Post on 20/11/2018

อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ ตำนานเบียงโคเนรี่ สุภาพบุรุษตัวจริงแห่งวงการลูกหนังอิตาลี

ถ้าพูดถึงตำนานนักฟุตบอลแห่งวงการลูกหนังอิตาลี หลายคนอาจจะนึกถึงนักเตะอย่าง โรแบร์โต้ บาจโจ้, เปาโล มัลดินี หรือ ฟรันโก บาเรซี

แต่ถ้าฮีโร่ที่พาอิตาลีเป็นแชมป์โลกสมัยที่สี่และเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของยูเวนตุส “อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่” คือชายที่เรากำลังจะพูดถึง

อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ (Alessandro Del Piero) เกิดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1974 ที่เมืองโกเนลยาโน่ ประเทศอิตาลี ในวัยเด็กเขามักจะถูกเรียกในชื่อ “อาเล่” เดล ปิเอโร่ ก็เหมือนกับเด็กทั่วไป ล้วนแต่มีความฝันที่อยากจะเล่นฟุตบอลให้กับยอดทีมดัง ๆ ของประเทศ จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของเขาเกิดขึ้นเมื่อได้เห็นอิตาลีชนะฟุตบอลโลก เมื่อปี 1982

“ในปีที่อิตาลีได้แชมป์โลก (1982) ผู้คนต่างออกมาเฉลิมฉลอง ผมเองที่ยังไม่รู้ประสีประสาก็ดีใจไปด้วย การที่ได้เห็นฮีโร่ในวัยเด็กของผม อย่าง มาร์โก ทาร์เดลลี่, เปาโล รอสซี่ ลงเล่น กลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ผมอยากพาตัวเองไปถึงยังจุดนั้นบ้าง”

ครอบครัวคือส่วนสำคัญในการช่วยผลักดัน เดล ปิเอโร่ สู่อาชีพลูกหนัง !

ครอบครัวมีส่วนสำคัญในอาชีพค้าแข้งของเดล ปิเอโร่เป็นอย่างมาก แม้พ่อของเขาจะเป็นเพียงช่างไฟ แต่ก็มักจะหาเวลาไปรับส่งลูกชายทั้งสองเพื่อซ้อมฟุตบอลอยู่เสมอ (พี่ชายของ เดล ปิเอโร่ ก็เป็นนักฟุตบอลเช่นกัน) เช่นเดียวกับแม่ของเขาที่คอยสนับสนุนเสมอมา เดล ปิเอโร่ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลในตำแหน่งผู้รักษาประตูเพราะคำสั่งจากมารดา โดยเธอให้เหตุผลว่ากลัวลูกชายของเธอ เจ็บ และเหนื่อย เดล ปิเอโร่ เคยพูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า

“แม่ของผมอยากให้ผมเป็นผู้รักษาประตู ผมก็ทำได้แค่เพียงเล่นตามคำสั่ง แต่ตัวผมรู้ว่ามันไม่ใช่ตัวผมเลย ผมชอบที่จะเล่นเกมรุก จ่ายบอลไปให้เพื่อนหรือทำประตู”

เดล ปิเอโร่ เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ ซาน เวนเดมิอาโน่ ก่อนเข้าสู่แคมป์นักเตะเยาวชนของ ปาโดวา ในวัยเพียงสิบสามปี แต่ด้วยรูปร่างที่เล็กของเขา ก็มักจะโดนทั้งเพื่อนและเหล่าแมวมองสบประมาทว่า ไม่มีทางประสบความสำเร็จได้หรอก

“แกมันทั้งผอม และบางเกินไปไม่มีทางประสบความสำเร็จได้หรอก”

เดล ปิเอโร่ ก้าวข้ามผ่านคำพูดดูถูกเหล่านั้น และเริ่มฉายแววยอดแข้งอัจฉริยะกับทีมเยาวชนของ ปาโดวา เขามีทั้งความเร็ว ความคล่องแถมจบสกอร์ดี จนผลงานไปเข้าตาแมวมองของ ‘ยูเวนตุส’ ยอดทีมแห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา เและต่อมาถูกดึงไปร่วมทัพด้วยค่าตัว 2.8 ล้านยูโร เมื่อปี 1993 ซึ่งนี่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานบทใหม่แห่งเบียงโคเนรี่

การค้นพบเพชรเม็ดโต ของยูเวนตุส !

