Post on 15/03/2019

‘วิชัย ศรีวัฒนประภา’ คนที่ขับเคลื่อนชีวิตด้วยพลังความสุขและการส่งต่อพลังให้กับทุกคน

Vichai Srivaddhanaprabha

ร่างกายมนุษย์เราต้องการอาหาร และน้ำดื่ม เพื่อเป็นแหล่งพลังงานหล่อเลี้ยงในแต่ละวัน แต่ทุกวันของชีวิตนั้นอาจไร้ความหมาย หากเรายังคงหาคำตอบกับตัวเองไม่ได้ว่ามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร สำหรับ ‘วิชัย ศรีวัฒนประภา’ เขาได้ค้นพบว่าสิ่งที่คอยเติมเต็มและเป็นเข็มทิศกำกับเส้นทางดำเนินชีวิตให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หลุดเป้าหมายคือ ‘พลังความสุข’ แล้วความสุขนั้นยังสามารถเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวอีกด้วย ถ้า ‘พลังความสุข’ นั้นได้ส่งผ่านไปยังคนอื่นต่อไปอีกไม่รู้จบ

หลายคนรู้จัก ‘วิชัย ศรีวัฒนประภา’ ในฐานะนักธุรกิจที่มีชื่ออยู่ในทำเนียบหนึ่งในสิบคนรวยที่สุดของไทยต่อเนื่องหลายปี จากการทำธุรกิจหลายอย่าง โดยเฉพาะการเป็นผู้ก่อตั้ง ‘คิง เพาเวอร์’ บริษัทดิวตี้ฟรีระดับโลก และการเป็นเจ้าของ ‘สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้’ สโมสรแนวหน้าในพรีเมียร์ลีก

แต่เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าสิ่งหนึ่งที่เป็นเชื้อเพลิงสำคัญผลักดันให้ ‘วิชัย ศรีวัฒนประภา’ ก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จคือ ‘พลังความสุข’

“ผมอาจแปลกกว่าคนอื่นนะ ตรงที่ใช้ชีวิตด้วยความสุขเป็นตัวขับเคลื่อน ตั้งแต่เล็ก ถ้าผมจะทำอะไรต้องมีความสุข ถ้าไม่มีความสุขก็อย่าคิดเลยว่าจะทำ ฉะนั้นแพง ถูก ไม่ใช่เหตุผล เหตุผลคือความชอบ เป็นคนชอบอะไรก็เต็มที่ สุดขั้ว ไม่คิดหรอกว่ามีต้นทุนเท่าไหร่”

วิชัย เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารแพรว ถึงการใช้ความสุขเป็นแพชชันหลักในการดำเนินชีวิต คลังไวน์เก่าราคาแพงหลายร้อยขวด, เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว Gulfstream G550, กรุพระเครื่องที่รวบรวมพระหายากระดับตำนานของไทย, สนามโปโล คิง เพาเวอร์ บิลลิ่งแบร์ โปโล พาร์ค สนามโปโลที่ดีที่สุดกลางกรุงลอนดอน, สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ หรือแม้แต่อาณาจักร คิง เพาเวอร์ เอง เหมือนเป็นสิ่งยืนยันว่าทุกอย่างในชีวิตเอาความสุขเป็นที่ตั้ง และมีความสุขเมื่อได้ทำสิ่งนั้น

ผมอาจแปลกกว่าคนอื่นนะ ตรงที่ใช้ชีวิตด้วยความสุขเป็นตัวขับเคลื่อน ตั้งแต่เล็ก ถ้าผมจะทำอะไรต้องมีความสุข ถ้าไม่มีความสุขก็อย่าคิดเลยว่าจะทำ

ปรัชญาความสุขของเขาแปลกกว่าอีกหลายคนที่ยินดีกับตัวเลขความมั่งคั่งในบัญชีธนาคาร เพราะแทนที่จะสะสมความสุขไว้กับตัวเองให้มากที่สุด เขากลับพยายามกระจายความสุขไปให้คนอื่น ๆ ที่อยู่รอบตัวทุกคนได้มีความสุขไปพร้อม ๆ กัน นั่นเพราะเขาเป็นคนที่มีความเชื่อว่า ยิ่งทำให้คนอื่นมีความสุขมากเท่าไหร่ ความสุขนั้นก็จะย้อนกลับมาทำให้ตัวเรามีความสุขเพิ่มมากขึ้นต่อไปเท่านั้น กลายเป็นวงจรความสุขต่อเนื่องไม่รู้จบ

