Post on 12/02/2021

‘ปาท่องโก๋’ ไม่ได้เรียกว่า ‘ปาท่องโก๋’ แต่เป็น ‘อิ้วจาก้วย’ ที่มีไว้สาปแช่งสองสามีภรรยาชาวจีนผู้ทรยศบ้านเมือง

เพียงพูดถึงสำนวน “ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋” ก็ชวนให้นึกถึงแป้งทอดคู่แฝดวางชิดติดกัน แต่จริง ๆ แล้วคำว่า ‘ปาท่องโก๋’ หมายความถึงขนมน้ำตาลขาว รูปร่างแบน ๆ บ้างก็เป็นสามเหลี่ยม บ้างก็เป็นสี่เหลี่ยม ส่วน ‘ปาท่องโก๋’ ที่คนไทยเข้าใจมาตลอด แท้จริงแล้วมีชื่อว่า ‘อิ้วจาก้วย’ ซึ่งมีที่มาจากประวัติศาสตร์จีนในสมัยราชวงศ์ซ่ง 

หนึ่งในผู้เขียนถึงที่มาของเกร็ดประวัติศาสตร์อิ้วจาก้วยแทรกไว้ในเรื่องสั้นในงานเขียนของเขา คือ อัศนี พลจันทร เจ้าของนามปากกา ‘นายผี’ ‘ลุงไฟ’ และ ‘สหายไฟ’ ผู้ประพันธ์เพลงเดือนเพ็ญ และเพลงคิดถึงบ้าน ทั้งยังเป็นนักคิด นักเขียนคนสำคัญของไทย โดยนายผีได้สอดแทรกประวัติศาสตร์ของอิ้วจาก้วยไว้ในนิทานทิวาราตรีที่พระตะบอง จากหนังสือนิทานการเมืองและเรื่องสั้นของอัศนี พลจันทร เล่ม 1 ไว้อย่างน่าสนใจดังนี้

 

*อ้างอิงการสะกดจากในหนังสือนิทานการเมืองและเรื่องสั้นของอัศนี พลจันทร เล่ม 1 

 

“เอาน้ำชามากิน” เพื่อนเขาว่า “เอาปาท่องโกด้วย” เด็กยกกาน้ำชาและถ้วยชามาตั้ง แล้วหยิบเอาจานขนมซึ่งใส่ขนมทำด้วยแป้งสีขาวเปนรูปสามเหลี่ยมแบนมาให้

“นี่รึปาท่องโก” เพื่อนคนนั้นเอ็ดเสียงดัง 

“นี่แหละปาท่องโก” นายกุลิศบอก 

“ที่จริงเขาเรียกปักฮองโก๊ ปักแปลว่าขาว ฮองคือน้ำตาล โก๊นั้นขนม แปลว่าขนมน้ำตาลขาว ถ้าจะแปลเปนแตจิวก็อาจแปลได้ว่า แปะทึ้งก้วย แต่ไม่มีใครเขาแปลกัน”

“ฮึ” เพื่อนคนนั้นว่า พลางชี้มือไปทางขนมทำด้วยแป้งทอดสีเหลืองแฝดกัน “นั่นต่างหาก” 

“นั่นเขาเรียกว่าอิ้วจาก้วย” นายกุลิศว่า “อิ้วแปลว่าน้ำมัน จาแปลว่าทอด คือขนมทอดน้ำมัน เราเอาไปเรียกปนกันไปเสียเองนะซี”

บทสนทนาของสองตัวละครข้างต้นสะท้อนถึงความเข้าใจผิดของคนไทยที่เรียกอิ้วจาก้วยว่า ‘ปาท่องโก’ จนเคยชิน ซึ่งนายผีได้สอดแทรกตำนานของอิ้วจาก้วยไว้ในนิทานเรื่องเดียวกันนี้ว่า 

“เรื่องขนมอิ้วจาก้วยนี้ มีตำนานมาว่า ในสมัยแผ่นดินซ้อง งักฮุยนายทหารผู้ปราบและป้องกันภัยจากพวกกิมฮวนไว้ได้นั้น ได้ถูกฉินไขว่ข้าราชการทุจริตใส่ความเอาจนตาย เพื่อให้แผ่นดินของตนตกแก่กิมงึดตุ๊ด แม่ทัพและเจ้าชาวกิมฮวน ชาวเมืองซ้องมีความแค้นเคืองฉินไขว่ที่สุด และด้วยความเจ็บแค้นอันนี้ ได้ถึงกับเอาแป้งมาปั้นเปนรูปฉินไขว่กับเมียนอนกอดกัน เปนการประจาน แล้วเอาลงทอดเพื่อจะกินเสียให้หายแค้น อิ้วจาก้วยคือขนมรูปฉินไขว่กับเมียนั้นเอง”

“ที่สวนสาธารณะเมืองฮั่งจิวทุกวันนี้ ยังมีรูปปั้นฉินไขว่กับเมียนั่งคุกเข่า อ้าปากคอยรับปัสสาวะของชาวเมืองทั่วไปอยู่”

ทั้งหมดนี้เป็น ‘ตำนานอิ้วจาก้วย’ ที่ปรากฏในนิทานของนายผี ซึ่งสอดคล้องกับตำนานที่อ้างอิงจากเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ทองเกษมที่เล่าว่า ครั้งหนึ่งมีแม่ทัพงักฮุยผู้เป็นที่รักของประชาชนและมีความสามารถโดดเด่นมาก ทำให้ฉินข้วยไม่พอใจ ภรรยาของฉินข้วยจึงออกอุบายยุยงฮ่องเต้ ใส่ร้ายป้ายสีแม่ทัพงักฮุยจนถูกประหารชีวิต 