ในวัยสิบเก้าปี เดล ปิเอโร่ เริ่มต้นด้วยการเล่นกับทีมเยาวชนของยูเว่ ก่อนได้มีโอกาสประเดิมลงสนามนัดแรกให้กับทีมชุดใหญ่ ในการพบกับ ฟอกเจีย แม้จะทำประตูไม่ได้แต่แฟนบอลต่างพากันจับจ้องดาวดวงใหม่คนนี้ เกมต่อมากับ เรจจิน่า เดล ปิเอลโร่ ที่มีชื่อเป็นตัวสำรองได้มีโอกาสลงแทนฟาบริซิโอ ราวาเนลลี่ และซัดประตูแรกของเขาได้สำเร็จ และในไม่กี่วันต่อมาเขาก็โชว์ฟอร์มเทพ ทำแฮตทริกใส่ปาร์มาพาทีมเอาชนะขาดลอย นี่ถือเป็นการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของ เดล ปิเอโร่

เดล ปิเอโร่ เดินหน้าโชว์ฟอร์มเกินเม็ดเงินที่ทีมจ่ายไป เขาพาทีมไล่ล่าแชมป์ เป็นกอบเป็นกำทั้งกัลโช่ เซเรีย อา, ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกส์ หรือรวมถึงในนามทีมชาติอิตาลี เขาก็เป็นคนสำคัญที่พาอิตาลีกลายเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2006

ในตอนนั้นยอดทีมทั่วยุโรป ทุกคนล้วนต่างอยากได้ตัวเขาไปร่วมทีมทั้งเรอัล มาดริด หรือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะยอดกุนซืออย่างเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็อยากได้เดล ปิเอโร่ไปปั่นเกมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด

“ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เราพบกับยูเวนตุส เขาทำผมแทบคลั่ง เขาเล่นงานแผงหลังของเราซะน่วม กิ๊กซี่ (ไรอัน กิ๊ก) และ แกรี่ (เนวิลล์) เข้ามาพูดกับผมว่า บอสคุณต้องซื้อตัวเขามาให้ได้ไม่ว่าจะอย่างไร เพราะเขาจะพาเราเป็นแชมป์ได้อีก 10 ปี เมื่อผมติดต่อไปขอซื้ออเลสซานโดร พวกเขาไม่พูดอะไรต่อเลยนอกจากตอบปฏิเสธลูกเดียว”

เดล ปิเอโร่ค้าแข้งอยู่กับยูเวนตุสถึง 19 ฤดูกาล และไม่มีทีมไหนสามารถคว้าลายเซ็นของเขาไปได้เลย เพราะตอนนี้ เดล ปิเอโร่ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของยูเวนตุสไปแล้ว

“เดอะเดลปิเอโร่ โซน”

เดล ปิเอโร มีสไตล์การเล่นที่สวยงาม ทั้งเทคนิคการเลี้ยงบอลที่ดี การเปิดบอลที่แม่นยำ หรือ ทีเด็ดในลูกฟรีคิก และโดยเฉพาะการทำประตูจากฝั่งซ้ายของเขตโทษ อันเป็นเครื่องหมายทางการค้าของแข้งรายนี้ หรือที่เราเรียกกันว่า “เดอะเดลปิเอโร่ โซน”

พื้นที่เล็กๆ ข้างซ้ายของกรอบเขตโทษคู่แข่ง มักจะเป็นพื้นมรณะเอาไว้เผด็จศึกของเดล ปิเอโร่ เรียกได้ถ้าเขาง้างไกยิงเมื่อไหร่เป็นอันเข้าทุกลูก ส่วนใหญ่ประตูของเขามักจะมาจากพื้นที่ส่วนนั้นของสนาม โดยเฉพาะลูกยิงฝังเยอรมนีในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2006 กลายเป็นประตูแห่งความทรงจำที่ส่งอิตาลีก้าวขึ้นไปเป็นแชมป์ในท้ายที่สุด

สุภาพบุรุษตัวจริง ! 

เดล ปิเอโร่ ถูกยกย่องจากเพื่อนร่วมอาชีพรวมถึงแฟนบอลมากมาย ในเรื่องของ ‘หัวใจ’ ที่ยิ่งใหญ่และความเป็นสุภาพบุรุษของเขา ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 2005-06 หลังพายูเวนตุสคว้าแชมป์ลีกร่วมถึงได้แชมป์โลกที่เบอลิน ดูเหมือนชีวิตของเดล ปิเอโร่ จะก้าวขึ้นไปอยู่บนยอดของภูเขาแล้ว แต่ในเวลาไม่กี่สัปดาห์ต่อมา เขากลับต้องร่วงหล่นลงมาเมื่อรู้ว่าต้นสังกัดกำลังจะถูกริบแชมป์และตกชั้นไปเล่นในเซเรีย บี จากคดีล้มบอล

นักเตะดาวดังของทีมหลายคนไม่ว่าจะเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, หรือรวมถึงกัปตันทีมชาติอิตาลีอย่าง ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ตัดสินใจทิ้งทีมเพื่อย้ายซบทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปแทน เหลือเพียงแค่ จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน, พาเวล เนดเวด และตัว เดล ปิเอโร่ เอง ที่ต้องอยู่ช่วยทีมให้กลับมาสู่เซเรีย อา อีกครั้ง แฟนบอลต่างมายกย่องความซื่อสัตย์ต่อทีมของเดล ปิเอโร่ จากเหตุการณ์ในครั้งนี้

“สุภาพบุรุษที่แท้จริงจะไม่มีวันทิ้งผู้หญิงของเขาเมื่อลำบาก” เดล ปิเอโร่ ให้สัมภาษณ์หลังรู้ข่าวว่ายูเวนตุสต้องตกลงไปเล่นในเซเรีย บี

ในฤดูกาลต่อมา เดล ปิเอโร่ ร่วมถึงทัพดาวรุ่งของทีมในตอนนั้นอย่าง จอร์จิโอ คิเอลลินี และ เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ สามารถนำยูเวนตุสกลับสู่เซเรีย อา ได้สำเร็จ

สำหรับผมทีมมาก่อนเสมอ ! 

ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2007-08 เดล ปิเอโร่ และ ดาวิด เทรเซเกต์ ยอดสองกองหน้าของทีม กำลังมีลุ้นคว้ารางวัลดาวซัลโวประจำฤดูกาลด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งก่อนเกมกับซามพ์โดเรียจะเริ่ม ทั้งสองต่างทำประตูได้เท่ากันพอดิบพอดี และในนาทีที่หกของเกม เดล ปิเอโร่ ก็ช่วยให้ทีมได้ลูกจดโทษ ! เขามีโอกาสสังหารลูกดังกล่าวเพื่อก้าวไปคว้าดาวซัลโวเดี่ยว ๆ แต่สุดท้ายเดล ปิเอโร่ ตัดสินใจให้ เทรเซเกต์ เป็นคนยิงแทน เพราะเหตุผลที่ว่าศูนย์หน้าเลือดฝรั่งเศส คือเพชฌฆาตเบอร์หนึ่งของทีม ในท้ายที่สุด เดล ปิเอโร่ ก็มาซัดอีกสองประตู และสามารถก้าวขึ้นไปคว้ารางวัลรองเท้าทองคำได้สำเร็จ

แต่ผลจากการตกชั้นทำให้ยูเว่ไม่สามารถคว้าแชมป์ได้เลยตลอดสี่ฤดูกาลหลัง ก่อนจะมาประสบความสำเร็จในปี 2011/12 เดล ปิเอโร่ ใช้โอกาสนี้อำลาทีมเพื่อหาความท้าทายใหม่ ๆ แฟนบอลต่างร่ำไห้เมื่อรู้ว่าฮีโร่ของพวกเขาคนนี้กำลังจะจากไป

“จะไม่มีสีใดสว่างในใจผม ได้มากกว่าสีขาวและดำอีกแล้ว”

705 คือตัวเลขที่เขาลงสนามให้กับยูเว่ 289 คือจำนวนประตูตลอดระยะเวลา 19 ฤดูกาลที่เขาค้าแข้งอยู่ในตูริน และตัวเลขดังกล่าวคือสถิติการทำประตูสูงสุดตลอดกาลของยูเวนตุส ที่ปัจจุบันก็ยังไม่มีผู้ใดลบมันได้ นี่คือสุภาพบุรุษตัวจริงแห่งวงการลูกหนังอิตาลี และตำนานเบียงโคเนรี่ “อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่”

และวันที่ 9 พฤศจิกายน ของปี 2018 เดล ปิเอโร่ ก็มีอายุครบ 44 ปี พอดิบพอดีอีกด้วย


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ จากอดีตช่างประปาสู่การเป็นนักสู้เงินล้าน เจ้าของฉายา “หมาบ้าไอริช”

มิโน่ ไรโอล่า ซูเปอร์เอเยนต์ จอมสูบ? เทวดาในคราบปีศาจของเหล่านักฟุตบอล

เด็ก 10 คนกับฝันที่รวมเป็น 1 เรื่องราวของอดีตเด็กติดเกม แรปเปอร์ นักสู้ ที่ใช้ “ฟุตบอล” เปลี่ยนชีวิต


พอล แกสคอยน์ นักเตะอัจฉริยะผู้ใช้เวลา 20 ปี ในการเอาชนะการติดแอลกอฮอล์

แพทริค แซง โค้ชของ เอเลียด คิปโชเก้ ชายผู้สอนว่าความสำเร็จนั้นมาจาก “ความเชื่อ”

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค จากเด็กล้างจาน สู่นักเตะยอดเยี่ยม PFA ผู้ทุ่มเทเพื่อลิเวอร์พูล

“โค้ชหนึ่ง” หนึ่งฤทัย สระทองเวียน: “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” คือ ไอดอล

โมฮาเหม็ด ซาลาห์: ขวัญใจลิเวอร์พูล มุสลิมผู้ทำลายกำแพงศาสนาในอังกฤษ