Post on 27/09/2020

ทาเคอุจิ ยูโกะ: Be with You จะอยู่ข้างเธอเสมอ

“ถ้าฉันตายไป ปีหน้าในวันที่ฝนตก เราคงได้พบกันอีก”

คือบทพูดของนางเอกในภาพยนตร์เรื่อง Be with You(2004) ผลงานสร้างชื่อของทาเคอุจิ ยูโกะ อันเป็นภาพยนตร์ที่นอกจากจะทำให้เธอมีชื่อเสียงในญี่ปุ่นแล้ว ในประเทศไทยเอง ภาพยนตร์ครอบครัวแนวแฟนตาซีที่แสนอบอุ่นเรื่องนี้ ก็ถูกพูดถึงอย่างมากไม่แพ้กัน และถือเป็นภาพยนตร์ที่ยืนโรงฉายที่ลิโดอยู่หลายเดือนเพราะปรากฏการณ์หนังดีที่ชวนกันไปดูปากต่อปาก

Be with You เล่าเรื่องราวของครอบครัวหนึ่ง นางเอกเป็นคุณแม่ที่เสียชีวิตไป แต่สัญญาว่าจะกลับมาพบลูกชายและสามี ในช่วงฤดูฝนปีต่อมา และอยู่ด้วยกันจนฤดูฝนในปีนั้นสิ้นสุดลง

พอฝนหยุดตก ทุกอย่างกลับมาสู่ความเศร้า แต่มันก็นำความทรงจำหยดสุดท้ายอันล้ำค่ามาสู่ครอบครัว สู่สามีและลูกชายที่จะเติบโตอย่างเข้มแข็งในวันข้างหน้า

แต่หากเปรียบเปรย สำหรับคนรอบข้างที่รักใคร่และแฟนคลับของ ทาเคอุจิ ยูโกะแล้ว…ในวันนี้ คงเป็นเหมือนวันที่ฝนหยุดตกสำหรับพวกเขา

ในช่วงตี 2 ของวันที่ 27 กันยายน ค.ศ.2020 ตามเวลาในญี่ปุ่น นากาบายาชิ ไทกิ ผู้เป็นสามี ได้พบร่างไร้ลมหายใจของนักแสดงสาวผู้เป็นภรรยา นอนเสียชีวิตอยู่ในบ้านพักส่วนตัวของทั้งคู่ที่ย่านชิบุยะ พอถึงเวลา 8:30 น. สำนักข่าวทุกสำนักก็ได้พร้อมใจกันรายงานข่าวเศร้าช็อควงการบันเทิงญี่ปุ่นว่าทาเคอุจิ ยูโกะ ได้จากพวกเราไปแล้ว โดยเบื้องต้นตำรวจได้สันนิษฐานว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

จุดเริ่มต้นเส้นทางบันเทิง “นางเอกสาวม.ปลายสุดฮอต”

ทาเคอุจิ ยูโกะ เกิดที่จังหวัดไซตามะ (ชานกรุงโตเกียว) ในปี 1980 เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมต้น ในช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิ เธอได้รับการทาบทามจากแมวมองในย่านฮาราจูกุ เข้าเป็นนักแสดงในสังกัด Stardust Promotion ซึ่งเป็นสังกัดเดียวนักแสดงชายดาวรุ่งอย่างคิตะมุระ ทาคุมิ จากภาพยนตร์ 君の膵臓をたべたい หรือในชื่อภาษาไทยว่า “ตับอ่อนเธอนั้น ขอฉันเถอะนะ” และนักแสดงหญิงอย่าง โคมัตสึ นานะ จากภาพยนตร์ Tomorrow I Will Date With Yesterday’s You

ทาเคอุจิ ยูโกะ เปิดตัวในฐานะนักแสดงหญิงครั้งแรก ในปี ค.ศ.1996 จากละครเรื่อง Shin Mokuyou no Kaidan(Cyborg) ละครเรื่องนี้ผลักดันให้เธอกลายเป็นที่รู้จักในฐานะ “นางเอกสาว ม.ปลายสุดฮอต”

