Post on 28/05/2021

บทสัมภาษณ์ หว่าหวา-ธัญพร ชีวินกิตติบุญ: เริ่มจากยอดผู้ติดตามศูนย์คน สู่นักร้องดังใน TikTok และเส้นทางอาชีพศิลปิน

เสียงใส ๆ รอยยิ้มน่ารัก ๆ และถ้อยสำเนียงภาษาจีนที่ขับร้องเพลงได้อย่างไพเราะ คือสิ่งแรกที่เราเห็นและได้ยินจากวิดีโอคัฟเวอร์เพลง ‘谎话 (ฮวางฮว้า)’ ที่เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2021 เพื่อเป็นคลิปพรีเดบิวต์ของศิลปินหญิงคนใหม่ของค่าย ‘High Cloud Entertainment’ อย่าง ‘หว่าหวา-ธัญพร ชีวินกิตติบุญ’

 

เริ่มต้นจากการร้องเพลงและเต้นหน้ากระจก ‘หว่าหวา’ คือเด็กสาวที่มีความฝันอยากเป็นศิลปิน เธอพยายามจะคว้าฝันด้วยการเข้าเรียนในสถาบัน BSTARS และประกวดในรายการ ‘Debut’ เมื่ออายุ 15 ปี และเริ่มอัดคลิปร้องเพลงลงแอปพลิเคชันออนไลน์อย่าง YouTube และ TikTok ในเวลาไล่เลี่ยกัน จากผู้ติดตาม 0 คนในทุกแพลตฟอร์ม ด้วยน้ำเสียงใสดุจคริสตัลและบุคลิกน่ารัก ๆ ของเธอ ในที่สุดหว่าหวาก็มีผู้ติดตามใน TikTok มากกว่า 1.5 ล้านคน พร้อมด้วยแฟนคลับที่คอยเชียร์และเป็นแรงใจให้เธอ ในวันที่พวกเขารู้ว่าเธอกำลังจะได้เป็นศิลปินเต็มตัวด้วยการเซ็นสัญญากับค่ายเพลงในความดูแลของ กอล์ฟ F.HERO

 

“เราร้องเพลงทุกวันก็จริง แต่ชั่วขณะหนึ่งก็เกิดความคิดที่ว่า นี่เรากำลังพัฒนาอยู่ใช่ไหม? อยู่ ๆ ก็ไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเองขึ้นมา จนถึงขั้นคิดว่าจะยอมแพ้ต่อความฝัน แต่สุดท้าย ความทรงจำในตอนที่เราร้องเพลงแล้วมีความสุขก็ดึงสติหวากลับมา ทำให้หวารู้ว่าหวาต้องร้องเพลงต่อไป เพราะบางทีความสุขอาจจะไม่ใช่ปลายทาง แต่อาจเป็นระหว่างทางที่จะไปถึงก็ได้”

 

The People: รู้ตัวว่าชอบร้องเพลงตั้งแต่เมื่อไหร่

หว่าหวา: จริง ๆ หวาถามมาจากแม่เหมือนกันนะคะ แม่บอกว่าเราชอบร้องเพลงตั้งแต่สามสี่ขวบเลย เพราะว่าหวาเองเนี่ยจะชอบยืนหน้าทีวี แล้วก็ร้อง แล้วก็เต้นค่ะ มันเลยทำให้หวาเหมือนเก็บเกี่ยวการร้องการเต้นมาตั้งแต่ตอนนั้น จนถึง พอมารู้ตัวแบบจริงจังก็ประมาณช่วง ม.ต้นค่ะ ซึ่งหวาก็ได้รู้มาจากเพื่อนค่ะว่าในห้องเรียนหวาจะชอบร้องเพลงตลอดเวลา แล้วหวาเป็นคนที่ขาดหูฟังไม่ได้เลยค่ะ คือตอนนั้นถ้าหวาทำพัง วันต่อมาต้องซื้อเลย เพราะว่าติดการฟังเพลงมาก ๆ พอหลังจากที่เรารู้ตัว เราก็เริ่มมีการดู YouTube เลยทำให้เราเริ่มสนใจทางนี้มาก ๆ ค่ะ

 

The People: หว่าหวามีความฝันอยากเป็นศิลปินด้วยไหม

หว่าหวา: ก็หลังจากรู้ตัวว่าเราชอบทางนี้ เราก็มีความฝันแบบนั้นเลยค่ะ เราก็อยากเป็นศิลปินด้วย แล้วก็อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองด้วยค่ะ

