Post on 13/12/2018

วิทนีย์ วูล์ฟ เฮิร์ด สร้าง “Bumble” แอปฯ พันล้าน ให้ผู้หญิงจีบผู้ชาย

ในยุคที่โลกนี้มีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย จะเป็นยังไงถ้ามีแอปพลิเคชันหาคู่ที่ “ผู้หญิง” จะจีบผู้ชายก่อน?

นี่น่าจะเป็นจุดตั้งต้นสำคัญของ วิทนีย์ วูล์ฟ เฮิร์ด (Whitney Wolfe Herd) นักธุรกิจสาวชาวอเมริกันวัย 29 ปี ที่ก่อตั้งแอปพลิเคชัน Bumble ขึ้นในปี 2014 ที่เมื่อนับถึงตอนนี้ Bumble คือแอปฯ หาคู่ที่เติบโตเร็วสุดในสหรัฐอเมริกา ด้วยตัวเลขการเติบโตปีต่อปีที่ 70% มีผู้ลงทะเบียนใช้งานกว่า 41 ล้านราย จำนวนนี้ราว 10% ยอมจ่ายเงิน 9.99 เหรียญสหรัฐต่อเดือน เพื่อให้ได้สิทธิพิเศษในแอพฯ

ด้วย “พลังหญิง” นี้เอง ทำให้ปี 2017 แอปฯ Bumble มีรายได้รวมประมาณ 100 ล้านเหรียญ แถมปี 2018 ก็มีการประเมินว่ามูลค่ากิจการของ Bumble ทะยานเกิน 1,000 ล้านเหรียญไปแล้วเรียบร้อย ส่งให้เฮิร์ดกลายเป็นเศรษฐีที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิราว 230 ล้านเหรียญในวัยไม่ถึง 30 ปี!

 

แฟน (เคย) รัก หักเหลี่ยมโหด

แอปฯ หาคู่ที่หนุ่มสาวทั่วโลกรู้จักกันดี คือ Tinder ซึ่งก่อตั้งในปี 2012 และเป็นต้นตำรับแอปฯ หาคู่ ที่ใช้ “การปัด” หน้าจอเป็นเจ้าแรกในตลาด แน่นอนว่าเฮิร์ดก็รู้จักเช่นกัน แต่ไม่ใช่ผิวๆ เพราะเฮิร์ดเคยเป็นถึงผู้ร่วมก่อตั้งและรองประธานฝ่ายการตลาดของ Tinder

แต่แล้วเฮิร์ดก็ปรากฏเป็นข่าวครึกโครมในเดือนมิถุนายน ปี 2014 เมื่อเธอฟ้องร้อง Tinder ว่ามีการล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมระบุด้วยว่า จัสติน มาทีน (Justin Mateen) แฟนเก่าและเจ้านายเก่าของเธอ เรียกเธอว่า “โสเภณี” และ “คนหน้าเงิน” เท่านั้นไม่พอ ยังมีการส่งข้อความมาข่มขู่และว่าร้ายอย่างต่อเนื่อง มาทีนถูกพักงานและลาออกเองในเวลาต่อมา ผ่านไปราว 3 เดือน ทั้ง 2 ฝ่ายก็ตกลงยอมความ ซึ่งรวมถึงการห้ามไม่ให้ทั้ง 2 ฝ่ายออกมาพูดถึงคดีฟ้องร้องนี้อีกต่อไป

ช่วงเวลาของการต่อสู้คดี เฮิร์ดเป็นฝ่ายถูกกระทำซ้ำสองจากผู้คนในโลกออนไลน์ที่เธอไม่รู้จัก พวกเขาสาดคำพูดให้ร้าย คำขู่ฆ่า และคำขู่จะข่มขืนใส่เธอ จนเฮิร์ดต้องลบบัญชี Twitter “ตอนนั้นฉันรู้สึกแตกสลายไปเลย” เธอบอก

