Post on 01/02/2019

สัมภาษณ์พิเศษ อารี โฮนิก ศิลปินแจ๊สระดับโลกเผยเคล็ดลับ “อย่าไปซ้อมเยอะเมื่อยเปล่า ๆ” เพราะ “การฟัง” สำคัญสุด

       อารี โฮนิก มือกลองแจ๊สระดับโลก ถือเป็นศิลปินมากความสามารถระดับหัวแถวของวงการดนตรีแจ๊สในช่วงสิบปีให้หลัง และถ้าให้จำกัดความชายคนนี้ด้วยคำอะไรสักคำหนึ่งคำว่า “นักสร้างสรรค์” น่าจะเป็นคำที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเขาคนนี้

ด้วยการที่เล่นเปียโนและไวโอลินมาตั้งแต่เด็กทำให้อารีมีความสามารถในการฟังเสียงตัวโน้ตต่าง ๆ ออกและเมื่อบวกกับไอเดียของเขาเอง ทำให้รูปแบบการตีกลองของเขาโดดเด่นไม่เหมือนใครถ้าถามว่าจะมีมือกลองกี่คนบนโลกที่สามารถตีกลองให้ออกมามีทำนองเหมือนกับที่อารีทำได้คงต้องบอกว่าน้อยมาก

       อารี ฝากผลงานเด่นไว้หลายชิ้นไม่ว่าจะเป็นผลงานอัลบั้มบันทึกการแสดงสดที่ร้านสมอลล์ ในนิวยอร์กอย่าง The Painter และ Punkbop และสตูดิโออัลบั้มของเขาอย่าง Inversations (2007), Bert’s Playground (2008) และ Lines of Oppression (2011) วันนี้เราได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับชายคนนี้เกี่ยวกับหลายประเด็น ทั้งจุดเริ่มต้นของเขาและแนวคิดที่เขาอยากฝากถึงนักดนตรีชาวไทย

The People : “กลอง” กับ อารี โฮนิก ทั้งสองมาพบกันได้อย่างไร
อารี : จริง ๆ แล้วผมเริ่มเล่นไวโอลินมาก่อนตอนสามขวบ นั่นคือเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ผมเล่น และจากการที่มีพ่อแม่เป็นนักดนตรีคลาสสิกมันทำให้ผมเริ่มต้นเล่นดนตรีในช่วงอายุที่น้อยมาก ตอนอายุหกขวบผมเริ่มเล่นเปียโนและลากยาวจนมาถึงอายุสิบสอง ตอนนั้นเองผมได้มีโอกาสรู้จักกับกลอง ผมเริ่มชอบมันในทันทีเพราะมันคือเครื่องดนตรีชนิดเดียวในโลกที่พ่อแม่ผมไม่สามารถมาสอนหรือมาบอกว่าผมเล่นผิดตรงไหนได้ ผมชอบดนตรีมาก ๆ และไม่ชอบให้ความสัมพันธ์มากลายเป็นอิทธิพลในการเล่นของผม ผมต้องการสร้างสรรค์และสร้างตัวตนของตัวเอง

The People : การเป็นมือกลองที่เล่นเครื่องดนตรีที่เป็นทำนองมาก่อน คุณคิดว่ามันเป็นข้อได้เปรียบและจุดเด่นของตัวเองหรือไม่
อารี : สำหรับผมผมไม่คิดว่าเครื่องดนตรีที่เป็นทำนองกับเครื่องดนตรีจังหวะเป็นสิ่งที่ต่างกัน ทั้งสองเหมือนกัน มันคือเรื่องเดียวกัน เพราะเวลาคุณจะเล่นเครื่องทำนองมันก็ต้องใช้จังหวะในการเล่นเช่นเดียวกัน แต่กลับกันการที่คุณเปลี่ยนจากเครื่องจังหวะไปเป็นเครื่องทำนองคุณจำเป็นต้องฝึกเพิ่มขึ้น ซึ่งจริง ๆ แล้วนั้นเป็นสิ่งที่ผมเคยทำมาก่อน แม้ผมจะเล่นเปียโนมาตั้งแต่หกขวบ แต่ผมก็ไม่ได้ซึมซับการเข้าใจในเรื่องของทำนองมากเท่าที่ควร เพราะเปียโนคลาสสิกที่ผมเล่นตอนนั้นมันแค่การอ่านโน้ตและเล่นเพลงก็มีแต่พวกคอร์ดเมเจอร์ไมเนอร์
       มันช่วยให้หูผมดีขึ้นก็จริง แต่ผมไม่รู้ทำนองเหล่านั้นคืออะไร ผมเริ่มมาศึกษาการทำงานของมันในเวลาต่อมาและมันเอื้อต่อการแต่งเพลงของผมมาก ตอนที่ย้ายมานิวยอร์กครั้งแรกตอนอายุยี่สิบเอ็ดผมเริ่มจากการเป็นนักเปียโนด้วยซ้ำ

