Post on 14/05/2019

วิเชียร ตันติพิมลพันธ์ นักแต่งเพลงผู้ (แต่ง) อยู่เบื้องหลัง เพลงเกือบทั้งหมดของลุงตู่

          ถ้าพูดถึงนักแต่งเพลงที่ขยันปล่อยซิงเกิลออกมาชนิดถี่ยิบในช่วงหลัง แน่นอนหนึ่งในนั้นน่าจะมีชื่อของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของเราอยู่ในนั้นแน่ ๆ เพราะล่าสุดท่านนายกฯ เพิ่งจะปล่อยสองเพลงใหม่ล่าสุดออกมา โดยอยู่ในระยะเวลาเพียงสองสัปดาห์เท่านั้น ด้วยฝีมือการแต่งเพลงระดับนี้ ทำเอาหลายแอบแซวพลเอกประยุทธ์ว่า หากสอบตกการเลือกตั้งครั้งนี้ อนาคตถ้าผันตัวเองไปเป็นนักแต่งเพลงอาชีพอาจมีสิทธิลุ้นตำแหน่งศิลปินแห่งชาติก็เป็นได้

หลังจากใช้ hard power อันได้แก่กระบอกปืนในการทำรัฐประหารมาก่อนหน้า จะเห็นได้ว่า เพลงหลายเพลงที่เกิดขึ้นในยุครัฐบาล คสช. เป็นตัวอย่างของการใช้เพลงเป็นเครื่องมือทางวัฒนธรรม ในลักษณะของ soft power ที่มุ่งโฆษณาชวนเชื่อถึงเป้าหมายและเจตนารมย์ของคณะผู้มีอำนาจได้อย่างแยบยล

ไม่ว่าจะเป็นเพลงแรกอย่าง ‘คืนความสุขให้ประเทศไทย’ ที่มาพร้อมพลังความถี่ที่ออกอากาศในแบบ “กรอกหู” คนอยู่บ่อยครั้ง กับอีกเก้าเพลงต่อมาที่มีแนวเพลงที่หลากหลายมากขึ้น เรียกได้ว่าจนถึงตอนนี้ผลงานของลุงตู่สามารถทำรวมเป็นอัลบั้มได้แล้ว

แต่คำถามที่อยู่ในใจหลายคนตอนนี้ก็คือ “ลุงตู่ แต่งเองจริง ๆ หรือเปล่า อ่าวแล้วลุงเล่นเครื่องดนตรีไม่ได้ แล้วแต่งเพลงได้ไง?” ใช่แล้วลุงตู่ของเราไม่ได้มีพื้นฐานดนตรีที่แข็งแรง แต่ก็มีใจที่อยากเป็นนักแต่งเพลงเต็มร้อย แม้คำถามข้างต้นอาจเป็นคำถามที่ไม่สามารถพูดออกมาดัง ๆ ได้ แต่ที่แน่ ๆ คนที่อยู่เบื้องหลังของเพลงทั้งหมดนี้คือชายที่ชื่อว่า “วิเชียร ตันติพิมลพันธ์”

“เที้ยง” วิเชียร ตันติพิมลพันธ์ นักแต่งเพลงอิสระวัย 42 ปี ถือเป็นอดีตนักร้องนักแต่งเพลงที่ฝากผลงานในวงการเพลงมากมาย โดยช่วงหลังชื่อของเขาถูกพูดถึงมากในฐานะ “คนเรียบเรียงคำร้องและทำนอง” ให้กับเพลงของพลเอกประยุทธ์ ถ้าแปลไทยเป็นไทยหน้าที่ที่ว่านี้คือการนำเอาเนื้อเพลงเปล่า ๆ มาแต่งเติมให้กลายเป็นเพลงสมบูรณ์

ย้อนกลับไปเล่านิดหนึ่ง คุณวิเชียร รักในการแต่งเพลงมาตั้งแต่สมัยเรียน ป.6 เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาได้รับอิทธิพลมาจากคุณปู่ และคุณพ่อของเขา ซึ่งทั้งสองท่านชอบในการแต่งกลอนและชอบฟังแผ่นเสียงเป็นกิจวัตรประจำวัน จนสุดท้ายเขาได้ซึมซับสิ่งเหล่านี้มาเรื่อย ๆ

