Post on 29/06/2021

‘เวย์หา’ ธุรกิจที่ตั้งใจแก้ปัญหาการศึกษา ด้วยการชวนเด็ก ๆ มาค้นหาตัวเองในพื้นที่ปลอดภัยทางความคิด

“ถ้าเราตัดสินปลาจากการปีนต้นไม้ ปลาตัวนั้นจะรู้สึกโง่ไปตลอดชีวิต”

ด้วยแนวคิดนี้ นิรัช วานิชวัฒนรำลึก และวราพล เกษมสันต์ จึงก่อตั้ง “เวย์หา” ธุรกิจที่ต้องการแก้ปัญหาการศึกษา ด้วยการจัดค่ายและกิจกรรม workshop สำหรับเด็กมัธยมในช่วงปิดเทอมรวมทั้งการจัดกิจกรรมในโรงเรียนต่าง ๆ 

“พวกเราอินกับปัญหาการศึกษาและเป็นปัญหาที่เด็ก ๆ กำลังเจอ ในตอนแรกเราสนใจปัญหาการแนะแนว การที่เด็กไทยไม่รู้จักตัวเอง ทำให้ต้องเรียนในคณะที่ไม่ชอบ ต้องซิ่ว หรือจนถึงจบไปทำงานที่ไม่ชอบ เราเลยอยากเริ่มต้นทำค่ายที่แก้ปัญหาพวกนี้ให้เด็กๆ เพราะเรา 2 คนเป็นเด็กกิจกรรมและชอบทำค่าย เลยใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยการจัดค่ายแนะแนว ค้นหาตัวเอง พอเน้นที่การแนะแนวในตอนแรก ระหว่างที่เราได้คลุกคลีกับเด็ก ๆ เราพบปัญหาที่มันใหญ่กว่านั้น คือเรามองว่าสังคมไทยตัดสินเด็กแบบผิวเผิน มีค่านิยมว่าเด็กต้องเรียนสายวิทย์ ต้องเก่งเลข จะได้เรียนต่อหมอหรือวิศวะ แล้วถึงแปลว่าได้ชีวิตดี ๆ ได้งานที่มั่นคง นั่นหมายความว่า เด็กที่อยากเรียนนิเทศ อยากเรียนสายศิลปะ พ่อแม่จะไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะมันไม่มั่นคง ทำให้หลายคนต้องฝืนใช้ชีวิตในการเรียนสิ่งที่ไม่ชอบ เพราะพ่อแม่”

“ค่านิยมแบบนี้ เรามองว่าเป็นการปิดโอกาสเด็ก และตัดสินเด็กแบบเหมารวมเกินไป โดยที่ไม่ให้ความสำคัญกับตัวตนหรือความถนัดของเด็กแต่ละคน ทำให้เด็กที่เก่งภาษาหรือเก่งศิลปะ หรือเรียนในห้องไม่เก่ง ถูกตัดสินว่าเป็นเด็กโง่ ไม่เอาไหน และถูกตีกรอบ กลายเป็นเด็กจำนวนมากถูกบังคับว่าต้องเรียนอะไร ห้ามเรียนอะไร และเป็นเหตุผลจากความเชื่อของผู้ใหญ่เท่านั้น ไม่ได้มาจากการเข้าใจตัวตนของเด็กแต่ละคนด้วยซ้ำ”