 

The People: พอรู้ความฝันของตัวเองแล้ว หว่าหวาทำอะไรบ้างเพื่อให้ตัวเองไปได้ถึงจุดหมายที่คิดไว้

หว่าหวา: พอเรารู้ตัวเราก็เริ่มดู YouTube ดูศิลปินว่าเขาทำยังไงบ้าง เราก็เริ่มเลยค่ะ เริ่มร้องเพลง เริ่มไปเรียน เริ่มหาช่องทางที่จะโพสต์ตัวเองลงโซเชียลฯ นำเสนอตัวเองว่าเราร้องเพลงได้ เราอยากให้ทุกคนเข้ามาชมกัน แล้วก็ทำ YouTube ทำ Cover ร้องเพลงมาเรื่อย ๆ แล้วก็แอปพลิเคชันทุกแอปพลิเคชันเราก็ลงค่ะ อย่างเช่นถ้าเขาขอให้เราร้องเพลงอะไรใน IG Facebook หรือว่า TikTok เราก็ทำทุกทางเลยค่ะ

 

The People: เริ่มทำอะไรเป็นอย่างแรก

หว่าหวา: เริ่มจากไปเรียนร้องเพลงแล้วก็โพสต์ลง YouTube ค่ะ เรียนร้องเพลงที่ BSTARS ค่ะ มันทำให้มีแรงบันดาลใจมากขึ้นค่ะแล้วก็ได้ประสบการณ์มากขึ้นตอนที่เราร้องแบบจริงจังเป็นยังไง ทำให้เราชอบมันมากกว่าเดิมค่ะ

 

The People: มีศิลปินในดวงใจไหม

หว่าหวา: มีเยอะมากเลยค่ะ ก็จะมี Ariana แล้วก็ The Weeknd, Keshi แล้วถ้าเป็นประเทศไทยก็จะมีพี่แก้ม พี่วี วิโอเลต พี่อิงค์ ค่ะ

 

The People: ศิลปินบางคนที่หว่าหวาชอบแต่งเพลงเองด้วย แล้วตัวหว่าหวาเองอยากทำอย่างนั้นบ้างไหม

หว่าหวา: อยากมาก ๆ เลยค่ะ มันเป็นความคิดหนึ่งที่หวาคิดมาสักพักแล้วว่าหวาเนี่ยอยากแต่งเพลงเองเหมือนกัน แต่ว่าตอนนี้ก็กำลังดู ๆ อยู่ค่ะว่ามันมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

 

The People: อยากให้เล่าถึงช่วงที่ประกวดรายการ ‘Debut’ 

หว่าหวา: ตอนนั้นหวาอายุสิบห้าค่ะ เริ่มต้นจากการที่หวาเรียนร้องเพลงที่ BSTARS ณ ตอนนั้น จำได้ว่าพอมาถึงที่เรียน คุณครูก็ให้หวาไปต่อแถวเพื่อร่วมออดิชันของรายการ ‘Debut’ หวาต้องคิดการแสดงขึ้นมาสด ๆ เลยค่ะ แต่ส่วนตัวคิดว่าทำดีที่สุดแล้ว และการออดิชันก็ผ่านไปได้ด้วยดี หลังการออดิชันจบลง หวาก็ได้รับการติดต่อมาว่า ‘ผ่าน’ และได้เข้าร่วมรายการ แค่ได้เจอเพื่อน ๆ ที่มีความฝันแบบเดียวกัน ได้ซ้อมร้อง ซ้อมเต้นด้วยกันก็ทำให้หวารู้สึกมีความสุขและสนุกมากแล้วค่ะ พอผลการตัดสินประกาศออกมาว่าเราชนะ ได้เดบิวต์ร่วมกับเพื่อน ๆ ก็ยิ่งดีใจเข้าไปอีกค่ะ การที่ได้มีประสบการณ์บนเวที รายล้อมไปด้วยคนที่มีความฝันแบบเดียวกัน ได้รับรู้ว่ามีคนชื่นชอบและมีคนให้กำลังใจ ทำให้หวารู้สึกมีแรงบันดาลใจที่จะเดินต่อไปในเส้นทางอาชีพสายนี้ และอยากจะพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นด้วย ก็ทำงานอยู่ประมาณ 2 ปีค่ะ ได้เรียนรู้หลายอย่าง ทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง การทำงานแบบเป็นระบบมันเป็นยังไง แล้วก็การขึ้นเวที การพูดคุยกับแฟน ๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งโซเชียลฯ ทุกช่องทาง ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้นถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างหวาในวันนี้ค่ะ 

