Post on 19/10/2020

เผ่ามังกรฟ้า: ชนชั้นสูงที่ห้ามใครก้าวล่วงแห่งโลกวันพีซ

หากใครที่เคยอ่านมังงะเรื่อง วันพีซ (One Piece) มาจนถึงตอนที่ 497 ก็คงเคยได้เห็นและได้ทำความรู้จักกับกลุ่มชนชั้นสูงแห่งโลกวันพีซอย่าง ‘เผ่ามังกรฟ้า’ เป็นครั้งแรก ได้เห็นความยิ่งใหญ่ สูงส่ง และไม่แคร์อะไรใด ๆ รวมถึงมองว่ามนุษย์คนอื่น ๆ นั้นแสนจะต่ำต้อย น่ารังเกียจ และมองว่าตัวเองสูงส่งจนถึงขั้นมีอากาศครอบหัวแบบส่วนตัว เพราะเผ่ามังกรฟ้าจะไม่ยอมหายใจในอากาศเดียวกับพวกฝุ่นธุลีอย่างแน่นอน

เผ่ามังกรฟ้า (Celestial Dragons) เปิดตัวอย่างเป็นทางการบนหมู่เกาะชาบอนดี้ ระหว่างที่กัปตันกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่องอย่าง มังกี้ ดี ลูฟี่ กำลังซิ่งรถอยู่กับเพื่อน พวกเขาพบกับชายคนหนึ่งที่พยายามแกะปลอกคอออกจากลำคอของตัวเอง เขาตะโกนอ้อนวอนร้องขอความช่วยเหลือ ปากบอกว่าไม่อยากตายตอนนี้ เล่าว่ามีลูกเล็กรออยู่ที่บ้าน ส่วนมือก็ยังพยายามถอดปลอกคอ ยังไม่ทันได้รู้เรื่องราวมากกว่านี้ อยู่ ๆ ปลอกคอก็ส่งเสียงและระเบิดร่างของชายคนนั้นต่อหน้าผู้คนที่ยืนมองด้วยความวิตกหดหู่ พร้อมตะโกนห้ามไม่ให้ทุกคนเข้าใกล้ เพราะชายคนนี้คือ ‘ทาสที่หนีออกมา’

ระหว่างที่กำลังตื่นตกใจ ลูฟี่หมวกฟางถูกเพื่อนที่เป็นคนพื้นที่บอกให้รีบลงจากรถ ชายที่ถูกระเบิดไปต่อหน้าต่อตาชื่อว่า เดวิล ดีอัส โจรสลัดค่าหัว 60 ล้านเบรี ที่ไม่รู้ว่าพลาดท่าถูกพวกแก๊งลักพาตัวจับมาขายได้อย่างไร ระหว่างช่วงชุลมุน อยู่ ๆ ก็มีหมาตัวหนึ่งสวมที่ครอบหัวแบบใสคล้ายกับชุดของนักบินอวกาศเดินมาดมร่างของดีอัส จากนั้นฉี่ใส่เขา และเพื่อนของลูฟี่ก็ยังย้ำอีกว่าให้คุกเข่า ห้ามสบตาใคร และอย่าทำอะไรหมาตัวนั้น เพราะเผ่ามังกรฟ้ากำลังมา

ชายหญิงที่แต่งตัวคล้ายกับหมาที่มาฉี่รดร่างหมดสติของดีอัสเดินอย่างภาคภูมิมาดู ‘สินค้าที่พังแล้ว’ ของพวกเขา ท่ามกลางองครักษ์ บอดี้การ์ด และเลขาฯ ส่วนตัวที่คอยดูแลความเรียบร้อยตลอดทาง หญิงสาวที่มีหมวกใสครอบหัวเดินมาบ่นว่าดีอัสเป็นสิ่งของที่ไม่ได้เรื่อง เอาเท้าเตะเขาไปที่หน้าของดีอัสหลายที จากนั้นหยิบปืนมากระหน่ำยิงใส่ร่างที่แน่นิ่ง เพราะรู้สึกทุเรศนัยน์ตาเหลือเกิน