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทาเคอุจิ ยูโกะ ก็ได้รับบทสำคัญในละครและภาพยนตร์อีกหลาย ๆ เรื่อง อย่างในปี 1999 เธอได้รับบทนำเป็นช่างทำขนมญี่ปุ่น(wagashi) ในละครเช้าของสถานีโทรทัศน์ NHK เรื่อง “Asuka” ซึ่งปลุกกระแสความนิยมขนมญี่ปุ่นแบบโบราณในเมืองเกียวโตและนาราให้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง

ละครเรื่องนี้ถือเป็นความสำเร็จก้าวแรกในฐานะนักแสดงของทาเคอุจิ ยูโกะ เพราะ “ละครเช้าของ NHK” นั้นแม้ว่าจะฉายเพียงวันละ 15 นาที แต่ฉายทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตลอดทั้งปีมาหลายสิบปีแล้ว จึงมีเพียงนักแสดงชั้นนำที่ได้รับการยอมรับในที่ญี่ปุ่นเท่านั้นจึงจะได้รับเลือกให้แสดงในละครเช้านี้

ในปี 2001 เธอใด้รับบทนำในละคร เรื่อง Shiro Kage(Love and Life in the White) คู่กับมาซาฮิโร นากาอิ ออกอากาศทางช่อง TBS จนได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากงานประกาศผลรางวัล Hashida Award ครั้งที่ 9

และในปีถัดมา ภาพยนตร์ที่ส่งให้เธอดังเปรี้ยงไปทั่วเอเชีย รวมถึงในประเทศไทยก็คือ ละครเรื่อง สูตรรักข้าวห่อไข่(ランチの女王) ที่ทางช่อง ITV เคยนำมาฉาย ทาเคอุจิ ยูโกะ รับบทเป็นมุงิตะ นัตสึมิ สาวน้อยพนักงานร้านกาแฟที่จับพลัดจับผลูต้องมาแสดงเป็นคู่หมั้นของทายาทร้านอาหารอย่างคิทเช่นมักกะโรนี โดยมีข้อแลกเปลี่ยนเป็นอาหารที่เธอชอบ นอกจากเมนูในเรื่องจะเป็นอาหารตาแก่ผู้ชมแล้วยังเป็นอาหารใจแก่ผู้ที่ท้อแท้สิ้นหวังในชีวิต นับเป็นอีกหนึ่งในละครโทรทัศน์แนว feel good ที่โด่งดังมากในยุคนั้น ละครเรื่องนี้ ทำให้เธอได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมเป็นครั้งแรก จากงานประกาศผลรางวัลของ Japan Television Drama Academy Awards ครั้งที่ 34 และเส้นทางอาชีพของเธอเจิดจ้าขึ้นเรื่อย ๆ ในปี 2004 ทาเคอุจิ ยูโกะ ก็ยังได้รับรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง Yomigaeri (Resurrection)ในงานประกาศผลรางวัลภาพยนตร์ Japan Movie Critics Awards ครั้งที่ 13

ในปี 2004 ทาเคอุจิ ยูโกะ ได้รับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง Be with You ที่แสดงคู่กับนากามุระ ชิโด ผู้ซึ่งกลายมาเป็นสามีในชีวิตจริงของเธอ และจากผลงานภาพยนตร์เรื่องนี้เองส่งผลให้เธอได้รับรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมอีกครั้งจาก 3 เวทีใหญ่ได้แก่ Wakayama Citizen Movie Festival ครั้งที่ 22 , NIFTY Film Award ครั้งที่ 9 และ Movie Walker Cinema Award นอกจากนั้นยังมีรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม จาก Nikkan Sports Drama Grand Prix จากละครเรื่อง Pride ที่เล่นคู่กับคิมุระ ทาคุยะ อีกด้วย

