Post on 20/01/2021

แพท พาวเวอร์แพท: อิสรภาพ ความหวัง และการเปลี่ยนแปลง

คำว่า คุก ในความหมายของคนทั่วไปนั้น คือสถานที่คุมขังสำหรับบุคคลที่มีประวัติอาชญากรรม คนที่ก่อคดีผิดกฎหมาย การถูกกักขังให้อยู่ในสถานที่อันจำกัด คือบทลงโทษที่สร้างบาดแผลให้กับคนมากมาย หลายคนเมื่อถูกตราหน้าว่าเป็นคนขี้คุก มักไม่ได้รับโอกาสทางสังคมแม้เท้าจะก้าวพ้นจากกรงขังไปแล้ว คำว่าคุก จึงเป็นคำที่รุนแรง เป็นสถานที่ต้องห้าม และเป็นการกักขังอิสรภาพที่อันตราย และไม่เชื้อเชิญให้ใครเข้าไป

แต่สำหรับ วรยศ บุญทองนุ่ม หรือ แพท พาวเวอร์แพท สถานที่แห่งนี้ มันมีความหมายมากกว่านั้น

 

จากศิลปินแห่งความหวัง สู่โทษทัณฑ์แห่งการหลงผิด
แพท เริ่มต้นในฐานะศิลปินวงร็อกที่ภาพลักษณ์โฉบเฉี่ยวตามแบบฉบับวิชวลร็อกตามสมัยนิยมในช่วงนั้น เขาและเพื่อนรวมตัวกันทำวงดนตรีที่เริ่มต้นด้วยการเล่นตามผับกลางคืน จนไปเตะตาแมวมองและเชิญชวนมาออกอัลบั้มในนามวง Power Pat กับค่าย Crunch Records ค่ายลูกของ Bakery Music ในยุครุ่งเรืองที่ค่ายต้องการตีตลาดร็อกสายแมส

อัลบั้มแรกของพวกเขาวางจำหน่ายในปี 2543 แม้บทเพลงจะมีความแตกต่างจากบทเพลงของค่ายเดียวกัน แต่พวกเขาก็ได้สร้างอิมเมจที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นคอสตูมอวกาศแบบ J-Rock การย้อมสีผมที่แสนสะดุดตา จนบอย โกสิยพงษ์ ทำหนังสือการ์ตูนให้พวกเขาเพื่อใช้โปรโมตอัลบั้มชุดแรก แต่เพราะความไม่ชำนาญในการทำการตลาดที่ไม่ถนัด ค่าย Crunch จึงปิดตัวอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยหน้าตาของตัวแพทเองที่เป็นที่ดึงดูดของแฟน ๆ วง Power Pat จึงมีชื่อเสียงในระดับหนึ่งและเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟน ๆ ได้ไม่ยากเย็นนัก

พวกเขาย้ายจากบ้านหลังเล็ก ๆ ไปอยู่บ้านหลังใหญ่อย่างค่าย Up^G ในตึกย่านอโศกของค่าย Grammy ที่มีศักยภาพในการโปรโมต และทำเพลงที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่า ทำให้อัลบั้มชุดที่ 2 Power Pop นั้นโด่งดังและมีเพลงฮิตอย่าง ‘หลุดปากใช่ไหม’ ที่ฮิตติดชาร์ต ก่อนที่แพทจะแยกออกมาเพื่อเป็นศิลปินเดี่ยวในอีก 1 ปีต่อมาในชื่อ Power Pat และความดังก็ฉุดเขาไม่อยู่ไม่ว่าจะเป็นการร่วมกับศิลปินรุ่นพี่ในโปรเจกต์ Cheer รวมไปถึงการแสดงละครอีกสามเรื่องในระยะเวลาไล่ ๆ กัน

หากเปรียบชีวิตของแพทในช่วงนั้นที่เห็นภาพชัดเจนที่สุด เขาคงไม่ต่างกับพลุสวยลูกใหญ่ที่ส่องสว่างเต็มท้องฟ้าในวงการบันเทิง หากแต่ระยะเวลาแห่งการฉายแสงในค่ำคืนอันมืดมิดนั้นแสนสั้น และจบลงด้วยความมืดดำ แสงสีที่สว่างไสว ฉายเส้นทางอีกด้านที่นำพาให้เขาต้องหลงผิด เมื่อชีวิตที่เต็มไปด้วยตารางคิวงานกลับว่างเปล่า การมาถึงของศิลปินรุ่นใหม่ที่เบียดบังแพทจากแถวหน้าไปอยู่ข้างหลัง ทำให้เขารู้สึกว่าช่วงเวลานั้นมันช่างริบหรี่และมืดหม่น จนสุดท้ายเขาก็เลือกชีวิตที่ไม่ต่างกับศิลปินคนอื่น ๆ ที่ประสบชะตากรรมไม่ต่างกัน นั่นคือการหันไปพึ่งพายาเสพติด แต่แพทกลับถลำลึกยิ่งกว่า เมื่อเขาไม่เพียงแค่เป็นเพียงผู้เสพเท่านั้น แต่เขายังข้ามขั้นไปถึงการเป็นผู้ค้าด้วย และความหลงผิดพลั้งเผลอเพียงชั่วครู่ชั่วยามเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล เมื่อแพทถูกจับข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2547 แพทถูกศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์จำคุก 50 ปี

