Post on 12/07/2020

เวส เฮอร์ลีย์ : พ่อเลี้ยงผู้เหยียดเพศของผม จู่ ๆ ก็เปิดตัวเป็นทรานส์

ทันทีที่แม่ของ เวส เฮอร์ลีย์ (Wes Hurley) บอกกับลูกชายวัย 15 ปีว่าเธอจะแต่งงานใหม่ และพาเขาย้ายไปอยู่อเมริกา เฮอร์ลีย์ถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะตลอดชีวิตที่เติบโตมาในวลาดิวอสตอค เมืองทางตะวันออกของรัสเซีย เฮอร์ลีย์ต้องปกปิดเรื่องที่เขาเป็นเกย์มาตลอด มันคงเป็นโอกาสดีมาก หากเขาได้หนีไปอยู่อเมริกา เฮอร์ลีย์ไม่ได้เตรียมใจไว้เลยว่า พ่อเลี้ยงคนใหม่จะเป็นชายผู้เคร่งศาสนา และเกลียดเกย์เสียยิ่งกว่าอะไร

พ่อแท้ ๆ ของเฮอร์ลีย์ ทั้งติดเหล้าและชอบใช้ความรุนแรง เอเลนา แม่ของเขาตัดสินใจขอหย่าและดูแลลูกด้วยตัวเอง เธอเป็นซิงเกิ้ลมัมที่แข็งแกร่ง “สำหรับคนที่นั่น แม่ผมเป็นผู้หญิงที่แปลกมาก เธอขี้อาย แต่ก็เข้มแข็ง แถมยังมีความเห็นที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์ การเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของเธอเป็นเรื่องโชคดีที่สุด” เฮอร์ลีย์เขียนไว้ในบทความ ‘Growing Up Gay in Russia’ บนเว็บไซต์ HuffPost

ไม่มีใครจินตนาการถึงการล่มสลายของสหภาพโซเวียตที่คืบคลานเข้ามา แต่แล้วมันก็เกิดขึ้นในปี 1991 เวส เฮอร์ลีย์ ในวัย 10 ปี ได้มีโอกาสอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย แม้จะแอบคาดหวังถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ที่จริงชีวิตของสองแม่ลูกก็ไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ เอเลนายังต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินมาใช้จ่าย ทั้งค่ากินอยู่และค่าเรียนของลูกชาย และหลายอย่างก็ดูเหมือนจะยิ่งเลวร้าย ตอนที่เฮอร์ลีย์รู้ตัวว่าเขาเป็นเกย์

“สมัยนั้นสถานะของเกย์ไม่จากต่างปีศาจ ทั้งแปลกประหลาดและไม่มีใครเข้าใจ ตัวผมเองในตอนนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ชายที่ชอบผู้ชายมันมีจริงหรือเปล่า หรือเป็นแค่เรื่องเล่าเฉย ๆ” ไม่ต้องถึงขั้นเปิดตัวเป็นเกย์ แค่เพียงมีท่าทางนุ่มนิ่มผิดกับเด็กผู้ชายทั่วไปก็กลายเป็นเป้าหมายของเด็กคนอื่นแล้ว เฮอร์ลีย์ทั้งอึดอัดและหวาดผวา เขาไม่กล้าบอกแม่ว่าตัวเองกำลังแย่ เพราะถูกเพื่อน ๆ ล้อและกลั่นแกล้ง

แต่เพราะเอเลนาใส่ใจลูกชายอยู่เสมอ เธอจึงเริ่มสังเกตว่าเด็กชายที่เคยสดใสของเธอเงียบลงอย่างผิดปกติ วันหนึ่งเธอจับได้ว่าเฮอร์ลีย์พกมีดทำครัวไว้ในกระเป๋า แล้วเขาก็ยอมสารภาพว่าอยากจะพกไว้เพื่อป้องกันตัว แม้ในตอนนั้นลูกจะไม่ได้บอกเธอว่าเป็นเกย์ แต่เอเลนาก็ตัดสินใจแล้วว่า เธอจะไม่ยอมให้ลูกชายอาศัยอยู่ในประเทศนี้ต่อ

ช่วงปี 1990s เริ่มมีธุรกิจรับหาคู่เติบโตขึ้น พวกเขารับเงินจากหญิงชาวรัสเซียและจับคู่พวกเธอกับชายชาวออสเตรเลีย อเมริกัน หรือญี่ปุ่น เอเลนาตัดสินใจใช้บริการธุรกิจเหล่านั้น เธอส่งโปรไฟล์และภาพถ่ายของตัวเอง พร้อมกับจ่ายเงินเพิ่มนิดหน่อยเพื่อเจาะจงให้ได้จับคู่กับชาวอเมริกัน และแล้วการลงทุนก็คุ้มค่า เพราะเธอได้แต่งงานกับ เจมส์ ผู้มีอายุมากกว่าเธอ 15 ปี และพาลูกย้ายออกจากรัสเซียได้สำเร็จ

