24 ก.พ. 2568 | 15:53 น.
KEY
POINTS
ศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ กรัยวิเชียร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 14 แห่งราชอาณาจักรไทย และองคมนตรี เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย โดยเฉพาะในช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ท่านเป็นที่รู้จักในฐานะนายกรัฐมนตรีที่มีแนวคิดต่อต้านคอมมิวนิสต์อย่างเข้มข้น
แม้รัฐบาลธานินทร์จะมีอายุเพียง 1 ปี 13 วัน แต่ก็ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงสำคัญหลายประการให้แก่ประเทศ
ศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ กรัยวิเชียร ถึงแก่อสัญกรรมด้วยสิริอายุ 97 ปี หลังจากได้อุทิศชีวิตให้กับการรับราชการและการรับใช้ประเทศมาอย่างยาวนาน
ศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ กรัยวิเชียร เกิดเมื่อวันที่ 5 เมษายน ปี 2470 ที่จังหวัดพระนคร (ปัจจุบันคือกรุงเทพมหานคร) เติบโตมาในครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีน โดยเป็นลูกคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง 5 คน ของนายแห และนางผอบ กรัยวิเชียร
เนื่องจากครอบครัวทำกิจการโรงรับจำนำและค้าเพชรพลอย ในวัยเด็กจึงมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีพี่เลี้ยงคอยดูแล ไม่ได้ใกล้ชิดบิดามารดามากนัก เพราะทั้งคู่ต่างต้องยุ่งกับการดูแลกิจการ และต้องเดินทางอยู่เสมอ
ท่านเคยกล่าวถึงชีวิตในช่วงนี้ว่า “ในช่วงสิบปีแรกของชีวิต ผมใกล้ชิดกับพี่เลี้ยงมาก ผมรักพี่เลี้ยงเหมือนกับแม่ และเรียกคุณแม่ว่า ‘นาย’ ตามพี่เลี้ยงผม ผมถือพี่เลี้ยงเป็นแม่ ส่วนคุณพ่อห่างออกไปหน่อย”
จบชั้นมัธยมที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ก่อนเข้าศึกษาต่อวิชากฎหมายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ต่อมาจึงข้ามน้ำข้ามทะเลไปศึกษาวิชากฎหมายต่อที่มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ และจบเนติบัณฑิตอังกฤษจากสำนักอบรมศึกษากฎหมายของเนติบัณฑิตยสภา สำนักเกรย์สอินน์ เมื่อปี 2496
ศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ เริ่มต้นชีวิตราชการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเชียงใหม่ และผู้พิพากษาหัวหน้าในศาลฎีกา นอกจากนี้ ยังได้ทำหน้าที่ศาสตราจารย์สอนวิชากฎหมายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักอบรมศึกษากฎหมายของเนติบัณฑิตยสภา
ก่อนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านไม่ได้มีบทบาททางการเมืองมากนัก นอกจากเคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติในสมัยรัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์ และไม่ได้มีความสัมพันธ์กับคณะทหารของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินมาก่อน
ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 14 ในวันที่ 8 ตุลาคม 2519 หลังจากที่คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน นำโดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ได้ทำการรัฐประหารรัฐบาลของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พร้อมกับการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (ฉบับที่ 11)
แม้รัฐบาลธานินทร์จะมีลักษณะเป็น ‘รัฐบาลพลเรือน’ แต่ก็อยู่ภายใต้การสนับสนุนของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ เคยเปรียบเทียบรัฐบาลว่าเป็นเสมือน ‘เนื้อหอย’ โดยมีเปลือกหอย ซึ่งหมายถึงทหาร คอยให้ความคุ้มครอง จนสื่อมวลชนขนานนามว่า ‘รัฐบาลหอย’ นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้ง ‘สภาที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี’ ที่ประกอบด้วยคณะทหารจากคณะปฏิรูปฯ ซึ่งมีอำนาจตัดสินใจทางการเมืองขั้นสุดท้าย