ชื่อของทาเคอุจิ ยูโกะ ก็ยังอยู่ในลิสต์นักแสดงระดับท็อปอยู่เสมอ ในปี 2007 เมื่อเธอกลับมาได้รับรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง Sidecar ni Inu(Dog in a Sidecar) บนเวที Osaka Movie Press Club Best Movie Award, Nikkan Sports Film Award ครั้งที่ 20, Fumiko Yamaji Award ครั้งที่ 31, Kinema Junpo Award ครั้งที่ 81, Japan Movie Critics Award ครั้งที่ 17, Yahoo! Japan Katteni Movie Award ปี 2008

ในปี 2011 ทาเคอุจิ ยูโกะ รับบท เซ็ตจัง ในภาพยนตร์เรื่อง 1,778 Stories of Me and My Wife ได้รับรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมจาก Hoshi Film Award ครั้งที่ 36 เป็นเรื่องราวของคู่รักนักวิทยาศาสตร์หนุ่มและพนักงานธนาคารสาว ที่วันหนึ่ง นางเอกตรวจพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งลำไส้และอาจจะอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี แฟนหนุ่มของเธอจึงตั้งใจที่จะเขียนเรื่องสั้นให้เธออ่านวันละเรื่องในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ และสุดท้ายเธอก็จากไปเมื่อเขาเขียนได้ 1,778 เรื่อง

ละครอีกเรื่องของเธอที่น่าจดจำ คือละครเฉพาะกิจเรื่อง Strawberry Night ที่ออกอากาศผ่านช่อง Fuji TV ในปี 2012 ในบทนักสืบสาว ฮิเมะคาวะ เรโกะ

ผลงานในช่วงปี 2019 ผ่านมา ได้แก่เรื่อง Queen ของช่องFuji TV ที่ประเทศไทยได้รับลิขสิทธิ์ฉายผ่านทาง Viu เป็นซีรีส์แนวทนายความ ที่ทาเคอุจิ ยูโกะรับบทเป็นทนายความสาวจากสำนักงานกฎหมายซูซูกิ ที่เชี่ยวชาญด้านการจัดการความเสี่ยง เธอและทีมงานมักจะคอยจัดการข่าวฉาวให้แก่ลูกความอย่างสุดความสามารถ พร้อมกับคติประจำใจที่ว่า “เราจะต้องไม่เพิกเฉยต่อเสียงร่ำไห้ของผู้ไร้อำนาจที่เรียกร้องอยู่”

นอกจากนี้ยังมีหนังชุด The Confidence Man JP: Episode of Princess ที่เธอได้แสดงร่วมกับนักแสดงหนุ่มผู้ล่วงลับอย่างมิอุระ ฮารุมะ ที่เพิ่งฉายไปเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2020 อีกด้วย

เจ้าแม่แห่งงานพรีเซนเตอร์ และชีวิตคู่ของเธอ

นอกจากผลงานด้านการแสดงแล้ว ทาเคอุจิ ยูโกะ ยังถือว่าเป็นตัวแม่แห่งวงการโฆษณาของญี่ปุ่นอีกคนหนึ่งก็ว่าได้ เธอปรากฎตัวในแทบทุกผลิตภัณฑ์ที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคยตั้งแต่เด็กยันวัยชรา โฆษณาที่เธอเคยเป็นพรีเซนเตอร์ให้ ครอบคลุมแทบจะทุกธุรกิจ ไม่ว่าเป็นจะเป็นไอศกรีม PARM ของบริษัท Morinaga , บะหมี่สำเร็จรูป ยี่ห้อซัปโปโร่ อิจิบังราเมน, ยาแก้ปวด ยี่ห้อ Eve A-EX, กล้องถ่ายรูป Canon รุ่น EOS Kiss M, เครื่องสำอาง Shiseido, แชมพู Tsubaki, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า Elixir White, บริษัทท่องเที่ยว JTB, และร้านอาหารและซุปเปอร์มาร์เก็ตแทบทุกแห่งในญี่ปุ่นจะต้องมีรูปเธอติดอยู่ เพราะเธอเป็นพรีเซนเตอร์ของเบียร์ยี่ห้อดังอย่าง Suntory Premium Malt’s นั่นเอง