ชีวิตใหม่ในซีแอตเทิลมีแต่สิ่งน่าสนใจ ทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต อาหารสดใหม่ บ้านเมืองที่สะอาด และผู้คนที่ยิ้มแย้มให้กัน เฮอร์ลีย์เกือบคิดว่าตัวเองอยู่ในความฝัน หากไม่ใช่เพราะบรรยากาศในบ้านมีความกดดันมากกว่าที่คิด

“เจมส์ค่อนข้างจะเป็นคนหัวโบราณ เขานับถือศาสนาคริสต์ นิกายรัสเซียนออโธดอกซ์ ผมเดาว่าที่เขาแต่งงานกับแม่ เพราะคิดว่าเธอจะเป็นเหมือนผู้หญิงรัสเซียทั่วไป แต่เธอดันไม่ใช่น่ะสิ” เจมส์มักจะเซอร์ไพรส์กับความคิดของเอเลนา เพราะเธอทั้งเชื่อว่าประเทศนี้ควรมีการทำแท้งถูกกฎหมาย และสนับสนุนให้ลูกชายออกไปฉลองวันฮัลโลวีนกับเพื่อน ๆ (เจมส์มองว่ามันเป็นวันของซาตาน) พวกเขามักจะมีความเห็นขัดแย้งกัน ทั้งในเรื่องสิทธิ์ของเกย์ หรือความไม่เท่าเทียมที่เกิดกับผู้หญิง เฮอร์ลีย์จำได้ว่าตอนนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ตอนอายุ 16 เฮอร์ลีย์ตัดสินใจบอกแม่ว่าเขาเป็นเกย์ คำตอบของเธอเป็นอะไรที่เขาไม่คาดคิด “แล้วไง ทุกคนก็มีความเป็นเกย์ทั้งนั้นล่ะ” เฮอร์ลีย์ตกใจและถามกลับไปว่าเธอเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า เธอบอกว่าเวลาเห็นผู้หญิงสวย ๆ เธอก็รู้สึกเขินนิดหน่อย “แล้วแม่อยากมีเซ็กซ์กับพวกเธอหรือเปล่าล่ะ” เอเลนาส่ายหัว “ผมไม่ใช่แบบนั้นไง ผมคือ ซูเปอร์เกย์เลย” ท่าทีของเอเลนาไม่เปลี่ยนไป “ฉันไม่สนใจว่าเธอจะเป็นเกย์ หรือซูเปอร์เกย์หรอกย่ะ”

“บอกตามตรงนะ ทีแรกผมคิดว่ามันจะออกมาดราม่าหรือเศร้ากว่านี้ แต่นั่นมันก็เจ๋งดี สมเป็นแม่ผม” เขาสบายใจแล้วที่แม่โอเค พวกเขารู้กันดีว่าเรื่องนี้คงบอกเจมส์ไม่ได้ เจมส์อาจส่งพวกเขากลับรัสเซียทั้งคู่หากรู้เข้า เฮอร์ลีย์ทนอยู่ในบ้านนี้โดยพยายามหลีกเลี่ยงที่จะคุยกับเจมส์จนถึงอายุ 18 ก่อนจะย้ายออกไปหางานทำ

“มีอยู่วันหนึ่ง แม่โทรมาร้องไห้กับผม” เฮอร์ลีย์เล่า “เธอบอกว่า เธอกลับบ้านมาแล้วเจอผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนโซฟา หลังจากพิจารณาหน้าตาเธอสักพัก ก็เริ่มจำได้ว่านั่นคือเจมส์” เอเลนาเล่าว่าผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนจะเมานิดหน่อย หล่อนแนะนำตัวกับเธอว่าชื่อ เจนิส หล่อนทำท่าเหมือนจะร้องไห้ก่อนจะสารภาพว่าที่จริงแล้ว เธอมีจิตใจเป็นผู้หญิงมาตลอด แต่ต้องปกปิดตัวเองเพราะความเชื่อของครอบครัว ที่ตัดสินใจแต่งงานกับผู้หญิงรัสเซีย ก็เพราะคิดว่ามันจะช่วยให้เธอใช้ชีวิตเป็นชายผู้เคร่งศาสนาต่อไปได้ แต่น่าเสียดายที่เอเลนาดันมีความเป็นสาวรัสเซียต่ำเตี้ยสุด ๆ

เจนิสบอกว่า หลังแต่งงานกับเอเลนา เธอรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างที่เคยถูกกลบฝังไว้ค่อย ๆ ถูกใครบางคนขุดขึ้นมา เอเลนาทั้งแตกต่าง เปิดกว้าง จนไปสะกิดความกล้าหาญของเจมส์ หล่อนขอบคุณเธอ และขอโทษที่เป็นสามีแบบที่เธอหวังไม่ได้ เพราะต่อจากนี้ไปเธอจะกลายเป็นเจนิสอย่างเต็มตัว เอเลนาแม้จะเสียใจ แต่เพราะเขายังเป็นสามีที่เธอห่วงใยอยู่เสมอ เธอตัดสินใจจะสนับสนุนเขาต่อ