 

แสงสว่างแห่งความหวัง เปลี่ยนความมืดดำให้กลายเป็นอิสรภาพ

การถูกจองจำถึง 50 ปีในสถานที่ปิดตาย อาจนำพาความท้อใจ และหมดหวังให้กับใครหลาย ๆ คน การต้องใช้ชีวิตร่วมกันคนร้อยพ่อพันแม่ที่ก่อคดีเลวร้ายต่าง ๆ กันไป อาจจะเป็นบรรยากาศที่ชวนให้หดหู่สิ้นหวัง ยิ่งกับคนที่ถูกแสงสปอตไลท์สาดส่องมาตลอดอย่างแพท ที่ควรจะหวาดวิตกกับสถานที่แห่งนี้มากกว่าใคร ๆ

เขาเปลี่ยนจากชายหนุ่มผมย้อมสีที่มีทรงโฉบเฉี่ยวแฟชั่น สู่ผมสั้นเกรียนไม่เหลือเค้าของศิลปินวัยรุ่น จากชีวิตผาดโผนโจนทะยานที่เต็มไปด้วยแสงสีเย้ายวนใจ สู่สถานที่มืดดำทมิฬ แพทยอมรับว่าการหลงผิดและความดื้อรั้นสมัยที่เขายังเป็นวัยรุ่นนั้นนำพาให้เขาหลงทางสู่การติดยาอย่างหนักหน่วงและรุนแรง แต่เมื่อเท้าเขาก้าวเข้าสู่เรือนจำ ชีวิตที่เคยโลดโผนกลับแปรเปลี่ยนเป็นความสงบนิ่ง บทเรียนแห่งความผิดพลาดนั้นล้ำค่าก่อเกิดสติอันแรงกล้า และนำพาให้เขากลายเป็นคนใหม่ได้อย่างมหัศจรรย์

 

เรือนจำกลางบางขวาง บ้านหลังใหม่ที่เปลี่ยนชีวิต
จากนรกที่เขาต้องเผชิญที่มาพร้อมชื่อเสียงที่วูบวาบ และการไล่หาแสงเมื่อชีวิตตกอยู่ในสภาวะมืดบอด ชื่อเสียงที่เข้ามาและออกไปอย่างง่ายดาย แพทใช้ห้วงเวลาที่เขาถูกจองจำ เปลี่ยนความรุ่มร้อนที่มีอยู่ในตัว เป็นความสงบนิ่งและสติปัญญา ใช้เวลาที่อยู่ในเรือนจำให้มีค่าที่สุด ด้วยการศึกษาเล่าเรียน จนเขาเรียนจบปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ เอกสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552 สีหน้าของครอบครัวและเพื่อนพ้องสมาชิกในวง Power Pat ต่างพากันแปลกใจ เมื่อพบว่าแววตาของแพทเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น อบอุ่น และเจือด้วยความสุขทั้ง ๆ ที่ถูกจองจำ แพทยอมรับว่าก่อนหน้าที่เขาจะถูกจับ ชีวิตเต็มไปด้วยความเสี่ยง ชีวิตที่เต็มไปด้วยความกลัว เมื่อเขาหลุดพ้นจากสิ่งนั้นเขาก็ค้นพบทางสว่าง แสงสว่างแห่งการศึกษาเรียนรู้ เขาค้นพบโลกที่เปลี่ยนไป จากที่ชีวิตไม่เคยคิดถึงวันพรุ่งนี้ ไม่เคยคิดถึงใคร กลับกลายเป็นมีเป้าหมาย และรอคอยที่จะสัมผัสแสงแดดนอกเรือนจำอีกครั้ง

นอกจากการศึกษาที่เขาทุ่มเทอย่างหนัก ประสบการณ์ชีวิตอันโชกโชนก็ล้ำค่าพอที่จะเป็นบทเรียนให้กับผู้อื่นมากมาย เขาได้ทำการเขียนประวัติชีวิตของตนเพื่อตีพิมพ์ในหนังสือ ‘ชีวิตที่ไม่มีเทค 2’ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับวัยรุ่นทั้งหลายที่กำลังหลงผิด เพราะชีวิตไม่อาจมีโอกาสซ้ำสองได้ นอกจากนั้นเขายังไม่ละทิ้งความฝัน ตั้งวงกับเพื่อนในเรือนจำเพื่อเล่นดนตรี เพื่อขับกล่อมให้เพื่อนร่วมคุกได้บันเทิงเริงใจในโอกาสสำคัญ ๆ พร้อมกันนั้นยังสอนเพื่อน ๆ ในการสร้างสรรค์ศิลปะไม่ว่าจะเป็นการเล่นดนตรีและการวาดรูป จนเขาได้ตำแหน่งนักโทษชั้นดี ที่เป็นที่รักทั้งกับเพื่อนนักโทษด้วยกัน และเจ้าหน้าที่

