Post on 21/04/2020

ยามาโมโตะ ซายากะ NMB48: ไอดอลสาวข้างบ้านที่ก้าวสู่ตำแหน่งนักร้องวงร็อก

คนส่วนใหญ่รู้ว่าไอดอลมักมาพร้อมบทเพลงทำนองสนุกสนาน สร้างความบันเทิงให้ผู้ชมผ่านเนื้อเพลงเข้าใจง่าย มีท่าเต้นตลอดทั้งเพลงแถมยังไม่ต้องใช้เทคนิคการร้องแบบโหด ๆ ในสายตาคนทั่วไป ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ไอดอลที่มอบความสุขให้ผู้ชมในสไตล์ของตัวเอง มักถูกมองข้ามความสามารถ และคิดว่าสมาชิกจากวงเกิร์ลกรุ๊ปจะไม่สามารถก้าวข้ามคำว่า ‘ไอดอล’ มาสู่ ‘ศิลปิน’ ได้

ยามาโมโตะ ซายากะ (Yamamoto Sayaka) สมาชิกรุ่น 1 ของวงไอดอลจากโอซาก้า NMB48 สามารถลบความเข้าใจเดิมที่ว่าไอดอลมักร้องเพลงไม่เก่ง เต้นสู้นักเต้นจริง ๆ ไม่ได้ และไม่มีความสามารถเทียบเท่าศิลปิน ด้วยการก้าวมายืนตำแหน่งเซ็นเตอร์ของวง พร้อมต่อยอดความฝันอยากทำวงดนตรีร็อกเป็นของตัวเองไปพร้อมกัน

เธอก้าวขึ้นมายังตำแหน่งเซ็นเตอร์ของวงมากถึง 13 ครั้ง จากการออกซิงเกิลทั้งหมด 19 ครั้ง (นับตามเวลาที่อยู่ในวงตั้งแต่แรกเริ่มเมื่อปี 2010-2018) ต่อเนื่องตลอด 8 ปี ซึ่งก่อนมาเป็นไอดอล ซายากะเคยตั้งวงดนตรีกับกลุ่มเพื่อน ทำเพลงไปเสนอค่ายเพลงหลายเจ้าแต่ไม่ประสบความสำเร็จ อาจเพราะตอนนั้นยังอ่อนประสบการณ์ เด็กเกินไป หรือยังไม่ถึงเวลาที่แสงสปอตไลต์จะสาดส่องมายังเธอ แต่ด้วยบุคลิกโดดเด่น มีความเป็นผู้นำ รวมถึงพรสวรรค์ด้านดนตรี ก็ทำให้ซายากะได้เป็นเซ็นเตอร์คนแรกและกัปตันของวง 

ซายากะเป็นที่นับถือของสมาชิกในวง จนถูกเรียกว่า “ซายาเน่” (รวมคำจากซายากะและโอเน่ซังที่มีความหมายว่าพี่สาว) เธอได้รับความนิยมในงานจับมือจากแฟน ๆ จำนวนมากจนขึ้นเป็นอันดับ 1 ไอดอลตระกูล 48 ที่มีคนต่อแถวรอจับมือมากที่สุดในวง นอกจากสร้างชื่อเสียงในฐานะเซ็นเตอร์ ซายากะยังเคยก้าวไปถึงอันดับ 4 ในงานเลือกตั้งของ AKB48 2016 สนามแข่งขันคะแนนนิยมของสมาชิกตระกูล 48 หลายร้อยคน ด้วยคะแนน 110,411 โหวต จากการซื้ออัลบั้มของเหล่าโอตะที่แปรเปลี่ยนเป็นคะแนนโหวตและเม็ดเงินมหาศาล

ในงานขาว-แดง รายการพิเศษของช่อง NHK ที่จัดขึ้นทุกคืนวันที่ 31 ธันวาคม มักได้ศิลปินดังและสมาชิกจากวง AKB48 เข้าร่วมงานอยู่บ่อยครั้ง มีครั้งหนึ่งสถานีโทรทัศน์เกิดนึกสนุกอยากลองจัดงานเลือกตั้งบ้าง แล้วให้ผู้ชมทั่วประเทศโหวตเข้ามาว่าอยากเห็นสมาชิกในวงคนไหนเป็นเซ็นเตอร์เพลง ‘Kimi wa Melody’ ที่จะแสดงบนเวทีส่งท้ายปี ซึ่งซายากะก็สามารถคว้าอันดับ 1 มาครอง แสดงให้เห็นว่าเธอเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างและคนที่ชื่นชอบเธอไม่ได้มีแค่โอตะ

