Post on 15/03/2021

ผู้ใหญ่บ้านชลธิชา สมานโสร์ มุ่งสร้างความสามัคคีในหมู่บ้าน พร้อมก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 อย่างเข้มแข็ง

เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดสุรินทร์นอกจาก ‘การเลี้ยงช้าง’ แล้ว อีกอาชีพขึ้นชื่อของสุรินทร์ คือ การทอผ้าไหมและทำการเกษตร เช่นเดียวกันกับ ‘หมู่บ้านเทนมีย์’ หมู่ที่ 1 ตำบลเทนมีย์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เลี้ยงสัตว์ ทำการเกษตร และทำโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสวัฒนธรรมดั้งเดิม และวิถีชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

“เรามีกิจกรรมบายศรีสู่ขวัญ มีการทานข้าวเย็น ถ้ามาเป็นทัวร์ก็จะให้ทางคณะทัวร์มานั่งพูดคุยกับชาวบ้านเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกัน มีการทานอาหารแล้วก็นอนที่โฮมสเตย์ ตอนเช้าจะมีข้าวต้ม มีกาแฟให้ และมีฐานการเรียนรู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทอผ้า แล้วก็แปรรูป มีสวนปลูกผัก เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้”

ผู้ใหญ่ชลธิชา สมานโสร์ ผู้ใหญ่บ้านและประธานกรรมการหมู่บ้านเทนมีย์ กล่าวถึงกิจกรรมของทัวร์ 2 วัน 1 คืนสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีเคยเป็นพื้นที่ป่าไร้ผู้คน มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ และสัตว์นานาชนิด จนกระทั่งนายพราน 2 คน คือพรานมีย์และพรานเทนได้เข้ามาล่าสัตว์ก่อนตัดสินใจชวนญาติพี่น้องมาลงหลักปักฐานสร้างหมู่บ้านกันที่นี่ โดยตั้งชื่อว่าหมู่บ้านเทนมีย์ตามชื่อนายพรานทั้งสองคน

ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่แห่งนี้ทำให้เกิดอาชีพปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ และทอผ้าไหมขึ้น ก่อนจะสานต่อมาสู่ด้านการท่องเที่ยว จนกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญของชาวบ้านเทนมีย์ แต่เมื่อเชื้อโควิด-19 แพร่ระบาด สถานการณ์การท่องเที่ยวซบเซาลง ผู้ใหญ่ชลธิชา คณะกรรมการหมู่บ้าน รวมทั้งสมาชิกในชุมชนจึงต้องร่วมกันคิดหาวิธีก้าวผ่านวิกฤตและสร้างรายได้ให้กับคนในหมู่บ้าน

 พลิกวิกฤตสู่การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์

หมู่บ้านเราไม่มีโควิด-19 เข้ามาเลย เพราะมีกลุ่ม อสม. ที่เข้มแข็ง มีการคัดกรองผู้ที่มาจากกรุงเทพฯ เราจะช่วยกันประชาสัมพันธ์ ว่าทำอย่างไรให้หมู่บ้านของเราไม่มีโรคนี้ มีการรณรงค์ให้ใส่หน้ากากอนามัยทุกวัน ส่วนดิฉันเอง เป็นประธานคณะกรรมการก็จะเปิดเพลงรณรงค์เช้าเย็น แล้วทางหลวงพ่อที่วัด ก็จะเปิดเพลงโฆษณาเชิญชวนให้สวมหน้ากากอนามัย กินร้อน ช้อนกลาง ส่วนทางองค์การบริหารส่วนตำบลก็สนับสนุนชุดตรวจ และเครื่องสแกนวัดไข้”

ความร่วมมือที่เข้มแข็งของสมาชิกในหมู่บ้านทำให้ชาวบ้านเทนมีย์ฝ่าด้านแรกของวิกฤตมาได้ นั่นคือการทำให้หมู่บ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 และขั้นต่อมาคือการสร้างรายได้ให้กับผู้คนในหมู่บ้าน เมื่อไม่สามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวได้อย่างที่เคย ชาวบ้านจึงแก้ไขปัญหาโดยการนำเศษผ้ามาแปรรูปเป็นหน้ากากอนามัย กระเป๋า กล่องทิชชู่ และของชำร่วยต่าง ๆ