“เรามองระบบการศึกษาเหมือนการจับเอาสัตว์แต่ละชนิดมาวิ่งแข่งกัน แล้วทุกคนก็แห่ไปชื่นชมม้าที่วิ่งชนะ ให้สปอร์ตไลท์กับเค้า ส่วนสัตว์อื่นๆที่วิ่งไม่ได้ ก็โดนตัดสินว่าโง่ กระจอก ไม่เอาไหน แล้วก็ไปกดดันให้เค้าพยายามวิ่งให้ได้ ไปบอกให้เค้าฝึกวิ่งให้มากกว่านี้สิ จะได้เก่งเหมือนม้าบ้าง ซึ่งในจำนวนนั้น มีทั้งลิง นก และปลา เรานึกภาพสัตว์สามตัวนี้ต้องใช้ชีวิตเพื่อฝึกวิ่งดูสิ ทั้งที่จริง ๆแล้วลิงก็ควรจะไปปีนต้นไม้ นกก็ควรไปบินบนท้องฟ้า และปลาก็ควรไปว่ายน้ำ หากพวกเค้าแต่ละตัวได้อยู่ถูกที่ตามธรรมชาติ เค้าก็จะเก่งในแบบของเค้าเอง และจะไม่มีม้าตัวไหนบนโลก มาปีนต้นไม้ชนะลิงได้ มาบินสูงกว่านกได้ หรือมาว่ายน้ำแข่งกับปลาได้ เด็กก็เหมือนกัน แทนที่จะตีกรอบ บังคับให้เค้าฝืนธรรมชาติเพื่อทำตามคนอื่น ทำไมเราไม่ช่วยเค้าหาศักยภาพในตัวเค้าให้เจอ แล้วให้เค้าได้ไปเฉิดฉายบนพื้นที่ของเค้า เพื่อที่เค้าจะเก่งและสำเร็จได้โดยที่มีความสุขด้วยซ้ำ”

“นี่เลยเป็นเหตุผลที่เราอยากทำค่ายสักค่าย ที่มันเป็นพื้นที่ปลอดภัยพอที่จะไม่มีใครมาตัดสินเค้า ให้เค้าได้ลองผิดลองถูก และได้ค้นหาตัวเอง ได้เห็นคุณค่าในตัวเอง ได้ความมั่นใจกลับไป”

ด้วยเหตุนี้ทั้งคู่จึงจัดโครงการต่าง ๆ ที่ชวนนักเรียนมัธยมมาเรียนรู้และค้นหาตัวเองใน ‘พื้นที่ปลอดภัยทางความคิด’ ซึ่งไม่ถูกตัดสิน ดูถูก หรือปิดกั้นตัวตนของพวกเขาผ่านกิจกรรม 3 รูปแบบหลัก 
1. ค่าย EXP101 คือ ค่ายค้นหาตัวเองซึ่งจะจัดในช่วงปิดเทอม โดยพาไปค้นหาตัวเองในหลาย ๆ ด้าน เพื่อให้รู้ว่าความชอบ ความถนัด บุคลิกและความแตกต่างของแต่ละคน รวมทั้งชวนมาตั้งเป้าหมายชีวิต ทำให้พบว่าตัวเองเหมาะกับคณะอะไร เพราะอะไร เพื่อให้ได้วิธีคิดกลับไปเลือกคณะที่เหมาะสมด้วยตัวเอง 

2. ค่าย MEDIA CAMP เป็นค่ายสำหรับฝึกทำสื่อและจำลองกองถ่ายจริง เพื่อให้เด็ก ๆ ได้สร้างหนังสั้นหรือทำโฆษณา เพราะทั้งคู่มองว่าสายนิเทศศาสตร์ เป็นสายอาชีพที่เด็กสนใจเยอะอันดับต้น ๆ แต่หลายคนกังวลเรื่องความมั่นคงไม่รู้ว่ามีงานอะไรให้ทำบ้าง หรือบางคนที่บ้านไม่ยอมให้เรียน ค่ายนี้จึงสร้างขึ้นเพื่อตอบคำถามดังกล่าว โดยเด็ก ๆ จะได้ลองทำทุกกระบวนการ ตั้งแต่คุยกับลูกค้า พรีเซนต์งาน เขียนบท แสดง ถ่ายทำ กำกับ ตัดต่อ แก้งาน ทำทุกอย่างด้วยอุปกรณ์จริง เพื่อกลับไปตอบตัวเองได้ว่า ทำไมถึงอยากเรียนหรือไม่อยากเรียนคณะนี้

3. พื้นที่…เด็กๆ คือการเปิดพื้นที่ให้เด็กไทยได้มาพูด ระบายถึงปัญหาการศึกษาและปัญหาสังคมประเด็นอื่น ๆ ซึ่งจะจัดขึ้นเดือนละหนึ่งครั้ง 