ทางฝั่งสมาชิกกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางอีกคน โรโรโนอา โซโล ที่เดินเตร่เที่ยวเมืองอยู่คนเดียว เขาบังเอิญได้พบกับชายคนที่แต่งตัวเหมือนกับกลุ่มที่ลูฟี่เจอไม่มีผิดเพี้ยน นามของเขาคือ ‘เซนต์ชาลูลอส’ แต่สิ่งที่ต่างคือชายที่มีหมวกใสครอบหัวคนนี้กำลังนั่งอยู่บนมนุษย์อีกคนคล้ายกับว่ากำลังขี่ม้าอยู่ ระหว่างการเดินทางของเผ่ามังกรฟ้า สามัญชนทุกคนจะต้องนั่งก้มหน้าคุกเข่าจนกว่าขบวนของชนชั้นสูงจะเคลื่อนผ่านไป ทว่ามีคนกลุ่มหนึ่งหามเปลวิ่งตัดขบวน พวกเขาคือทีมแพทย์ที่กำลังจะนำคนไข้เจ็บหนักไปส่งโรงพยาบาล เซนต์ชาลูลอสจึงเข้าไปดูชายที่หายใจรวยรินใกล้ ๆ พูดพึมพำว่า “แบบนี้ท่าจะแย่จริง ๆ ด้วยนะ ถ้าอย่างนั้นก็รีบตายไปสิวะ!” เขาถีบเปลตกพื้น และหันไปถามกับคนใช้ว่ามารยาทที่ควรจะมีต่อฉันกับชีวิตของชนชั้นต่ำอย่างไหนสำคัญกว่ากัน?

 “ชีวิตของพวกชนชั้นต่ำเป็นของเผ่ามังกรฟ้า”

นอกจากการไม่แคร์คนเจ็บใกล้ตายที่เดินตัดขบวน เซนต์ชาลูลอสยังถูกตาต้องใจพยาบาลสาวที่มาพร้อมกับทีมแพทย์ เขาสั่งให้คนใช้นำพยาบาลไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในฐานะภรรยาคนที่ 13 และบอกว่าเมียเบอร์ 1 ถึง 5 เขาเบื่อแล้ว ให้กลับไปเป็นสามัญชนแบบเดิม โดยไม่สนว่าพยาบาลคนนี้จะมีคู่หมั้นคู่หมายอยู่ก่อนแล้ว ระหว่างความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้น โรโรโนอา โซโล ได้เดินกระดกเหล้าตัดขบวนของเผ่ามังกรฟ้าแบบไม่สนโลก เพราะเขาไม่รู้จักว่าเผ่ามังกรฟ้าคืออะไร และไม่เห็นความจำเป็นว่าทำไมจะต้องนั่งคุกเข่าเพื่อคนกลุ่มนี้ด้วย

เซนต์ชาลูลอสรู้สึกโกรธมากที่วันนี้มีแต่คนเดินตัดขบวนของเขา จึงชักปืนขึ้นมาหมายจะยิงโซโล ทว่าเขาพลาด โซโลชักดาบและจะฟันใส่เซนต์ชาลูลอส แต่เหตุการณ์วุ่นวายก็จบลงด้วยการช่วยเหลือของโจรสลัดอีกกลุ่มอย่าง จิวเวลรี บอนนี เขามาช่วยโซโลและทำทีว่าเซนต์ชาลูลอสยิงโซโลจนตาย สมาชิกเผ่ามังกรฟ้าจึงไม่เอาความอะไรคนตายอีก พร้อมกับเดินจากไปด้วยอารมณ์ที่ดีขึ้น

เรื่องราวข้างต้นเป็นเพียงแค่กรณีเดียว ครอบครัวเผ่ามังกรฟ้าเพียงตระกูลเดียวเท่านั้น แต่พวกเขาสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คิด เขาจะยิงใครก็ได้ จะเอาใครไปเป็นเมียก็ได้ ทุกการกระทำของเผ่ามังกรฟ้าอยู่เหนือกฎหมาย และหากใครทำร้ายพวกเขา พลเอกแห่งศูนย์บัญชาการกองทัพเรือจะรีบมุ่งหน้ามาจัดการพวกที่ทำร้ายเผ่ามังกรฟ้า เพราะพวกเขาคือสายเลือดของผู้สร้างโลกที่ยิ่งใหญ่เกินกว่ามนุษย์ธรรมดาจะมาทำร้ายกันได้

