Post on 15/10/2020

วิเชียร เจนตระกูลโรจน์ “ศรีฟ้าเบเกอรี่” จากเค้กฝอยทองเมืองกาญจน์ สู่ชีสเค้กที่ขายทั่วไทย

อุปสรรคที่โถมเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่เคยทำให้ วิเชียร เจนตระกูลโรจน์ ท้อถอย เพราะเขาเลือกจะพลิกวิกฤตเหล่านั้นให้เป็นโอกาสจนเกิดเป็น “ศรีฟ้าเบเกอรี่” ที่ทุกวันนี้ขนมเบเกอรี่สารพัดชนิดไม่ได้ขายดิบขายดีอยู่เฉพาะจังหวัดกาญจนบุรีบ้านเกิดของแบรนด์ แต่ส่งความอร่อยถึงทุกคนผ่านร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ รวมทั้งยังดังไกลในหลายประเทศ

วิเชียรเติบโตในครอบครัวที่ฐานะยากจน พ่อของเขาเปิดร้านขายข้าวขาหมู ขายก๋วยเตี๋ยว ขายลูกชิ้น เพื่อส่งลูก ๆ ทั้ง 7 คนเรียนหนังสือ หลังจบ ม.ศ.3 วิเชียรต้องการเรียนต่อ แต่พ่อไม่อนุญาตเพราะอยากให้เขาทำงานช่วยส่งเสียน้อง ๆ อีก 6 คน จากนั้นพ่อก็ส่งเขาไปเป็นเด็กประจำอู่ซ่อมรถที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง แต่ทำไปได้พักหนึ่งก็เกิดอุบัติเหตุอุปกรณ์กระแทกที่คิ้วอย่างแรง เขาพักรักษาตัวจนอาการดีขึ้นก็ลาออกแล้วเดินทางกลับบ้านที่กาญจนบุรี

ในเมื่อความฝันมีมากกว่าการทำงานร้านอาหาร หลังจากช่วยพ่อที่ร้านข้าวขาหมู “ศรีฟ้า” ได้ราว 2 ปี วิเชียรก็ตัดสินใจเผชิญชีวิตข้างหน้าด้วยเงินติดตัว 40 บาท เดินทางจากเมืองกาญจน์เข้ากรุงเทพฯ ที่น่าจะพอมีโอกาสให้เขาได้แสวงหาบ้าง

เขาเริ่มจากการไปช่วยงานญาติที่เปิดร้านขายรองเท้า เก็บหอมรอมริบจนได้เงินก้อนหนึ่งก็เอาไปลงเรียนภาษาอังกฤษที่สถานสอนภาษา เอยูเอ จังหวะเหมาะเมื่อมีบริษัทเปิดรับสมัครพนักงานขายของในห้าง วิเชียรจึงได้เป็นพนักงานขายนาฬิกาที่ห้างเมอร์รี่คิงส์ เขาทำงานอย่างขยันขันแข็งตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม ต่อด้วยการเป็นบาร์เทนเดอร์ที่โรงแรมแมนดารินตั้งแต่ 2 ทุ่มถึงตี 2 กลับบ้านอาบน้ำแล้วก็รีบนอน เพื่อที่ตื่นมาจะได้ลุยงานต่อ กระทั่งเก็บเงินได้บ้างเขาจึงเลิกทำงานกลางคืน แล้วย้ายไปเป็นพนักงานขายที่ห้างไทยไดมารู ย่านพระโขนง อยู่แผนกนาฬิกา แว่นตา กล้องถ่ายรูป ฯลฯ

หลายปีผ่านไป วิเชียรนำเงินที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงราว 7 หมื่นบาทกลับบ้านที่กาญจนบุรี วางแผนทำธุรกิจค้าขายกล้องถ่ายรูปและนาฬิกา ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาคลุกคลีสมัยเป็นพนักงานห้าง แต่สินค้าดังกล่าวต้องใช้เงินทุนเยอะ เขาจึงคิดเปลี่ยนเส้นทางหารายได้เสียใหม่ และไอเดียการทำ “ขนมไข่” ก็วาบเข้ามา เหตุเพราะเป็นขนมที่คนส่วนใหญ่คุ้นกันดีและสามารถขายได้ในราคาถูก วิเชียรมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ อีกครั้งเพื่อหาสูตรขนมไข่รสชาติเยี่ยม แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เจอสูตรที่ถูกใจ จึงต้องบ่ายหน้ากลับเมืองกาญจน์ เขาวางแผนเปิดร้านเบเกอรี่แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นไปตามที่ฝัน

ถึงจะล้มหลายครั้งแต่วิเชียรไม่เคยยอมแพ้ เขามุ่งมั่นกับการหาสูตรเด็ดเบเกอรี่ถึงขั้นไปทำงานในร้านเบเกอรี่หลายแห่งเพื่อเรียนรู้สูตรทำขนมแบบครูพักลักจำอยู่หลายปี รวมทั้งไปสมัครเรียนหลักสูตรทำเบเกอรี่ของโรงเรียนสอนทำขนมอบสดยูเอฟเอ็ม ก่อนกลับกาญจนบุรีไปเปิดร้าน “ศรีฟ้าเบเกอรี่” ในปี 2529

