‘วลาดิมีร์ โอเชชกิน’ ตีแผ่ความชั่วร้ายของคุกในรัสเซีย จนโดนรัฐบาลสั่งเก็บ แต่รอดมาได้

‘วลาดิมีร์ โอเชชกิน’ ตีแผ่ความชั่วร้ายของคุกในรัสเซีย จนโดนรัฐบาลสั่งเก็บ แต่รอดมาได้

‘วลาดิมีร์ โอเชชกิน’ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนชาวรัสเซีย เจ้าของเว็บไซต์ Gulagu.net ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นศัตรูของรัฐ หลังจากเผยแพร่คลิปวิดีโอ การข่มขืนและทรมานนักโทษของเรือนจำแห่งหนึ่งในเมืองซาราตอฟ ปัจจุบันเขาลี้ภัยไปอยู่ฝรั่งเศส แต่รัฐบาลรัสเซียยังคงตามล่าเขาไม่เลิก

  • ‘วลาดิมีร์ โอเชชกิน’ ผู้แปรพักตร์ชาวรัสเซีย ถูกขึ้นบัญชีเป็นศัตรูของรัฐ หลังจากตีแผ่เรื่องราวความโหดร้ายของเรือนจำในรัสเซีย ผ่านทางเว็บไซต์ Gulagu.net
  • วิดีโอส่วนใหญ่ที่ได้รับมาจากเรือนจำจากเมืองซาราตอฟ แสดงภาพการข่มขืนและทรมานนักโทษ หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการข่มขืนทางทวารหนัก ทางปาก ไปจนถึงใช้แท่งเหล็กทำร้ายร่างกาย
  • แม้ว่าโอเชชกินจะลี้ภัยมาอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2015 แต่รัฐบาลรัสเซียยังคงตามล่าหาตัวเขา เพื่อหวังจะเก็บชายคนนี้และครอบครัว ให้หายไปพร้อมความลับอันดำมืดของเรือนจำรัสเซีย

‘วลาดิมีร์ โอเชชกิน’ (Vladimir Osechkin) ผู้ก่อตั้งสื่อเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยนในรัสเซีย Gulagu.net ตีแผ่ความชั่วร้ายของคุกในรัสเซียมาเป็นเวลาสิบปี โดยได้รับความช่วยเหลือจากอดีตคนคุกที่เคยพัวพันในคดีต่าง ๆ จนต้องเข้าไปชดใช้โทษในเรือนจำ

หนึ่งในคลิปที่เขาได้รับจาก ‘เซอร์เกย์ ซาเวลเยฟ’ (Sergey Savelyev) อดีตนักโทษคดียาเสพติด ชาวเบลารุส เผยภาพที่น่าสะอิดสะเอียนไม่ว่าจะเป็นการข่มขืนนักโทษทางทวารหนัก ปาก ไปจนถึงการใช้แท่งเหล็กทำร้ายร่างกายนักโทษ ทั้งหมดนี้มาจากคุกในเมืองซาราตอฟ

ดูเหมือนว่าการกระทำของนักเคลื่อนไหวรายนี้ ทำให้รัฐบาลรัสเซียไม่พอใจถึงขีดสุด เพราะเมื่อปลายเดือนมกราคม 2023 ที่ผ่านมา เขาเปิดเผยกับสำนักข่าว CNN ระบุว่า เขาและครอบครัวกำลังโดนรัฐบาลรัสเซียหมายเอาชีวิต แม้ว่าจะลี้ภัยมาอยู่ฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 2015 แล้วก็ตาม

โอเชชกิน เล่าว่าเขาเห็นแสงเลเซอร์สีแดงพุ่งตรงมายังห้องอาหารที่บ้าน ขณะกำลังถือจานสปาเก๊ตตี้ของลูก ๆ อยู่ในมือ เขารู้ทันทีว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น เขารีบบอกภรรยาและลูกให้หมอบลงกับพื้น หาที่ที่ปลอดภัยที่สุด และซ่อนตัวอยู่อย่างนั้นเป็นเวลา 1 ชั่วโมง

โชคดีที่โอเชชกินได้รับความคุ้มครองอย่างดีจากตำรวจฝรั่งเศส การลอบฆ่าครั้งนี้จึงล้มเหลว “ตลอดสิบปีที่ผ่านมา ผมทำหลายอย่างเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนทั้งคนคุกและคนอื่น ๆ ของประเทศ แต่ในเวลานี้ ผมเข้าใจว่าภารกิจของผมในการช่วยเหลือผู้อื่นอาจถึงทางตัน เพราะสิ่งนี้นำอันตรายมาสู่ครอบครัวของผม”

