Post on 14/03/2019

โซอิชิโร ทาคาชิมะ อดีตพิธีกรทีวีสู่นายกเทศมนตรี ปั้นฟูกูโอกะเป็น “สตาร์ทอัพ ซิตี้”

“โตเกียว” มหานครใหญ่ของญี่ปุ่น ขึ้นชั้นเป็นแหล่งรวมยอดมนุษย์วงการสตาร์ทอัพไปแล้วแบบไม่มีใครกังขา แต่เมืองที่น่าจับตาและมาแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในแวดวงสตาร์ทอัพระดับโลกก็คือ “ฟูกูโอกะ” ที่ตั้งเป้าเป็น “สตาร์ทอัพ ซิตี้” ซึ่งผู้ที่ปลุกปั้นโปรเจกต์นี้ก็คือ โซอิชิโร ทาคาชิมะ (Soichiro Takashima) คนรุ่นใหม่ผู้สร้างประวัติศาสตร์เป็นนายกเทศมนตรีอายุน้อยสุดของเมืองฟูกูโอกะ นั่นเอง

ทาคาชิมะเกิดเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 1974 จบไฮสกูลในจังหวัดโออิตะ จากนั้นเข้าเรียนคณะนิติศาสตร์ที่ Dokkyo University และจบการศึกษาในปี 1997 ซึ่งปีเดียวกันนั้นเขาก็เข้าทำงานใน KBC Kyushu Asahi สถานีออกอากาศชื่อดังบนเกาะคิวชู

ที่ KBC Kyushu Asahi ทาคาชิมะรับหน้าที่เป็นพิธีกรรายการทีวีหลายรายการ รวมถึงทอล์กโชว์ที่พูดถึงประเด็นสิ่งแวดล้อม เขาใช้เวลาที่นั่นราว 3 ปี ก่อนที่ปลายปี 2010 จะหันเหเส้นทางมาเอาดีด้านการเมืองด้วยการลงสมัครเป็นนายกเทศมนตรี และก็ทำได้สำเร็จเสียด้วย

ทาคาชิมะได้รับเลือกให้เป็นนายกเทศมนตรีขณะอายุ 36 ปี สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเป็นนายกเทศมนตรีอายุน้อยสุดเท่าที่เมืองฟูกูโอกะเคยมี

ตำแหน่งดังกล่าวมีวาระ 4 ปี เมื่อถึงปี 2014 ทาคาชิมะก็ได้รับเลือกให้เป็นนายกเทศมนตรีสมัยที่ 2 กระทั่งปลายปี 2018 ก็ถึงคราวหมดวาระ แต่เมื่อกฎหมายไม่ได้ระบุว่าเป็นได้สูงสุดแค่ 2 ครั้ง ทาคาชิมะซึ่งสังกัดพรรคเสรีประชาธิปไตยจึงลงสมัครอีกรอบ โดยมีคู่แข่งคือ ทาคายูกิ คามิยะ จากพรรคคอมมูนิสต์ญี่ปุ่น และแน่นอนว่าเป็นทาคาชิมะที่เข้าเส้นชัย นั่งเก้าอี้นายกเทศมนตรีเมืองฟูกูโอกะเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

ทำไมคนหนุ่มอย่างเขาถึงได้รับความไว้วางใจต่อเนื่องยาวนานขนาดนี้?

ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะบุคลิกและวิสัยทัศน์อันแรงกล้าของเขา ที่อยากขับเคลื่อนให้ฟูกูโอกะเติบใหญ่เป็นเมืองแห่งเทคโนโลยี สะท้อนจากบทสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งที่บอกว่า ต้องการสร้างให้ฟูกูโอกะเป็นเมืองที่เปรียบเสมือนห้องทดลองขนาดใหญ่ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

“ฟูกูโอกะไม่ใช่เมืองขนาดยักษ์แบบโตเกียวหรือเซี่ยงไฮ้ สำหรับเมืองขนาดกลาง ๆ แล้ว การสร้างความแข็งแกร่งขึ้นมาก็เพื่อดึงดูดผู้คนที่ต้องการทดลองและสร้างสรรค์รูปแบบนวัตกรรมใหม่ ๆ สำหรับสังคมในอนาคต”

หนึ่งในบทบาทเด่นของเขาที่ฉายชัดมาตั้งแต่ปี 2014 ก็คือการผลักดันให้ฟูกูโอกะเป็น เขตยุทธศาสตร์พิเศษแห่งชาติสำหรับสตาร์ทอัพระดับโลกและการสร้างสรรค์อาชีพ (National Strategic Special Zone for Global Start-ups and Job Creation)

สาเหตุที่ทาคาชิมะมองว่าฟูกูโอกะเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการเป็น “สตาร์ทอัพ ซิตี้” ก็เช่น

1.เป็นเมืองที่มีอัตราการเติบโตของประชากรสูงที่สุด (ไม่นับโตเกียว) และมีอัตราประชากรที่อายุ 15-29 ปีสูงที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งช่วงวัยนี้เป็นช่วงวัยทำงานและพร้อมจะเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ นอกจากนี้ค่าครองชีพในฟูกูโอกะก็ไม่สูงจนเกินไปด้วย

2.ฟูกูโอกะมีมหาวิทยาลัยและศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) หลายแห่ง จึงเป็นแหล่งทรัพยากรชั้นดีของเหล่าสตาร์ทอัพที่ต้องการพัฒนาโปรเจกต์ใหม่ ๆ