ฮิร์ดเลือกหลีกความวุ่นวายใจทั้งหลายไปพักผ่อนที่รัฐเท็กซัสกับครอบครัวของ ไมเคิล เฮิร์ด (Michael Herd) คนรักของเธอขณะนั้น ที่ต่อมากลายเป็นสามี

หญิงสาวไม่ปล่อยให้ตัวเองจมจ่อมกับความเครียดนานนัก หลังมรสุมชีวิตผ่านพ้น เฮิร์ดไม่มีแผนจะกลับไปสู่โลกของการหาคู่ออนไลน์ แต่ต้องการสร้างเครือข่ายโซเชียลสำหรับผู้หญิงที่จะใช้ชื่อว่า Merci ไม่มีการให้คุณค่ากับรูปลักษณ์ภายนอก แต่เน้นการส่งต่อพลังบวกด้วยการชื่นชมและยกย่องผู้หญิงด้วยกันที่เนื้อแท้ของแต่ละคน

 

กำเนิด Bumble แอปฯ หาคู่พันล้าน

จังหวะชีวิตพาให้เฮิร์ดเข้าสู่วงการแอปฯ หาคู่อีกครั้ง เมื่อเธอได้รับอีเมลจาก แอนเดรย์ แอนดรีฟ (Andrey Andreev) นักธุรกิจหนุ่มชาวรัสเซียที่อาศัยอยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ผู้ก่อตั้ง Badoo เครือข่ายหาคู่ออนไลน์ยักษ์ใหญ่ที่มีผู้ลงทะเบียนใช้งานราว 360 ล้านคนใน 190 ประเทศ เฮิร์ดเหมือนจะจำแอนดรีฟไม่ได้ แต่เขาเคยเจอเธอครั้งหนึ่งแล้วสมัยที่เธอยังทำงานที่ Tinder

แอนดรีฟต้องการให้เฮิร์ดมาร่วมงานกับ Badoo ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เมื่อทั้งคู่ได้พบกัน เฮิร์ดก็เล่าแผนที่อยากจะปั้น Merci ให้แอนดรีฟฟัง แต่เขากลับเห็นว่าเธอควรรักษาจุดแข็งและเดินหน้าต่อเรื่องการหาคู่ออนไลน์มากกว่า

หลังการพูดคุยรายละเอียดต่างๆ จนคิดว่าน่าจะทำงานร่วมกันได้แล้ว ในที่สุดปลายปี 2014 เฮิร์ดก็ตกลงรับข้อเสนอของแอนดรีฟในการก่อตั้งแอปฯ หาคู่ ขึ้นอีกครั้ง เพราะในข้อตกลงยอมความกับ Tinder ไม่ได้ระบุว่าห้ามมีการแข่งขันระหว่างกัน

แอนดรีฟทุ่มงบก้อนแรกราว 10 ล้านเหรียญ สำหรับทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ และวางแผนใส่เงินเพิ่มเพื่อรองรับการขยายตัว รวมทั้งใช้ความเชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และระบบต่างๆ ของ Badoo เข้ามาช่วย

แอนดรีฟเป็นเจ้าของแอปฯ นี้ในสัดส่วน 79% ส่วนเฮิร์ดจะเป็นผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริษัท และถือหุ้นในสัดส่วน 20% ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันเฮิร์ดยังชวน “คริส กัลค์ซินสกี” (Chris Gulczynski) และ “ซาราห์ มิค” (Sarah Mick) อดีตผู้บริหาร Tinder ให้มาร่วมงานด้วย (ต่อมาทั้งคู่ลาออก แต่ยังถือหุ้นร่วมกันอีก 1% ในส่วนที่เหลือ)

แอนดรีฟและเฮิร์ดช่วยกันคิดชื่อ ในที่สุดก็มาลงตัวที่ “Bumble” ออกแบบธีมของแอปฯ ให้เป็นธีมผึ้งและใช้สีเหลืองเป็นสีหลัก และเปิดตัว Bumble ในเดือนธันวาคม ปี 2014 มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองออสตินในรัฐเท็กซัส

