svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม Thepeople

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด

กอร์ ผู้ชำแหละเทพเจ้า: จาก ‘ผู้ศรัทธา’ สู่ ‘ผู้ไล่ล่า’ แห่งจักรวาลมาร์เวล

กอร์ ผู้ชำแหละเทพเจ้า: จาก ‘ผู้ศรัทธา’ สู่ ‘ผู้ไล่ล่า’ แห่งจักรวาลมาร์เวล

"So this is my vow. All gods will die." “และนี่คือคำมั่นของฉัน เหล่าทวยเทพทุกองค์ต้องตาย” / บทความนี้ไม่มีการเปิดเผยเนื้อหาของภาพยนตร์ Thor: Love and Thunder เพียงแค่กล่าวถึงที่มาของตัวละครเท่านั้น /

เมื่อครั้นมนุษย์ต้องตกระกำลำบากกับขวากหนามแห่งชีวิต ความสิ้นหวังย่อมเข้าปกคลุม แล้วหากสิ่งต่าง ๆ รอบตัวไม่สามารถค้ำจุนความหวังแห่งการมีชีวิตที่ดีขึ้นได้แล้ว ศรัทธาของใครหลาย ๆ คนก็จะถูกหยิบยกไปให้ผู้มีพลังอำนาจเหนือข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ตนกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเทพเจ้า นั่นจึงเป็นที่มาของการอ้อนวอนคารวะเพื่อขอให้มรสุมชีวิตและความยากลำบากเหล่านั้นมลายหายไป

แต่เมื่อเสียงร้องเรียกหาต่อสิ่งที่เราศรัทธาและบูชาไม่ตอบสนอง ความหวังก็ริบหรี่ลงเรื่อย ๆ และหากให้แย่ลงไปกว่านั้น หากวันหนึ่งเราได้รับรู้ว่าเหล่าทวยเทพที่เรานับถือบูชาด้วยชีวิต มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เมินเฉยและไม่สนใจไยดี (แถมไม่ได้สูงส่งดีงามดังที่เราคิด) มุมมองและความรู้สึกที่มีต่อสิ่งที่เราเคยมองว่าเป็น ‘ผู้พิทักษ์’ อาจแปรเปลี่ยนไปตลอดกาล และบางทีก็จากหน้ามือกลายเป็นหลังมือ

ภาพยนตร์เรื่อง ‘Thor: Love and Thunder’ หรือในชื่อไทยที่หลายคนคงฟังแล้วติดหูอย่าง ‘ธอร์ ด้วยรักและอัสนี’ ก็เป็นอีกผลงานหนึ่งที่น่าจับตามอง เพราะด้วยวิสัยทัศน์จากผู้กำกับมือรางวัลอย่าง ไทกา ไวทีที (Taika Waititi) ที่ได้โชว์วิสัยทัศน์กับภาพยนตร์ธอร์ในภาคก่อนหน้าจนทำให้เทพแห่งสายฟ้ามีผู้ติดตามและสนใจมากขึ้นอย่างมาก เพราะสไตล์การเล่าเรื่องที่แทรกไปด้วยอารมณ์ขันอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ในภาพยนตร์เรื่องธอร์ภาคล่าสุดนี้ สไตล์ของผู้กำกับมือดีกับเสียงดนตรีจากวง Guns N’ Roses ก็คงไม่ใช่จุดที่น่าสนใจและน่าจับตามองทั้งหม

เหตุเพราะวายร้ายในภาคนี้ที่รับบทโดยอดีตแบทแมนอย่าง ‘คริสเตียน เบล’ (Christian Bale) ที่ต้องโกนหัว ลดน้ำหนัก และทาหน้าขาวเพื่อที่จะแสดงในบทบาท ‘กอร์ ผู้ชำแหละพระเจ้า’ (Gorr The God Butcher) วายร้ายผู้ผิดหวังในเทพที่เขาต้องสละชีวิตครอบครัวและคนที่เขารักไปทั้งหมดเพราะความศรัทธาและความหวังว่าเทพเหล่านั้นจะเห็นและประทานความช่วยเหลือและสุขนิรันดร์

แต่เมื่อทุกอย่างกลับตาลปัตร ความผิดหวังและความเคียดแค้นจึงปะทุขึ้น และด้วยพลังจากเนโครซอร์ด (Necrosword) ที่มอบพลังให้แก่ตัวเขา การแก้แค้นและฆ่าล้างสิ่งที่เขาเคยศรัทธาจึงบังเกิดขึ้น

