Post on 27/08/2019

เทย์เลอร์ สวิฟต์ ฟ้าหลังฝนอันสดใส และการหายใจได้เต็มปอดอีกครั้ง

ทุกอย่างดูซอฟต์และสดใสเมื่อเป็นสีพาสเทล นี่คือมู้ดแอนด์โทนของ Lover อัลบั้มที่เจ็ดซึ่งเป็นอัลบั้มล่าสุดของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) นักร้องสาววัย 29 ปี หนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการดนตรีป๊อปยุคนี้

ถ้า Reputation อัลบั้มชุดก่อนของเทย์เลอร์ในปี 2017 คือการวาดภาพให้เธอเป็นหญิงสาวเฟียซ ๆ เผ็ด ๆ ที่มาพร้อมท่อนเด็ดในเพลง ‘Look What You Made Me Do’ ที่ว่า “ขอโทษที เทย์เลอร์คนเก่ามารับโทรศัพท์ตอนนี้ไม่ได้แล้วนะ, ทำไมล่ะ? โอ้ ก็เพราะเธอตายไปแล้วน่ะสิ!” และแนวเพลงที่ค่อนข้างต่างไปจากเดิม อัลบั้ม Lover ซึ่งปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคมปีนี้ ก็ดูเหมือนว่า “เทย์เลอร์คนเก่า” ในแบบที่แฟนเพลงคุ้นเคยมาตลอดจะกลับมาอีกครั้ง ทั้ง 18 เพลงในอัลบั้มนี้ยังคงว่าด้วยเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมาของเทย์เลอร์ ทั้งความสัมพันธ์ที่ผิดหวัง สมหวัง ประสบการณ์แย่ ๆ ที่เคยเผชิญ ฯลฯ แต่โดยรวมก็ให้ความรู้สึกที่สดใส ผ่อนคลาย และดูมีความหวัง แม้จะมีเสียงวิจารณ์ว่าเธอเขียนแต่เพลงที่มีเนื้อหาวนเวียนอยู่กับความทรงจำแต่ปางก่อนสมัยไฮสกูลและเรื่องราวความรักของเธอก็ตาม

สตูดิโออัลบั้มชุดที่เจ็ดของเทย์เลอร์ สวิฟต์

ฝ่ามรสุมดรามา

บนเส้นทางอาชีพศิลปินนักร้องนักดนตรีของหญิงสาวจากเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา มี “ดรามา” ที่เธอต้องเผชิญหน้าเป็นระลอก โดยเฉพาะเรื่องความรัก ที่สื่อมักชอบจิกกัดทำนองว่า “ใครจะเป็นรายต่อไป” หรือ “เพลงนี้หมายถึงใครนะ” เพราะเทย์เลอร์มักนำเรื่องราวความรักและประสบการณ์การเลิกกับแฟน (ที่จบสวยบ้างไม่สวยบ้าง) มาแต่งเป็นเพลง อย่าง โจ โจนาส นักร้องนักแสดง ก็เป็นที่มาของเพลง ‘Holy Ground’ และเพลง ‘Forever and Always’ เทย์เลอร์ เลาต์เนอร์ พ่อหนุ่มหมาป่าสุดเท่จากภาพยนตร์เรื่องทไวไลท์ อยู่ในเพลง ‘Back to December’ ส่วน จอห์น เมเยอร์ นักร้องชื่อดัง อยู่ในเพลง ‘Dear John’ (และอีกหลายเพลง) เจค จิลเลนฮาล นักแสดงหนุ่ม ในเพลง ‘All Too Well’, ‘We Are Never Ever Getting Back Together’ หรือ แฮร์รี สไตล์ส สมาชิกวง One Direction แห่งเกาะอังกฤษ ก็มาในเพลง ‘Style’ และ ‘I Knew You Were Trouble’ ยังไม่นับรวมแฟนเก่าอย่าง คาลวิน แฮร์ริส, ทอม ฮิดเดิลสตัน ฯลฯ ที่มีนัยแฝงอยู่ในมิวสิควิดีโอและบางเพลงของเทย์เลอร์ด้วย

