Post on 01/12/2021

‘เวอร์จิล แอบโลห์’ แด่การจากไปของหนึ่งในผู้บุกเบิกสตรีทแฟชั่นระดับไฮเอนด์

“ความหรูหราหรือแฟชั่นระดับไฮเอนด์ไม่จำเป็นต้องใส่สูท ผูกเนกไท หรือสวมเดรสยาวคู่กับรองเท้าส้นสูงเสมอไป…”

หนึ่งในผู้ที่การันตีคำพูดนี้พร้อมกับผลงานของเขาได้คงจะเป็น ‘เวอร์จิล แอบโลห์’ (Virgil Abloh) Artistic Director แห่งแผนกเสื้อผ้าบุรุษของ Louis Vuitton และเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ ‘Off-White’ แบรนด์หรูแนวสตรีทที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นหนึ่งในแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เส้นแบ่งของ ‘ความหรูหรา’ เริ่มเบาบางลงกว่าสมัยก่อน

และนี่คือเรื่องราวเบื้องหลัง ‘เวอร์จิล แอบโลห์’ ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกแฟชั่นสตรีทแวร์ระดับไฮเอนด์ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต…

 

เปิดประตูสู่โลกแฟชั่น

30 กันยายน ปี 1980 คือวันแรกที่โลกมอบลมหายใจให้กับเขาในครอบครัวผู้อพยพชาวกานา ณ เมืองร็อกฟอร์ด (Rockford) สหรัฐอเมริกา 

พ่อของเขาเป็นผู้จัดการบริษัทสีแห่งหนึ่ง ส่วนแม่ของเขาคือช่างเย็บผ้าที่คอยสอนให้เวอร์จิลรู้จักวิธีเย็บผ้าและเทคนิคด้านการค้าขายมาตั้งแต่วัยเยาว์ ถึงอย่างนั้นความสนใจของเขายังไม่ได้ชัดเจนว่าอยากจะเดินสู่สายแฟชั่น เพราะสิ่งเดียวที่เด็กชายเวอร์จิลรู้ คือความฝันของพ่อแม่ที่อยากจะให้ลูกจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย

แล้วเวอร์จิลก็คว้าความฝันนั้นมาให้ครอบครัวได้สำเร็จ หลังจากเขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ที่คณะวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน (the University of Wisconsin-Madison) ในปี 2002 หากสิ่งที่ค้นพบหลังจากนั้นคือ เขาไม่ชอบเรียนสายนี้เลยแม้แต่น้อย…

นั่นทำให้เวอร์จิลตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัย the Illinois Institute of Technology โดยระหว่างนั้น อาคารที่ Rem Koolhaas สถาปนิกชาวดัตช์เป็นผู้ออกแบบสร้างเสร็จพอดิบพอดี 

“เขากระตุ้นความสนใจของผม และเป็นผู้เปิดประตูสู่โลกแฟชั่นให้กับผม”

ผลงานการออกแบบของ Rem Koolhaas ไม่ได้ทำให้เขาอยากเริ่มต้นอาชีพการออกแบบสิ่งปลูกสร้าง หากเป็นแรงบันดาลใจให้เขาก้าวสู่โลกแฟชั่นอย่างจริงจัง โดยเวอร์จิลยืนยันความเชื่อของเขาในการบรรยายที่โคลัมเบียเมื่อปี 2017 ว่า

“สถาปนิกรุ่นเยาว์สามารถเปลี่ยนโลกได้ โดยไม่จำเป็นต้องออกแบบอาคารเสมอไป …คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักออกแบบ เพื่อที่จะเป็นนักออกแบบเสมอไป” 

หลังจากนั้นเขามีโอกาสได้พบกับแร็ปเปอร์ชื่อดังอย่าง Kanye West แล้วเข้าฝึกงานพร้อมกันในบริษัท Fendi เมื่อปี 2009 ซึ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นคู่หูเพื่อนสนิท และในปี 2010 เวอร์จิลได้เข้ารับตำแหน่ง creative director ของ West อย่างเป็นทางการ แถมยังสร้างผลงานอันโดดเด่นผ่านการคว้ารางวัลการออกแบบปกอัลบั้ม ‘Watch the Throne’ ในปีถัดมา

 