“เมื่อรวมกับนิสัยที่ชอบให้มากกว่ารับ อย่างที่เล่า พ่อแม่ส่งเงินให้ใช้อาทิตย์ละ 50 เหรียญ แต่ผมใช้วันเดียวหมด แจกจ่ายไปทั่ว คนถึงจำผมได้เพราะผมแชร์ความสุข อย่ามาถามนะว่าพรุ่งนี้กินอะไร เอนจอยวันนี้ก่อน แต่ผมเชื่อว่าเราไม่จนตรอกหรอก เดี๋ยวมันก็มาเอง และก็จริง หลายครั้งผมพบว่าเพราะการให้ของเรานี่แหละที่ทำให้ผมไม่เคยจนตรอกสักครั้ง”

สมัยที่ศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่ไต้หวัน บ่อยครั้งที่วิชัยได้แบ่งปันเงินที่ทางบ้านส่งมาให้กับเพื่อน ๆ และคนรอบข้างจนหมด ภายหลังที่เขาได้เริ่มต้นทำธุรกิจ ก่อร่างสร้างบริษัท คิง เพาเวอร์ ขึ้นมาจนเติบโตอย่างแข็งแกร่งเป็นอาณาจักรที่มีมูลค่านับแสนล้าน ตอนนี้ความสุขที่เจ้าสัววิชัยจะแบ่งปันให้กับคนอื่น เลยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวมากกว่าเมื่อเทียบกับค่าขนม 50 เหรียญ ที่เขาเคยแจกเพื่อนในสมัยเด็ก

ความสุขที่เขาได้แบ่งปันให้กับคนอื่นมีทั้งการสนับสนุนในเรื่องกีฬาแก่เยาวชนไทย เพราะเขาเป็นคนหนึ่งที่รักการเล่นกีฬา และเชื่อว่าการออกกำลังกายมีส่วนช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ไม่แปลกที่เขาจะมีสนามโปโล และสโมสรฟุตบอลเป็นของตัวเอง แล้วยังสนับสนุน ‘โครงการ ล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย’ มอบลูกฟุตบอล จำนวน 1 ล้านลูกให้กับเยาวชนไทยและชุมชนเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านกีฬา โดยมีเป้าหมายแจกให้ครบ 1 ล้านลูกภายในปี 2565 แล้วยังตั้งเป้าสร้างสนามฟุตบอลหญ้าเทียมจำนวน 100 สนามทั่วประเทศไทย

ที่โดดเด่นคือโครงการ ‘Fox Hunt ตามล่าจิ้งจอกสายพันธุ์สยาม’ ที่เปิดประตูโอกาสให้เด็กไทยไปฝึกทักษะฟุตบอล สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ประเทศอังกฤษ และสโมสรฟุตบอลเอาด์ เฮเวอร์เลย์ เลอเวน ของประเทศเบลเยี่ยม ซึ่ง โบ๊ต-อนนต์ สมากร เป็นตัวอย่างของเด็กคนหนึ่งที่ได้รับโอกาสจากโครงการนี้ ทำให้จากที่เคยเป็นตัวสำรองข้างสนามอยู่เป็นประจำ กลายเป็นดาวรุ่งทีมชาติรุ่น U-23 และกำลังสำคัญของสิงห์เจ้าท่า สโมสรการท่าเรือ ได้กล่าวถึงโอกาสที่ได้รับว่า

“ผมเคยเขียนประโยคหนึ่งใส่ไว้ในกระดาษว่า ผมจะเล่นฟุตบอลอาชีพในต่างประเทศให้ได้ ตอนนั้นผมก็ไม่รู้ว่าเขียนไปเล่น ๆ แต่ผมก็ทำมาเรื่อย ๆ จนมาวันนี้ผมมาเปิดดูอีกที เฮ้ย มันเป็นจริงแล้ว ผมได้ไปหาประสบการณ์ที่เลสเตอร์ ได้ลงแข่งกับเลอเวน แล้วก็ติดทีมชาติ จากโอกาสที่ได้รับมาขนาดนี้แล้ว ผมต้องทำให้เต็มที่แล้วผมก็จะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้”