 

The People: จุดเริ่มต้นของหว่าหวากับ TikTok

หว่าหวา: จริง ๆ เราจำไม่ได้เลยว่าเราไปโหลดแอปฯ นั้นมาจากไหน ไปเจอมาจากไหน แต่อยู่ดี ๆ เราก็โหลดเข้ามาตั้งแต่แอปฯ เพิ่งเปิดตัว แล้วก็โหลดเข้ามาแล้วเราก็เล่นเลยค่ะ อัดคลิปตัวเองแล้วก็ลงมาเรื่อย ๆ ก็มีลิปซิงก์มีเต้นบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ว่าส่วนใหญ่จะเป็นร้องเพลง ทำมาจนถึงตอนนี้เลยค่ะ ก็สุดยอดเลยค่ะ เพราะช่วงแรก ๆ เราเริ่มจากศูนย์เลยค่ะทุกช่องทาง แล้วเราก็ค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้น

 

The People: คิดว่าอะไรที่ทำให้คนเข้ามาฟอลโลว์ social ของหว่าหวา

หว่าหวา: ส่วนตัวเลยหวาคิดว่าต้องขอบคุณทุกคนก่อน แฟน ๆ ทุกคน ถ้าไม่มีทุกคนที่คอย support เรา คอยติดตาม คอยฟัง เราก็จะไม่ได้มาถึงจุดนี้ เพราะว่าทุกคนก็จะเข้ามาคอมเมนต์ขอเพลง เราก็ร้องเพลงให้เขาฟัง เขาก็เลยคอยติดตามเราเสมอมา เราก็จะมีแบบว่าให้เขานำเสนอว่าเขาต้องการดูเราจากมุมไหนบ้าง เราก็อ่าน แล้วก็ไปคิดวิเคราะห์แล้วก็นำมาเสนอค่ะ

 

The People: จุดเริ่มต้นการเป็นศิลปินค่าย ‘High Cloud’

หว่าหวา: มันเกิดจากพี่เบลล์ไปเห็นหวาใน TikTok ค่ะ แล้วก็ได้ทัก DM มา ซึ่งก็ได้มีการพูดคุยกัน แล้วก็ได้มีการนัดเจอกัน จริง ๆ หนูไม่แน่ใจนะคะว่าคลิปที่พี่เบลล์ไปเจอคือคลิปไหน แต่ว่าพอหลังจากที่พี่เบลล์เจอก็ได้มีพูดคุยกันใน DM ว่าแบบเออสนใจไหมที่จะเป็นศิลปิน เราก็สนใจมาก ก็ตอบตกลง แล้วก็มานัดเจอกัน ก็ได้มีการพูดคุยกัน หลังจากนั้นก็ตกลงเข้ามาเป็นศิลปินใน ‘High Cloud’ ค่ะ

 

The People: พูดถึงคลิปพรีเดบิวต์ เพลง ‘谎话 (ฮวางฮว้า)’

หว่าหวา: จริง ๆ เพลงนี้มาจากคอนเทนต์ของทางค่ายที่อยากจะให้แฟน ๆ ที่อยู่ในช่วง Covid-19 อยู่บ้านเหงา ๆ ได้ฟังค่ะ จริง ๆ แล้วทางค่ายก็เห็นว่าเราพอจะมีความสามารถทางภาษาจีน สนทนาได้อยู่บ้าง ก็เลยแนะนำว่า เออ หวา ร้องเพลง cover น้ำลาย ของพี่ Txrbo ไหม แต่เป็นเวอร์ชันภาษาจีนนะ เราก็สนใจมาก เพราะว่าจริง ๆ เราก็ชอบเพลงพี่ Txrbo อยู่แล้ว ก็เลยตัดสินใจร้องเพลงนี้ค่ะ

 

The People: มีแพลนจะเอาทักษะภาษาจีนมาช่วย support ในอาชีพศิลปินของคุณบ้างไหม อย่างไร