3.เป็นเมืองที่มี “สตาร์ทอัพ คาเฟ่” รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการสร้างธุรกิจสตาร์ทอัพ และยังเป็นเมืองที่ไปลงนามบันทึกความเข้าใจกับหลายเมืองใหญ่ของโลก เพื่อเชื่อมฐานสตาร์ทอัพที่ตั้งอยู่ในฟูกูโอกะเข้ากับชุมชนสตาร์ทอัพทั่วโลก

เพื่อปั้นฟูกูโอกะให้เป็นสตาร์ทอัพ ซิตี้ ได้อย่างที่วางเป้าหมายไว้ จำเป็นต้องมีการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบเสียก่อน ดังนั้นในปี 2015 เมืองฟูกูโอกะได้คลายเข้มงวดการอนุมัติวีซ่าสำหรับผู้ประกอบการต่างชาติ โดยมี “สตาร์ทอัพ วีซ่า” ซึ่งผู้ประกอบการชาวต่างชาติต้องมีสำนักงานในฟูกูโอกะและต้องมีพนักงานประจำไม่น้อยกว่า 2 คน หรือมีทุนตั้งแต่ 5 ล้านเยนขึ้นไป เพื่อยื่นขออนุมัติสตาร์ทอัพ วีซ่า ซึ่งมีอายุ 6 เดือน และเมื่อถึงกำหนดแล้วก็สามารถยื่นขอใหม่ได้          

หลายคนอาจเกรงว่าเมื่อมาทำธุรกิจในญี่ปุ่นแล้วอาจเจออุปสรรคด้านภาษา ฟูกูโอกะเลยอุดจุดอ่อนนี้ด้วยการก่อตั้ง “ศูนย์สตาร์ทอัพระดับโลก” (Global Startup Center) จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ที่สื่อสารภาษาอังกฤษอย่างคล่องมาให้คำแนะนำตั้งแต่การทำธุรกิจไปจนถึงการใช้ชีวิตในญี่ปุ่น

นอกจากนี้ยังมี “Fukuoka Growth Next” (FGN) ซึ่งเป็น accelerator ใหญ่สุดในญี่ปุ่น เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนเพื่อช่วยเหลือสตาร์ทอัพรายต่าง ๆ ทั้งการเชื่อมต่อการเป็นพันธมิตรกับภาคเอกชน ให้คำปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคล เงินทุน หลักสูตรบรรยาย ฯลฯ

“เมืองฟูกูโอกะดึงดูดผู้มีความสามารถมารวมตัวกันทั้งชาวญี่ปุ่นเองและชาวต่างชาติ ตอนนี้ FGN เป็นบ้านของสตาร์ทอัพกว่า 170 ราย จำนวนนี้ 24 รายได้รับเงินลงทุนรวมมูลค่าทั้งหมด 7,100 ล้านเยน หรือประมาณ 62.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แล้ว” ทาคาชิมะบอกไว้เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2018

ถึงอย่างนั้น ผลงานของนายกเทศมนตรีหนุ่มก็ไม่ได้มีดีแค่การปั้นฟูกูโอกะเป็น “สตาร์ทอัพ ซิตี้” อย่างเดียว เพราะเขายังกระตือรือร้นและมีบทบาทส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์ธุรกิจ MICE (ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมบริษัทข้ามชาติ ประชุมระดับนานาชาติ นิทรรศการ เป็นต้น) แถมยังเป็นนายกเทศมนตรีชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้เข้าร่วมการประชุมประจำปีของ World Economic Forum อีกด้วย

เรียกว่ายังอยู่ในข่าย “คนรุ่นใหม่” ที่ยังมีพลังเหลือล้นในการพัฒนาประเทศเลยก็ว่าได้

             

ที่มา

https://www.weforum.org/people/soichiro-takashima

https://www.japantimes.co.jp/news/2017/07/14/business/mayor-soichiro-takashima-envisions-fukuoka-living-lab-internet-things/#.XIioJigzZyw

https://startup.fukuoka.jp/why-fukuoka

https://www.forbes.com/sites/japan/2019/03/04/why-both-japanese-and-foreign-entrepreneurs-are-choosing-fukuoka/#50fbad782857

https://www.startupthailand.org/issue-16-ai-first-beyond-th/

https://asia.nikkei.com/Opinion/Fukuoka-a-booming-population-in-aging-Japan

http://2014.myojowaraku.net/tw/en/archives/198

 


บรรณาธิการ The People ผู้เขียนเนื้อหาเชิงธุรกิจ และเรื่องราวน่าสนใจหลากหลายแง่มุม

Related

สมชาย สุริยเสนีย์ “สุริยาหีบศพ” ธุรกิจความตาย วัน สต็อป เซอร์วิส

พี่น้อง บาติสตา จ่ายใต้โต๊ะให้รัฐเอื้อประโยชน์ สู่ บ.ค้าเนื้อสัตว์อันดับ 1

สมศักดิ์ จิตติพลังศรี ปั้น “ซัยโจ เด็นกิ” แอร์พันล้าน สู้ศึกแดดร้อนเมืองไทย

“หรีด” รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ เจ้าแม่เฮลโล คิตตี้ และรักครั้งสุดท้ายของ “น้าชาติ”

กลุ่มผู้ก่อตั้งทวิตเตอร์ : เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดในโลกที่ไม่เกิน 280 อักษร

น้อมจิตต์ จิตรมีศิลป์ “น้อมจิตต์” เจ้านวัตกรรมชุดนักเรียนติดแอร์

SEAC เปิดตัว ELSA Speak แอปพลิเคชัน AI ที่ลบจุดด้อยการเรียนภาษาอังกฤษ

ไมก์ เจฟฟรีส์ สร้าง Abercrombie เสื้อผ้าสำหรับคนหล่อ-สวย เท่านั้น