พลิกโฉมสตรีทแวร์ สู่Luxury Brand

ต่อมาในปี 2012 เขาเริ่มก่อตั้งแบรนด์ที่ชื่อว่า ‘Pyrex Vision’ พร้อมกับวิธีขายของสุดแสบ (และฉลาด) อย่างการนำเสื้อผ้าค้างสต็อกที่ลดราคาเหลือตัวละ 40 ดอลลาร์สหรัฐของ Ralph Lauren มาพิมพ์ลายกราฟิกพร้อมหมายเลข 23 ตามหมายเลขเสื้อของไมเคิล จอร์แดน (Michael Jordan) ฮีโร่ในวัยเด็กของเขา แล้วขายในราคา 500 ดอลลาร์สหรัฐ 

แม้จะมีคนซื้อเสื้อราคาสูงลิ่วของเขา แต่วิธีนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนาหูเช่นเดียวกัน ไม่นานหลังจากนั้น เวอร์จิลจึงปิดบริษัท Pyrex Vision ลงแล้วก่อตั้งแบรนด์ใหม่โดยใช้ชื่อว่า ‘Off-White’ เมื่อปี 2013 โดยเน้นแฟชั่นแนวสตรีทแวร์ซึ่งมีรากฐานมาจากชุดวัฒนธรรมฮิปฮอปและสเก็ตบอร์ด

ชื่อแบรนด์ Off-White สื่อถึงพื้นที่ ‘สีเทา’ ที่อยู่ระหว่างสีขาวและสีดำ ที่สื่อถึงการเปิดกว้างและความสร้างสรรค์ เช่นเดียวกับจุดเด่นของแบรนด์ที่เขามักจะใส่เครื่องหมายคำพูดพร้อมข้อความไว้บนสินค้า เช่น มีข้อความ “SHOELACES” ไว้บนเชือกรองเท้า หรือเดรสสีดำที่มีคำว่า “Little Black Dress” เพราะเขามองว่าการมี ‘เครื่องหมายคำพูด’ นั้นเหมือนกับการเปิดช่องว่างให้ไอเดียและการตั้งคำถามอยู่เสมอ ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของแบรนด์ที่ต้องการให้ผู้สวมใส่ได้ออกแบบสไตล์ของตัวเอง สามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ได้อย่างใจ รวมทั้งตั้งคำถามถึงแนวคิดและรูปแบบดั้งเดิมของอุตสาหกรรมแฟชั่น

เช่น คอลเลกชัน Mens Pre-Fall 2018 ที่เขาพยายามแสดงให้เห็นว่า จริง ๆ แล้วเราสามารถจับคู่ชุดทำงานทั่วไปอย่างสูทสีเทา เสื้อเชิ้ตสีขาว และเนกไทสีน้ำเงิน กับรองเท้าแตะสีดำ หรือรองเท้าแตะลายทางสีแดงได้อย่างลงตัวไม่แพ้รองเท้าหนัง ซึ่งคอลเลกชันนี้นับเป็นการบ่งบอกว่า การสวมใส่เสื้อผ้าไม่ได้มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว และกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของแบรนด์ Off-White 

นอกจากนี้ Off-White ยังโด่งดังจากเหล่าเซเลบริตี้ที่สวมเครื่องแต่งกายของแบรนด์นี้ อย่างรองเท้าบู๊ทหนังสีขาวของ Rihanna มูลค่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐที่เขียนว่า “For Walking” ตามคอนเซปต์คำในเครื่องหมายคำพูดของ Off-White (ทั้งที่จริง ๆ แล้วเธอใส่มันเพื่อยืนบนเวทีเพื่อแสดงคอนเสิร์ต) หรือการจับมือกับหลากหลายแบรนด์ที่ทำให้ Off-White ประสบความสำเร็จได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะปี 2017 ที่ Off-White จับมือกับ Nike ทำรองเท้าคอลเลกชันพิเศษ ซึ่งแม้ว่าราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ประมาณ 200 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ราคาขายต่อมือสองตอนนี้กลับพุ่งขึ้นมาเป็น 5 เท่า หรือประมาณ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ความสามารถของเวอร์จิลไม่ได้หยุดอยู่เพียงการออกแบบเท่านั้น เพราะเขายังเป็นดีเจ อินฟลูเอนเซอร์ รวมทั้ง Artistic Director ในแผนกเสื้อผ้าบุรุษของ Louis Vuitton เมื่อปี 2018 