หว่าหวา: แน่นอนค่ะ เพราะว่าหวาคิดว่าในอนาคต ภาษาจีนมันสามารถใช้ได้กว้างมาก หรือว่าจะเป็นภาษาอื่น ๆ ถ้าสมมติว่าเราได้ go inter จริง ๆ มันก็จะช่วยทั้งตัวเราแล้วก็ค่าย แล้วในอนาคตก็อาจจะแบบว่าทั้งประเทศที่เราจะสามารถทำเสนอ T-Pop ฝั่งของเราให้กับหลาย ๆ ประเทศได้ค่ะ

 

The People: ความฝันสูงสุดในอาชีพศิลปิน

หว่าหวา: ก็ตั้งแต่เด็กนะคะ เราก็จะดู BLACKPINK เป็นวงเกาหลี ซึ่งเราก็ค่อนข้างที่อยากจะไปถึง ณ จุดนั้น อยากให้ทุก ๆ คนได้ฟังเพลงของเราทั่วทั้งทุกประเทศ แล้วก็มีคอนเสิร์ตของตัวเอง อยากให้วันหนึ่งมีคน cover เพลงของเราบ้างเหมือนกันค่ะ

 

The People: นิยามเอกลักษณ์ตัวเองสัก 3 ข้อ

หว่าหวา: สดใส ซุ่มซ่าม sensitive ค่ะ อย่างแรกเลยเราจะเป็นคนที่ขำง่ายค่ะ แล้วก็เข้ากับคนง่าย ก็จะแบบยิ้มอย่างนี้ตลอดเวลา แบบที่เห็นนี่ค่ะ แล้วก็ซุ่มซ่าม หวาเป็นคนที่ทำอะไรซุ่มซ่ามคือสะดุดง่าย ล้มง่าย หวาชอบขาพลิกบ่อยมากค่ะ อาทิตย์หนึ่งขาพลิกไปแล้วสองสามครั้งค่ะ ซุ่มซ่ามมาก แล้วก็ข้อสุดท้าย sensitive หวาจะเป็นคนจริง ๆ แล้วถึงแม้ว่าจะสดใสแบบนี้แต่ว่าก็เป็นคนอ่อนไหวง่ายเหมือนกันค่ะ

 

The People: อยากให้เล่าถึงความ sensitive ของหว่าหวาสักหน่อย

หว่าหวา: จริง ๆ หวาเป็นคนที่อ่อนไหว เช่นสมมติว่าไม่ได้เป็นเรื่องจริงจังมากก็จะเป็นคนอ่อนไหวกับการดูคลิป ซึ่งนิด ๆ หน่อย ๆ เราก็จะ อุ๊ย…สงสารจัง ร้องไห้ อะไรอย่างนี้ แต่ว่าถ้าเป็นหน้าที่การงานเราก็จะค่อนข้างจริงจังกับมัน ไม่ได้อ่อนไหวอะไร แต่ว่าเราจะเป็นคนที่ค่อนข้างกลัวคนอื่นผิดหวัง

 

The People: ในยุคที่ใคร ๆ ก็เป็นเจ้าของ social media แบบนี้ ง่ายหรือยากที่คนคนหนึ่งจะประสบความสำเร็จหรือเป็นที่รู้จักในอาชีพศิลปิน

หว่าหวา: หวาคิดว่าสมัยนี้เป็นอะไรที่ง่ายมากถ้าเทียบกับเมื่อก่อนที่มีผู้คนหลายคนที่มีมากความสามารถ แต่ว่าเขาไม่ได้มีโอกาสที่จะเปิดเผยหรือว่าโชว์สกิลของตัวเองเลย แต่ว่าตอนนี้เทคโนโลยีมันก้าวไกล เรามีมือถือ เรามีโซเชียลฯ เรามีแอปพลิเคชันหลาย ๆ แอปพลิเคชันที่เราจะสามารถแสดงความเป็นตัวเองออกมา คนรอบตัวเราตอนนี้ เพื่อน ๆ ทุกคนก็มีการถ่ายคลิปตัวเองลงนะคะ สร้างคอนเทนต์ แต่ว่าเราคิดว่าความยากของมันก็มีนะ การที่เราจะทำยังไงให้แตกต่างจากคนอื่น เพราะว่าพอมันง่าย คนทำก็เยอะ เราก็ต้องสร้างคอนเทนต์ หาเอกลักษณ์ของตัวเองให้คนจดจำแล้วก็น่าสนใจค่ะ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ยาก

 