คณะรัฐมนตรีของท่านมีเพียง 17 ตำแหน่ง ประกอบด้วยบุคคลที่ใกล้ชิดกับท่านซึ่งมีแนวคิดต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์อย่างเข้มข้น และบุคคลของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ตลอดระยะเวลา 1 ปีของรัฐบาล ไม่มีการสับเปลี่ยนตำแหน่งหรือโยกย้ายรัฐมนตรี เนื่องจากท่านมีความเห็นว่ารัฐมนตรีที่เลือกมานั้นเหมาะสมและตั้งใจทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่เหมือนกับรัฐมนตรีที่มาจาก ‘นักการเมือง’ ที่มาพร้อมกับการต่อรองผลประโยชน์
ในด้านความมั่นคง รัฐบาลได้ใช้มาตรการหลายประการ เช่น:
ผลงานสำคัญในสมัยรัฐบาลของท่าน ได้แก่:
รัฐบาลธานินทร์ยังได้ฟื้นฟูธรรมเนียมปฏิบัติสำคัญ เช่น การยืนเคารพธงชาติเวลา 8.00 และ 18.00 น. การกำหนดให้หนังสือเรียนทุกเล่มทุกระดับชั้นต้องมีรูปธงชาติและเพลงชาติพิมพ์ไว้ในหน้าแรก ๆ นอกจากนี้ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่นำคณะรัฐมนตรีไปกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อพระแก้วมรกตในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ภายหลังถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9
รัฐบาลธานินทร์เผชิญความท้าทายทางการเมืองหลายครั้ง โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2520 พลเอกฉลาด หิรัญศิริ ได้นำคณะทหารกลุ่มหนึ่งทำการปฏิวัติ โดยอ้างความเสื่อมทรามของภาวะด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม แม้ครั้งนั้นรัฐบาลจะเป็นฝ่ายชนะและฝ่ายปฏิวัติกลายเป็นฝ่ายกบฏ
แต่ท้ายที่สุด รัฐบาลของท่านก็สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2520 จากการรัฐประหารนำโดยพลเรือเอกสงัด ชลออยู่ โดยให้เหตุผลว่า “รัฐบาลบริหารประเทศแล้วเกิดการแตกแยกในหมู่ข้าราชการและประชาชน เศรษฐกิจทรุดลง แผนพัฒนาประชาธิปไตย 3 ขั้น 12 ปี นานเกินความจำเป็น ไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน” รวมระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของท่านทั้งสิ้น 1 ปี 13 วัน
ภายหลังการพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ ดำรงตำแหน่งองคมนตรี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2520 ซึ่งท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนี้อย่างทุ่มเทเป็นเวลาเกือบ 40 ปี ภายหลังการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และการขึ้นดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ ได้รับความไว้วางใจจากคณะองคมนตรีให้ปฏิบัติหน้าที่ประธานองคมนตรี
ในด้านชีวิตครอบครัว ท่านสมรสกับคุณหญิงคาเรน กรัยวิเชียร (สกุลเดิม แอนเดอเซ่น) และมีบุตรธิดารวม 5 คน คุณหญิงคาเรนได้ถึงแก่อนิจกรรมในปี 2538
ศาสตราจารย์พิเศษ ธานินทร์ กรัยวิเชียร ได้รับการยกย่องว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่ซื่อสัตย์สุจริตที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย ท่านได้อุทิศชีวิตเพื่อรับใช้ชาติบ้านเมืองและสถาบันพระมหากษัตริย์ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน จวบจนถึงแก่อสัญกรรม สิริอายุ 97 ปี
เรื่อง: พาฝัน ศรีเริงหล้า
ภาพ: ศูนย์ภาพเครือเนชั่น (Nation Photo)
อ้างอิง:
นายกรัฐมนตรีคนที่ 14 นายธานินทร์ กรัยวิเชียร ข้อมูลจากเว็บไซต์ Royal Thai Government
ประวัติศาสตร์การเมืองไทย พ.ศ.2519-2535 ข้อมูลจาก e-book มหาวิทยาลัยรามคำแหง
รัฐบาลพลเรือนขวาจัดช่วงหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519: แนวโน้มการควบรวมอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์เชิงเครือข่ายและปฏิกิริยาของชนชั้นนำไทย ข้อมูลจาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
งานค้นคว้าอิสระเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมของผู้นำทางการเมืองตามวิสัยทัศน์ของศาสตราจารย์ ธานินทร์ กรัยวิเชียร โดยนายสิทธิชัย สุขโรจน์ สถาบันพระปกเกล้า