‘ธานินทร์ กรัยวิเชียร’ นายกฯ นักกฎหมายผู้นำรัฐบาลหอย

‘ธานินทร์ กรัยวิเชียร’ นายกฯ นักกฎหมายผู้นำรัฐบาลหอย

ศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ กรัยวิเชียร จากผู้พิพากษาสู่ผู้นำรัฐบาลที่เข้มงวดที่สุดในการต่อต้านคอมมิวนิสต์ กระทั่งได้รับการแต่งตั้งเป็นองคมนตรี

KEY

POINTS

  • จากผู้พิพากษาสู่นายกรัฐมนตรี: ผู้พิพากษาอาชีพที่ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 นำรัฐบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากทหารและดำเนินนโยบายต่อต้านคอมมิวนิสต์อย่างเข้มข้น 
  • ผลงานที่เป็นรูปธรรม: ริเริ่มโครงการสำคัญหลายด้าน ทั้งโรงพยาบาลชนบท การปฏิรูปที่ดิน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการฟื้นฟูธรรมเนียมปฏิบัติด้านชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 
  • การอุทิศตนรับใช้แผ่นดิน: หลังพ้นตำแหน่งนายกฯ ได้รับพระราชทานแต่งตั้งเป็นองคมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ยาวนานเกือบ 40 ปี และได้รับการยกย่องในด้านความซื่อสัตย์สุจริต
     

ศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ กรัยวิเชียร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 14 แห่งราชอาณาจักรไทย และองคมนตรี เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดยเฉพาะในช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ท่านเป็นที่รู้จักในฐานะนายกรัฐมนตรีที่มีแนวคิดต่อต้านคอมมิวนิสต์อย่างเข้มข้น 

แม้รัฐบาลธานินทร์จะมีอายุเพียง 1 ปี 13 วัน แต่ก็ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงสำคัญหลายประการให้แก่ประเทศ 

ศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ กรัยวิเชียร ถึงแก่อสัญกรรมด้วยสิริอายุ 97 ปี หลังจากได้อุทิศชีวิตให้กับการรับราชการและการรับใช้ประเทศมาอย่างยาวนาน

ชีวิตในวัยเยาว์และการศึกษา

ศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ กรัยวิเชียร เกิดเมื่อวันที่ 5 เมษายน ปี 2470 ที่จังหวัดพระนคร (ปัจจุบันคือกรุงเทพมหานคร) เติบโตมาในครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีน โดยเป็นลูกคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 5 คน ของนายแห และนางผอบ กรัยวิเชียร 

เนื่องจากครอบครัวทำกิจการโรงรับจำนำและค้าเพชรพลอย ในวัยเด็กจึงมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีพี่เลี้ยงคอยดูแล ไม่ได้ใกล้ชิดบิดามารดามากนัก เพราะทั้งคู่ต่างต้องยุ่งกับการดูแลกิจการ และต้องเดินทางอยู่เสมอ

ท่านเคยกล่าวถึงชีวิตในช่วงนี้ว่า “ในช่วงสิบปีแรกของชีวิต ผมใกล้ชิดกับพี่เลี้ยงมาก ผมรักพี่เลี้ยงเหมือนกับแม่ และเรียกคุณแม่ว่า ‘นาย’ ตามพี่เลี้ยงผม ผมถือพี่เลี้ยงเป็นแม่ ส่วนคุณพ่อห่างออกไปหน่อย” 

จบชั้นมัธยมที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ก่อนเข้าศึกษาต่อวิชากฎหมายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ต่อมาจึงข้ามน้ำข้ามทะเลไปศึกษาวิชากฎหมายต่อที่มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ และจบเนติบัณฑิตอังกฤษจากสำนักอบรมศึกษากฎหมายของเนติบัณฑิตยสภา สำนักเกรย์สอินน์ เมื่อปี 2496
 

การรับราชการในกระบวนการยุติธรรม

ศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ เริ่มต้นชีวิตราชการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเชียงใหม่ และผู้พิพากษาหัวหน้าในศาลฎีกา นอกจากนี้ ยังได้ทำหน้าที่ศาสตราจารย์สอนวิชากฎหมายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักอบรมศึกษากฎหมายของเนติบัณฑิตยสภา

การก้าวสู่ตำแหน่งทางการเมือง

ก่อนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านไม่ได้มีบทบาททางการเมืองมากนัก นอกจากเคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติในสมัยรัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์ และไม่ได้มีความสัมพันธ์กับคณะทหารของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินมาก่อน

การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 14 ในวันที่ 8 ตุลาคม 2519 หลังจากที่คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน นำโดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ได้ทำการรัฐประหารรัฐบาลของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พร้อมกับการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (ฉบับที่ 11)

แม้รัฐบาลธานินทร์จะมีลักษณะเป็น ‘รัฐบาลพลเรือน’ แต่ก็อยู่ภายใต้การสนับสนุนของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ เคยเปรียบเทียบรัฐบาลว่าเป็นเสมือน ‘เนื้อหอย’ โดยมีเปลือกหอย ซึ่งหมายถึงทหาร คอยให้ความคุ้มครอง จนสื่อมวลชนขนานนามว่า ‘รัฐบาลหอย’ นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้ง ‘สภาที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี’ ที่ประกอบด้วยคณะทหารจากคณะปฏิรูปฯ ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจทางการเมืองขั้นสุดท้าย