NMB48

การประสบความสำเร็จในวงการไอดอลของเธอ ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าถ้าวันหนึ่ง ยามาโมโตะ ซายากะ ประกาศจบการศึกษา แล้วใครจะมาแทนที่ ?

NMB48 ท้าทายคำถามนี้ด้วยการเดิมพันกับงานคอนเสิร์ตใหญ่ ‘NMB48 Concert 2016 Itsu Made Yamamoto Sayaka ni Tayoru no ka?’ หรือในชื่อภาษาไทยว่า ‘NMB48 Concert 2016 จะต้องพึ่งพายามาโมโตะ ซายากะ ไปถึงเมื่อไหร่ ?’ เป็นชื่อคอนเสิร์ตที่ใคร ๆ ต่างมองว่าบ้ามากที่ตั้งแบบนี้ แต่คอนเสิร์ตนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสมาชิกที่เหลือจะก้าวต่อไปในทิศทางไหน หากวงไม่มีเสาหลักอย่างซายากะอีกต่อไป พร้อมกับเปิดจำหน่ายบัตรด้วยเงื่อนไขง่าย ๆ เพียงข้อเดียวคือ

สมาชิกทุกคนขึ้นแสดงคอนเสิร์ต ยกเว้นซายากะ ถ้าบัตร 5,700 ใบ ถูกขายจนหมด จะประกาศเมมเบอร์คนใหม่ที่ขึ้นมาเป็นเซ็นเตอร์ซิงเกิลถัดไปแทนซายากะ แต่ถ้าบัตรขายไม่หมด เซ็นเตอร์ของเพลงจะเป็นซายากะโดยอัตโนมัติ”

เงื่อนไขของคอนเสิร์ตสร้างความตื่นตัวให้ทั้งสมาชิกในวงและแฟนคลับ เหล่าโอตะของซายากะหลายคนเลือกไม่ตีตั๋วเข้าชมคอนเสิร์ตครั้งนี้ ส่วนสมาชิกคนอื่น ๆ อยู่ในภาวะกดดัน เพราะหากบัตรคอนเสิร์ตขายไม่หมดเท่ากับว่าพวกเธอยังไม่สามารถก้าวข้ามซายากะได้ สถานการณ์กดดันจนเมมเบอร์หลายคนออกมาประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่า “ไม่ต้องการที่นั่งว่างอีกต่อไปแล้ว” เพื่อกระตุ้นให้แฟน ๆ ช่วยลดเก้าอี้ว่างในคอนเสิร์ต

ในที่สุดวันปิดจำหน่ายบัตรก็มาถึง พร้อมกับบัตรที่เหลืออยู่ 221 ใบ ทำให้เซ็นเตอร์ซิงเกิลต่อไปของ NMB48 คือ ยามาโมโตะ ซายากะ ตามเงื่อนไข ถือเป็นการจัดคอนเสิร์ตที่สร้างความทรงจำไม่เหมือนใคร คงไม่มีไอดอลหรือวงดนตรีไหนอยากทำตามเท่าไหร่นัก คอนเสิร์ตครั้งนี้จึงเป็นการย้ำเตือนว่า ซายากะคือสัญลักษณ์ที่สลัดไม่ออกของ NMB48 จริง ๆ

หลังจากสร้างตำนานให้กับวง NMB48 ซายากะเคยแสดงทักษะการร้องที่น่าประทับใจจากการประกวดร้องเพลงเพื่อหาคนเป็นเซ็นเตอร์เพลง ‘365 nichi no kamihikouki’ ในชื่อภาษาไทย ‘365 วัน กับเครื่องบินกระดาษ’ ของ AKB48 เพลงประกอบละครที่ต่างจากเพลงไอดอลแบบเดิม ๆ เพราะคนฟังไม่ใช่แค่แฟนคลับอีกต่อไป ทำให้วงต้องหาสมาชิกที่ร้องเพลงเพราะและเล่นดนตรีได้มายืนในตำแหน่งเซ็นเตอร์