ในชีวิตจริงทาเคอุจิ ยูโกะ แต่งงานกับนากามุระ ชิโด ที่แสดงเรื่อง Be with You ด้วยกัน ในเดือนมิถุนายน ปี 2005 เมื่อเธออายุได้ 25 ปี และคลอดลูกชายคนแรกในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน

ชีวิตคู่ของยูโกะ และชิโด นั้นหอมหวานได้ไม่นานนัก ทั้งคู่ได้หย่าขาดกันในปี 2008 เนื่องจากว่าชิโดนั้นนอกใจเธอ

ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2019 ยูโกะได้ตัดสินใจแต่งงานและเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งกับนักแสดงหนุ่มรุ่นน้อง นากาบายาชิ ไทกิ ที่เคยแสดงละครเรื่อง Strawberry Night ด้วยกัน และเพิ่งคลอดลูกชายคนที่ 2 ไปเมื่อเดือนมกราคม ปี 2020 ที่ผ่านมานี้เอง ทำให้ชาวเน็ตญี่ปุ่นตั้งข้อสังเกตว่า เธออาจจะอยู่ในภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Baby Blue) ก็เป็นได้

ความสูญเสียของวงการบันเทิงญี่ปุ่นและความเครียดในยุคโควิด-19

กรณีการเสียชีวิตของทาเคอุจิ ยูโกะ ในครั้งนี้ ไม่ใช่กรณีแรกที่เกิดขึ้นในวงการบันเทิงญี่ปุ่น ในช่วงปีที่ผ่านมานี้วงการบันเทิงญี่ปุ่นได้สูญเสียนักแสดงชื่อดังไปหลายท่านด้วยสาเหตุการฆ่าตัวตาย และข่าวที่ช็อคแฟน ๆ ชาวไทย คงหนีไม่พ้นข่าวการเสียชีวิตของพระเอกยิ้มสวย มิอุระ ฮารุมะ นักแสดงหนุ่มดาวรุ่ง ที่ได้จบชีวิตตัวเองด้วยการแขวนคอในตู้เสื้อผ้า เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

การเสียชีวิตของนักแสดงอันเป็นที่รักของคนหลากหลายช่วงวัย ทำให้คนญี่ปุ่นเริ่มตระหนักได้ว่า “การฆ่าตัวตาย” ไม่ใช่ปัญหาที่ไกลตัว เพราะคนที่เสียชีวิตมักเป็นคนที่เราต้องเคยเห็นผลงานของพวกเขามาไม่มากก็น้อยราวกับเป็นคนคุ้นเคย

เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านนี้ ศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายแห่งชาติของญี่ปุ่นร่วมกับเกาหลีใต้ได้เปิดเผยผลสำรวจอันน่าตกใจ ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่าผู้หญิงญี่ปุ่นมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงขึ้นถึง 40% อย่างมีนัยยะสำคัญ มากกว่าช่วงเดียวกันในปีที่แล้วถึง 1,849 ราย สาเหตุหลัก ๆ ผู้เชี่ยวชาญมองว่ามาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั่นเอง ทำให้บทบาทของผู้หญิงในสังคมถูก “ผลัก” ให้กลับไปอยู่ในบ้านมากขึ้น จึงกลายเป็นความเครียดที่ไม่มีทางออก ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คิดเรื่องการจบชีวิตของตนเอง

ถึงแม้จะเข้าสู่ศตวรรษที่ 21แล้ว แต่ต้องยอมรับว่าในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นยังอยู่ในระบบสังคมชายเป็นใหญ่ที่จำกัดบทบาทของผู้หญิงให้อยู่แต่ในบ้าน แม้ว่าในระยะเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมา แม่บ้านฟูลไทม์ในญี่ปุ่นจะลดลงด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ แต่กระนั้น ด้วยระบบภาษีและสภาพสังคม กลับผลักดันให้ผู้หญิงญี่ปุ่นกลับไปอยู่จุดเดิม คือไม่สามารถทำงานเต็มเวลาได้เนื่องจากต้องดูแลลูกและสามี อีกทั้งสถานรับเลี้ยงเด็กสำหรับคุณแม่ที่ทำงานนั้นมีไม่เพียงพอ