 

กาลเวลา พิสูจน์คุณค่าแห่งอิสรภาพ
และแล้วการรอคอยของแพทก็มีความหมาย เมื่อเขาได้รับการพระราชทานอภัยโทษ เขาได้รับการลดโทษไปเรื่อย ๆ จากจำนวน 50 ปี ที่ชวนทรมาน สุดท้ายเขาเหลือเวลาที่ชดใช้ความผิดในคุกเพียง 16 ปี 6 เดือน แม้ระยะเวลาจะไม่มากไม่น้อย แต่กับการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความสำนึก และคุณความดีที่เขาได้ทำไว้ทั้งกับตัวเอง เพื่อนพ้อง และครอบครัวนั้น กลับคุ้มค่าอย่างมหาศาล จนวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา เวลา 11:20 นาฬิกา คือช่วงเวลาที่เขาได้สัมผัสกับกลิ่นอายแห่งอิสรภาพ ความรักจากพ่อและแม่ มิตรภาพยิ่งใหญ่จากเพื่อนพ้องที่รอคอยที่จะได้เจอเขาโดยที่ไม่มีซี่กรงกั้นขวาง แพทในวัย 40 ปี มีสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข เขาก้มลงกราบแทบเท้าผู้เป็นพ่อเป็นแม่ด้วยความตื้นตัน วินาทีนั้นไม่มีอะไรสวยงามไปกว่าคำว่าความสุขอีกแล้ว ผู้เป็นพ่อกล่าวด้วยน้ำตาแห่งความปลื้มปีติว่า

“การได้ลูกคืน เป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตของพ่อ คนอื่นเคาต์ดาวน์กันคืนวันที่ 31 ธันวาฯ แต่พ่อรอเคาต์ดาวน์คืนวันที่ 3 มกราฯ 2564”

แพทได้ให้คำสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก พร้อมที่จะเดินหน้าสร้างความดี พร้อมกับสานฝันในการทำอัลบั้มในวาระต่อไป แม้คำพูดจะต้องใช้ระยะเวลาในการพิสูจน์ แต่การกระทำที่ผ่านมาตลอด 16 ปี 6 เดือน ก็เป็นสิ่งที่บ่งชี้ได้ว่าการกลับตัวเพื่อเป็นคนดีนั้นไม่ใช่เรื่องยาก และสถานที่ที่สังคมตราหน้าว่าเป็นแหล่งชุกชุมไปด้วยความมืดดำและความเลวร้าย ก็อาจกลายเป็นสถานที่แห่งการเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ได้ หากคุณมีจิตใจที่เข้มแข็งและใฝ่ดี เปลี่ยนความผิดพลาดให้กลายเป็นบทเรียนอันล้ำค่า และเมื่อคุณเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่ได้ คุณค่าของอิสรภาพและการรอคอยก็มีความหมายที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน

อ้างอิง
https://mgronline.com/entertainment/detail/9640000000032
shorturl.at/yzO09


สกก์บงกช ขันทอง

ชายหนุ่มสมาธิสั้น ผู้กักเก็บความทรงจำไว้ให้กับ Pop Culture และชอบฝังใจกับอดีตจนกลายเป็นคนไม่มีอนาคต

Related

เจ.เจ. เอบรัมส์ ผู้กำกับผู้มีจักรวาลอันไกลโพ้นเป็นส่วนสำคัญของชีวิต

มาเฮอร์ เซน นักร้อง นักแต่งเพลงผู้ปลุกโลกดนตรีของชาวมุสลิม ชายผู้ไม่คิดว่าดนตรีเป็นสิ่งผิดต่อหลักศาสนา

อยากดังต้องแจกตังค์ การตลาดฉบับ ‘ดีเจอ๋องแอ๋ง สบัดแผ่น’ วง ไปส่งกูบขส.ดู๊ ที่มาเป็นนักร้องเพราะแอร์มันเย็น

Last Christmas ไม่อยากเชื่อ นี่คือวันสุดท้ายในชีวิตของ จอร์จ ไมเคิล

คัทซึฮิโร่ โอโตโมะ: ผู้กำเนิด AKIRA ป็อป คัลเจอร์แห่งยุค 80s, ความฝันตอนเยาว์วัย และโลก Cyberpunk

กงยู และ พัคโบกอม ชวนคนไทยรอดูผลงานหนังใหม่ “SEOBOK (ซอ-บก)”

ซองกัง ณ Fast & Furious “ตายกี่ภาค ก็ขาดฮานไม่ได้” กับนักซิ่งผู้ชอบพกขนม

จ๊ะ-นงผณี มหาดไทย: จากคันหู สู่ เพลงสิบสอง สาวมั่นผู้ไม่หยุดสร้างกระแส