สมาชิกของเผ่ามังกรฟ้าคือราชวงศ์เก่าแก่ 20 ตระกูลที่ร่วมกันสร้างรัฐบาลโลกเมื่อ 800 ปีที่แล้ว เป็นเวลาหลังจากผ่านพ้นช่วง ‘100 ปีแห่งความว่างเปล่า’ สมาชิกราชวงศ์ทั้ง 19 ตระกูลทั่วโลกพากันไปใช้ชีวิตอยู่บนดินแดนศักดิ์สิทธิ์แมรีโจอา หรือ แมรีจัวส์ (Mariejois) ผืนแผ่นดินบนเรดไลน์ แล้วร่วมกันคัดเลือกหาคนที่เหมาะสมมาปกครองดินแดนเก่าของตัวเอง มีเพียงตระกูลเดียวเท่านั้นที่ขอไม่ขึ้นไปอยู่บนแมรีโจอา และเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบผู้ปกครองแคว้นตามเดิม ตระกูลที่ว่าคือเนเฟลตาลีแห่งอลาบาสต้า ที่ภายหลังถูกเจ็ดเทพโจรสลัดและนักโบราณคดีนอกกฎหมาย คร็อกโคไดล์ และ นิโค โรบิน เข้ามาวางแผนก่อการร้ายให้แผ่นดินแตกแยก

เมื่อประชาชนถูกรัฐบาลโลกป้อนข้อมูลว่าเผ่ามังกรฟ้าคือผู้สร้าง พวกเขาจึงถูกยกย่องถึงขั้นว่าเป็น ‘สายเลือดของพระเจ้า’ ไม่ค่อยสุงสิงกับสามัญชน แต่มักแวะเวียนลงมายังหมู่เกาะชาบอนดี้ เพราะเกาะแห่งนี้มีโรงประมูลทาสที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อไหร่ที่เผ่ามังกรฟ้าอยากได้ของเล่นมนุษย์ พวกเขาก็จะลงมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์เพื่อมาซื้อทาส พร้อมกับสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวชาบอนดี้และนักท่องเที่ยวอีกเป็นจำนวนมาก

ทาสที่ถูกเผ่ามังกรฟ้าประมูลไปได้ส่วนใหญ่จะถูกบังคับให้กินยากล่อมประสาทคู่กับปลอกคอระเบิดได้ เนื่องจากทาสส่วนใหญ่มักถูกจับมายังโรงประมูลแบบไม่เต็มใจ การจะทำให้สินค้าเหล่านี้เชื่องได้ต้องพึ่งอาวุธและยากล่อมประสาท นอกจากนี้ทาสจะถูกประทับสัญลักษณ์รอยเท้าไว้บนร่างกาย เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าคนพวกนี้ต่ำต้อยยิ่งกว่ามนุษย์ที่ปกติก็ไม่ได้มีค่าอะไรในสายตาเผ่ามังกรฟ้าอยู่แล้ว และเป็นสิ่งของของเผ่ามังกรฟ้า

หลังจากที่พวกลูฟี่บางส่วนได้สัมผัสประสบการณ์พบเจอกับเผ่ามังกรฟ้า ‘เคมี่’ หญิงสาวเผ่าเงือกที่เป็นเพื่อนกับพวกเขาถูกแก๊งลักพาตัวจับไปขายที่โรงประมูลทาส เคมี่ถือเป็นเผ่าพันธุ์หายากที่ไม่ได้พบเจอบ่อยในโรงประมูล เนื่องจากนางเงือกคือสิ่งมีชีวิตที่ว่ายน้ำได้เร็วที่สุดในโลก แก๊งลักพาตัวจึงไม่สามารถตามจับพวกเธอได้ดั่งใจ ทว่าเคมี่กลับพลาดพลั้งถูกจับบนผืนแผ่นดิน พวกลูฟี่จึงต้องเร่งเดินทางไปยังโรงประมูลทาสเพื่อไถ่ตัวเพื่อนคืนมา และในโรงประมูลนี้เองที่ทำให้กลุ่มโจรสลัดได้พบกับเผ่ามังกรฟ้าตระกูลเดิมอีกครั้ง

ราคาประมูลมนุษย์จะเริ่มต้นที่ 500,000 เบรี แต่ถ้าเป็นนางเงือกจะเริ่มต้นที่ 70,000,000 เบรี การปรากฏตัวของเคมี่บนเวทีประมูลสร้างความตื่นเต้นให้กับเหล่าเศรษฐี กษัตริย์จากดินแดนต่าง ๆ รวมถึงเซนต์ชาลูลอส ทุกคนตั้งหน้าตาตั้งทุ่มหมดหน้าตักเพื่อให้ได้เคมี่มาครอบครอง แต่ยังไม่ทันได้เริ่มประมูล เซนต์ชาลูลอสก็ประกาศกร้าวซื้อนางเงือกด้วยราคา 500,000,000 เบรี จำนวนเงินมหาศาลทำให้การประมูลเงือกจบลงทันที เคมี่จะต้องสิ้นอิสรภาพ ไปอยู่ในตู้ปลาของสมาชิกเผ่ามังกรฟ้า

