24 ก.พ. 2568 | 10:29 น.
“การใช้เงินเพื่ออวดคนอื่น เป็นวิธีเร็วที่สุดในการทำให้เงินน้อยลง”
‘มอร์แกน เฮาเซิล’ (Morgan Housel) ผู้เขียนหนังสือขายดีระดับโลก ‘The Psychology of Money’ ที่ได้รับการแปลมากกว่า 50 ภาษา วิเคราะห์พฤติกรรมทางการเงินของมนุษย์ที่มักขัดแย้งกับหลักเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ ผ่านประโยคนี้
เขาอธิบายด้วยว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายเพื่อ ‘สร้างภาพลักษณ์’ นั้น ไม่เพียงแต่ทำให้เงินหมดไปอย่างรวดเร็ว แต่ยังสะท้อนถึงความไม่มั่นคงทางจิตใจ
ในยุคโซเชียลมีเดีย ภาพของการใช้ชีวิตหรูหราถูกเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์รูปอาหารในร้านหรู การเช็คอินในโรงแรมห้าดาว หรือการใช้สินค้าแบรนด์เนมราคาแพง พฤติกรรมนี้สะท้อนความต้องการการยอมรับจากสังคม แต่กลับกลายเป็นภาระทางการเงินที่อันตราย
เฮาเซิลได้อธิบายเรื่อง ‘Man in the Car Paradox’ หรือ ‘ปรากฏการณ์คนในรถหรู’ ว่า คนที่ซื้อรถราคาแพงมักคิดว่าจะได้รับความชื่นชมจากผู้อื่น แต่ในความเป็นจริง ผู้คนให้ความสนใจกับ ‘รถ’ ไม่ใช่ ‘เจ้าของรถ’ นี่เป็นตัวอย่างของความเข้าใจผิดที่นำไปสู่การใช้จ่ายเกินตัวเพื่อหวังผลทางสังคมที่ไม่ได้เป็นจริง
สอดคล้องกับแนวคิด ‘Conspicuous Consumption’ หรือ ‘การบริโภคเพื่ออวด’ ที่ถูกนิยามโดย ‘ธอร์สไตน์ เวบเลน’ นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันในปี 1899 โดยพฤติกรรมนี้ยังคงพบเห็นได้ในปัจจุบัน ตั้งแต่การซื้อบ้านใหญ่เกินความจำเป็น สะสมนาฬิกาหรู ไปจนถึงการท่องเที่ยวราคาแพง ทั้งหมดนี้มักไม่ได้เกิดจากความจำเป็น แต่เป็นการสร้างภาพลักษณ์ทางสังคม
นักจิตวิทยาพบว่า คนที่ขาดความมั่นใจในตัวเองมักใช้สินค้าราคาแพงเป็นเครื่องมือปกปิดความไม่มั่นคงภายในตนเอง แต่การใช้เงินในลักษณะนี้กลับทำให้เกิดความเครียดทางการเงินและความรู้สึกไม่มั่นคงมากขึ้น
แบรนด์หรูจึงใช้กลยุทธ์ทางการตลาดในการเชื่อมโยงสินค้ากับสถานะทางสังคม ทำให้คนอยากเป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์นั้น ขณะเดียวกัน สังคมที่ให้ความสำคัญกับการยอมรับจากภายนอก เช่น วัฒนธรรมรวมหมู่ (Collectivist Culture) มีแนวโน้มที่จะใช้เงินเพื่ออวดมากขึ้น เพราะภาพลักษณ์มีผลต่อการได้รับการยอมรับทางสังคม
ตัดภาพมาที่ ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’ คนทั่วโลกรับรู้ถึงความมั่งคั่งของเขา แต่เขากลับเป็นตัวอย่างของการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย เขายังคงอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดิมที่ซื้อในปี 1958 และใช้ชีวิตอย่างประหยัด นี่เป็นตัวอย่างของแนวคิดที่ว่า “ความมั่งคั่งที่แท้จริงคือสิ่งที่คุณสามารถรักษาไว้ได้ ไม่ใช่สิ่งที่คุณใช้ไป”
ดังนั้นเราควรมองว่า ‘เงิน’ คือ ‘เครื่องมือในการสร้างความมั่นคงและอิสรภาพทางการเงิน’ มากกว่าการเป็น ‘เครื่องมือสร้างการยอมรับจากสังคม’ ความสำเร็จทางการเงินไม่ได้วัดจากสิ่งของที่ครอบครอง แต่วัดจากความสามารถในการรักษาความมั่งคั่งในระยะยาว
หากคุณไม่มีคุณค่าในตัวเอง การมีของแพงก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มคุณค่าให้คุณ มันเพียงแต่ทำให้คุณเป็นคนที่ไม่มีคุณค่าที่มีของแพงเท่านั้น การสร้างความเคารพนับถือจากผู้อื่นควรมาจากการกระทำและคุณค่าภายใน ไม่ใช่จากราคาของสิ่งของที่คุณครอบครอง เพราะสุดท้ายแล้ว ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้จ่าย แต่ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการเงินอย่างชาญฉลาด
สวัสดีวันจันทร์ค่ะ
พาฝัน ศรีเริงหล้า
อ้างอิง:
Khaoui, Amine. "Spending Money to Show People How Much Money You Have Is the Fastest Way to Have Less Money." Medium, 11 Oct. 2021, aminekhaoui.medium.com/spending-money-to-show-people-how-much-money-you-have-is-the-fastest-way-to-have-less-money-38d62a1c2b32. Accessed 21 Feb. 2025.
Corporate Finance Institute. "Conspicuous Consumption." Corporate Finance Institute, 2024, corporatefinanceinstitute.com/resources/economics/conspicuous-consumption. Accessed 21 Feb. 2025.