The People : ภายในหัวของ อารี โฮนิก ตอนตีกลองมันเป็นอย่างไร
อารี : ผมเห็นความสัมพันธ์ของนักดนตรีแต่ละคนเวลาบรรเลงเวลาทุกคนเชื่อมกัน ตัดกัน หรือแม้กระทั่งพยายามล็อกเข้าด้วยกันผมเห็นทั้งหมดเป็นกราฟ หรือเห็นเป็น กระดาษตาราง (Graph paper) จริง ๆ เรื่องนี้จะซับซ้อนหน่อย ๆ พวกคุณเคยเล่นเกมร่มชูชีพไหม เวลาผมเล่นดนตรีผมนึกถึงเกมนี้ มันเหมือนกับผมอยู่ในร่มชูชีพเหล่านั้น มันเป็นการแยกออกจากโลกภายนอก สำหรับผมภายใต้ร่มชูชีพนั้นคือดนตรีส่วนข้างนอกคือไม่มีอะไรเกิดขึ้น

The People : การที่ต้องเล่นกับนักดนตรีชั้นยอดในหลากหลายแนว มันยากขนาดไหนและคุณมีวิธีปรับตัวอย่างไร
อารี : มันก็ไม่ยากมาก มันเหมือนกับเวลาที่คุณต้องพูดกับเพื่อนต่างภาษาคุณรู้ว่าคุณพูดได้ คุณเพียงแค่พูดมันออกไป สำหรับผมทุกวันนี้ผมเล่นแจ๊สซะส่วนใหญ่เพราะมันเป็นงานที่ให้พื้นที่สำหรับการสร้างสรรค์ จริง ๆ ผมรักทั้งดนตรีเร็กเก้, ร็อก, คลาสสิก หรือ โฟล์ก แต่ผมไม่สามารถเล่นแนวเหล่านี้ได้มาก เพราะมันเป็นดนตรีที่ต้องเล่นในสไตล์ของมันภายใต้รูปแบบที่ถูกต้อง

The People : อารี โฮนิก มีอัลบั้มเปลี่ยนชีวิต หรือ ต้นแบบในการเล่นหรือไม่
อารี : แน่นอนผมมี แต่ผมไม่ได้มีแบบหนึ่งอัลบั้มที่เปลี่ยนผมไปตลอดกาล ผมโฟกัสในเรื่องของวิธีคิดมากกว่า ผมพยายามจะไม่เล่นซ้ำกับใคร พยายามไม่เล่นให้น่าเบื่อ แต่ก็นั่นแหละถ้าพูดถึงแรงบันดาลใจของผม เอิร์ล ฮาร์วิน หรือ ราล์ฟ ปีเตอร์สัน ครูของผมทั้งคู่คือต้นแบบในการตีกลอง คีธ จาร์เร็ต คือคนที่ผมชอบในผลงาน แต่ต้นแบบและแรงบันดาลใจที่สุดของผมคือพ่อแม่และคนที่ผมเคยเล่นด้วย ผมโชคดีมากที่เคยเล่นกับคนเก่ง ๆ ผมเรียนรู้หลายสิ่งจากพวกเขาเหล่านั้น

The People : อารี โฮนิก เคยขี้เกียจตีกลองหรือหมดแพสชั่นกับมันบ้างไหม
อารี : ไม่เลย ผมไม่รู้สึกแบบนั้นตอนเล่น แต่ผมว่ามันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานการณ์มากกว่า แต่ผมไม่เคยเบื่อมันนะตอนขณะเล่น ผมจะเบื่อเวลาต้องอยู่บนเครื่องบินและต้องไปเล่นที่ต่าง ๆ หรือตอนที่ต้องสอนแบบยาว ๆ พวกคลาสแปดเก้าชั่วโมงแบบนั้น แม้กระทั่งต้องมาเป็นกรรมการอะไรแบบนี้ผมก็อาจจะมีเบื่อบ้าง แต่สำหรับผมการได้แสดงหรือเล่นออกไปมันคือความสนุก

The People : อยากเก่งคุณต้องซ้อม ซ้อม ซ้อม วลี “Practice Make Perfect” นี้สามารถใช้กับคุณได้ไหม
อารี : คนที่คิดว่าการซ้อมเยอะจะทำให้คุณสมบูรณ์แบบได้นั้น พวกเขาเหล่านั้นเข้าใจผิดแล้ว ทั้งหมดมันคือการฟัง “Listening is Perfect” ผมคิดว่ามีหลายคนมาก ๆ ที่มีไอเดียผิด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้

The People : อ่าวงี้ไม่ซ้อมเลยก็ได้ใช่ไหม
อารี : ได้สิ “Listening is Perfect” การฟังสำคัญที่สุดไม่ใช่การซ้อม การฟังนั่นคือหัวใจหลักของดนตรี คุณไม่ต้องห่วงเรื่องการซ้อมเยอะเลย ถ้าคุณซ้อมเยอะเล่นได้เร็วสุด ๆ แต่บางสิ่งมันหายไปมันก็เท่านั้น การซ้อมไม่ได้เชื่อมดนตรีเข้ากับคุณ แต่การฟังต่างหากที่เชื่อมคุณเข้ากับดนตรี แต่นี่ผมไม่ได้พูดให้พวกคุณเลิกซ้อมไปเลยนะ มันคือเรื่องของการลำดับความสำคัญ