“เดิมทีเรามองเห็นว่าหน้ากากอนามัยขาดแคลน มีราคาแพง เราเห็นว่ามีเศษผ้าอยู่ในชุมชน เลยคุยกันในกลุ่ม คุยกับสาธารณสุข ซึ่งสาธารณสุขได้เอาหน้ากากอนามัยที่เราทำ ไปตรวจความสะอาด เราก็เลยนำมาตัดเย็บเป็นหน้ากากอนามัย และทางอำเภอ นายอำเภอได้มาช่วยในการหาตลาดให้กันพวกเรา ส่วนทางศูนย์หม่อนไหมได้สนับสนุนและได้นำไปถวายให้สมเด็จพระเทพฯ ทางกลุ่มต่าง ๆ ก็สั่งไปช่วยขายให้กลุ่มเรา ที่ผ่านมาช่วงโควิด-19 ก็ช่วยให้เรามีรายได้เพิ่ม” 

ก้าวผ่านด้วยความเข้มแข็งและสามัคคี

สิ่งสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านเทนมีย์มีความเป็นอยู่ที่ดีและแก้ปัญหาได้ทันท่วงทีนั้น มาจากความร่วมมือกันของคณะกรรมการหมู่บ้าน รวมทั้ง ‘บวร’ หรือ บ้าน-วัด-โรงเรียน

หมู่บ้านของเราใช้วัดเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่พวกเราสักการะบูชา หลวงพ่อเองพยายามที่จะเข้ามาช่วยเหลือว่าหมู่บ้านขาดเหลืออะไร พอมีนักท่องเที่ยวเข้ามา เราก็จะพาไปสักการะบูชาในวัดแห่งนี้ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ แล้วก็ทางโรงเรียน เวลาทางหมู่บ้านขอความร่วมมือ หรือจะให้นักเรียนเข้ามาช่วย อย่างกำจัดผักตบชวาก็จะให้พวกเด็ก ๆ เข้ามาช่วยว่าทำยังไงให้หมู่บ้านสะอาดสะอ้าน”

ความร่วมมือเหล่านี้มีมาก่อนหน้าช่วงวิกฤตโควิด-19 ซึ่งช่วยให้หมู่บ้านเทนมีย์ เป็นหมู่บ้านที่สามารถจัดการปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างสามัคคีและเข้มแข็ง โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด

“เรื่องยาเสพติดในหมู่บ้านของเรา คณะกรรมการหมู่บ้านก็มีการประชุมกันบ่อย อย่างน้อยเดือนละครั้ง แล้วก็มีคณะกรรมการตาสับปะรดช่วยดูกันเป็นคุ้ม แต่ละคุ้มจะมีการมาประชุมกัน สมมติว่ามีเด็กคุ้มไหนที่มีความเสี่ยงเราจะต้องไปพูดคุยกับเขา เพื่อชี้แจงไม่ให้เขาหันไปพึ่งพายาเสพติด โดยหมู่บ้านเราก็มีกลุ่มเยาวชนที่มาช่วยดูแลตรงนี้ ทำกิจกรรมเยาวชนพากันเล่นกีฬาออกกำลังกาย หันไปเล่นกีฬาออกกำลังกายช่วงเย็น ๆ มีการเตะตะกร้อ เต้นแอโรบิก นอกจากนี้ทางกลุ่ม อสม. และชาวบ้านก็มาร่วมกันรณรงค์ไม่ให้เขาหันหน้าไปพึ่งพายาเสพติด”

ผลงานเหล่านี้ทำให้หมู่บ้านเทนมีย์ได้รับรางวัลหมู่บ้านเข้มแข็งตามแนวทาง “แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง” (หมู่บ้านอยู่เย็น) ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปี 2563 โดยผู้ใหญ่ชลธิชา กล่าวถึงกระบวนการทำงานก่อนได้รับรางวัลนี้ว่า

“เราประชุมอย่างน้อยก็เดือนละครั้งอยู่แล้ว พอจะมีการประกวดก็ประชุมเกือบทุกวัน เราก็มีการมาพูดคุยกัน คณะกรรมการก็มาอ่านหนังสือมาติวหนังสือกันเพื่อให้ได้ความรู้เหล่านั้น มาตอบคำถาม พอมีการมาติวหนังสือกันในทุก ๆ เย็น แล้วเหมือนกับว่าทางคณะกรรมการเขาจะรู้บทบาทหน้าที่ของเขา แต่ละฝ่ายก็จะมาช่วยว่าทำยังไงให้มันเข้มแข็ง”

