเรื่องราวของเจ้าหญิงผู้เปี่ยมไปด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่งามเหนือหญิงใด แต่ภายในใจแอบฝังปมในอดีตของเธอที่เป็นผลให้หนุ่ม ๆ ต้องเดือดร้อนหาเรื่องใส่ตัว ด้วยการหวังจะเอาชนะกฎของเจ้าหญิงผู้งามเลิศผู้นี้

        ซึ่งถ้าให้เล่าแค่นี้หลายคนอาจจะตีความไปเลยว่า นี่ก็เหมือนพล็อตละครน้ำเน่าไทยนั่นแหละแต่สำหรับอุปรากรชุดนี้ มันมีแก่นที่ไม่ได้ค้นหาได้ง่ายอย่างนั้นเสมอไป ตัวบทของเรื่องมีความลึกซึ้ง นุ่มลึก และแสดงถึงความพิถีพิถันของปุชชินี แม้ช่วงท้ายขององก์ที่หนึ่งอาจจะพาชวนง่วงนอนสักเล็กน้อย แต่ถ้ามองย้อนกลับไป ปุชชินีพยายามจะปูเรื่องให้เราเห็นว่าแม้จะมีคนเตือนเจ้าชายคาลาฟถึงขั้นบอกว่าเฮ้ยจะเอาชีวิตตัวเองไปแลกเรื่องพวกนี้ทำมายยย จะตายเพื่อหญิงที่แทบไม่รู้จักกันเลยเนี่ยนะ แต่สุดท้ายตัวคาลาฟก็แสดงให้เห็นว่าเขา fight for this love ในครั้งนี้มากขนาดไหน

แน่นอนแก่นของ ตูรันด็อต สะท้อนเรื่องราวของความรัก ที่แลกมาด้วยความสูญเสีย และการเสียสละ แต่สิ่งที่สอดไส้มาพร้อม ๆ กันคือ human nature ของมนุษย์เราที่พร้อมจะเดินหน้าทำตามสิ่งที่ตัวเองปรารถนาเสมอ  ซึ่งมันทำให้เราฉุกคิดได้ว่า เฮ้ย! ถ้าเป็นเราตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับผู้ชายคนนี้ แล้วได้เจอเหมือนรักแท้ขนาดนั้นเราก็คงรักคนนั้นหัวปักหัวปำจนโงหัวไม่ขึ้นเหมือนกันนั่นแหละ ซึ่งสรุปได้ว่าสิ่งที่ปุชชินีอาจจะพยายามสื่อสารออกมาให้เห็นคือ ความรักไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลอะไรมารองรับเสมอไปหรอก

      เหล่านักแสดงสมควรได้รับคำชมอย่างมาก พวกเขาได้ฝากการแสดงที่ยอดเยี่ยมให้เราได้เห็น โดยเฉพาะคู่พระนางอย่าง โซยา เซเรรินา (ตูรันด็อต) และ เปาโล ลาดินโซเน (คาลาฟ) ที่แสดงในองก์สอง ออกมาได้ดีงามมากโดยเฉพาะช่วง main duet ในเพลง ‘Nessun dorma’ ที่แบบว่าอลังการและไพเราะเวอร์ ๆ

ผลงานการประพันธ์ดนตรีระดับชั้นครูที่ปุชชินีฝากเอาไว้ให้กับโลกชิ้นนี้ ไม่ต่างกับการแสดงให้เห็นว่าอุปรากรที่ดีจำเป็นต้องมีดนตรีประกอบที่เด็ดดวงจริง ๆ แม้ตัวงานประพันธ์อาจไม่มีโทนที่ชวนให้น่าตื่นเต้นระทึกใจและล้อกับทุกอิริยาบถบนเวที แต่ความสวยงามของตัวโน้ตที่แล่นออกมาจากเครื่องดนตรีนับสิบ ๆ ของปุชชินี ก็แสดงหน้าที่ในการสอดรับกับตัวบทและการแสดงของนักแสดงได้อย่างลงตัว เรียกได้ว่าทั้งหมดนี้คือผลงานศิลปะชิ้นเอกที่แสดงถึงอารยธรรมของมนุษย์ ที่ไม่ว่าจะกี่ชาติ เทคโนโลยีก็ไม่มีวันเข้ามาแทนที่ได้

       งานมหกรรมฯ ยังคงมีโชว์คุณภาพหาดูยาก อีกมากมายที่พร้อมมาเปิดการแสดงตลอดสองเดือนนี้ ระหว่างวันที่ 11 กันยายน ถึง 23 ตุลาคม 2562 ไม่ว่าจะเป็นโอเปรา บัลเลต์ บัลเลต์ออนไอซ์ ดนตรี การเต้นรำ กายกรรม และอีกมากมาย รวม 13 โชว์ 19 รอบการแสดง


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

ฟินอันลิมิเต็ด!! “เป๊ก”ทำเซอร์ไพรส์ไม่หยุด “ทาทา-เบลล่า” ร่วมเติมพลังรักใน LOVE IN SPACE

ชายกลาง เดอะมิวสิคัล สื่อ “น้ำเน่า” ไร้สาระหรือปลอบโยนจิตใจ

รีวิวคอนเสิร์ตครั้งแรกของ “Yaeji” สาวหมวยที่มอมเมาคนด้วยเพลง Tech House

รีวิว Polycat I Want You Concert คอนเสิร์ตรวมบทเพลงเฟรนด์โซนที่ ‘ดูดี ที่สุดเลยเว้ยแก’

รีวิวคอนเสิร์ต น้อมคารวะศิลปินแห่งชาติ ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี เพลิดเพลินไปกับเพลงขลุ่ยที่ผสานไว้ด้วยวัฒนธรรมไทยและความเป็นตะวันตก

รีวิวคอนเสิร์ต Foals โชว์โคตรเดือดสะท้านปฐพี ความมันนี้ตราตรึงไปอีกนาน “ก็มาดิคร้าบ”

ฟรันซ์ เจเกอร์สแตทเทอร์ ชีวิตไร้ตัวตนของบุรุษผู้ไม่ยอมค้อมหัวให้นาซี

ดินไร้แดน (Soil without Land) สำรวจการต่อสู้ของไทใหญ่ผ่านมุมมองปัจเจกชน