ความสุขทางด้านดนตรี วิชัย ได้มีส่วนร่วมสำคัญในการสนับสนุนจัดการประกวดวงดุริยางค์เครื่องเป่านานาชาติแห่งประเทศไทยประจำปี 2561 เพื่อเป็นเวทีที่จุดประกายเสียงดนตรีให้ดังก้องกังวานอีกครั้ง ให้โลกได้รู้พลังด้านดนตรีของคนไทยที่พร้อมอวดโฉมในระดับสากล และยังตั้งโรงละครอักษรา เพื่อเป็นโรงละครไทยร่วมสมัยมาตรฐานระดับโลก เพื่ออนุรักษ์และสนับสนุนศิลปะและดนตรีไทย ให้เคียงคู่สังคมไทยไปตราบนานเท่านาน

ผมพบว่าเพราะการให้ของเรานี่แหละที่ทำให้ผมไม่เคยจนตรอกสักครั้ง

ด้านความสุขของคนในชุมชน เขาได้ทำให้โลกได้รู้จักสินค้าไทย ด้วยการนำสินค้าหัตถกรรม อาหาร ขนม และของที่ระลึก ไปเฉิดฉายในสายตาคนต่างชาติ ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้หลายชุมชนทั่วประเทศ ตลอดจนคนพิการ อย่างแก้วเป่า จากสหกรณ์บริการผลิตภัณฑ์คนพิการไทย และคอลเลกชัน Indigo สำหรับเป็นของที่ระลึกสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ที่วางจำหน่ายใน เดอะ ซิตี้ แฟนสโตร์ แอท คิง เพาเวอร์ สเตเดียม เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ที่ผลิตจากการย้อมผ้าคราม ภูมิปัญญาไทยของชุมชนบ้านนาขาม จังหวัดสกลนคร

นอกจากนี้ยังมีโครงการ ‘พลังคนไทย สุขาสุขใจ’ เพื่อสร้างห้องน้ำให้กับแหล่งชุมชนท่องเที่ยว โดยออกแบบและมอบสุขาในรูปแบบสากล สำหรับชาย หญิง และผู้พิการ ให้เป็นห้องน้ำของทุกคน พร้อมดำเนินการจัดสร้างให้แล้วเสร็จเพื่อไปติดตั้งยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวไทยให้กับชาวไทยและต่างชาติอีกด้วย

ความสุขด้านการศึกษา และสาธารณสุขของคนไทย วิชัย ได้มีส่วนช่วยสนับสนุนทางการศึกษาของเยาวชนไทยผ่านทางมูลนิธิ คิง เพาเวอร์ ในการมอบทุนการศึกษาต่อเนื่องยาวนานมากกว่า 13 ปี ให้คนไทยมีโอกาสไปหาความรู้ในต่างประเทศเพื่อกลับมาช่วยพัฒนาประเทศ แล้วยังมีส่วนร่วมสร้างอนาคตด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอน ซ่อมแซมอาคารเรียนและสร้างห้องสมุด

การส่งต่อความสุขและช่วยต่อชีวิตให้ทารกที่คลอดก่อนกำหนด ให้มีสุขภาพแข็งแรงและเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองไทยที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไป ด้วยการมอบเงินสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โครงการสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ 53 ล้านบาท ในโครงการ ‘พลังคนไทย พลังใจให้ชีวิต มอบตู้อบเด็กให้กับ 20 โรงพยาบาลทั่วทุกภูมิภาค’ โดยนายแพทย์จิรพงศ์ อุทัยศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่ระมาด หนึ่งในโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ชายแดนห่างไกล แต่กลับมีผู้ป่วยและเด็กแรกเกิดจำนวนมากเพราะเป็นโรงพยาบาลตะเข็บชายแดนที่เป็นที่พึ่งของทั้งคนไทยและต่างด้าว ได้กล่าวถึงโครงการนี้ว่า

“เด็กที่คลอดก่อนกำหนด ยังไม่พร้อมอยู่ในสิ่งแวดล้อมธรรมชาติทั่วไป จะเกิดภาวะช็อกเป็นอันตรายได้ ต้องดูแลเป็นพิเศษโดยใช้เครื่องมือที่จำเป็นอย่างหนึ่งก็คือตู้อบ ที่ควบคุมสภาพแวดล้อมให้พอเหมาะจนกว่าเด็กจะพร้อม โรงพยาบาลแม่ระมาดมีตู้อบไม่เพียงพอกับจำนวนเด็กที่จำเป็นต้องใช้ บ่อยครั้งต้องส่งต่อเด็ก หรือที่ส่งต่อไม่ได้ ก็ต้องดูแลไปตามมีตามเกิด โครงการสนับสนุนเครื่องมือแพทย์ เลยเป็นประโยชน์กับเด็กเหมือนเป็นการช่วยต่อชีวิตให้กับเขา”