เมื่อผลกระทบจากโควิด-19 มาถึง ก็เหมือนระเบิดเวลาลูกย่อม ๆ เจ้าของกิจการต่าง ๆ จำเป็นต้องทำทุกวิถีทางเพื่อลดรายจ่าย เพื่อให้บริษัทก้าวข้ามวิกฤตนี้ไปให้ได้ และคนที่ต้องเสียสละอย่างไม่เต็มใจก็คือ “ผู้หญิง”

ในหลาย ๆ บริษัท การปลดพนักงานมักจะเลือกผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว (เพราะมองว่ายังไงสามีเลี้ยงดูได้) และผู้หญิงที่มีลูกก่อน (เพราะคิดว่าเธอจะทุ่มเทเวลาให้กับงานได้ไม่เต็มที่) ทำให้ผู้หญิงเก่งหลาย ๆ คนเลือกที่จะไม่แต่งงานและไม่มีลูกเพื่อความก้าวหน้าของตัวเอง อีกทั้งอัตราการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวนั้นสูงขึ้น ทำให้ผู้หญิงนั้นได้รับความกดดันจากหลาย ๆ ทาง ไม่ว่าจะทางเศรษฐกิจหรือทางสังคม ทำให้พวกเธอเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองและลูกน้อยไปอย่างน่าเสียดาย

ระบบการทำงาน Part-time ที่เคยเป็น Safety Cushion สำหรับนักเรียน-นักศึกษา หรือผู้ที่ด้อยโอกาสทางสังคมด้านอื่น ๆ งานที่ไม่มีใครอยากทำ กลายเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมากขึ้นในช่วงนี้ จากที่กลายเป็นงานที่สัมภาษณ์ยังไงก็ได้งาน แต่ในเมื่อคนตกงานกันมาก และหวังการทำงาน Part-time เป็นที่พึ่งสุดท้ายในการดิ้นรนที่จะมีชีวิตรอดในเมืองที่มีค่าครองชีพสูงอย่างญี่ปุ่นนั้นกลับมีความยากยิ่งขึ้นไปอีก

ในกรณีของนักแสดง แม้ว่าอาจจะไม่มีปัญหาเรื่องค่าครองชีพเท่าประชาชนทั่วไป แต่ก็ต้องยอมรับว่า งานในวงการบันเทิงก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 มากสมควร

พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียของนักแสดงญี่ปุ่น เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก ทุกการโพสต์ ทุกการเคลื่อนไหวสามารถเป็นข่าว ทำให้บางครั้งคนดังเหล่านั้นแทบไม่มีพื้นที่ หรือใครซักคนให้ระบาย เพราะต้องคอยระวังตัว

มักจะมีคำพูดว่า เมื่อเลือกที่จะมาอยู่ท่ามกลางสปอตไลท์แล้ว ก็คือคนของประชาชน ต้องยอมรับความเห็นที่เป็นบวกและลบให้ได้ แต่ผู้เขียนกลับไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ เพราะคนที่อยู่ท่ามกลางแสงไฟ เมื่อการแสดงจบลง เขาก็ต้องกลับไปเป็นลูกสาวของใครซักคน เป็นแม่ เป็นภรรยา เป็นพี่น้อง เป็นเพื่อนของใครซักคน มีชีวิต มีจิตใจ ไม่จำเป็นต้องมารองรับอารมณ์จากสังคมตลอดเวลา

เราไม่อาจรู้ได้ว่าที่ทาเคอุจิ ยูโกะเลือกที่จะจากไปโดยทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลังนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร แต่จากนี้ไปทุก ๆ ฤดูฝน ชื่อของเธอคงจะทำให้หลาย ๆ คนคิดถึง ผลงานของเธอจะคอยอยู่เคียงข้างเรา และแม้ว่าเธอจะจากไป เราก็จะขอ be with you อยู่เคียงของเธอในฐานะแฟนคลับต่อไป

ที่มา
https://official.stardust.co.jp/yuko/profile/index_e.html

เรื่อง: กันยารัตน์ คุนิคะเนะ


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