Post on 22/01/2021

ต้าร์-วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์: The Missing People…ผู้ลี้ภัยที่หายตัวไป

“โอ๊ย…หายใจไม่ออก ๆ” คือคำพูดสุดท้ายของต้าร์-วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเย็นวันที่ 4 มิถุนายน 2563 ที่สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้รับจากปลายสายของน้องชายที่ลี้ภัยอยู่ ณ ประเทศกัมพูชา โดยที่เธอเองก็ไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยว่า นั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกับน้องชาย

 

ต้าร์-วันเฉลิม จบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พื้นเพเดิมเป็นคนจังหวัดอุบลราชธานี วันเฉลิมมีความสนใจในการแสดงออกทางการเมือง และมักจะร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมมาตั้งแต่เด็ก ๆ ทั้งการเป็นประธานนักเรียน งานช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือชาวบ้าน ร่วมงานการกุศลกับองค์กรภาครัฐ ซึ่งทั้งหมดทำให้วันเฉลิมเริ่มสนใจงานการเมืองมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

จนกระทั่งเขาได้มีโอกาสทำงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันเยาวชนเพื่อไทย พรรคเพื่อไทย และยังเคยรับหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการด้านเผยแพร่ข่าวสารประชาสัมพันธ์ ที่มีการแต่งตั้งโดยสมาชิกพรรคเพื่อไทยเมื่อครั้งเหตุการณ์การประท้วงเมื่อปีพ.ศ. 2557 ด้วย

 

ทว่า ภายหลังการรัฐประหารในปีพ.ศ. 2557 โดยคสช. วันเฉลิมเป็นอีกหนึ่งรายชื่อที่ได้รับคำสั่งเรียกรายงานตัว แต่เขาปฏิเสธที่จะเข้าพบ และนั่นทำให้วันเฉลิมถูกออกหมายจับในคดีฝ่าฝืนคำสั่งเรียกรายงานตัว รวมถึงหมายจับจากคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในปีพ.ศ. 2558 และคดีการกระทำความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์

 

“พี่นึกว่าต้าร์ประสบอุบัติเหตุ โดนรถชน เพราะตอนที่ต้าร์คุยกับพี่ ต้าร์ยืนซื้อลูกชิ้นหน้าที่พัก ยังไม่คิดว่าจะโดยอุ้มด้วยซ้ำ ต่อมามีคนมาบอกพี่ว่า ต้าร์โดนอุ้ม พี่ถึงได้รู้ และต่อจากนั้น พี่พยายามติดต่อทุกทางเพื่อหาทางช่วยน้องชาย โดยตอนนี้ที่ไปทำแล้วก็คือการแจ้งความกับทางการกัมพูชาว่า มีเหตุเกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ ทางสหประชาชาติ (UN) ก็ได้ติดต่อมาทางพี่โดยตรง และกำลังเตรียมเรื่องอย่างเร่งด่วน เพื่อส่งไปทางสำนักงานใหญ่ของ UN กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์” สิตานัน พี่สาวของวันเฉลิมเคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อครั้งที่เกิดการหายตัวไปของน้องชายเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

 

แม้ร่องรอยการหายตัวของต้าร์-วันเฉลิม จะไม่ปรากฏขึ้น แต่สิตานันไม่วางมือจากเรื่องนี้ง่าย ๆ เธอตัดสินใจจ้างทนายความและเดินทางไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อขอให้ทางการสืบสวนการหายตัวไปของน้องชาย ซึ่งเมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา สิตานันได้เข้ายื่นหลักฐานต่อศาลกัมพูชา หลังจากที่ทางการกัมพูชาเคยออกมายืนยันก่อนหน้านี้ว่า กรณีวันเฉลิมไม่ใช่การลักพาตัวแต่อย่างใด และทางเจ้าหน้าที่เองก็ไม่มีแผนการที่จะสืบสวนเรื่องนี้ต่อ

 

การหายตัวไปของวันเฉลิมเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่กระแสธารการตื่นตัวทางการเมืองในประเทศเริ่มคุกรุ่นมากขึ้น จากแฮชแท็กกว่าล้านทวีตในโลกออนไลน์ นำไปสู่การรวมตัวจัดกิจกรรมเรียกร้องความยุติธรรมให้กับวันเฉลิม และกรณีผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่ถูกอุ้มหายก่อนหน้านั้น โดยนิสิต นักศึกษา จากหลายมหาวิทยาลัยมารวมตัวกันบริเวรณลานสกายวอล์ค ปทุมวัน เริ่มมีการใช้โบว์สีขาวผูกตามสถานที่สำคัญ ๆ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นทำเนียบรัฐบาล อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กรมทหารราบที่ 11 รวมถึงมีนักกิจกรรมทางการเมืองเข้ายื่นหนังสือต่อสถานทูตกัมพูชาในเวลาต่อมาด้วย

 

“เขาเป็นคนง่าย ๆ เป็นมิตร สุภาพ ไม่กลัวอะไรเลย ชอบชวนคุยเรื่องการเมือง เคยบอกด้วยว่าไม่ชอบประยุทธ์ แต่ชอบทักษิณ ต้าร์พูดบ่อย ๆ ว่าเขาอยากเห็นคนไทยมีเสรีภาพ” คำบอกเล่าจากเพื่อนของวันเฉลิมที่ประเทศกัมพูชาบอกว่า ช่วงหลังต้าร์บอกกับเธอว่า มีคนกำลังตามหาตัวเขาอยู่ ถ้ามีใครมาถามอะไรกับเธอให้ปฏิเสธไปว่า ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

 

จนถึงวันนี้ก็เป็นเวลานานกว่าครึ่งปีแล้วที่ยังไม่มีเบาะแสหรือร่องรอยการหายตัวไปของต้าร์-วันเฉลิม ให้เราได้ทราบกัน ทางการไทยเองก็ไม่ได้มีท่าทีในการตามหาเพื่อสืบสวนแต่อย่างใด ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว การหายตัวไปของคนคนหนึ่งไม่ควรถูกเพิกเฉยไม่ว่าจะด้วยกรณีใดทั้งสิ้น ในฐานะพลเมืองไทย และในฐานะที่คนทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน เรื่องนี้จึงไม่ใช่สิ่งปกติที่ควรจะเกิดขึ้น

 

และก็ยังไม่มีอะไรมาการันตีได้ว่า กรณีของต้าร์-วันเฉลิม จะเป็นคนสุดท้ายที่ถูกบังคับให้สูญหายหรือไม่

 

ที่มา

https://www.bbc.com/thai/thailand-52981954

https://www.bbc.com/thai/thailand-55226468

https://www.bbc.com/thai/thailand-53076306

https://news.thaipbs.or.th/content/299029

https://www.matichon.co.th/politics/news_2216714

https://thematter.co/…/wanchalerm-1month-of…/116459

 

เรื่อง: พิราภรณ์ วิทูรัตน์


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