เฮอร์ลีย์แทบตั้งตัวไม่ติดกับตัวตนใหม่ของเจมส์ที่เขาฟังจากแม่ หล่อนเล่าว่าจู่ ๆ เจนิสก็ซื้อฟักทองมาฉลองในวันฮัลโลวีนทั้งที่เคยต่อต้านสุด ๆ แถมยังเริ่มพาเพื่อนมาร้องคาราโอเกะที่บ้านด้วย มันราวกับเธอกลายเป็นคนใหม่ ที่เพิ่งได้มีโอกาสสนุกสนานกับชีวิต “ตอนนั้นผมกำลังเดทกับแฟนคนแรก แล้วแม่ก็โทรมาบอกว่าเธอเลิกกับเจมส์แล้ว เหตุผลก็เพราะเธอพาเพื่อนมาร้องคาราโอเกะทุกวัน” เฮอร์ลีย์จำได้ว่าตัวเองหัวเราะ “แม่บอกว่า เป็นทรานส์เจนเดอร์แล้วไง ฉันรับได้ แต่ไม่มีใครรับมือกับปาร์ตี้คาราโอเกะทุกคืนได้หรอก” และแล้วทั้งคู่ก็หย่ากัน

“พวกเขายังเป็นเพื่อนกันอยู่ มันไม่น่าแปลกอะไรเลย ก็นั่นแม่ผมนี่ แต่เรื่องดี ๆ อีกอย่างก็คือ เจนิสกลายเป็นเพื่อนของผมด้วย” หลายปีต่อมาเฮอร์ลีย์ได้พบกับเจนิส หล่อนมาแสดงความยินดีที่หนังสั้นเรื่อง Little Potato ของเฮอร์ลีย์ได้ฉาย “มันรู้สึกแปลกนิดหน่อย ที่ผ่านมาเราไม่เคยสนิทกัน แต่เธอก็ยังเป็นคนสำคัญในชีวิตผม” เฮอร์ลีย์บอกว่า เจนิสไม่มีอะไรเหมือนเจมส์เลย เธอดูเข้าถึงง่าย สบาย ๆ และตลก ส่วนหนึ่งในตัวเขาภูมิใจที่เธอได้เป็นอย่างที่อยากเสียที

ปี 2015 เฮอร์ลีย์กับเอเลนาได้รับจดหมายจากลูกสาวของเจนิส (ก่อนแต่งงานใหม่) ใจความว่า เจนิสในวัย 70 ปี กำลังอยู่ในอาการโคม่า และอาจไม่ได้ฟื้นมาเจอทุกคนอีกแล้ว เขากับแม่รีบไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาล “แม้เธอจะไม่ตอบสนองแล้ว แต่ผมกับแม่ก็อยากจะไปเพื่อบอกว่าเรารักเธอ ขอบคุณที่รับพวกเรามาอยู่ด้วย เราอยู่ที่นั่นเป็นชั่วโมง ทั้งพูดคุยและร้องไห้”

เรื่องราวของเจนิสแทบไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมอเมริกาและอาจรวมไปถึงทั่วโลก เมื่อความเชื่อได้ถูกนำมากดทับตัวตน หลายคนก็พร้อมจะหาวิธีหลีกหนีหรือปกปิดเพื่อใช้ชีวิตต่อ เฮอร์ลีย์กับเจนิสเป็นหนึ่งในเกย์หลายล้านคน ที่ครั้งหนึ่งไม่สามารถแสดงตัวตนของพวกเขาออกมาได้ แต่ทั่วโลกก็ยังมีเกย์อีกมากมาย ที่ต้องหลบซ่อนตัวเพื่อให้ได้อยู่ร่วมกับคนอื่นเพราะกลัวที่จะถูกด่าทอ บางครั้งถึงขั้นต้องทำร้ายตัวเอง บางครั้งก็ทำร้ายคนอื่น หวังว่าโลกที่กำลังหมุนไป จะช่วยให้ผู้คนเหล่านี้ไม่ต้องทุกข์ทรมานกับการเป็นตัวเองอีก

 

ที่มา
https://www.bbc.com/news/stories-51566445
https://www.huffpost.com/entry/growing-up-gay-in-russia_b_3735143
https://www.youtube.com/watch?v=nmyNLJiq160


Related

เพราะเป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย จึงเกิด ‘คนใต้หยัดได้’ ครั้งที่ 2 งานสัมมนาเพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างวัย

ชญานิน หาญการสุจริต ความสุขที่ได้ให้โอกาส เพื่อส่งต่อความสุขและความฝัน

ชวนล ไคสิริ เลิกออกแบบตึก มาเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า POEM

ไอริส แอปเฟล แฟชั่นไอคอนวัย 99 ปี ผู้แหกทุกกฎแห่งแฟชั่น

5 ปลัดอำเภอกับงานช่วยชาวบ้าน“การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง ต้องเข้าใจต้นตอปัญหา”

เปโดร กุซมัน ถูกรัฐบาลตัวเองเนรเทศ จนป่วยทางประสาท

“จีจี้-จีรภัทร ทองชุม” เด็กหญิงเก้าขวบที่หายตัวไปอย่างลึกลับนานเกือบทศวรรษ

ซัลมาน ข่าน แห่ง Khan Academy ก่อตั้งเว็บเรียนออนไลน์ฟรี จากการสอนการบ้านหลาน