แม้ว่า วลาดิมีร์ โอเชชกิน จะไม่ใช่ศัตรูทางการเมืองรายแรกที่โดนรัฐบาลในยุคการปกครองของ วลาดิมีร์ ปูติน หมายเอาชีวิต เพราะหากย้อนมองไปยังอดีต ปูตินก็เคย ‘สั่งเก็บ’ ผู้เห็นต่างเหล่านี้เป็นระยะเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ‘แอนนา โปลิตคิฟสกายา’ (Anna Politkovskaya) นักข่าวผู้ตีแผ่ข่าวการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ และการหายตัวไปของชาวเชเชน รวมไปถึงเขียนบทความวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลรัสเซีย สุดท้ายเธอก็เสียชีวิตจากการถูกยิงเมื่อปี 2006 ภายในอะพาร์ตเม้นต์ที่กรุงมอสโก

ส่วนอีกรายคือ ‘อเล็กซานเดอร์ วลิตวิเนนโก’ (Alexander Litvinenko) อดีตเจ้าหน้าที่แผนกสืบสวนและป้องกันองค์กรอาชญากรรม (URPO) เขาถูกรัฐบาลคุกคามหลังจากวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลปูติน  โดยเฉพาะกรณีเชชเนีย จนกระทั่งล้มป่วยอย่างกระทันหัน หลังจากร่วมดื่มน้ำชากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซีย และเสียชีวิตลงในปี 2006 ซึ่งภายหลังตรวจพบปริมาณไอโซโทปกัมมันตภาพรังสีโพโลเนียม-210 ในร่างกายของเขา

และอีกรายที่ทั่วโลกต่างจับตามอง ‘อเล็กเซย์ นาวาลนี’ (Alexei Navalny) แกนนำฝ่ายค้านรัฐบาลรัสเซีย ‘คู่ปรับ’ คนสำคัญของปูติน โดยกรณีที่สร้างความหวาดหวั่นในรัฐบาลมากที่สุดคงหนีไม่พ้น การตีแผ่ข่าวการทุจริตของเจ้าหน้าที่ระดับสูง และหนึ่งในคลิปที่โด่งดังที่สุดคือ ‘วังของปูติน’ (Putin's Palace) แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวของเขาทำให้รัฐบาลอยู่ไม่สุข นาวาลนีถูกวางยาพิษ และรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด ระหว่างกำลังเดินทางไปไซบีเรีย เพื่อถ่ายคลิปตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ

ส่วนในกรณีของ ‘วลาดิมีร์ โอเชชกิน’ เขาเริ่มเข้าสู้เส้นทางนักกิจกรรมและปกป้องสิทธิมนุษยชน มาตั้งแต่ปี 2011 โดยเริ่มจากการก่อตั้งเว็บไซต์ Gulagu.net องค์กรความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนที่มุ่งเป้าไปยังการทุจริตและการละเมิดสิทธิผู้ต้องขังในเรือนจำรัสเซีย

นับตั้งแต่ที่ โอเชชกิน กระโดดเข้าสู่เส้นทางอันดำมืด เขาก็ค้นพบความโหดร้ายของรัสเซียมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่การข่มขืน หรือการทรมาน แต่เป็นการ ‘ฆ่า’ และ ‘ย่ำยี’ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จนหมดสิ้น เมื่อสงครามรัสเซีย-ยูเครน เปิดฉากขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 เขาก็เริ่มได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่ง จากหน่วยงานความมั่นคงรัสเซีย (Russian Federal Security Service - FSB)

และพบว่า เจ้าหน้าที่หลายรายไม่เห็นด้วยกับการเข้าร่วมสงคราม จนเกิดเป็นกระแสการอพยพออกนอกประเทศครั้งใหญ่ แต่สำหรับคนที่เป็นทหารชั้นประทวน ไม่มีสิทธิมีเสียง ก็ทำได้แต่เพียงก้มหน้าก้มตารับคำสั่ง ออกไปรบ และทิ้งชีวิตวัยหนุ่มไปในสงครามอย่างน่าเสียดาย

ข้อมูลชุดสำคัญที่โอเชชกินได้รับมาจากกลุ่มทหารรับจ้างแวกเนอร์ (Wagner) ซึ่งก่อตั้งโดยนักธุรกิจ เยฟเกนี ปรีโกชิน นั้นทำให้เขามองเห็นความเน่าเฟะของกฎหมายรัสเซียอย่างชัดเจน เพราะการก่อตั้งบริษัททหารรับจ้างขึ้นมานั้นเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