งานนี้ผู้ใหญ่คนเดียวไปไม่ไหวแน่นอน เพราะว่าทางคณะกรรมการของเราก็มีส่วนมาก ๆ ในการร่วมด้วยช่วยกัน บูรณาการแต่ละหน้าที่ ทำให้งานประสบความสำเร็จขึ้น”

 

การพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

แม้ว่าหมู่บ้านเทนมีย์จะมีผลงานที่เป็นแบบอย่างของหมู่บ้านเข้มแข็งและสามารถปรับตัวในช่วงที่โรคระบาดสั่นคลอนความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แต่ผู้ใหญ่ชลธิชา และคณะกรรมการหมู่บ้านรวมถึงชาวบ้านเทนมีย์ จะยังคงร่วมมือกันพัฒนาหมู่บ้านแห่งนี้ต่อไป 

“เราก็อยากจะพัฒนาหมู่บ้านให้มีรายได้ในชุมชนให้มากขึ้น และมีรายได้เข้าครัวเรือนเพื่อที่จะมาจุนเจือให้พอกับรายรับรายจ่าย ตอนนี้ก็วางแผนอยู่ว่าจะสร้างตลาดในชุมชน พอดีโควิด-19 ขึ้นมา แต่เราไม่มีงบเราทำกันเอง อันนี้ก็ไม่ได้ละทิ้งก็จะเดินหน้าไปต่อ เพราะว่าหมู่บ้านของเราเป็นทางผ่านไปโครงการพิเศษ ก็จะพยายามทำศูนย์ OTOP ของเรา ผลิตของฝากให้เยอะขึ้น เพราะว่าพอนักท่องเที่ยวไปที่ซแรย์ อทิตยา ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการเกษตรแบบพอเพียงของจังหวัดสุรินทร์ ขากลับก็จะได้แวะมาอุดหนุนสินค้า OTOP ของเรา นำกลับบ้านเป็นของฝากได้ แล้วชุมชนก็มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย”

นี่คือแผนงานในอนาคตของหมู่บ้านเทนมีย์ หมู่บ้านที่ไม่เคยหยุดพัฒนาและก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็งเช่นเดียวกับจุดมุ่งหมายของผู้ใหญ่ชลธิชาที่กล่าวว่า

ความตั้งใจตอนแรกที่มาเป็นผู้ใหญ่บ้านก็คือมุ่งสู่การพัฒนา ตอนนี้ก็พัฒนาตัวเองและช่วยพัฒนาหมู่บ้าน มา 7 ปีก็ได้รับรางวัลมากมาย แต่สิ่งที่อยากฝากไว้ก็คืออยากให้ทำดีที่สุด แล้วก็ทำไปต่อเรื่อย ๆ”


The People

กองบรรณาธิการ

Related

ลูมา มูเฟลห์ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนผู้ลี้ภัยแห่งแรกในอเมริกา เป้าหมายที่อยากพิสูจน์ว่า “ผู้ลี้ภัยไม่ได้น่าสงสาร”

พระพยอม กลฺยาโณ พระนักพัฒนา ครีเอทีฟทางธรรม และวิบากกรรม “โฉนดถุงกล้วยแขก”

โดโรธี พอลแลค : คุณยายผู้ฉลองวันเกิดอายุ 103 ด้วยการสักครั้งแรกในชีวิต

ปันการดี: พวงหรีดหนังสือสู่การให้ที่ตรงใจผู้รับ ฉบับ ‘คนตายสร้างคนเป็น’

ไพรัช แก้วมณี: จากรั้วแกร่งปลายด้ามขวาน สู่ปลัดผู้สร้างรอยยิ้มแก่คนในอำเภอ

กองทัพ 50 เซนต์ 2.0 ชาวเน็ตผู้ก้าวร้าวจากแผ่นดินใหญ่

วิลล์ ไรต์ บ้านไฟไหม้เลยได้ไอเดียออกแบบ The Sims เกมจำลองชีวิตขวัญใจคนทั่วโลก

ประเสริฐศรี พันทอง: ลูกหลานขุนหาญที่ขอ (เป็น) สมาชิก อส. มาดูแลพื้นที่บ้านเกิด