นอกจาก 3 โครงการนี้ ยังมีกิจกรรมที่จัดภายในโรงเรียน คอร์สออนไลน์และการให้คำปรึกษาแบบส่วนตัว แต่ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้กิจกรรมต่าง ๆ ไม่สามารถดำเนินได้ตามปกติและต้องปรับไปอยู่ในรูปแบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น 

“จริง ๆ ในช่วงแบบนี้เราทำอะไรไม่ค่อยได้ แต่หากมีโรงเรียน มหาวิทยาลัยไหนหรือหน่วยงานไหนที่อินเรื่องปัญหาการศึกษา ปัญหาสุขภาพจิตวัยรุ่น ก็สามารถมาคุยกันเพื่อทำโครงการร่วมกันได้ หรือจะมาติดต่อก่อนเพื่อให้เราได้ไปจัดกิจกรรมให้เด็ก ๆ ตอนที่ภาวะปกติแล้วก็ได้ โดย 2 โครงการที่มีแผนจะทำในตอนนี้คือการจัด “พื้นที่…เด็กๆ” แบบออนไลน์อีกครั้ง เพราะเราคิดว่าในภาวะแบบนี้เด็กยิ่งต้องการพื้นที่ปลอดภัยและคนรับฟังมากยิ่งกว่าทุกครั้ง รายละเอียดจะประกาศในหน้าเพจ นอกจากนี้ในเพจเราก็ยังทำคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับปัญหาการศึกษาและการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ รวมทั้งแนะนำวิธีเลือกคณะหรือแนวทางการค้นหาตัวเอง ส่วนเรื่องที่ 2 คือกำลังวางแผนทำ content เกี่ยวกับอาชีพ หากมีผู้ใหญ่ที่กำลังอ่าน อยากมาแบ่งปันเรื่องอาชีพหรือการเรียนของตัวเอง สามารถทักมาทางเพจได้เลยนะครับ concept เกี่ยวกับการค้นหาตัวเอง การลองผิดลองถูก การทำงานไม่ตรงสายกับที่เรียน การเปลี่ยนงานไปเรื่อย ๆ จนเจองานที่รัก ใครที่ชีวิตมีเรื่องราวประมาณนี้ อยากชวนมาแบ่งปันให้เด็ก ๆ กันครับ”

ติดตามกิจกรรมและคอนเทนต์ของ ‘เวย์หา’ ได้ที่

เว็บไซต์ https://wayha.co
Facebook : https://www.facebook.com/wayha.co


The People

กองบรรณาธิการ

Related

วรวิทย์ ศิริพากย์ รอดชีวิตจาก 9/11 มาปั้นแบรนด์สปา “ปัญญ์ปุริ”

Moleskine: จากแวนโก๊ะ ถึงเจ้าชายน้อย พลังของ storytelling ที่ทำให้สมุดจดบันทึกมีราคาถึงหลักพัน

ทอม คาลินส์กี ผู้เปลี่ยน Sega ให้เป็นเบอร์หนึ่งในตลาดเกมยุค 90

กษิภณ อภิมุขคุณานนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท Atos IT Solutions and Services ผู้ที่ฝันอยากทำให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยี

วาริชัย บุญประดิษฐ์ พา Navakitel Design Hotel โรงแรมร้อยล้านแห่ง ‘เมืองคอน’ เอาตัวรอดยุคโควิด

โรเบิร์ต คิโยซากิ: นักเขียนพ่อรวยสอนลูก ‘ไลฟ์โค้ชรุ่นใหญ่’ กับการล้มละลายที่ไร้บาดแผล

บ็อบ ไอเกอร์: จากผู้ประกาศข่าวพยากรณ์อากาศ สู่ซีอีโอ ‘ดิสนีย์’

นพ.อิน เว่ยตง: บิดา ‘ซิโนแวค’ และวัคซีนโควิด-19 เจ้าแรกในไทย ผู้ตั้งใจ ‘คืนรอยยิ้ม’ ให้ทุกคน