เมื่อชาวเมืองทราบเรื่อง แต่ไม่สามารถทำอะไรฉินข้วยและภรรยาได้ จึงระบายความโกรธแค้นลงไปในแป้งปั้นประกบคู่กัน เป็นตัวแทนของฉินข้วยกับภรรยา ก่อนจะนำไปทอดในน้ำมันเพื่อสาปแช่ง และนิยมเรียกอาหารชนิดนี้ว่า อิ้วจาก้วย ซึ่งหมายความถึงน้ำมันทอดฉินข้วย 

ต่อมาหลุมศพของงักฮุยถูกปรับปรุงเป็นศาลเจ้า แล้วสร้างรูปปั้นฉินข้วยกับภรรยานั่งคุกเข่าเอามือไพล่หลังไว้หน้าศาลเจ้างักฮุย เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้กับคนรุ่นหลัง

ส่วนอีกหนึ่งตำนานที่อ้างอิงจากเว็บไซต์ของสำนักงานหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้บอกเล่าเรื่องราวเค้าโครงคล้ายกัน แต่รายละเอียดต่างออกไป โดยกล่าวว่า ทหารทรยศผู้นั้นชื่อ ‘ใจก๊วย’ เป็นผู้สำเร็จราชการแทนกษัตริย์ และทรยศต่อบ้านเมือง เป็นเหตุให้ ‘กังฟู’ ขุนพลคนสำคัญของกษัตริย์เสียชีวิต ชาวบ้านจึงสร้างศาลเจ้ากังฟูและรูปปั้นใจก๊วยขึ้น 

เมื่อใดที่ไปไหว้ศาลเจ้า ชาวบ้านจะเขกหัวรูปปั้นใจก๊วยจนส่วนหัวของรูปปั้นเริ่มบิ่นหายไปเหลือแต่ลำตัว กลายเป็นที่มาของการปั้นขนมเป็นรูปใจก๊วยไม่มีหัว และนำไปทอดในน้ำมัน ตั้งชื่อว่า อิ้วใจก๊วย หมายถึง ใจก๊วยที่ถูกทอดในน้ำมันนั่นเอง

ไม่ว่าที่มาหรือตำนานจะแตกต่างหลากหลายอย่างไร แต่ที่แน่นอนคือ คู่แฝดแป้งสีน้ำตาลที่เรากินกันนั้นคือ ‘อิ้วจาก้วย’ ไม่ใช่ ‘ปาท่องโก๋’ ซึ่งจุดเริ่มต้นของการเรียกผิดเป็น ‘ปาท่องโก๋’ นี้คาดว่าเกิดจากคนสมัยก่อนขายปาท่องโก๋ รวมกับอิ้วจาก้วย และขนมอื่น ๆ เมื่อพ่อค้าแม่ค้าร้องขายขนม ก็อาจจะป่าวร้องว่า “ปาท่องโก๋จ้า…” ตามด้วยชื่อขนมอื่น ๆ อยู่บ่อย ๆ จนคนไทยจำมาว่า อิ้วจาก้วย คือ ปาท่องโก๋ และพูดติดปากกันมาจนถึงทุกวันนี้

ครั้งหน้าถ้าเราจะสั่งปาท่องโก๋ ก็คงได้รู้แล้วว่า ขนมแป้งทอดสองชิ้นติดกันไม่ได้มาจากพรหมลิขิตบันดาลชักพา…ดลให้มาเป็นปาท่องโก๋แต่อย่างใด หากมาจากความคับแค้นฝังใจของชาวจีน จนปั้นออกมาเป็นคู่ไว้ให้ฉีกทึ้งออกจากกันระหว่างกิน เพื่อสาปแช่งสองสามีภรรยาผู้ทรยศบ้านเมืองเท่านั้นเอง

 

ที่มา


มนุษย์ friendly introvert ที่มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ คือ ลาเต้เย็น การเดินเล่น และหนังสือมูราคามิ

Related

มาดาม ซี.เจ.วอล์คเกอร์ จากทาส สู่ ‘เศรษฐินีผิวสี’ คนแรกของอเมริกา

พิกเมเลียนและกาลาเทอา: ตำนานชายผู้หลงรักรูปปั้น สู่การทดลองที่พิสูจน์ว่า ‘คิดอย่างไร ก็จะได้อย่างนั้น’

อัน จุง-กึน นักสู้ปลดปล่อยเกาหลี มือสังหารนายกฯ คนแรกของญี่ปุ่น

มารี คูรี : สตรีผู้ยกระดับการรักษาชีวิตของมนุษยชาติ ด้วยศาสตร์แห่งเคมี

ปรีดี พนมยงค์ กับธุรกิจโรงพิมพ์และหนังสือ “นิติสาส์น” สร้างแสงสว่างทางปัญญา

เอลี โคห์เอน สายลับมอสสาดที่เกือบได้เป็น รมช.กลาโหมซีเรีย

โยชิโกะ โอคาดะ นักแสดงญี่ปุ่นหนีเผด็จการทหารไปถูกทรมานในโซเวียต

บอริส เยลต์ซิน และ วลาดิเมียร์ ปูติน ความแตกต่างของผู้มอบและผู้สืบทอดอำนาจ