การโดนสื่อและมนุษย์โซเชียลแซะเรื่องเปลี่ยนแฟนบ่อย ๆ น่าจะส่งผลต่อความรู้สึกของเทย์เลอร์อยู่บ้าง แต่เธอก็เลือกจะพลิกประเด็นพวกนี้ให้กลายมาเป็นเพลงเสียเลย นั่นคือ ‘Blank Space’ ในอัลบั้ม 1989 ที่ออกในปี 2014 “ฉันเขียนเพลงนี้เพื่อโต้ตอบสื่อที่ให้ภาพว่าฉันเป็นคนชอบเปลี่ยนแฟนไปเรื่อย ๆ ผู้หญิงหลายคนบอกว่า เทย์เลอร์ สวิฟต์ ไปยืนข้างผู้ชายคนนั้นแล้ว ระวังนะ! ซึ่งมันไม่ใช่ตัวตนของฉันเลย แต่แล้วฉันก็มาคิดว่าคาแรกเตอร์ที่พวกเขาวาดภาพให้ฉันมันก็น่าสนใจดีนะ แบบ…เธอท่องเที่ยวไปทั่วโลก สะสมผู้ชาย และเธอก็ได้พวกเขามาครอบครอง ฉันเลยคิดว่าน่าจะเอาเรื่องพวกนี้แหละมาแต่งเพลง”

อัลบั้ม Lover เทย์เลอร์ยังคงมีวัตถุดิบเป็นเรื่องราวความรักของเธอเช่นเคย แต่หลายเพลงหญิงสาวก็เล่ามันออกมาด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความสุข โดยเฉพาะเพลง ‘London Boy’ ที่เธอหมายถึง โจ อัลวิน นักแสดงหนุ่มชาวอังกฤษ ที่คบกันมาตั้งแต่ปี 2016 และยังคงรักกันเหนียวแน่นมาถึงปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็แตกต่างจากรักครั้งก่อน ๆ เพราะเทย์เลอร์เลือกจะรักษาเรื่องนี้ไว้เป็นเรื่องส่วนตัวอย่างยิ่งยวด จนน้อยมากที่จะมีภาพคู่ของทั้งสองหลุดมาถึงสาธารณชน

นอกจากดรามาเรื่องความรัก เทย์เลอร์ยังมีดรามาเกาเหลากับนักร้องหลายคน อย่าง เคที เพร์รี ที่ความสัมพันธ์อันดีของทั้งคู่ต้องมีอันสะบั้นเพราะเรื่องแย่งแดนเซอร์ทัวร์คอนเสิร์ต เกิดเป็นเพลง ‘Bad Blood’ ในอัลบั้ม 1989 ของเทย์เลอร์ แต่ทั้งคู่ก็สงบศึกกันในปี 2018 และเคทีก็มาร่วมเล่นมิวสิควิดีโอเพลง ‘You Need to Calm Down’ ในอัลบั้ม Lover ด้วย

คานเย เวสต์ และ คิม คาร์เดเชียน เวสต์ (ภาพจาก Instagram: kimkardashian)

แต่ที่เป็นประเด็นร้อนมาตลอด คือมหากาพย์ดรามาระหว่างเทย์เลอร์ กับ คานเย เวสต์ แรปเปอร์ชื่อดัง ซึ่งต้องเท้าความไปถึงปี 2009 ที่คานเยขึ้นไปขัดจังหวะเทย์เลอร์ซึ่งกำลังกล่าวขอบคุณที่ได้รับรางวัล Best Female Video จากเพลง ‘You Belong with Me’ บนเวที MTV Video Music Awards โดยคานเยบอกว่า บียอนเซ่ต่างหากล่ะที่ทำวิดีโอออกมาได้เจ๋งสุด ๆ แล้ว” ท่ามกลางความตกใจของทุกคน

หลังจากนั้น ความสัมพันธ์ของเทย์เลอร์และคานเยก็ขึ้น ๆ ลง ๆ บางช่วงเหมือนจะยังเคืองกัน แต่บางช่วงก็เหมือนจะดีกัน แต่แล้วเรื่องก็มาถึงจุดแตกหักสะท้านวงการในปี 2016 เมื่อคานเยปล่อยเพลง ‘Famous’ ซึ่งมีชื่อของเทย์เลอร์อยู่ในท่อนที่ว่า “I feel like me and Taylor might still have sex. Why? I made that bitch famous.” ทำให้เทย์เลอร์โกรธมาก แต่แรปเปอร์ดังก็บอกว่าได้คุยกับเจ้าตัวแล้วว่าจะมีชื่อของเธออยู่ในเพลง ขณะที่ผู้จัดการของเทย์เลอร์ปฏิเสธว่าเทย์เลอร์ไม่โอเคที่จะมีชื่ออยู่ในนั้น