วิเชียรทำความฝันได้สำเร็จแล้วหนึ่งอย่างคือการเปิดร้านเบเกอรี่ แต่ยอดขายวันแรกซึ่งอยู่ที่ 30 บาท ก็ทำเอาเขาใจแป้วไม่น้อย แต่เมื่อคิดจะเดินหน้าก็ต้องไปให้สุด เขาเริ่มวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของศรีฟ้าเบเกอรี่ ทั้งสูตรขนม คุณภาพ ราคา บริการ ฯลฯ อย่างจริงจัง และหยิบ “ความหลากหลาย” ของสินค้าที่มีทั้งขนมปัง พัฟ พาย เค้กรสชาติต่าง ๆ มาเป็นจุดขาย เน้นความสะอาดและความสดใหม่ และขายในราคาที่ทุกคนจับต้องได้ง่าย จนยอดขายพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทั่งวิเชียรมีเงินพอจะขยายสาขาไปยังพื้นที่อื่นในจังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงอย่างนครปฐมและราชบุรี

จากร้านเบเกอรี่ขวัญใจคนเมืองกาญจน์ วิเชียรคิดการณ์ไกลด้วยการให้ศรีฟ้าเบเกอรี่เป็นขวัญใจนักท่องเที่ยวด้วยอีกกลุ่ม ปี 2540 เขาจึงเปิดร้านของฝากศรีฟ้า ติดถนนแสงชูโตสายใหม่ ในอำเภอท่าม่วง ซึ่งเป็นถนนเส้นหลัก พร้อมกับพัฒนาสินค้าตัวใหม่อย่าง “เค้กฝอยทอง” ให้เป็นของฝากจากเมืองกาญจน์ที่สามารถเก็บได้นานหลายวัน

นอกจากเค้กฝอยทอง ศรีฟ้าเบเกอรี่ยังหยิบ “ทองม้วน” ขนมที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดีมาพัฒนาสูตรให้อร่อยยิ่งขึ้น ทำทองม้วนให้เล็กลงเพื่อให้สะดวกกินในคำเดียว ใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบทันสมัยเป็นการเพิ่มมูลค่า แล้วเน้นส่งออกตลาดต่างประเทศ เช่น จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฯลฯ จนกลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมตีคู่มากับเค้กฝอยทอง

วิเชียรยังสร้างฐานธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วยการรับจ้างผลิตเบเกอรี่ป้อนโรงแรมชั้นนำในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พัฒนาสินค้าเบเกอรี่ใหม่ ๆ ให้ลูกค้าโมเดิร์นเทรดเจ้าใหญ่ รวมทั้งในปี 2560 ที่ร่วมทุนกับ ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ที่มี The Pizza Company, Swensen’s, Sizzler เป็นต้น อยู่ในความดูแล) ด้วยงบกว่า 600 ล้านบาท ตั้งบริษัทผลิตแผ่นแป้งแช่แข็งเพื่อขายให้โรงงานเบเกอรี่และร้านเบเกอรี่ต่าง ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ

ขาดไม่ได้คือการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ร่วมกับบริษัทญี่ปุ่น ส่งตรงถึงผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องอย่าง “ชีสเค้ก” ที่กลายเป็นสินค้าขายดีในปีนี้ (ไม่นานมานี้มีกระแสแบนชีสเค้กของศรีฟ้าเบเกอรี่ที่วางขายในร้านสะดวกซื้อยักษ์ใหญ่ เพราะหลายคนเข้าใจว่าศรีฟ้าเบเกอรี่กว้านซื้อครีมชีสซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญไปผลิตชีสเค้กจนเกลี้ยงตลาด จนผู้บริหารต้องออกแถลงการณ์ชี้แจงเรื่องดังกล่าว)

ความล้มเหลวเป็นเหมือนเหรียญสองด้าน ซึ่งหากพลิกให้กลายเป็นด้านที่ผลักดันให้เราก้าวไปข้างหน้าแล้ว ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกลเกินหวัง

 

ที่มา

นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับมิถุนายน 2014

รายการ the IDOL วิเชียร เจนตระกูลโรจน์ https://www.youtube.com/watch?v=tS4Ry9ijPEE

 


บรรณาธิการ The People ผู้เขียนเรื่องราวน่าสนใจหลากหลายแง่มุม

Related

แอนนา วินทัวร์: เมื่อ ‘ความเยอะสิ่ง’ ส่งให้เธอได้กุมบังเหียนโลกแฟชั่น

สมศักดิ์ จิตติพลังศรี ปั้น “ซัยโจ เด็นกิ” แอร์พันล้าน สู้ศึกแดดร้อนเมืองไทย

เฮียง ธ.เชียงทอง นวัตกรยุครัชกาลที่ 6 ผู้สร้างตำนาน “น้ำอบนางลอย”

ลี ไอเอคอคคา ปั้น “ฟอร์ด มัสแตง” แต่ไปฟื้น “ไครสเลอร์” คู่แข่งจนได้ดี

เศรษฐา ทวีสิน กับแนวคิด “ประชากรโลก” ที่ทำให้แสนสิริทุ่มงบกว่า 320 ล้านบาท ช่วยเหลือเด็กทั่วโลกผ่านยูนิเซฟ

เอกชัย ยังวาณิช สานต่อ ‘หัวม้าลาย’ เจ้าตำนานเครื่องครัวสเตนเลสเมืองไทย

วาริชัย บุญประดิษฐ์ พา Navakitel Design Hotel โรงแรมร้อยล้านแห่ง ‘เมืองคอน’ เอาตัวรอดยุคโควิด

ผงหอมศรีจันทร์: มันคือแป้ง…ในตำนานของผู้หญิงไทย