The People: แล้วการสร้างเอกลักษณ์ของหว่าหวาเองล่ะ

หว่าหวา: หวาก็ได้ลองทดลองทำมาหลายแนวค่ะ เช่นร้องเพลง เต้น แล้วก็มีนู่นนี่นั่น แต่ว่าพอเราได้ดูจากคอมเมนต์ แล้วก็เวลาเราทำเราชอบอะไรมากที่สุด เราก็เลยค้นพบว่าเราชอบร้องเพลงมากที่สุด

 

The People: เคยรู้สึกเศร้าหรือท้อกับความฝันที่จะเป็นศิลปินบ้างไหม อยากให้อธิบายเรื่องราวตอนนั้น

หว่าหวา: ประมาณปีที่แล้วก่อนจะเข้ามาอยู่ใน High Cloud Entertainment มีช่วงเวลาหนึ่งที่หวารู้สึกดาวน์มาก น่าจะเป็นเพราะว่าหวาวนอยู่กับลูปเดิม ๆ นานเกินไป เราร้องเพลงทุกวันก็จริง แต่ชั่วขณะหนึ่งก็เกิดความคิดที่ว่า นี่เรากำลังพัฒนาอยู่ใช่ไหม? อยู่ ๆ ก็ไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเองขึ้นมา จนถึงขั้นคิดว่าจะยอมแพ้ต่อความฝัน แต่สุดท้าย ความทรงจำในตอนที่เราร้องเพลงแล้วมีความสุขก็ดึงสติหวากลับมา ทำให้หวารู้ว่าหวาต้องร้องเพลงต่อไป เพราะบางทีความสุขอาจจะไม่ใช่ปลายทาง แต่อาจเป็นระหว่างทางที่จะไปถึงก็ได้ค่ะ หวาเชื่อว่าถ้าเรารู้สึกจริงใจ ความรู้สึกนั้นจะต้องถูกส่งต่อไปให้คนอื่นได้อย่างแน่นอน หวังว่าทุกคนที่กำลังท้ออยู่ตอนนี้จะทำสิ่งที่ตัวเองรักต่อไปนะคะ

 

The People: คำชมไหนที่ทำให้ใจฟูมากที่สุด

หว่าหวา: จริง ๆ ก็เยอะมากเลยค่ะ แต่ว่ามันมีครั้งหนึ่งที่หวาเคยพูดไว้ว่า เราอยากจะเป็นคนคนหนึ่งที่ทำให้ทุกคนมีความสุขขึ้นมาได้ เวลาที่อย่างเช่นเวลาหวาเครียดอะไรอย่างนี้ หวาก็จะเปิดดู YouTube ดูศิลปินที่หวาชอบ ก็จะรู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น หวาก็อยากจะเป็นคนคนหนึ่งที่ทำให้ทุกคนมีกำลังใจมากขึ้นเหมือนกัน แล้วทีนี้เราก็ไปเห็นข้อความที่เขาพิมพ์มาว่า หวาทำสำเร็จแล้วนะ คือเราฟังเพลงหวาแล้วมีความสุขมาก ๆ เลย ขอบคุณมาก ๆ เราก็แบบ ซาบซึ้งมาก ๆ เลยค่ะ ต้องขอบคุณเขาเหมือนกัน

 

The People: ระหว่างทางมีใครที่หว่าหวารู้สึกอยากขอบคุณเป็นพิเศษไหม ว่าเขาทำให้หว่าหวามาถึงจุดนี้ได้

หว่าหวา: เยอะมากเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นแม่หรือว่าเพื่อน ๆ รอบข้างหรือว่าคุณครูทุกคนที่เคยสอนเรา แล้วก็แฟน ๆ ที่คอยติดตามมาตลอดไม่หายไป เราก็อยากขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ ทุกคนเลย แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการสนับสนุน ขอยกเครดิตให้คุณแม่เลยค่ะ ตั้งแต่ที่หวารู้ตัวว่าชอบร้องเพลง คุณแม่ก็จะคอยสนับสนุนความฝันของหวามาโดยตลอด แฟนคลับคนแรกของหวาก็คือคุณแม่นี่แหละค่ะ

 