ต่อมา คิม คาร์เดเชียน เวสต์ ภรรยาของคานเย จึงปล่อยหมัดเด็ดเป็นคลิปเสียงสนทนาระหว่างคานเยกับเทย์เลอร์ มีใจความว่าเทย์เลอร์ตกลงให้คานเยนำชื่อเธอไปอยู่ในเพลง เทย์เลอร์โต้กลับว่าขอน่ะใช่ แต่ไม่ได้ระบุว่าจะมีท่อน “I made that bitch famous.” นี่นา คราวนี้โลกออนไลน์เลยระอุ มีทั้งทีมคิม ทีมเทย์เลอร์ ฝั่งที่หมั่นไส้เทย์เลอร์อยู่แล้วจึงเข้าไปถล่มโซเชียลมีเดียของนักร้องสาวด้วยอีโมจิรูปงูเต็มไปหมด

เทย์เลอร์ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนั้นเธอตัดสินใจหยุดอธิบายทุกอย่าง ทั้งที่จริง ๆ แล้วเธอสามารถทำได้ “เพราะเมื่อผู้คนอยู่ในความเกลียดอันบ้าคลั่ง และเมื่อพวกเขาเจออะไรที่เกลียดเหมือน ๆ กันแล้วล่ะก็ มันก็จะผูกพวกเขาไว้ด้วยกัน และไม่ว่าคุณจะพูดอะไรก็จะถูกเยาะเย้ยถากถางอยู่เรื่อยไปนั่นแหละ” เทย์เลอร์บอก พร้อมเปรียบเทียบชีวิตในปีนั้นว่าเหมือนถูกคลื่นซัด “คุณจะยืนอยู่ตรงนั้นแล้วปล่อยให้คลื่นซัดคุณ และคุณก็พยายามเท่าที่จะทำได้เพื่อสู้กับอะไรบางอย่างที่มีพลังและใหญ่กว่าคุณ หรือคุณจะดำลงไปใต้น้ำ กลั้นหายใจไว้ รอจนกว่าคลื่นจะผ่านไป และระหว่างที่อยู่ใต้น้ำนั่นก็พยายามเรียนรู้อะไรบางอย่างซะ…”

ฤดูร้อนปี 2016 กระทบจิตใจของเทย์เลอร์มาก เธอเขียนไว้ในบันทึกส่วนตัวว่าเป็นช่วงที่เหมือนกับ “วันสิ้นโลก” (apocalypse) เลยทีเดียว

“Reputation Stadium Tour” ของเทย์เลอร์ มีจุดเด่นอยู่ที่ “แคริน” งูเห่ายักษ์ขนาด 63 ฟุต ในมหากาพย์ระหว่างเธอกับคานเย เธอเคยถูกถล่มด้วยอีโมจิรูปงูมาแล้ว (ภาพจาก Facebook: Taylor Swift)

จะเรียกว่าความแค้น การโต้กลับ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่หลายเพลงในอัลบั้ม Reputation ก็ตีความได้ถึงคานเยและคิม รวมทั้งมีการใช้งูเป็นสัญลักษณ์สำคัญ และแม้อัลบั้มใหม่ของเทย์เลอร์จะไม่ได้ตอบโต้คานเยโดยตรง แต่ก็มีเพลง ‘Cruel Summer’ ซึ่งถ้าจะหาความเชื่อมโยงกับคานเย ก็น่าจะเป็นชื่ออัลบั้ม Kanye West Presents: Good Music – Cruel Summer ของค่าย GOOD Music ที่คานเยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2004

ภาพลักษณ์ของเทย์เลอร์ในอัลบั้ม Reputation คือภาพของสาวบุคลิกกร้าวแกร่ง เผ็ด ๆ ดุ ๆ เรียกว่าฉีกภาพเดิมไปแทบจะสิ้นเชิง (ภาพจาก Facebook: Taylor Swift)