กลุ่มลูฟี่หมวกฟางที่ไม่มีเงินมากพอจะไถ่ตัวเพื่อนกลับมาจึงต้องใช้กำลังเพื่อแย่งชิง พวกเขาปะทะกับกลุ่มบอดี้การ์ดและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในโรงประมูล มังกี้ ดี ลูฟี่ ทำสิ่งที่ไม่มีใครกล้าทำมาก่อน เขาเดินเข้าไปต่อยหน้าเซนต์ชาลูลอสจนตัวปลิว เพราะโกรธแค้นที่ไม่เห็นค่าความเป็นมนุษย์ของคนอื่น และเหยียดเพื่อนชายเผ่าเงือกที่มีหน้าตาแปลกประหลาดจากมนุษย์ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำโดยไม่สนคำเตือนที่ได้ยินมาหลายต่อหลายครั้งว่า “ใครก็ตามที่ทำร้ายเผ่ามังกรฟ้า พลเอกศูนย์บัญชาการกองทัพเรือจะยกทัพมา”

แม้การต่อยเผ่ามังกรฟ้าจนกระเด็นจะสร้างความสะใจให้กับหลายคน แต่กลุ่มหมวกฟางต้องเตรียมรับกับผลการกระทำ กองทัพจำนวนมากและพลเรือเอกผู้เก่งกาจเดินทางมาถึงชาบอนดี้ ผลที่กลุ่มโจรสลัดที่ทำร้ายเผ่ามังกรฟ้าได้รับคือการล่มสลาย พวกเขาไม่สามารถต้านทานกองกำลังที่แข็งแกร่งของรัฐบาลได้ แต่ยังพอมีโชคอยู่บ้างที่สายลับของคณะปฏิวัติที่ทำงานร่วมกับกองทัพเรือแอบส่งสมาชิกกลุ่มหมวกฟางกระจายไปยังที่ต่าง ๆ ทั่วโลก แทนที่จะสังหารตามคำสั่งที่ได้รับ

หลังเหตุการณ์ที่หมู่เกาะชาบอนดี้จบลง ผู้อ่านทุกคนได้รู้จักเผ่ามังกรฟ้าและทำให้พวกเขากลายเป็นตัวละครสุดเกลียดอันดับต้น ๆ ของวันพีซ แต่อาจารย์โอดะก็ยังมิวายเผยมิติที่ลึกขึ้นของเผ่ามังกรฟ้าผ่านตระกูลดองกี้โฮเต้ เมื่อ ‘โฮมมิ่ง’ ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวตัดสินใจอยากลงไปใช้ชีวิตอย่างสามัญชน ละทิ้งตำแหน่งสายเลือดของพระเจ้า เขาพาภรรยากับลูกชายสองคนพร้อมกับทรัพย์สินจำนวนหนึ่งไปอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ทว่าพอโฮมมิ่งบอกชาวบ้านว่าเคยเป็นคนของเผ่ามังกรฟ้า ชาวบ้านต่างพากันรังเกียจและหวาดกลัว เพราะเผ่ามังกรฟ้าเคยรีดไถทรัพย์สิน แรงงาน สร้างบาดแผลขนาดใหญ่ให้กับผู้คน

จากสิ่งที่ชาวบ้านพูดระหว่างที่จับสมาชิกตระกูลดองกี้โฮเต้ขึงกับหน้าต่าง บอกเล่าความเจ็บแค้นสาหัส ลูกสองคนของชาวบ้านที่อายุเพียง 2 กับ 5 ขวบ ถูกระดมยิง 16 นัดตายคาที่ เพียงเพราะวิ่งเล่นแล้วไปชนเผ่ามังกรฟ้า อีกคนตะโกนขึ้นมาว่าตัวเองเคยเป็นทาสอยู่ที่แมรีโจอา ถูกเผ่ามังกรฟ้าควักลูกตาทั้งสองข้างทิ้งเพื่อความบันเทิง หรือเสียงของผู้เป็นแม่ที่กรีดร้องบอกว่าลูกสาวเธอถูกส่งกลับบ้านด้วยสภาพเวทนาไม่ต่างกับคนตาย เธอหมดสิ้นความเป็นมนุษย์ไปหมดแล้ว และหลังจากถูกส่งกลับบ้านเพียง 3 วัน เด็กสาวผู้น่าเวทนาก็ตัดสินใจฆ่าตัวตาย

“พวกมังกรฟ้าอย่างพวกแกเคยหิวบ้างหรือเปล่า เคยเจ็บปวดหรือโศกเศร้าแบบเราบ้างไหม!?”