The People : “ด.ช. อารี โฮนิก” ตอนสมัยเรียนดนตรีตั้งใจเรียนขนาดไหน
อารี : ผมฟังเพลงเยอะมาก ! เวลาตอนที่ไม่ได้ทำอะไรผมก็จะนั่งฟังเพลง นั่งเช็คเพลงโน่นเพลงนี้ ผมแบบว่าเหมือนถูกครอบงำโดยดนตรี ชีวิตผมทุกวินาทีมีเป้าหมายเดียวคือการเรียนรู้ในเรื่องของจังหวะ ผมชอบฟังเพลงแล้วนำมาหาวิธีสร้างสรรค์ให้มันเป็นตัวของผมเอง ผมฟังเพลงแต่ไม่ได้สนใจเรื่องสไตล์หรือเทรนด์ การฟังแล้วก็อปปี้มาใช้ สำหรับผมมันเป็นอะไรที่ง่าย ๆ เป็นอะไรที่ซ้ำ ๆ สำหรับผมผมเลือกจะสร้างสรรค์ภาษาของตัวเองมากกว่า

The People : มาไทยก็ออกบ่อย คุณชอบอะไรในความเป็นไทย
อารี : อากาศ (ความร้อน) ผมชอบอากาศที่นี่มากกว่าที่นิวยอร์กเสียอีก และแน่นอนเรื่องของอาหารผมชอบหลายเมนูมากจนนึกแทบไม่ออก แต่ผมชอบอาหารทะเลของที่นี่นะ ตอนผมอยู่นิวยอร์กผมต้องไปหาร้านอาหารไทยทานสัปดาห์ละสองสามครั้ง แต่อาหารของไทยนี่คือปรากฏการณ์เลย และที่สำคัญคนที่นี่มีความ lay back มาก ๆ ตั้งแต่ผมมานี่ยังไม่มีใครจ้ำจี้จ้ำไชให้ผมทำตามเวลาหรือเร่งโน่นนี่เลย

The People : ฝากอะไรถึงแฟน ๆ ชาวไทยของคุณหน่อย
อารี : ผมรู้สึกเป็นเกียรติมาก ๆ ที่ได้กลับมาที่นี่ และขอขอบคุณอเล็กซ์ (ซีเปียกิน) ที่ชวนผมมาร่วมวงในงานนี้ ผมรักทุกครั้งที่ได้กลับมาประเทศไทย ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่าแฟนเพลงหรือแม้กระทั่งนักดนตรีที่นี่ ขอบคุณอีกครั้งที่อ่านบทสัมภาษณ์นี้และติดตามงานของผม คุณไม่ต้องกลัวที่จะเข้ามาพูดคุยกับผมคุณสามารถถามผมได้ทุกเมื่อที่เว็บไซต์ arihoenig.com แล้วเจอกัน

The People : ได้ข่าวว่าคุณเป็นแฟนทีมฟิลาเดเฟีย อีเกิลส์ คุณคิดว่าใครจะชนะซูเปอร์โบวล์ปีนี้
อารี : แหม่ ผมว่าก็คงจะเป็นนิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ นะ นี่ผมยังเสียใจที่อีเกิลส์แพ้อยู่เลย

ขอขอบคุณงาน TIJC สำหรับการอำนวยความสะดวกในการสัมภาษณ์ครั้งนี้


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

จยอน จี ฮยอน (จวนจีฮุน) : 18 ปี อยากบอกให้เธอได้ฟังคิดถึงเธอจัง “ยัยตัวร้าย”

เมียเดียวหลายผัว ธรรมเนียมการครองเรือนของมนุษย์แบบดั้งเดิม

ทอม ฮิดเดิลสตัน อยากเกิดเป็นตัวพระ แต่เขาลิขิตให้เป็นตัวร้าย

วง “เดอะ บีเทิลส์” ก่อนที่จะเป็นวงดังระดับโลก กับการฝึกฝนตัวเอง 10,000 ชั่วโมง

อกหัก รักคุด มนุษย์ไม่สนใจ เบื้องหลังความ “อยากตาย” ของแมว “ทอม” จาก ทอม แอนด์ เจอร์รี

เกวนเดอลีน คริสตี หญิงแกร่งแห่ง GOTs อัศวินผู้สร้างความเท่าเทียมชาย – หญิง

รีวิว หัวหิน อินเตอร์เนชันแนล แจ๊ส เฟสติวัล 2019 มหกรรมดนตรีที่มากกว่าแค่โชว์ริมทะเล

65 ปี ก็อดซิลล่า: เวทมนตร์แห่งชุดยางญี่ปุ่น สู่คอมพิวเตอร์กราฟิกฮอลลีวูด