ปี 2016 ยังเป็นปีที่เทย์เลอร์อยู่ระหว่างการต่อสู้คดีในการยื่นฟ้อง เดวิด มุลเลอร์ อดีตนักจัดรายการวิทยุท้องถิ่น ในข้อหาลวนลามและคุกคามทางเพศ เหตุเกิดในปี 2013 ระหว่างที่เทย์เลอร์ร่วมงานมีทแอนด์กรีทเพื่อโปรโมทคอนเสิร์ตในเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด มุลเลอร์ได้เอื้อมมือมาจับก้นของเธอ เทย์เลอร์เล่าเรื่องนี้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องฟัง ทำให้มุลเลอร์ถูกปลดจากการเป็นดีเจ ต่อมาในปี 2015 มุลเลอร์ฟ้องเทย์เลอร์ข้อหาทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียงจนเสียรายได้จากการทำงาน เทย์เลอร์จึงฟ้องกลับบ้าง โดยเรียกค่าเสียหาย 1 เหรียญสหรัฐ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอไม่แคร์เรื่องค่าเสียหาย แต่ที่แคร์มากกว่าคือศักดิ์ศรีของผู้หญิง กระทั่งวันที่ 14 สิงหาคม ปี 2017 คณะลูกขุนและผู้พิพากษาศาลประจำเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด ก็ตัดสินให้เทย์เลอร์ชนะคดี

“คุณควรจะรักษามารยาทเวลาขึ้นศาล และใช้คำว่า ‘ส่วนท้ายของลำตัว’ ทีนี้พอทนายความคนอื่นพูดว่า ‘เขาสัมผัสบั้นท้ายคุณตอนไหน’ ฉันเลยแบบ…‘ก้น!’ เรียกมันอย่างที่มันเป็นเถอะ!” นักร้องสาวเล่าถึงเหตุการณ์ช่วงนั้น

เหมือนทุกอย่างจะลงตัวทั้งเรื่องความรักและเรื่องงานใช่ไหม แต่แล้วเทย์เลอร์ก็ไม่วายเจอมรสุมอีกลูกจนได้ เรื่องนี้ต้องย้อนไปถึงปี 2004 ที่เทย์เลอร์เซ็นสัญญาเป็นศิลปินในค่าย Big Machine Records ที่มี สกอตต์ บอร์เชตตา เป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร เธอออกอัลบั้มกับค่ายรวมทั้งหมด 6 อัลบั้ม จากนั้นในปี 2018 เธอก็ตัดสินใจไม่ต่อสัญญาและย้ายไปสังกัดค่าย Republic Records ซึ่งตามสัญญาที่เซ็นกับค่ายเดิม ผลงานของเทย์เลอร์จะเป็นของค่าย เธอจึงไม่มีสิทธิพกงานเดิมติดตัวมาด้วย ต่อมาสกอตต์ขายบริษัท Big Machine Label Group ให้ สกูเตอร์ บรอน ในมูลค่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐ งานนี้เทย์เลอร์จะไม่แค้นหนัก ถ้าสกูเตอร์ไม่ใช่ผู้จัดการส่วนตัวของ จัสติน บีเบอร์ และอดีตผู้จัดการส่วนตัวของคานเย! “นี่คือเรื่องเลวร้ายที่สุด” เทย์เลอร์บอก

หลังจากหาแผนโต้กลับ ในที่สุดไม่กี่วันก่อนออกอัลบั้ม Lover นักร้องสาวก็ให้สัมภาษณ์กับรายการ Good Morning America ว่าเธอมีแผนจะ “บันทึกเสียงใหม่” (re-record) โดยบอกว่า “ฉันตื่นเต้นมาก ๆ เพราะสัญญา (ที่ทำกับ Big Machine Records) จะหมดในเดือนพฤศจิกายน 2020 เพราะฉะนั้นปีหน้าฉันก็จะสามารถบันทึกเสียงอัลบั้ม 1-5 ทั้งหมดได้” เธอบอก และย้ำว่า “ศิลปินสมควรจะได้รับสิทธิในผลงาน” เทย์เลอร์ไม่ได้พูดถึงอัลบั้มที่ 6 อย่าง Reputation ทำให้หลายคนคิดว่าเธออาจเห็นว่ามันเร็วไปที่จะบันทึกเสียงใหม่ ส่วนจะบันทึกเสียงใหม่ได้หรือไม่นั่น ก็คงเป็นเรื่องของแง่มุมทางกฎหมายที่ต้องดูรายละเอียดกันต่อไป

เรียกว่าเป็นการ “เอาคืน” ที่แสบพอตัวของนักร้องสาวที่ไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบเธอง่าย ๆ

 

นักเคลื่อนไหวคนใหม่?