ก่อนจะมาเป็นวายร้ายผู้มีแรงแค้นดังที่เราเห็นกันในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล (Marvel Cinematic Universe) กอร์ปรากฏตัวครั้งแรกในหนังสือการ์ตูนของมาร์เวลที่ชื่อว่า ‘Thor: God of Thunder’ ในปี 2013 โดย เจสัน แอรอน (Jason Aaron) และ อีแซด รีบิค (Esad Ribic) 

โดยเรื่องราวของผู้ชำแหละเทพเจ้าเริ่มจากการเป็นเอเลียนสายพันธุ์หนึ่งที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์และมีสีผิวที่ซีดขาว ไม่ได้มีพลังวิเศษใด ๆ เลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำดวงดาวไร้ชื่อที่เผ่าพันธุ์ของกอร์อาศัยอยู่ก็เป็นสถานที่ซึ่งอุดมไปด้วยความแห้งแล้งและขาดแคลน สิ่งมีชีวิตบนดาวดวงนั้นต้องดำรงชีวิตด้วยความแร้นแค้นและอดอยาก ทุก ๆ วันที่เวลาก้าวเดินไปข้างหน้า ชีวิตหนึ่งก็ค่อย ๆ ดับลงตามกันไป นอกจากจะเดินทางเพื่อไขว่คว้าอาหารมาประทังชีวิตแล้ว สิ่งหนึ่งที่เอเลียนเผ่าพันธุ์นี้ยึดถือเป็นหลักก็คือ ‘พระเจ้า’ เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่งจะมีมือยื่นเข้ามาดึงทุก ๆ คนออกจากสถานการณ์ดังกล่าว

ไม่มีเทพองค์ไหนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นตอนที่แม่ของเขาต้องสละชีวิตตัวเองจากการโจมตีของสัตว์ป่าเพื่อให้เขาอยู่รอด ตอนที่ภรรยาของเขาต้องเสียชีวิตไปจากการถล่มของถ้ำที่ครอบครัวพักอาศัย หรือแม้กระทั่งตอนที่ลูกคนสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ของเขาต้องจากไปเพราะความอดอยาก ไม่มีเทพองค์ไหนเลยที่ตอบแทนด้วยความช่วยเหลือจากศรัทธาและการบูชาที่กอร์มอบให้

ไม่มีใครได้ยินบทสวดมนต์ของพวกแกหรอก เพราะอะไรรู้ไหม? เพราะมันไม่มีพระเจ้าไง มันไม่เคยมีอยู่แล้ว ไม่มีหรอกทวยเทพบนท้องฟ้า ไม่มีหรอกผู้ที่สรรสร้างเราขึ้นมา ไม่มีหรอกพระเจ้าที่จะปกปักรักษาเรา ไม่มีเทวดาสักตัวหรอกที่จะสนใจไยดี!

หลังจากที่ฟางเส้นสุดท้ายซึ่งเป็นลูกของกอร์ได้ขาดใจจากความอดอยาก ความอดทนของกอร์ที่ต้องคอยบูชาสิ่งที่ไม่เคยทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้นเลยก็หมดไป โดยเฉพาะหลังจากที่กอร์ได้ฝังลูกของเขาแล้ว แต่เพื่อนร่วมเผ่าก็บอกให้นำศพลูกขึ้นไปแขวนบนต้นไม้ ไม่ใช่ฝังลงดิน พระเจ้าจะได้เห็น หลังจากที่เขาได้ระเบิดอารมณ์ เขาก็ถูกรุมปาก้อนหินจนสภาพเจียนตายและปล่อยทิ้งไว้เพียงลำพัง

แม้จะยังไม่ตาย แต่ชีวิตเขาไม่หลงเหลืออะไรอีกแล้ว ครอบครัว เพื่อนฝูง และศรัทธา สิ่งเดียวที่กอร์ทำได้ ณ ตอนนั้นคืออ้อนวอนขอให้ความตายมาถึงให้เร็วที่สุด แต่ระหว่างที่กอร์กำลังตกลงไปในเหวลึกของความสิ้นหวังที่ดูเหมือนจะไม่มีวันก้าวพ้นได้ เสียงระเบิดหนึ่งก็ดังขึ้น กอร์จึงรวบรวมพลังที่แทบจะไม่มีเหลืออยู่แล้วเดินไปตามเสียงดังกล่าว สิ่งที่เขาพบคือเทพสีดำและสีทองสององค์ในสภาพปางตายนอนอยู่ในหลุมจากการต่อสู้กันอย่างหนักหน่วง

 

ช่วยแกงั้นหรือ? งั้นแกตอบฉันได้ไหมว่า ในวันที่ลูกฉันอดอาหารจนตาย ในวันที่เมียฉันกรีดร้องขอให้แกยื่นมือเข้ามาช่วย ในวันที่แม่ฉันถูกสัตว์ฉีกเนื้อกินเป็นชิ้น ๆ แกไปอยู่ที่ไหน?!