“ตั้งแต่เด็ก ๆ ผมกับคุณพ่อก็เป็นคนที่ชอบฟังเพลงร้องเพลง ทำให้ที่บ้านก็จะมีเครื่องเล่นแผ่นเสียงเยอะมาก ผมก็มักจะชอบไปร้องเพลงให้คุณแม่ฟังบ่อย ๆ จนสุดท้ายพ่อก็ซื้ออิเล็กโทนมาให้ตอนช่วง ป.5-6 หลังจากที่ซ้อมจากหนังสือคอร์ดที่แถมมา ผมก็นึกสนุกเริ่มไปเอาเพลงคนอื่นมาเปลี่ยนเนื้อ ซึ่งหลังจากคุ้นเคยเราก็เริ่มแต่งเพลงเอง”

วิเชียร ตันติพิมลพันธ์

     เส้นทางอาชีพนักแต่งเพลงอาชีพของคุณวิเชียร เริ่มต้นจากการฝึกฝนด้วยตัวเองมาโดยตลอด โดยปราศจากการเรียนแต่งเพลงอย่างเป็นระบบในรั้วมหาวิทยาลัยใด ๆ หลังเรียนจบจากด้านบริหารธุรกิจ เขาได้ค้นพบความสุขของตัวเองนั่นก็คือการแต่งเพลง สุดท้ายด้วยเอกลักษณ์และความสามารถในการสร้างสรรค์เพลง ทำให้เขาได้เข้ามาอยู่ในอุตสาหกรรมดนตรีอย่างเต็มตัว โดยเพลงแรกที่เขาเขียนอย่างเป็นทางการก็คือเพลง ‘สัญญา’ ของ เกิร์ลลี่ เบอร์รี่

ถ้าพูดถึงชื่อ “วิเชียร ตันติพิมลพันธ์” หลายคนอาจจะคุ้นชื่อแต่ไม่เคยเห็นหน้าของเขามาก่อน แต่ถ้าให้ผมบอกว่าเขาเคยอยู่เบื้องหลังการแต่งเพลงใดบ้างก่อนหน้านี้ คุณอาจจะถึงขั้นบางอ้อขึ้นมาทันที คุณวิเชียร มีผลงานเด่นอยู่ในช่วงยุครุ่งเรืองของค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ไม่ว่าจะเป็นเพลง ‘คนเดินดิน’ (เมืองมายา), ‘เป็นต่อ’ (เพลงประกอบจากละครซิตคอมเรื่องเป็นต่อ) ‘ปาฏิหาริย์’ (เพลงประกอบละครเวที เลือดขัตติยา เดอะมิวสิคัล), ‘ในหลวงของแผ่นดิน’ (ประกอบละคร สี่แผ่นดิน เดอะมิวสิคัล) และ ‘รักลิขิต’ (เพลงประกอบละครกามเทพปราบมาร)

หัวใจหลักในการเขียนเพลงของคุณวิเชียร คืออาศัยแนวคิดจากสองสิ่งนั่นก็คือการสร้างประเด็นของเพลงที่แข็งแรงบวกกับการเล่าเรื่องที่เข้าใจได้ “แนวคิดของผมเหมือนกับไม้หลักปักดิน ไม้หลักที่ว่านี้เปรียบเสมือนกับเป็นประเด็นหลักหรือชื่อของเพลง ส่วนดินหมายถึงการเล่าเรื่อง คือถ้าชื่อเพลงหรือประเด็นเพลงไม่แข็งแรงพอ ให้เล่าเรื่องดีขนาดไหนก็ไม่แข็งแรงอยู่ดี เหมือนกันถ้าเราเล่าเรื่องไม่ดีมันก็เหมือนกับพื้นที่ไม่แข็งแรงปักลงไปก็ล้มอยู่ดี”

นอกจากนี้อีกเขายังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเพลงประกอบละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส ทั้ง 3 เพลงอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ‘เพียงสบตา’ ที่ร้องโดย ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ แต่งโดย หนึ่ง ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์ และอีกสองเพลงที่หลายคนอาจจะคุ้นหูกันนั่นก็คือ ‘ออเจ้าเอย’ ที่ร้องโดย พีท พล และ ‘บุพเพสันนิวาส’ ที่ร้องโดย ไอซ์ ศรัณยู วินัยพานิช ซึ่งทั้งสองเพลงหลังเป็นฝีมือการแต่งของ คุณวิเชียร ทั้งหมด