แต่เมื่อสงครามเปิดฉาก กลุ่มแวกเนอร์กลับได้รับการยกย่องจากรัฐบาลรัสเซีย มอบเหรียญสดุดีความกล้าหาญที่ช่วยกำจัดศัตรูของชาติ และเป็นรางวัลตอบแทนความยากลำบากในการปกป้องแผ่นดินแม่ ถึงแม้อดีตนักโทษเหล่านี้จะได้รับการยอมรับและมีจุดยืนทางสังคมมากขึ้น แต่ผู้นำกลุ่มบางคนกลับขอเลือกที่จะทิ้งชีวิตตรงนี้ไป เพราะเมื่ออยู่ในจุดที่มีอำนาจ พวกเขาก็ยิ่งเห็นความชั่วร้ายของระบอบปูติน

“เมื่อเขาอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น พวกเขาก็จะเข้าใจกลไกการปกครองของปูตินอย่างแจ่มชัด และเมื่อพวกเขาตระหนักได้ เมื่อนั้นแหละ ถึงคราวที่คุณต้องตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่กับใคร ถ้าคุณเลือกจะเปิดโปง คุณต้องยอมรับความเสี่ยงสูงมากที่จะทำเรื่องนี้ คุณต้องยอมรับว่าทุกช่วงเวลาที่หายใจ คุณอาจโดนลอบฆ่า น้ำทุกแก้วที่คุณดื่มอาจผสมยาพิษ คนรอบตัวของคุณอาจเป็นสายลับหรือนักฆ่าที่จะปลิดชีวิตคุณ”

“อีกอย่าง ผมอยากจะบอกว่ากลุ่มทหารรับจ้างแวกเนอร์ ไม่ใช่บริษัททหารเอกชน ในรัสเซียไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ นี่คืออาชญากร ที่ขัดต่อมาตรา 359 แห่งประมวลกฎหมายอาญาของสหพันธรัฐรัสเซีย และถ้ามีคนเริ่มจัดตั้งบริษัททหารส่วนตัว เช่นในภูมิภาคซามารา มอสโก หรือโตลยาติ พวกเขาจะถูกเจ้าหน้าที่ FSB จับกุมอย่างรวดเร็วและถูกตัดสินจำคุกไม่ต่ำกว่า 20 ปี”

ถึงกระนั้น แวกเนอร์ที่ก่อตั้งโดย เยฟเกนี ปรีโกชิน ก็ยังคงได้รับข้อยกเว้น ซึ่งเป็นผลพวงมาจากสงครามที่ยืดเยื้อยาวนานของปูติน

สุดท้ายแล้ว หากบ้านเมืองต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองที่ถือเอาตัวผู้นำเป็นศูนย์กลางโดยไม่ฟังเสียงของประชาชน และปล่อยให้อำนาจอยู่ในมือเจ้าหน้าที่รัฐอย่างไม่จำกัด บ้านเมืองหรือประเทศนั้นอาจถึงคราวล่มสลายทางประชาธิปไตย

และไม่ว่านักกิจกรรมจะออกมาเรียกร้อง ตีแผ่ความโหดร้ายของเจ้าหน้าที่รัฐเพียงใด หากผู้มีอำนาจยังคงมองว่าเป็นเรื่องน่าละอาย และต้องขุดหลุมฝังกลบลงไปให้ลึก เสียงของประชาชนที่ออกมาทวงถาม ก็คงกลายเป็นเพียงเสียงกระซิบที่ส่งไปไม่ถึงหูของผู้มีอำนาจ

ซึ่งรัสเซียเอง ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่พยายาม ‘ปิดปาก’ และ ‘กำจัด’ คนเห็นต่างทางการเมืองอยู่เสมอ

 

ภาพ: Getty Images

 

อ้างอิง

รัสเซีย ยูเครน : กลุ่มทหารรับจ้างแวกเนอร์กลายเป็นที่รู้จักในสื่อกระแสหลักได้อย่างไร. https://www.bbc.com/thai/international-64456436

МВД объявило в розыск основателя проекта Gulagu.net Владимира Осечкина. https://lenta.ru/news/2021/11/12/gulagunet/

Правозащитный проект Gulagu.net прекратил работу в России. https://www.dw.com/ru/pravozashhitnyj-proekt-gulagunet-prekratil-rabotu-v-rossii/a-57662396

Основатель Gulagu.net Владимир Осечкин рассказал, что его пытались убить во Франции. https://meduza.io/news/2022/09/19/osnovatel-gulagu-net-vladimir-osechkin-rasskazal-chto-ego-pytalis-ubit-vo-frantsii

Владимир Осечкин. Когда будет переворот? беседа с Юлией Латыниной / 19.09.2022/ LatyninaTV /. https://www.youtube.com/watch?v=nYJteOBvzmA&t=2384s

High-ranking Russian officials are defecting. This man is aiding them. https://edition.cnn.com/2023/01/25/europe/russia-fsb-defectors-osechkin-intl-cmd/index.html