แกอยู่ที่ไหนในวันที่พวกเราต้องการความช่วยเหลือ?

กอร์กล่าวตอบด้วยความแค้นหลังจากที่เทพร่างทองเอ่ยขอความช่วยเหลือจากเขา แต่ในขณะเดียวกันกับที่พลังอาฆาตของกอร์แผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ดาบซิมไบโอตที่มีนามว่า ‘ออลแบล็ค เดอะเนโครซอร์ด’ (All-Black the Necrosword) ของเทพสีดำก็พุ่งเข้าไปอยู่ในมือของกอร์ และเป็นอาวุธที่เขาใช้ในการสังหารเทพสีทองแบบคาที่ หลังจากที่ตอนแรกสิ้นหวังกับทุกสิ่ง ตอนนี้กอร์ได้พบกับเป้าหมายใหม่ในชีวิตของเขา - เทพทุกองค์ต้องตาย

เหตุการณ์ดังกล่าวจึงเป็นจุดเปลี่ยนที่พากอร์จากผู้ศรัทธาธรรมดาคนหนึ่งสู่การพลิกบทบาทเป็นผู้ที่ขอปฏิญาณตนว่าจะฆ่าล้างพระเจ้าทุกองค์ให้หมดไปจากจักรวาล แล้วไม่ว่าจะเวอร์ชันคอมมิคหรือเวอร์ชันภาพยนตร์ แผนการของเขาก็นับว่าสุดโต่งและน่าสะพรึงเป็นอย่างมาก กอร์จึงนับว่าเป็นวายร้ายคู่ปรับของธอร์ที่น่าสะพรึงที่สุดคนหนึ่ง แถมยังมีเบื้องหลังชีวิตที่มืดหม่นเป็นอย่างมาก แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทราบกันว่า ความเคียดแค้นของเขา มันมีที่มาที่ไปอย่างชัดเจน

ดาบที่เขาได้ครอบครองนั้นนับว่าเป็นขุมพลังหลักของกอร์ เพราะนอกจากมันจะเป็นดาบที่สามารถสังหารเทพได้แล้ว มันยังทำให้เขาสามารถฟื้นฟูร่างกายได้ สร้างลูกสมุนซิมไบโอต และสามารถมีพลังเหนือสิ่งมีชีวิตธรรมดาจนทำให้การต่อกรกับทวยเทพไม่ใช่เรื่องเกินเอื้อม และด้วยพลังอันมากมายที่อยู่ในมือของเขา มันก็เปรียบเสมือนเป็นบันไดที่นำพาเขาไปสู่การครอบครองพลังอื่น ๆ อีกมากมาย

ความน่าสนใจมากไปกว่านั้นคือการที่ คริสเตียน เบล นักแสดงมากฝีมือจากภาพยนตร์ขึ้นหิ้งหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นไตรภาคของอัศวินแห่งรัตติกาล หรือแม้กระทั่งบทบาทตัวร้ายที่คงไม่มีใครแทนที่ได้อย่าง แพทริค เบทแมน (Patrick Bateman) ในภาพยนตร์เรื่อง American Psycho ที่ถ่ายทอดความจิตออกมาได้อย่างเต็มขั้น ดังนั้นการที่คริสเตียนก้าวขาเข้ามาแสดงในครั้งนี้จึงเป็นที่น่าจับตามองของใครหลาย ๆ คนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าเขาจะรู้จักวายร้ายที่ชื่อกอร์หรือไม่

 

ภาพ

Jason Aaron, Esad Ribić / Marvel Comics

Thor: Love and Thunder (2022)

อ้างอิง:

https://www.ign.com/videos/creating-gorr-for-the-mcu-a-faith-less-adaptation

https://collider.com/gorr-the-god-butcher-explained-thor-love-and-thunder-christian-bale/

https://www.gamesradar.com/gorr-the-god-butcher/

https://marvel.fandom.com/wiki/Gorr_(Earth-616)

https://www.youtube.com/watch?v=5LUCHtn5gRY

Jason Aaron, Esad Ribić / Marvel Comics

Thor: Love and Thunder (2022)