Post on 26/06/2020

บิลลี บีน แห่งทีมเบสบอล Oakland Athletics วิเคราะห์สถิติตัวเลขเกมกีฬา ที่มาความเจ๋งของลิเวอร์พูล

คุณว่ามีปัจจัยอะไรที่ทำให้ทีมเบสบอลเล็กจิ๋วที่เพิ่งเสียนักกีฬาตัวเก็งให้ทีมที่ใหญ่กว่า มิหนำซ้ำ ผู้เล่นที่เหลือคนอื่น ๆ ในทีมก็ดันอยู่ในสภาพไม่พร้อมรบ เหลือที่พอจะลงแข่งได้จริงก็ไม่ใช่ผู้เล่นที่ฝีมือเฉียบขาดนัก แถมยังสภาพจิตใจถดถอยจากการสูญเสียมือดีไปจนหล่นฮวบลงไปอยู่ท้ายตาราง -ปัจจัยอะไรที่ทำให้อยู่มาวันหนึ่ง เจ้าทีมจิ๋วหลิวนี้ก็ดันพลิกเกม กระโดดขึ้นมาอยู่หัวตารางแบบชวนอ้าปากค้างทั้งผู้เล่นด้วยกันเอง คนดู กรรมการ ตลอดจนสั่นสะเทือนเกมการเล่นนอกสนามของนักลงทุน

บิลลี บีน (Billy Beane) น่าจะตอบเรื่องนี้ได้ดีที่สุด นั่นเพราะเขาเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมเบสบอลรั้งท้ายอันดับที่ว่านั่นกลายมาเป็นม้ามืด ทั้งยังเปลี่ยนวิธีเล่นเบสบอลไปตลอดกาล

เรื่องราวของบีนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ Moneyball (2011) กำกับโดย เบ็นเน็ตต์ มิลเลอร์ และส่ง แบรด พิตต์ เข้าชิงนำชายยอดเยี่ยมของออสการ์ จากการรับบทเป็นบีนในหนัง (อย่างไรก็ดี เขาชวดรางวัลนี้ และเพิ่งมาคว้าออสการ์ได้เป็นครั้งแรกจาก Once Upon a Time in Hollywood สาขาสมทบชายยอดเยี่ยม) 

แบรด พิตต์ ผู้สวมบทบิลลี บีน

เนื้อเรื่องของ Moneyball จับจ้องไปยังลีกเบสบอลของสหรัฐอเมริกา ฤดูกาลปี 2002 ที่ ทีมโอ๊คแลนด์ แอธเลติกส์ (Oakland Athletics) รั้งท้ายตารางเพราะสถานการณ์ชวนสติแตก ทั้งผู้เล่นมือหนึ่งย้ายไปซบทีมใหญ่ นักกีฬาคนอื่น ๆ ในทีมก็ไม่พร้อมสู้ ทั้งตัวทีมยังถังแตกอย่างน่าเศร้า บีนที่เคยเป็นอดีตนักกีฬาเองรู้ถึงความตึงเครียดนี้ดี และพยายามจัดการแก้ปัญหาอย่างสุดกำลัง ด้วยการพยายามทาบทามนักกีฬาคนอื่นให้มาเล่นในทีม …แต่ใครกันจะไปอยากอยู่ในทีมที่กำลังจบเห่ แถมมีเงินให้ไม่คุ้มค่าตัว 

และนั่นเองที่เป็นจุดตั้งต้นทำให้บีนหันมาตั้งคำถามว่า อะไรกันที่ทำให้เศรษฐศาสตร์การซื้อตัวผู้เล่นอยู่ในกรอบกรงที่ตายตัวขนาดนี้ เป็นไปได้ไหมหากเขาจะเฟ้นหาผู้เล่นนอกสายของทีมใหญ่ ๆ ที่มีฝีมือ แต่ไม่ผ่านการคัดเลือกเพียงเพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ส่งผล ‘ไม่คุ้มเงิน’ ในสายตานายทุน หากแต่ถ้าเป้าหมายอยู่ที่การคว้าชัยในฤดูกาล ไม่แน่ ทัพนอกสายตาเหล่านี้อาจจะประสบความสำเร็จก็เป็นได้

นั่นจึงเป็นที่มาของการแหกกฎแบบชวนอ้าปากค้างของเขา!

ก่อนหน้านั้น หน้าที่ผู้จัดการทีมแบบที่บีนทำคือ การวางตัวและจัดหาผู้เล่นโดยมีประเด็นเรื่องฝีมือ ภาพลักษณ์ และเงิน เป็นองค์ประกอบสำคัญ ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่เป็นรากฐานอันแข็งแกร่งของทีมกีฬาทุกลีกบนโลกจึงมีเรื่องเงินทองเข้ามาเกี่ยวเป็นสำคัญ ตรรกะง่าย ๆ ที่เราเห็นได้บ่อยครั้งคือ ทีมไหนที่มีเงินหนาหน่อยมักจะดึงเอาผู้เล่นตัวเก่งของลีกไปร่วมทัพด้วยเสมอ ไม่ใช่แค่คว้าตำแหน่งแชมป์ แต่มันยังหมายถึงการเก็บเกี่ยวเงินทองจากสปอนเซอร์ และสินค้าที่เข้ามาติดต่อนักกีฬาหรือทีมในฐานะพรีเซนเตอร์ของแบรนด์ด้วย จนหลาย ๆ ลีกต้องมีการออกกฎว่าด้วยเพดานเงินเดือนของแต่ละทีม เพื่อไม่ให้ทีมใหญ่ ๆ เงินเฟ้อจนดึงผู้เล่นเบอร์ต้น ๆ ของลีกไปกองไว้อยู่ทีมเดียวเสียหมด (แต่ใช้ได้ผลไหมก็อีกเรื่อง)

หากรูปแบบการจัดการทีมและผู้เล่นในยุคก่อน เน้นเรื่องภาพลักษณ์ของนักกีฬาเป็นสำคัญ เนื่องจากมันมีโอกาสจะทำเงินจากโฆษณามหาศาลให้ทีม บีนก็ตัดสินใจ ‘พลิก’ กระดานนั้นเสียใหม่ ด้วยการใช้สถิติคำนวณศักยภาพผู้เล่น รวมถึงประเมินนักกีฬาใหม่ ๆ ที่อยากได้มาร่วมทีม คู่ไปกับกำลังเงินที่มีในมือ และรีดเค้นทุกอย่างให้ได้ศักยภาพสูงสุด จนเขามองข้ามความหล่อเหลา เสน่ห์เฉพาะตัวของนักกีฬา อายุ หรือท่าขว้างลูกที่อาจจะดูตลกและ ‘ไม่เท่’ จนทีมอื่น ๆ ปัดตกของนักกีฬา และดึงพวกเขามาร่วมทีมในที่สุด ก่อนที่นี่จะกลายเป็นทัพที่พาโอ๊คแลนด์ แอธเลติกส์ ทีมรองบ๊วยของลีกเบสบอล พุ่งทะยานขึ้นนำชาร์ตอย่างน่าประหลาดใจ

ทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ บีนเป็นอดีตนักเบสบอลที่คลุกคลีกับวงการกีฬามาตั้งแต่เด็ก เขาหมกมุ่นทั้งเบสบอล อเมริกันฟุตบอล และบาสเกตบอล ก่อนจะพบว่า ตัวเองฝีมือดีพอจะถูกโค้ชสมัยมัธยมเรียกเข้าไปร่วมทีมในชมรม เขาจึงมุ่งมั่นเดินสายกีฬา -ทั้งเบสบอลและอเมริกันฟุตบอล- นับแต่นั้นมา และเนื้อหอมสุดขีดเมื่อช่วงรอยต่อของมัธยมปลาย มีทุนจากมหาวิทยาลัยมากมายเสนอให้เขาเข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีม อันเนื่องมาจากภาพลักษณ์สะอาดสะอ้าน ผิวขาว ร่างสูงและมีลักษณะแบบขวัญใจอเมริกันชนในยุคนั้น เขาจึงเป็นที่เลื่องลือก่อนที่จะได้เข้ามหาวิทยาลัยเสียอีกว่าเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ที่น่าจับตา

อย่างไรก็ดี ความเนื้อหอมของบีนยังทะลุปรอทได้มากกว่านั้น และเป็นการ ‘สอนมวย’ ให้เขารู้เรื่องธุรกิจการเงินในแวดวงกีฬาเสียก่อนจะได้ลงเล่นจริง ๆ เสียอีก เมื่อทีมเบสบอลชื่อดังอย่าง นิวยอร์ค เม็ตส์ ซึ่งเป็นทีมที่เล่นในลีกอาชีพ ยื่นข้อเสนอให้เขามาร่วมทีมด้วยกันหลังเห็นแววของบีนว่าพอจะปั้นให้เป็นดาวเด่นได้ พร้อมกันกับที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดยื่นทุนการศึกษาให้บีนเข้าเรียนในฐานะนักกีฬามหาวิทยาลัย บีนจึงต้องเลือกระหว่างการมุ่งหน้าเข้าสู่ลีกอาชีพหรือเรียนต่อ… ผลปรากฏว่า บีนเซ็นสัญญากับนิวยอร์ค เม็ตส์ ด้วยจำนวนเงิน 125,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งในเวลาต่อมา บีนออกมาบอกว่า “นั่นเป็นการตัดสินใจเพียงครั้งเดียวในชีวิตที่ทำเพื่อเงิน”

ชีวิตการเป็นนักกีฬาอาชีพของบีนรุ่งโรจน์ด้วยดี เขาเป็นที่รัก เป็นที่จดจำ ทำเงินได้มหาศาล แต่ก็เช่นเดียวกับนักกีฬาอีกหลายชีวิตที่พบกับอาการบาดเจ็บเรื้อรัง จนรู้ตัวอีกที เขาก็พบว่าตัวเองถูกเทรดหรือแลกตัวไปอยู่ในทีมเล็ก ๆ ของลีกรองลงมา และแทบจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองเคยเป็นผู้เล่นที่เนื้อหอมมากที่สุดคนหนึ่งของทีมเบสบอล

กระทั่งเมื่อเขาตัดสินใจออกจากการเป็นนักกีฬาอาชีพ บีนก็ยังวนเวียนอยู่กับวงการเบสบอล เขาเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมที่ก็ยังไม่วายต้องดูแลทีมเล็กจิ๋วแถมจนกรอบอย่างโอ๊คแลนด์ แอธเลติกส์ ซึ่งเมื่อปี 2002 ประสบปัญหาดังที่ระบุไว้ข้างต้น จนผู้ถือหุ้นและผู้ร่วมทีมคนอื่น ๆ เครียดกันประสาทแทบแตก เพราะไม่รู้ว่าจะเอาเงินก้อนเดียวที่มีไป ‘ทุ่ม’ ซื้อนักกีฬาคนไหนให้มาร่วมทีม

เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่บีนเจอกับ ปีเตอร์ แบรนด์ นักเศรษฐศาสตร์แสนเนิร์ด ที่ทำให้เขาจับจ้องไปยังกลไกเชิงสถิติด้วยสายตาแบบใหม่ เมื่อเรื่องตัวเลขไม่ใช่เรื่องไกลตัวการกีฬา แล้วทำไมสถิติและการวิเคราะห์จึงไม่เคยอยู่ในสารบบของการตัดสินใจซื้อตัวผู้เล่นกัน

“มันก็แค่เรื่องการเพิ่มทักษะและราคาค่างวดให้ผู้เล่น” บีนสาธยาย “สามสิบปีก่อน คนซื้อหุ้น ตัดสินใจซื้อหุ้นสักตัวด้วยความรู้สึก ลองมองแบบนี้แล้วกัน คนที่มี 401K (แผนสะสมเงินระยะยาว) จะมองหาผู้จัดการเงินก้อนนี้หลังเกษียณของพวกเขาแบบไหน ระหว่างคนที่ใช้สัญชาตญาณและความรู้สึกมาจัดการเงิน กับคนที่ใช้ผลวิจัยและการวิเคราะห์มาดูแลเรื่องนี้ ผมว่าผมรู้นะว่าผมจะเลือกคนไหน”

นั่นคือหัวใจสำคัญของวิธีการซื้อตัวผู้เล่นที่แหกขนบเดิม ๆ ไม่เหลือชิ้นดี บีนใช้หลักสถิติวิเคราะห์ผู้เล่นตกอันดับหลายคนว่า ทำไมพวกเขาถึงไม่ผ่านการประเมินหรือไม่เข้าตาทีมใหญ่ ๆ ผลปรากฏว่า นักกีฬาเหล่านี้ถูกผู้จัดการทีมอื่น ๆ ‘ประเมิน’ ด้วยความรู้สึกเป็นหลัก ทั้งหน้าตาตลก ไม่มีออร่าคนดัง หรือมีท่าขว้างลูกแปลก ๆ ทั้งที่หากวัดกันด้วยตัวเลขและสถิติ ฝีมือของนักกีฬาเหล่านี้ยอดเยี่ยมกว่าผู้เล่นอันดับต้น ๆ เงินหนาหลาย ๆ คนของลีกด้วยซ้ำไป เขาติดต่อรวมตัวนักกีฬาเหล่านี้ให้เข้ามาอยู่ในทีมเดียวกัน วางตำแหน่งให้เหมาะสม และเล่นอย่างไม่หวือหวา (เทียบกับทีมดัง ๆ ที่มีผู้เล่นเบอร์ใหญ่ ๆ หลายครั้งที่พวกเขาจะ ‘โชว์ของ’ ที่มาจากตัวผู้เล่น มากกว่ามาจากแผนเกมเพื่อดึงค่าตัวโฆษณา)

อันที่จริง น่าสนใจว่าตรรกะการซื้อตัวผู้เล่นของบีนนั้นแทบไม่ต่างจากการซื้อหุ้นของนักลงทุนหลาย ๆ คน ที่หลังจากวิเคราะห์เหตุผลและข่าวคราว ความน่าจะเป็นอย่างแยบยลแล้ว พวกเขามีโอกาสจะเลือกซื้อหุ้นที่ดูไม่ค่อยมีราคาค่างวด เก็บมูลค่าของมันไว้ด้วยความเชื่อที่ว่า หากผ่านไปสักระยะ มันจะกลายเป็นหุ้นที่ทำเงินและงอกงามในที่สุด ซึ่งมันไม่ได้มาจากการ ‘จิ้มมั่ว’ หากแต่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้วอย่างถี่ถ้วนและรอบคอบจากสถิตินี่เอง 

ปัจจุบัน วิธีการเล่นเกมแบบบิลลี บีน นั้นได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่ใช่แค่ในเบสบอล แต่ยังรวมไปถึงลีกอื่น ๆ ที่เริ่มหันมาเลือกใช้นักกีฬาที่อาจไม่ได้มีเสน่ห์เตะตาหรือโดดเด่นด้วยคุณสมบัติแบบซูเปอร์สตาร์ หรือแม้กระทั่งการออกแบบรูปของเกมผ่านการวิเคราะห์อย่างละเอียด แทนที่จะปล่อยให้ขึ้นอยู่กับฝีมือของนักกีฬาอย่างเดียว 

ประเด็นนี้ปรากฏอยู่อย่างแยบยลในหนัง Moneyball มีตัวละครหนึ่งที่รับบทโดย อาร์ลิสส์ โฮวาร์ด ในบทของชายผู้เป็นเจ้าของทีมเบสบอล บอสตัน เรด ซ็อก และพยายามใช้ลูกตื๊อด้วยการยื่นสัญญาอย่างงามราคา 12.5 ล้านเหรียญฯ ระยะเวลาห้าปีให้บีนเข้ามาจัดการทีมเรด ซ็อก ให้ แต่บีนกลับปฏิเสธเงินก้อนนั้นทิ้ง และหวนกลับไปอยู่กับทีมโอ๊คแลนด์เช่นเดิม 

จอห์น ดับเบิลยู. เฮนรี (ที่ 2 จากขวา) เจ้าของสโมสรลิเวอร์พูล กับเจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีมหงส์แดง

ชายเจ้าของทีมเรด ซ็อกนั้นก็คือ จอห์น ดับเบิลยู. เฮนรี ที่ในเวลาต่อมาคือประธานหัวเรือหลักของลิเวอร์พูลนั่นเอง

ลูกไม้และความลุ่มหลงแบบที่เฮนรีเคยมีให้กลยุทธ์ของบีนนั้นปรากฏในเกมฟุตบอลเช่นกัน เพราะลิเวอร์พูลคือหนึ่งในทีมที่ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ข้อมูลการเล่นอย่างมาก หากยังจำกันได้ ลิเวอร์พูลเองเคยใช้กลยุทธ์นี้บดบาร์เซโลน่าในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลที่ 2018/2019 มาแล้ว ด้วยการใช้นักวิเคราะห์อย่าง เอียน แกรห์ม กับข้อมูลมหาศาลในแล็ปท็อปออกแบบกลไกการแข่งขัน จนพวกเขาพบว่า ตามสถิติแล้ว นักเตะบาร์ซ่านั้นมักจะไม่มีสมาธิช่วงที่มีการเตะมุม จึงเป็นโอกาสทองที่ลิเวอร์พูลคว้าไว้เมื่อหงส์แดงมีโอกาสเตะมุม และสอยเข้าประตูทำแต้มเข้ารอบไปที่สกอร์ 4-3

ไม่ใช่แค่นัดที่พาลิเวอร์พูลเป็นเจ้ายุโรปเท่านั้น การใช้ข้อมูลเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์การทำทีมของลิเวอร์พูล ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สโมสรนี้ทำผลงานในเวทีพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/2020 ได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย

เรื่องนี้จึงยิ่งตอกย้ำว่า นอกจากความเก่งกาจของผู้เล่นแล้ว กีฬาทุกประเภทโดยเฉพาะในโลกของทุนนิยมเช่นนี้ เงินนั้นเป็นหลักสำคัญอย่างยิ่งอันจะปฏิเสธไม่ได้ และนั่นทำให้ตำแหน่งผู้จัดการทีมกลายเป็นหัวใจสำคัญ ที่แม้ไม่ได้ยืนอยู่ฉากหน้าแบบโค้ชหรือผู้เล่นคนอื่นๆ แต่ก็เป็น ‘กึ๋น’ เครื่องในอันจะขาดไม่ได้โดยเด็ดขาดของวงการกีฬาเหล่านี้

 


พิมพ์ชนก พุกสุข

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่ถ้าเดดไลน์บอกว่าต้องเสร็จวันนี้ก็เสร็จได้แหละ

Related

โทมัส โบรลิน จากลุ้นบัลลงดอร์ สู่หายนะเพราะการกลั่นแกล้ง

สัมภาษณ์ แอมแปร์-ณัฐวดี อดีตเด็กเนิร์ด สู่จอมทัพดาวรุ่งว่าที่อนาคตทีม “ชบาแก้ว” กับชีวิตที่เรียนรู้จากฟุตบอล

เคธี ซาวเออร์ส โค้ชเกย์หญิงคนแรกใน NFL ผู้ทลายกำแพงเพศสภาพ ท่ามกลางเกมที่ผู้ชายเป็นใหญ่

แมตต์ จัดจ์ หัวหน้าเจรจาซื้อขาย แมนฯ ยูฯ มือขวาลอร์ดเอ็ด ชายผู้ทำให้ดีลง่ายเป็นดีลยาก

เดริก ดูแกน ผู้ริเริ่มแปะโฆษณาบนอกเสื้อทีมแรกในวงการบอลอังกฤษ

มาร์เซโล บิเอลซา น้ำใจนักกีฬา สำคัญกว่าชัยชนะ

แซ็ค โกเวน นักมวยปล้ำพิการผู้เดินตามฝันด้วยขาเพียงข้างเดียว

ซน ฮึงมิน อปป้า นักฟุตบอลสเปอร์ส ผู้เป็นสตาร์ของซูเปอร์สตาร์เกาหลีใต้