The People: เล่าถึงประสบการณ์ดี ๆ จากการเปิดช่อง YouTube กับ TikTok

หว่าหวา: สำหรับหวาคิดว่าถ้าหวาไม่ได้ YouTube กับ TikTok เราก็จะไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วเราเป็น เราชอบทางไหน คือการที่หวาได้เล่น YouTube TikTok เนี่ย หวาได้ค้นพบตัวเองจากการที่เราลงคลิปแล้วมีคนเข้ามาดู เข้ามาคอมเมนต์ ทำให้เราได้รู้ว่าเราทำสิ่งไหนได้ดี อะไรที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา แล้วก็ได้เจอผู้คนใน YouTube หลากหลายคอนเทนต์ ก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าได้มุมมองความคิดหลาย ๆ อย่างจากทั้ง YouTube แล้วก็ TikTok ค่ะ

 

The People: อยากฝากอะไรถึงคนที่กำลังฝันอยากเป็นศิลปิน

หว่าหวา: มาพยายามไปด้วยกันนะคะ อย่าเพิ่งท้อ  ถึงแม้ว่าระหว่างทางจะเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม ฮึดสู้นะคะ ขอให้ทุกคนเต็มที่กับสิ่งที่ตัวเองรัก เพราะอย่างน้อยเราก็จะไม่รู้สึกเสียดายทีหลัง อันดับแรกลงมือทำก่อนค่ะ เพราะความฝันจะเป็นแค่ความฝันถ้าเราไม่ทำอะไรเลย สู้ๆ ค่ะ  

 

The People: อยากเห็นวงการ T-POP เป็นอย่างไรในอนาคต

หว่าหวา: ตอนนี้โลกเปิดกว้าง และศิลปะทุกแขนงก็สามารถทลายกำแพงทางด้านภาษาได้แล้ว สำหรับหวาคงอยากให้เพลงบ้านเราเป็นสื่อกลางที่จะสื่อสารวัฒนธรรมไทยออกไปให้คนในโลกได้เห็น ซึ่งตอนนี้หวาเชื่อว่าหลาย ๆ ค่ายเพลงก็กำลังพยายามอยู่ สำหรับพี่กอล์ฟ และ High Cloud Entertainment ก็เช่นกันค่ะ

 

The People: ฝากผลงานที่กำลังทำอยู่ หรือกำลังจะปล่อยสักหน่อย

หว่าหวา: ตอนนี้ก็ฝากทุก ๆ คนไปฟังเพลง ‘谎话 (ฮวางฮว้า)’ หรือว่า ‘น้ำลาย’ เวอร์ชันภาษาจีนได้ที่ YouTube High Cloud Entertainment ค่ะ แล้วก็ฝากติดตามทุกช่องทางของ High Cloud Entertainment จะได้ไม่พลาดการอัปเดตผลงานของศิลปินในค่ายค่ะ แล้วก็สุดท้ายนี้หวาก็ฝากติดตามผลงานเพลงที่จะปล่อยเร็ว ๆ นี้นะคะทุกคน ฝากติดตามด้วยนะคะ

 

สัมภาษณ์: จิรภิญญา สมเทพ


อ่านและเขียนเกี่ยวกับศิลปะ ดนตรี ชีวิต และแมว

Related

ดุษฎี ตันเจริญ กับ “Well-Being” หมุดหมายใหม่ของมั่นคงเคหะการ

สัมภาษณ์ปิยบุตร แสงกนกกุล: หนังสือ ความหวัง ความฝัน ปลายอุโมงค์ของ 2021

สัมภาษณ์ กวาง AB Normal เปิดตัวตนร็อกเกอร์กับอดีตที่หยิ่งหนัก ไม่เคยชอบ ‘พูดไม่ค่อยเก่ง’

สัมภาษณ์ ว่าน-ธนกฤต: ฝันที่มาจากความบังเอิญ และหน้าตาของความรักที่โตขึ้น

สัมภาษณ์ อภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ MD หนุ่มแห่ง ‘The Origin’ ผู้รักการท้าทายตัวเอง

สัมภาษณ์ OneRepublic กับอัลบั้มใหม่ที่เหมือน “เมอรีล สตรีป” และ Google Translate ที่ช่วยพวกเขาจากการนั่ง “ตุ๊กตุ๊ก”

สัมภาษณ์ แจ็คกี้-อดิสรณ์ พึ่งยา เด็กหงส์ผู้อยู่กับการรอคอยมาทั้งชีวิต “ลิเวอร์พูล” เครื่องยึดเหนี่ยวทางใจเติมเต็มชีวิตที่ขาด

“เราคนเดียวเปลี่ยนโลกไม่ได้” สัมภาษณ์ นรีกุล ธูปพุทธา ศิลปะ ธรรมชาติ และการดำรงอยู่