‘365 วัน กับเครื่องบินกระดาษ’ ถือว่ามีส่วนทำให้คนทั่วไปที่ไม่ได้สนใจไอดอล เริ่มมองเห็นว่าเด็กสาวจากวงตัวเลข 48 ไม่ได้มีแค่ความน่ารัก สดใส หรือมีการร้อง เล่น เต้น อยู่ในระดับกลางถึงต่ำอย่างที่เคยเข้าใจ แต่ยังมีสมาชิกที่เปี่ยมด้วยความสามารถ พร้อมเดินเข้าสู่สปอตไลต์ในวงการดนตรีอยู่

หลังเหตุการณ์เครื่องบินกระดาษ ซายากะมีโอกาสแสดงฝีมือด้านการร้องมากขึ้น ออกซิงเกิลเดี่ยวแนวเพลงป๊อป-ร็อก และจัดทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวในสเกลเล็กทั่วประเทศ เธอค่อย ๆ เติบโต สร้างชื่อเสียงในฐานะศิลปินหน้าใหม่จนได้แสดงเพลง ‘Say Anything’ ร่วมกับโทชิ นักร้องนำวง X Japan มีส่วนทำให้คนนอกเริ่มให้ความสนใจเธอมากขึ้น

30 กรกฎาคม 2018 วันที่ทุกอย่างถูกคิดมาถี่ถ้วน ยามาโมโตะ ซายากะ ประกาศจบการศึกษาจากวง NMB48 โดยให้เหตุผลว่า กว่า 8 ปีในวง ถือเป็นความทรงจำล้ำค่า แต่ตอนนี้มีเด็กรุ่นใหม่มากมายเปล่งประกายพร้อมพาวงไปได้ไกลกว่านี้ และคิดว่าหากไม่มีตัวเองอยู่ในวง NMB48 คงดีกว่านี้ เธออยากให้สมาชิกที่เหลือช่วยสร้าง NMB48 ในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน พร้อมกับทิ้งท้ายว่าแม้จบการศึกษาจากการเป็นไอดอล แต่เป้าหมายส่วนตัวของเธออีกหนึ่งอย่างยังไม่ถูกเติมเต็ม ซึ่งเป้าหมายที่ว่าคือการทำวงดนตรีตามฝันวัยเด็กก่อนเข้ามาเป็นไอดอล

ปัจจุบันสไตล์เพลงของซายากะมักเป็นเพลงป๊อป-ร็อก บางครั้งก็ร็อกมากเสียจนคนที่ไม่เคยรู้จักเธอมาก่อนไม่อยากเชื่อว่านี่คือเพลงที่แต่งโดยไอดอลเกิร์ลกรุ๊ป พิสูจน์ตัวเองด้วยการส่งเพลงไปติดอันดับท็อปชาร์ตอยู่บ่อย ๆ คว้าอันดับ 7 จากไอดอลหญิง 55 คน ที่คนในวงการดนตรีญี่ปุ่นลงความเห็นว่าร้องเพลงเพราะ สั่งสมชื่อเสียงในฐานะไอดอลและศิลปินเดี่ยวคู่กันมาเรื่อย ๆ จนสามารถจัดทัวร์คอนเสิร์ตมากกว่า 20 ครั้ง ทั่วประเทศญี่ปุ่น และได้รับเชิญให้เข้าร่วมคอนเสิร์ต Met Rock คอนเสิร์ตใหญ่ของชาวร็อกญี่ปุ่นหลายครั้ง

ซายากะประกาศจัดทัวร์คอนเสิร์ตทั่วญี่ปุ่นสำหรับปี 2020 แต่งานในหลายจังหวัดต้องถูกยกเลิกหรือเลื่อนไปเพราะผลจากวิกฤตไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องในญี่ปุ่น เมื่อต้องเลื่อนคอนเสิร์ตหลายแห่งอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซายากะจึงออกมาประกาศผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า “มีอะไรที่ฉันพอจะทำได้บ้าง ? เมื่อคอนเสิร์ตที่คานาซาวะกับโกเบถูกเลื่อนออกไป” จนแฟน ๆ จำนวนมากต้องเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจ

วันต่อมา เธอโพสต์ทวิตเตอร์อีกครั้งว่าจะร้องเพลงผ่านยูทูบ โดยจะมาไลฟ์ตรงกับวันทัวร์คอนเสิร์ตที่ถูกยกเลิกเพื่อแสดงความขอโทษที่ไม่สามารถจัดคอนเสิร์ตตามเดิมได้ และใครอยากฟังเพลงอะไรก็ให้ทวีตบอกได้เลย เธอจะเป็นคนร้องเพลงเหล่านั้นให้ฟังเอง ซึ่งการไลฟ์ในยูทูบของเธอเมื่อวันที่ 1, 8 และ 13 มีนาคม 2020 ก็ติดเทรนด์ของญี่ปุ่น พ่วงด้วยคำชมของชาวเน็ตที่บอกว่าเธอแก้สถานการณ์ได้น่าประทับใจ บ้างก็แซวว่าเป็นยังน้องสาวข้างบ้านจากวงไอดอลเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน

ตอนนี้ ยามาโมโตะ ซายากะ ก้าวผ่านคำสบประมาทเรื่องพรสวรรค์ทางดนตรีของเกิร์ลกรุ๊ป ก้าวผ่านความเชื่อว่าไอดอลหญิงมักเป็นเด็กสาวที่มีความสามารถกลาง ๆ เต้นพอได้ ร้องเพลงงั้น ๆ เน้นขายความน่ารักสดใสอย่างเดียว เติบโตจากเด็กสาวในวงไอดอล กลายเป็นนักร้องเดี่ยวที่มีวงดนตรีตามที่เคยฝันไว้ เพราะทุกคนล้วนกำหนดเส้นทางชีวิตของตัวเอง และระหว่างทางที่ก้าวตามฝันก็ทำทุกอย่างให้เต็มที่ จนท้ายที่สุดเธอก็ทำให้ทุกคนเห็นว่าไอดอลสาวก็สามารถเป็นศิลปินร็อกได้

 

ที่มา

http://yamamotosayaka.jp/profile/

http://news.nmb48.com/etc/20160727/210057.html?fbclid=IwAR1tDyCUysvijop62RgEt_MbaIAqEnDjIOQNlW1BHT2AbBIo5enIKDwir_w

https://www.oricon.co.jp/news/2077468/full/

https://www.oricon.co.jp/prof/585691/

https://www.billboard.com/articles/news/international/8538057/sayaka-yamamoto-nmb48-debut-solo-album-track-list-release-date-producers

 

เรื่อง: ตรีนุช อิงคุทานนท์

 


นักเขียนผู้สนใจการเมือง เฟมินิสต์ และการเรียกร้องสิทธิของชาว LGBTQ+

Related

อุลตร้าแมน ยอดมนุษย์ผู้กำราบปีศาจร้ายในหัวใจเด็กและผู้ใหญ่มาตลอด 5 ทศวรรษ

เอกมันต์ โพธิพันธุ์ทอง มือกลองปลิดวิญญาณตลอดชีพ

บรูซ กิลเดน ช่างภาพแนวสตรีท ผู้ไม่สนเรื่องจริยธรรม

เอ็ด ชีแรน ถูกเพื่อนแกล้ง + นักดนตรีเปิดหมวกข้างถนน = คนที่สังคมยอมรับ

ชิมูระ เคน-คาโต้ ชะ แห่ง “คู่หูคู่ฮา” รายการตลกที่มาพร้อมประโยคเด็ด “ไดโจบุได”

โรเจอร์ ดีกินส์ จากยอดตากล้องผู้ชวดออสการ์ 13 ครั้งแรก สู่ผู้ชนะ 2 ครั้งซ้อน

ซึบาสะ: จากการ์ตูนสู่เกมของค่าย TECMO ความฮิตที่ยาวนาน เล่นกันยันลูกบวช

แมตต์ เกรนิง: ผู้ให้กำเนิด ‘เดอะซิมป์สันส์’ ซิตคอมเสียดสี ที่มีต้นแบบจากครอบครัวตัวเอง