การมีสุขภาพที่ดีเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยให้คนไทยมีความสุข ทางวิชัย และคิง เพาเวอร์ เลยได้ร่วมสนับสนุนให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีขึ้นกับโครงการ ‘ก้าวคนละก้าว’ ที่วิ่งระยะทาง 2,191 กิโลเมตร ของ ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ที่ชวนให้คนไทยออกมาวิ่งเพื่อมีสุขภาพพื้นฐานที่ดีขึ้นด้วย โดยมอบเงินสนับสนุนตั้งแต่เริ่มจนถึงสิ้นสุดโครงการยอดรวมทั้งสิ้น 100 ล้านบาท รวมไปถึงสนับสนุนการฉายภาพยนตร์ในโครงการอีก 750,000 ที่นั่งทั่วประเทศ จำนวน 27 ล้านบาท

ถ้ายังจำได้ ‘วิชัย ศรีวัฒนประภา’ คนนี้แหละที่มีส่วนให้คนไทย 60 กว่าล้านคนทั่วประเทศได้มีความสุขร่วมกัน ด้วยการเป็นผู้นำในการจัดทำสายรัดข้อมือสีเหลือง ‘เรารักพระเจ้าอยู่หัว’ เนื่องในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปได้ร่วมถวายความจงรักภักดี ในราคาเส้นละ 100 บาท จำนวนหนึ่งล้านเส้น โดยรายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่าย ทูลเกล้าฯ ถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย

เขายังได้อัญเชิญเพลงสรรเสริญพระบารมี และพระบรมฉายาลักษณ์และพระบรมสาทิสลักษณ์ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ไปชูยังสนามฟุตบอล คิง เพาเวอร์ สเตเดียม ของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ นำมาซึ่งความสุขและความปลาบปลื้มใจของคนไทยทั้งประเทศอีกด้วย


พลังของการสะสมและแบ่งปันความสุขของ ‘วิชัย ศรีวัฒนประภา’ เลยมีส่วนสร้างแรงบันดาลใจในฐานะผู้ให้กับคนทั่วโลก ที่ส่งต่อความสุขนั้นต่อเนื่องไปไม่มีสิ้นสุด แม้วันนี้ผู้ชายที่มีรอยยิ้มติดอยู่ที่สีหน้าตลอดเวลาจะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แต่อาณาจักรความสุขที่เขาได้สร้างขึ้นมาตลอดชีวิต ยังคงเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง ขยายกิ่งก้านสาขาเพื่อเป็นร่มเงาเผื่อแผ่ความสุขให้กับทุกคนต่อไปตราบนานเท่านาน

 

ที่มา :
https://www.kingpower.com/
https://praew.com/luxury/206749.html
https://www.forbes.com/thailand-billionaires/list/
https://www.facebook.com/vichai.raksriaksornthailand/photos
https://gmlive.com/Vichai-Srivaddhanaprabha-Obituary
https://www.posttoday.com/sports/569126


นักเขียนที่ชอบนั่งนิ่งเงียบแอบมองโลกและผู้คนที่ผ่านไป แล้วแปลงให้กลายเป็นเรื่องราวบนโลกดิจิทัล

Related

พฤฒิ เกิดชูชื่น “แดรี่โฮม” ยักษ์เล็ก ผู้บุกเบิกตลาดนมออร์แกนิก

กลุ่มผู้ก่อตั้งทวิตเตอร์ : เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดในโลกที่ไม่เกิน 280 อักษร

วิทูร สุริยวนากุล “โกลบอลเฮ้าส์” ร้านวัสดุก่อสร้างที่โตด้วยกลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง”

พิสิฐ ตันสัจจา เจ้าตำนาน “สยาม-ลิโด-สกาลา” ขวัญใจคอหนังเมืองไทย

ลลิต ศรีธรา ผู้อาสาลดช่องว่างทางชนชั้นด้วย “สตาร์ทอัพ”

ลี ไอเอคอกคา เจ้าตำนานฟอร์ด มัสแตง ฟื้นวิกฤต “ไครสเลอร์” บริษัทคู่แข่งจนได้ดี

เฮียง ธ.เชียงทอง นวัตกรยุครัชกาลที่ 6 ผู้สร้างตำนาน “น้ำอบนางลอย”

แม่มณี: เบื้องหลังนางกวัก QR Code ที่เกิดจากการไปเฝ้าสังเกตแม่ค้าที่สวนจตุจักร