“ถ้าพูดถึงเสน่ห์ในการแต่งเพลงของผม ผมว่าเพลงของผมเป็นเพลงที่ฟังง่าย เป็นเพลงที่มีการใช้สัมผัสคำภาษาไทยอยู่เยอะ ทุกครั้งที่แต่งเพลงก็จะพยายามรักษาตรงนี้เอาไว้ เพราะผมคิดว่ามันทำให้เพลงงดงาม”

แน่นอนหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่จะพูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือ ชายคนนี้นี่แหละคือผู้อยู่เบื้องหลังผลงานชิ้นโบว์แดงของลุงตู่อย่างเพลง ‘คืนความสุขให้ประเทศไทย’ ซึ่งก่อนหน้านี้ คุณวิเชียร เคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาได้รับโอกาสในการทำงานร่วมกับรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จากการส่งเพลงเข้าประกวดในโครงการแต่งเพลง ‘รักชาติ’ ที่จัดโดยกองทัพบก ซึ่งผลปรากฏว่าเพลง ‘ทหารของแผ่นดิน’ ของเขาได้รับรางวัลชนะเลิศ และจากนั้นทำให้เขาได้มีโอกาสรู้จักกับ พ.อ.กฤษดา สาริกา ผบ.กองดุริยางค์ทหารบก

ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานเขาจึงได้มีโอกาสมาปรับเนื้อร้องทำนองและเรียบเรียง เพลง ‘คืนความสุขให้ประเทศไทย’ เพลงจากปลายปากกาของลุงตู่ที่ใช้เวลาเขียนเพลงเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น !!! ซึ่งคุณวิเชียร เสริมอีกว่าเขาใช้เวลาในการปรับเนื้อดังกล่าวนานถึง 1 สัปดาห์ ก่อนจะใส่ทำนองดนตรีและเรียบเรียงจนออกมาเป็นเพลงที่สมบูรณ์

     ด้านตัวคุณวิเชียร เคยออกมาพูดถึงเพลงนี้ว่า “นี่ถือเป็นโอกาสที่พิเศษที่สุดที่เขาเคยได้รับ” เพราะเพลงนี้ถือเป็นเพลงที่ถูกกระจายเป็นวงกว้าง และมีเนื้อหาที่ต้องการมอบความสุขให้กับประชาชนทั้งประเทศ นอกจากนี้เขายังบอกอีกว่า ด้านเนื้อเพลงมีการปรับคำแค่เพียงเล็กน้อย “เท่านั้น”……….

ก่อนหน้านี้คุณวิเชียร ร่วมงานกับลุงตู่มาแล้วทั้งสิ้น 8 จาก 10 เพลง แน่นอนหน้าที่หลักของเขาคือการใส่ทำนองเข้าไปในเนื้อเพลงที่ลุงตู่เขียนมาให้ ซึ่งนี่น่าจะถือเป็นงานที่ยากมากที่สุดงานหนึ่งในการที่จะใส่คำร้องสไตล์พลเอกประยุทธ์ ให้เข้ากับทำนองของดนตรีสากล โดยต้องคำนึงถึงความลงตัวและเหมาะสมที่สุดด้วย 

“ต้องยอมรับว่ามีความรู้สึกกดดันในการทำงานอยู่พอสมควร เพราะเป็นคำร้องจากท่านประยุทธ์ ก็พยายามที่จะทำทำนองยังไงรักษาคำร้องส่วนใหญ่ไว้ให้มากที่สุด ต้องคิดทำนองที่เก็บใจความสำคัญไว้ได้มาก”

ปัจจุบันคุณวิเชียร ก็มีผลงานออกมาให้เราได้ฟังอยู่เรื่อย ๆ ทั้งในฐานะนักแต่งเพลงละครชื่อดัง และแน่นอนตอนนี้เขาถูกจดจำในฐานะ นักแต่งเพลง (เงา) คู่บุญของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

“ผมไม่รู้หรอกนักแต่งเพลงคืออะไร คือไม่ได้จะรู้สึกว่าต้องเป็นนักแต่งเพลง ผมรู้แต่ว่าแต่งเพลงแล้วมีความสุข” วิเชียร ตันติพิมลพันธ์

 

ภาพจากรายการกรุณา Talk to me’ ประจำวัน จันทร์ ที่ 16 มิถุนายน 2557 และรายการชลรัศมีกับวีไอพี


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว