สวัสดีวันจันทร์: “การใช้เงินเพื่อโอ้อวด เป็นวิธีทำให้เงินน้อยลงเร็วที่สุด”

สวัสดีวันจันทร์: “การใช้เงินเพื่อโอ้อวด เป็นวิธีทำให้เงินน้อยลงเร็วที่สุด”

สวัสดีวันจันทร์สัปดาห์นี้ เป็นคำพูดของ ‘มอร์แกน เฮาเซิล’ ผู้เขียนหนังสือขายดี ‘The Psychology of Money’ และเจ้าของแนวคิดเรื่อง ‘Man in the Car Paradox’

“การใช้เงินเพื่ออวดคนอื่น เป็นวิธีเร็วที่สุดในการทำให้เงินน้อยลง”

‘มอร์แกน เฮาเซิล’ (Morgan Housel) ผู้เขียนหนังสือขายดีระดับโลก ‘The Psychology of Money’ ที่ได้รับการแปลมากกว่า 50 ภาษา วิเคราะห์พฤติกรรมทางการเงินของมนุษย์ที่มักขัดแย้งกับหลักเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ ผ่านประโยคนี้

เขาอธิบายด้วยว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายเพื่อ ‘สร้างภาพลักษณ์’ นั้น ไม่เพียงแต่ทำให้เงินหมดไปอย่างรวดเร็ว แต่ยังสะท้อนถึงความไม่มั่นคงทางจิตใจ

ในยุคโซเชียลมีเดีย ภาพของการใช้ชีวิตหรูหราถูกเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์รูปอาหารในร้านหรู การเช็คอินในโรงแรมห้าดาว หรือการใช้สินค้าแบรนด์เนมราคาแพง พฤติกรรมนี้สะท้อนความต้องการการยอมรับจากสังคม แต่กลับกลายเป็นภาระทางการเงินที่อันตราย
 

เฮาเซิลได้อธิบายเรื่อง ‘Man in the Car Paradox’ หรือ ‘ปรากฏการณ์คนในรถหรู’ ว่า คนที่ซื้อรถราคาแพงมักคิดว่าจะได้รับความชื่นชมจากผู้อื่น แต่ในความเป็นจริง ผู้คนให้ความสนใจกับ ‘รถ’ ไม่ใช่ ‘เจ้าของรถ’ นี่เป็นตัวอย่างของความเข้าใจผิดที่นำไปสู่การใช้จ่ายเกินตัวเพื่อหวังผลทางสังคมที่ไม่ได้เป็นจริง

สอดคล้องกับแนวคิด ‘Conspicuous Consumption’ หรือ ‘การบริโภคเพื่ออวด’ ที่ถูกนิยามโดย ‘ธอร์สไตน์ เวบเลน’ นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันในปี 1899 โดยพฤติกรรมนี้ยังคงพบเห็นได้ในปัจจุบัน ตั้งแต่การซื้อบ้านใหญ่เกินความจำเป็น สะสมนาฬิกาหรู ไปจนถึงการท่องเที่ยวราคาแพง ทั้งหมดนี้มักไม่ได้เกิดจากความจำเป็น แต่เป็นการสร้างภาพลักษณ์ทางสังคม

นักจิตวิทยาพบว่า คนที่ขาดความมั่นใจในตัวเองมักใช้สินค้าราคาแพงเป็นเครื่องมือปกปิดความไม่มั่นคงภายในตนเอง แต่การใช้เงินในลักษณะนี้กลับทำให้เกิดความเครียดทางการเงินและความรู้สึกไม่มั่นคงมากขึ้น

แบรนด์หรูจึงใช้กลยุทธ์ทางการตลาดในการเชื่อมโยงสินค้ากับสถานะทางสังคม ทำให้คนอยากเป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์นั้น ขณะเดียวกัน สังคมที่ให้ความสำคัญกับการยอมรับจากภายนอก เช่น วัฒนธรรมรวมหมู่ (Collectivist Culture) มีแนวโน้มที่จะใช้เงินเพื่ออวดมากขึ้น เพราะภาพลักษณ์มีผลต่อการได้รับการยอมรับทางสังคม
 

ตัดภาพมาที่ ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’ คนทั่วโลกรับรู้ถึงความมั่งคั่งของเขา แต่เขากลับเป็นตัวอย่างของการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เขายังคงอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดิมที่ซื้อในปี 1958 และใช้ชีวิตอย่างประหยัด นี่เป็นตัวอย่างของแนวคิดที่ว่า “ความมั่งคั่งที่แท้จริงคือสิ่งที่คุณสามารถรักษาไว้ได้ ไม่ใช่สิ่งที่คุณใช้ไป”

ดังนั้นเราควรมองว่า ‘เงิน’ คือ ‘เครื่องมือในการสร้างความมั่นคงและอิสรภาพทางการเงิน’ มากกว่าการเป็น ‘เครื่องมือสร้างการยอมรับจากสังคม’ ความสำเร็จทางการเงินไม่ได้วัดจากสิ่งของที่ครอบครอง แต่วัดจากความสามารถในการรักษาความมั่งคั่งในระยะยาว

หากคุณไม่มีคุณค่าในตัวเอง การมีของแพงก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มคุณค่าให้คุณ มันเพียงแต่ทำให้คุณเป็นคนที่ไม่มีคุณค่าที่มีของแพงเท่านั้น การสร้างความเคารพนับถือจากผู้อื่นควรมาจากการกระทำและคุณค่าภายใน ไม่ใช่จากราคาของสิ่งของที่คุณครอบครอง เพราะสุดท้ายแล้ว ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้จ่าย แต่ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการเงินอย่างชาญฉลาด

 

สวัสดีวันจันทร์ค่ะ
พาฝัน ศรีเริงหล้า

 

อ้างอิง:

Khaoui, Amine. "Spending Money to Show People How Much Money You Have Is the Fastest Way to Have Less Money." Medium, 11 Oct. 2021, aminekhaoui.medium.com/spending-money-to-show-people-how-much-money-you-have-is-the-fastest-way-to-have-less-money-38d62a1c2b32. Accessed 21 Feb. 2025.
Corporate Finance Institute. "Conspicuous Consumption." Corporate Finance Institute, 2024, corporatefinanceinstitute.com/resources/economics/conspicuous-consumption. Accessed 21 Feb. 2025.