แต่ไหนแต่ไรมา นักร้องสาวที่เติบโตจากเพลงคันทรีก่อนก้าวมาสู่ดนตรีป๊อปอย่างเต็มตัวในอัลบั้มที่ 5 อย่าง 1989 เร้นความเห็นและทัศนคติทางการเมืองของเธอไว้อย่างมิดชิด “ฉันมาจากดนตรีคันทรี อย่างแรกเลยที่พวกเขาจะบอกคุณในฐานะศิลปินคันทรีคือ ‘อย่าเป็นเหมือน Dixie Chicks นะ!’”

Dixie Chicks คือวงคันทรีชื่อดังจากเท็กซัสที่มีอนาคตไกล ในปี 2003 พวกเขาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาที่เข้าร่วมในสงครามอิรัก และกล่าวว่าพวกเขา “อับอาย” ที่ต้องอยู่ร่วมบ้านเกิดเดียวกับ จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประธานาธิบดีในขณะนั้น (บุช เคยเป็นผู้ว่าการรัฐเท็กซัสตั้งแต่ปี 1995-2000 ด้วย) คำพูดของ Dixie Chicks สร้างกระแสความไม่พอใจในวงกว้าง เกิดการต่อต้านและทำลายซีดีของวง “พวกเขาเป็นวงดนตรีที่มหัศจรรย์มากวงหนึ่งที่เรามี แต่เพราะพวกเขาพูดประเด็นการเมือง และสิ่งที่พวกเขาได้รับคือการคุกคามที่อันตรายจริง ๆ พวกเขากลายเป็นตัวอย่างที่ทุกค่ายจะบอกคุณว่า ‘อย่าเข้าไปยุ่ง (เรื่องการเมือง) เด็ดขาด ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม’”

Dixie Chicks วงคันทรีจากเท็กซัส (ภาพจาก www.http://www.dixiechicks.com/news)

แม้จะมีกระแสเรียกร้องให้เทย์เลอร์ซึ่งเป็นไอดอลของวัยรุ่นชาวอเมริกันและทั่วโลกออกมาแสดงจุดยืนทางการเมืองอยู่บ้าง แต่เทย์เลอร์ก็ยังคงเงียบ กระทั่งเดือนตุลาคม ปี 2018 เทย์เลอร์ก็โพสต์จุดยืนทางการเมืองของเธอเป็นครั้งแรกผ่านอินสตาแกรมให้ผู้ติดตามกว่า 112 ล้านคนได้รับทราบ

ในโพสต์นั้น นักร้องสาวชื่อดังยอมรับว่าที่ผ่านมาเธอไม่สะดวกใจที่จะแสดงความเห็นทางการเมืองเท่าไหร่นัก แต่ด้วยสถานการณ์หลายอย่างและสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงปีสองปีมานี้ ทำให้เธอคิดต่างจากเดิมแล้ว เธอพร้อมสนับสนุนผู้ที่ปกป้องและต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งทุกคนในสหรัฐอเมริกาสมควรได้รับสิ่งเหล่านี้ ในโพสต์เดียวกัน เธอยังประกาศสนับสนุน จิม คูเปอร์ และ ฟิล เบรเดเซน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต ที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่มีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ปี 2018 พลังของเทย์เลอร์นั้นมากพอที่จะทำให้ภายใน 48 ชั่วโมง ยอดผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งกลางเทอมสูงขึ้นกว่า 160,000 คนเลยทีเดียว และผลจากการแสดงจุดยืนของเทย์เลอร์ ก็ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาบอกว่า เขาชอบเพลงของเธอ “น้อยลง 25%”