ผลงานและความสำเร็จของเวอร์จิล นับว่ากลายเป็นหนึ่งแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้นิยามของ ‘แบรนด์หรู’ ยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันจะเห็นว่า luxury brand หลายเจ้าเริ่ม collab กับแบรนด์อื่น ๆ หรือผลิตสินค้าที่ได้กลิ่นอายของสตรีทแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Balenciaga ที่เริ่มขาย puffer jacket แบรนด์ Dior ที่จับมือกับ Nike ผลิต Air Jordans รุ่นลิมิเต็ด ไปจนถึง Louis Vuitton ที่ร่วมมือกับ Supreme หรือ Gucci ที่ทำงานร่วมกับ Dapper Dan ดีไซเนอร์ในตำนานในย่านฮาร์เล็ม (Harlem) 

แม้เวอร์จิล แอบโลห์ จะเป็นอัจฉริยะมากความสามารถในด้านแฟชั่นและการออกแบบมาตั้งแต่สมัยหนุ่ม ๆ แต่เรื่องน่าเศร้าคือโลกใบนี้กลับไม่อนุญาตให้เขาก้าวต่อไปได้ไกลนัก เพราะเวอร์จิลเพิ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2021 ที่ผ่านมา ทิ้งไว้เพียงตำนานของชายผู้พาสตรีทแวร์ก้าวสู่การเป็นแบรนด์หรู และกลายเป็นหนึ่งในนักออกแบบผู้ทรงอิทธิพลในช่วงเวลานี้ เช่นเดียวกับที่เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ ประธานและหัวหน้าผู้บริหารของ LVMH กล่าวรำลึกถึงเวอร์จิลว่า

“พวกเราต่างตกใจหลังได้ยินข่าวอันเลวร้ายนี้ เวอร์จิลไม่ใช่เพียงอัจฉริยะด้านการออกแบบและมีวิสัยทัศน์เท่านั้น แต่เขายังเป็นคนที่มีจิตวิญญาณอันงดงามและมีสติปัญญาที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย” 

 

Photo by Christian Vierig/Getty Images

 

ที่มา:

https://www.dazeddigital.com/fashion/article/40439/1/virgil-abloh-louis-vuitton-debut-off-white-paris-fashion-week-history-biography

https://www.vogue.com/article/virgil-abloh-biography-career-timeline

https://www.thecut.com/2021/11/virgil-abloh-off-white-streetwear.html

https://fortune.com/2021/11/29/virgil-abloh-fashion-designer-dies-first-black-director-louis-vuitton-kanye-west/

http://web.pdx.edu/~allstott/hypebeasthistory/offwhite.html#:~:text=The%20history%20of%20OFF%2DWHITE,studded%20line%2Dup%20of%20customers

https://www.vox.com/the-goods/2018/10/30/18027074/off-white-timeline-history-luxury-streetwear-virgil-abloh

https://www.businessinsider.com/who-is-virgil-abloh-the-so-called-millennial-karl-lagerfeld-2020-3

https://www.businessinsider.com/virgil-abloh-says-streetwear-is-going-to-die-next-year-2019-12 


มนุษย์ friendly introvert ที่มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ คือ ลาเต้เย็น การเดินเล่น และหนังสือมูราคามิ

Related

Lady Dior: เจ้าหญิงไดอานากับกระเป๋าที่โลกตกหลุมรัก

EXIM Thailand Pavilion ติดอาวุธให้นักรบเศรษฐกิจไทยบุกตลาดโลก

มุทิตา – วันศีล จันทร์อินทร์: Tiengna Viennoiserie กลิ่นครัวซองต์ที่ปลุกให้ย่านสุขุมวิทตื่นมากินของอร่อย

เมลานี เพอร์กินส์ : เมื่อ ‘Storytelling’ กลายเป็นจุดเปลี่ยนของ ‘Canva’ สตาร์ทอัพหมื่นล้าน

ฌอน – ชวนล ไคสิริ ความรัก ความฝันของดีไซเนอร์เจ้าของ POEM #อยากขึ้นยานแม่ต้องแวร์โพเอ้ม

Sushiro กับกลยุทธ์เรียกลูกค้า ถ้าคุณชื่อ ‘แซลมอน’ เราจะให้คุณกินซูชิฟรี 2 วัน

น้ำพริกแคบหมูยายน้อย: แบรนด์น้ำพริกที่เน้นขายขำไม่เน้นขายของ กับการบูลลี่ตัวเองจนมียอดขายเกินครึ่งล้าน 

Oronamin C: เปลี่ยนฝาเกลียวเป็นฝาดึง เพราะคดีฆาตกรรมหมู่แบบสุ่ม