การจับสมาชิกตระกูลโฮมมิ่งที่ค่อนข้างเป็นคนดี (ยกเว้นดองกี้โฮเต้ เดอฟลามิงโก้ ผู้เป็นลูกชายคนโต) มาประจานและทำร้ายร่างกายไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่ชาวบ้านไม่สนว่าพวกเขาจะเป็นคนคนเดียวกับที่สร้างความเจ็บปวดให้หรือไม่ ขอแค่เป็นเผ่ามังกรฟ้า พวกเขาก็พร้อมจะระบายความโกรธแค้นใส่ ความน่ารังเกียจของเผ่ามังกรฟ้ายังคงเผยให้เห็นอยู่เสมอดังเช่นกรณีของ ‘ดองกี้โฮเต้ มิยอส์การ์ด’ ที่เคยไปก่อเรื่องไว้ที่เกาะเงือก ในอดีตเขาเป็นชายที่เย่อหยิ่ง สันดานเสีย นิสัยเลวไม่ต่างจากเซนต์ชาลูลอส แต่เขากลับถูกช่วยเหลือโดยราชินีแห่งเกาะเงือกทั้งที่เกือบจะโดนชาวเงือกคนอื่นยิงตายอยู่ใต้สมุทร ตัวของมิยอส์การ์ดในตอนนั้นยังไม่ได้มีท่าทีสำนึกมากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นสิบปี เขาก็กลายเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม

ในวันพีซตอนที่ 907 ชนชั้นสูงจากทั่วโลกรวมถึงสมาชิกราชวงศ์จากเผ่าเงือกเดินทางมายังดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพื่อร่วมการประชุมโลก แต่ยังไม่ทันได้เริ่มประชุมก็เกิดเหตุวุ่นวายเมื่อเซนต์ชาลูลอสสั่งให้ทาสเผ่ายักษ์เข้าไปจับตัวเจ้าหญิงเงือกเพราะเธอเป็นเจ้าหญิงที่งดงามมาก โดยไม่สนเหตุผลทางการทูต ไม่สนว่าการกระทำของตัวเองจะสร้างความขัดแย้งทางการเมือง เพราะเซนต์ชาลูลอสเป็นชายผู้โง่เขลาที่สนแต่ความต้องการของตัวเอง

การกระทำไม่แคร์ใครของเผ่ามังกรฟ้าครั้งนี้ถูกหยุดด้วยเผ่ามังกรฟ้า มิยอส์การ์ดถือไม้เข้ามาฟาดหน้าเซนต์ชาลูลอส จากวันที่เคยดูถูกพวกเผ่าเงือกในวันก่อน วันนี้เขากลายเป็นคนใหม่ที่จะใช้อภิสิทธิ์ของการเป็นเผ่ามังกรฟ้าปกป้องชาวเงือกจนกว่างานประชุมจะสิ้นสุดลง จะไม่มีใครแตะต้องชาวเงือกได้อีก เพราะเขาก็เป็นหนึ่งในสายเลือดของพระเจ้า มิติที่ซับซ้อนของมิยอส์การ์ดทำให้เห็นว่าไม่ว่าจะเป็นเผ่ามังกรฟ้า เป็นโจรสลัด ชาวบ้าน หรือทหารเรือ พวกเขาก็ล้วนมีคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป เว้นเพียงแต่กรณีตระกูลของเซนต์ชาลูลอสที่เราก็คงไม่คาดหวังกับตัวพวกเขาอีกแล้ว

 

ที่มา

เออิจิโระ โอดะ. 2540. วันพีซ. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สยามอินเตอร์คอมิกซ์

 

เรื่อง: ตรีนุช อิงคุทานนท์

 


นักเขียนผู้สนใจการเมือง เฟมินิสต์ และการเรียกร้องสิทธิของชาว LGBTQ+