ในอัลบั้ม Lover เทย์เลอร์ชวนสมาชิกวง Dixie Chicks มาร่วมฟีเจอริ่งในเพลง ‘Soon You’ll Get Better’ ซึ่งเทย์เลอร์แต่งเพลงนี้เพื่อเป็นกำลังให้ แอนเดรีย แม่ของเธอซึ่งป่วยเป็นมะเร็งอีกรอบ “มันยาก ยากจริง ๆ ที่จะแต่งเพลงนี้ ครอบครัวเราตัดสินใจกันว่าควรจะเอามาลงในอัลบั้มใหม่นี้ดีหรือปล่า แต่ในที่สุดเราก็เอามารวมในอัลบั้มด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันภูมิใจมาก” นอกจากจะได้ทำงานร่วมกับวงที่เธอเป็นแฟนเพลงตั้งแต่เด็ก เพลงนี้ยังอาจสื่อถึงจุดยืนในการสนับสนุน Dixie Chicks อีกทางหนึ่งด้วย

เทย์เลอร์กับบางส่วนของนักแสดงในมิวสิควิดีโอ You Need to Calm Down (ภาพจาก Facebook: Taylor Swift)

เธอยังแสดงออกถึงการสนับสนุนความหลากหลายทางเพศผ่านเพลง ‘You Need to Calm Down’ เนื่องจากเห็นเพื่อน ๆ ที่เป็น LGBTQ ถูกลิดรอนสิทธิไปเรื่อย ๆ (แต่ส่วนหนึ่งคือฐานแฟนคลับของเทย์เลอร์ก็เป็น LGBTQ จำนวนไม่น้อยเช่นกัน) ในมิวสิควิดีโอเพลงนี้ เราจึงได้เห็นคนในวงการบันเทิงหลายคนมาร่วมเล่น ทั้ง อดัม แลมเบิร์ต, เอลเลน ดีเจเนอริส, ไรอัน เรย์โนลด์ส, เคที เพร์รี, รูพอล, เชสเตอร์ ล็อกฮาร์ต, ทอดริก ฮอลล์ ฯลฯ พร้อมส่งสาส์นถึงแฟนเพลงให้ช่วยกันสนับสนุน Equality Act เพื่อปกป้องสิทธิของ LGBTQ จากการถูกเลือกปฏิบัติทั้งที่ทำงาน บ้าน โรงเรียน และสถานที่สาธารณะ

Lover อัลบั้มใหม่ที่ปล่อยออกมาก่อนที่เทย์เลอร์จะฉลองวันเกิด 30 ปีในปลายปีนี้ จึงเป็นเหมือนบันทึกส่วนตัวอีกฉบับที่บอกว่านี่คือเทย์เลอร์คนเดิม เพิ่มเติมคือความสุขุมในการรับมือกับดรามาต่าง ๆ แบบไม่ได้มีโทนของการพร้อมจะเอาคืนทุกคนที่ทำให้เธอเจ็บปวดชัด ๆ เหมือนอัลบั้มชุดที่หก การกล้าแสดงออกถึงจุดยืนทางการเมืองและความเท่าเทียมของมนุษย์ และแน่นอน…แง่มุมของความรัก ที่เป็นเหมือนลายเซ็นของเทย์เลอร์ในทุกอัลบั้ม

“ฉันสามารถหายใจได้เต็มปอดอีกครั้งแล้วล่ะ” เธอบอก

 

ที่มา

https://www.rollingstone.com/music/music-lists/ex-factor-taylor-swifts-best-songs-about-former-boyfriends-19644/we-are-never-ever-getting-back-together-38102/

https://www.youtube.com/watch?v=p1Zt47V3pPw

https://www.theguardian.com/music/2019/aug/24/taylor-swift-pop-music-hunger-games-gladiators

https://www.theguardian.com/music/2019/aug/24/taylor-swift-lover-album-review

https://www.theguardian.com/music/2019/aug/09/taylor-swift-reveals-why-she-took-a-stand-for-lgbtq-rights

https://www.vulture.com/2019/08/taylor-swift-lover-album-review.html

https://slate.com/culture/2019/08/taylor-swift-rerecord-songs-scooter-braun-not-reputation.html

https://www.countryliving.com/life/entertainment/a28798870/taylor-swift-dixie-chicks-soon-youll-get-better-lyrics-meaning/

 


บรรณาธิการ The People ผู้เขียนเนื้อหาเชิงธุรกิจ และเรื่องราวน่าสนใจหลากหลายแง่มุม