จุดเด่นของแอปฯ คือถ้าถูกใจ ฝ่ายหญิงจะต้องส่งข้อความไปหาผู้ชายก่อนภายใน 24 ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นการจับคู่ก็จะหายไป ซึ่งการออกแบบแอปฯ ที่ทำให้ผู้หญิงมีสิทธิ “เลือก” ก่อน ถือเป็นการตลาดที่จับจุดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างจัง เพียงแค่ 1 เดือนแรกหลังเปิดตัว Bumble ก็มียอดดาวน์โหลดถึง 100,000 ครั้ง เพราะผู้ใช้ส่วนใหญ่มองว่า Bumble ให้ความรู้สึกสุภาพและปลอดภัยกว่าแอปฯ อื่นๆ ในท้องตลาด

การเติบโตแบบฉุดไม่อยู่ของ Bumble อยู่ในความสนใจของ Match Group ซึ่งเป็นเจ้าของแอปฯ Tinder เว็บไซต์หาคู่และเว็บอื่นๆ อีกหลายสิบแบรนด์

ปี 2017 เฮิร์ดได้รับข้อเสนอจาก Match Group ที่ต้องการซื้อ Bumble ในมูลค่า 450 ล้านเหรียญ ซึ่งเธอปฏิเสธ แต่ Match Group ก็ยังไม่ล้มเลิกความพยายาม เพราะหลังจากนั้นไม่กี่เดือนก็ยื่นข้อเสนอใหม่ด้วยมูลค่าที่สูงกว่า 1,000 ล้านเหรียญ โดยเฮิร์ดจะยังคงถือหุ้น 20% เหมือนเดิม

ถ้าเทียบความสัมพันธ์ก็คงเหมือนแฟนเก่าที่ตามมาวอแว เพราะเดือนมีนาคม ปี 2018 Match Group มาอีกแนว ด้วยการฟ้องร้องว่า Bumble ละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา เพราะใช้การปัดหาคู่เหมือน Tinder แต่เฮิร์ดก็ออกมาโต้กลับและฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย โดยกล่าวหาว่า Tinder กีดกันไม่ให้บริษัทอื่นมาเป็นพาร์ทเนอร์หรือลงทุนใน Bumble

แม้ดูเหมือนเผชิญพายุอีกรอบ แต่ Bumble ก็เลือกเดินหน้าต่อสวยๆ ด้วยการขยายตัวในตลาดอินเดีย โดยเตรียมการมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2018  มีนักลงทุนและที่ปรึกษารายใหม่คือ ปริยังกา โชปรา (Priyanka Chopra) นักร้องและนักแสดงชื่อดังชาวอินเดีย

“หากคุณคิดถึงอินเดีย ยังไม่มีใครได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากผู้หญิงที่นั่นเลย” เฮิร์ดบอก และเพิ่มเติมว่า…

ผู้หญิงทั่วโลกต้องการมีอำนาจ เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ต้องการความรู้สึกปลอดภัย และต้องการการเชื่อมต่อถึงกัน”

 

ที่มา

นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับมกราคม ปี 2018

https://www.forbes.com/sites/clareoconnor/2017/11/14/billion-dollar-bumble-how-whitney-wolfe-herd-built-americas-fastest-growing-dating-app/#7b4f255b248b

https://www.forbes.com/sites/maddieberg/2018/07/11/whitney-wolfe-heard-bumble-net-worth/#2f57059cd147

http://fortune.com/2018/10/04/bumble-whitney-wolfe-herd-acquisition-ipo/

http://fortune.com/2018/09/24/bumble-ipo-match-tinder-lawsuit/

http://fortune.com/2018/10/03/bumble-thinks-it-can-fix-dating-apps-for-women-in-india/


บรรณาธิการ The People ผู้เขียนเนื้อหาเชิงธุรกิจ และเรื่องราวน่าสนใจหลากหลายแง่มุม