คณะรัฐมนตรีของท่านมีเพียง 17 ตำแหน่ง ประกอบด้วยบุคคลที่ใกล้ชิดกับท่านซึ่งมีแนวคิดต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์อย่างเข้มข้น และบุคคลของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ตลอดระยะเวลา 1 ปีของรัฐบาล ไม่มีการสับเปลี่ยนตำแหน่งหรือโยกย้ายรัฐมนตรี เนื่องจากท่านมีความเห็นว่ารัฐมนตรีที่เลือกมานั้นเหมาะสมและตั้งใจทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่เหมือนกับรัฐมนตรีที่มาจาก ‘นักการเมือง’ ที่มาพร้อมกับการต่อรองผลประโยชน์

ในด้านความมั่นคง รัฐบาลได้ใช้มาตรการหลายประการ เช่น:

  • การประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร
  • การกำหนดให้คดีอาญาต้องขึ้นศาลทหาร รวมถึงคดีที่มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ.2495
  • การออกคำสั่งคณะปฏิรูปฉบับที่ 25 กำหนดความหมายของ ‘องค์การอันเป็นคอมมิวนิสต์’ และ ‘การกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์’
  • การปราบปรามผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้ต้องลี้ภัยไปต่างประเทศและหลบเข้าป่า
  • การจำกัดเสรีภาพและควบคุมสื่อ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์

ผลงานสำคัญในสมัยรัฐบาลของท่าน ได้แก่:

  • การสร้างโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชขนาด 30 เตียงในท้องถิ่นทุรกันดาร 20 แห่ง
  • การจัดโครงการอาสาพัฒนาท้องถิ่นในฤดูแล้งและโครงการอาสาปลูกป่าในฤดูฝน
  • การริเริ่มการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
  • การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการก่อสร้างทางด่วนสายดินแดง-บางนา
  • การจัดตั้งองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.)

รัฐบาลธานินทร์ยังได้ฟื้นฟูธรรมเนียมปฏิบัติสำคัญ เช่น การยืนเคารพธงชาติเวลา 8.00 และ 18.00 น. การกำหนดให้หนังสือเรียนทุกเล่มทุกระดับชั้นต้องมีรูปธงชาติและเพลงชาติพิมพ์ไว้ในหน้าแรก ๆ นอกจากนี้ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่นำคณะรัฐมนตรีไปกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อพระแก้วมรกตในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ภายหลังถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9

รัฐบาลธานินทร์เผชิญความท้าทายทางการเมืองหลายครั้ง โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2520 พลเอกฉลาด หิรัญศิริ ได้นำคณะทหารกลุ่มหนึ่งทำการปฏิวัติ โดยอ้างความเสื่อมทรามของภาวะด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม แม้ครั้งนั้นรัฐบาลจะเป็นฝ่ายชนะและฝ่ายปฏิวัติกลายเป็นฝ่ายกบฏ 

แต่ท้ายที่สุด รัฐบาลของท่านก็สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2520 จากการรัฐประหารนำโดยพลเรือเอกสงัด ชลออยู่ โดยให้เหตุผลว่า “รัฐบาลบริหารประเทศแล้วเกิดการแตกแยกในหมู่ข้าราชการและประชาชน เศรษฐกิจทรุดลง แผนพัฒนาประชาธิปไตย 3 ขั้น 12 ปี นานเกินความจำเป็น ไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน” รวมระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของท่านทั้งสิ้น 1 ปี 13 วัน

การดำรงตำแหน่งองคมนตรี

ภายหลังการพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ ดำรงตำแหน่งองคมนตรี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2520 ซึ่งท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนี้อย่างทุ่มเทเป็นเวลาเกือบ 40 ปี ภายหลังการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และการขึ้นดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ ได้รับความไว้วางใจจากคณะองคมนตรีให้ปฏิบัติหน้าที่ประธานองคมนตรี

ชีวิตครอบครัว

ในด้านชีวิตครอบครัว ท่านสมรสกับคุณหญิงคาเรน กรัยวิเชียร (สกุลเดิม แอนเดอเซ่น) และมีบุตรธิดารวม 5 คน คุณหญิงคาเรนได้ถึงแก่อนิจกรรมในปี 2538

ศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ กรัยวิเชียร ได้รับการยกย่องว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่ซื่อสัตย์สุจริตที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย ท่านได้อุทิศชีวิตเพื่อรับใช้ชาติบ้านเมืองและสถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน จวบจนถึงแก่อสัญกรรม สิริอายุ 97 ปี

 

เรื่อง: พาฝัน ศรีเริงหล้า
ภาพ: ศูนย์ภาพเครือเนชั่น (Nation Photo)

 

อ้างอิง:

นายกรัฐมนตรีคนที่ 14 นายธานินทร์ กรัยวิเชียร ข้อมูลจากเว็บไซต์ Royal Thai Government

ประวัติศาสตร์การเมืองไทย พ.ศ.2519-2535 ข้อมูลจาก e-book มหาวิทยาลัยรามคำแหง

รัฐบาลพลเรือนขวาจัดช่วงหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519: แนวโน้มการควบรวมอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์เชิงเครือข่ายและปฏิกิริยาของชนชั้นนำไทย ข้อมูลจาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

งานค้นคว้าอิสระเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมของผู้นำทางการเมืองตามวิสัยทัศน์ของศาสตราจารย์ ธานินทร์ กรัยวิเชียร โดยนายสิทธิชัย สุขโรจน์ สถาบันพระปกเกล้า