Post on 24/12/2020

เชสเตอร์ Linkin Park: In the End ในวันที่เสียงเริ่มต้นของเพลงหายไป

เริ่มต้นด้วยเสียงเปียโนและตอบรับด้วยท่อนแร็ป เมโลดี้ของเพลง ‘In the End’ จากอัลบั้ม ‘Hybrid Theory’ (2000) อัลบั้มแรกของ Linkin Park เป็นท่วงทำนองแสนเศร้าที่คลุกเคล้ากับซาวนด์แบบเมทัลร็อกและฮาร์ดคอร์แร็ปได้อย่างลงตัว 

ทุกอย่างในบทเพลง ‘In the End’ นั้นน่าประทับใจ แต่สิ่งที่ชูให้เพลงนี้โดดเด่นและกลายเป็นอีกหนึ่งตำนานแห่งยุค 2000s ก็คงหนีไม่พ้นเสียงร้องและ scream ที่เหมือนตะโกนออกมาจากจิตวิญญาณของ ‘เชสเตอร์ เบนนิงตัน’ (Chester Bennington) นักร้องนำวง ชายที่มีอดีตมืดหม่นจนเคยพูดถึงตัวเองว่า 

“ผมมีเชสเตอร์อีกคนอยู่ในหัว หมอนั่นน่ากลัว และผมไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาด้วยตัวคนเดียว”

 

It starts with one thing

 / It starts with one, one thing I don’t know why – In the End /

 

“ผมถูกลวนลามตั้งแต่อายุเจ็ดหรือแปดขวบ จากเพื่อนรุ่นพี่ที่แก่กว่าไม่กี่ปี เริ่มจากการสัมผัสด้วยความอยากรู้อยากเห็น จนกลายเป็นการล่วงละเมิดอย่างเต็มรูปแบบ ผมถูกบังคับให้ทำสิ่งที่ไม่อยากทำ และนั่นมันโคตรแย่เลย”

วัยเด็กของเชสเตอร์ไม่สวยงามนัก – อันที่จริงมันใกล้เคียงกับคำว่า ‘โหดร้าย’ เสียมากกว่า การถูกขืนใจในวัยไม่เดียงสากลายเป็นปมปัญหาใหญ่ที่เจ้าหนูเบนนิงตันต้องกลืนกล้ำเป็นเวลาหลายปี ไม่เพียงเท่านี้ พ่อและแม่ของเชสเตอร์แยกทางกันตอนเขาเพิ่งอายุสิบเอ็ด

แม่ทิ้งเขาไป พี่สาวและพี่ชายล้วนออกจากบ้านและไม่มีใครหวนกลับมา พ่อของเขาทำงานตลอดเช้าและค่ำ ทำให้เชสเตอร์ถูกทิ้งให้อยู่บ้านเพียงลำพัง เจ้าหนูที่ห่างไกลแม่และไม่ได้รับเวลาจากพ่อจึงไม่เคยปริปากบอกใครเมื่อเขาถูกล่วงละเมิดทางเพศ (sexual assaults) สี่ถึงห้าปีที่เชสเตอร์ต้องอดทนกับฝันร้ายที่ดูคล้ายว่าจะไม่มีวันจบ ตลอดเวลาเหล่านั้นเชสเตอร์นึกเกลียดครอบครัวของตัวเอง

“สิ่งเดียวที่ผมอยากทำคือฆ่าทุกคนแล้ววิ่งหนีไป”

เชสเตอร์ถูกลวนลามจนอายุสิบสาม และมีวงดนตรีวงแรกตอนอายุสิบสี่

 

เหล้า โค้ก ม้า และยาขนานอื่น

ก่อนหน้าที่จะมีวงดนตรี เชสเตอร์สนิทสนมกับเหล้าและยาบางประเภทอยู่ก่อนแล้ว เส้นทางที่โรยด้วยผงขาวและกระดาษเมา (แอลเอสดี: magic paper) ก็ยิ่งถลำลึกเมื่อเขาพบกับเพื่อนนักดนตรีและวิถีร็อกแอนด์โรลล์

“ผมต้องเสพมันเพื่อหนีความจริงที่ว่าผมผ่านอะไรมาบ้าง ทีแรกมันเยี่ยมไปเลย เล่นยาจน get high ดื่มให้เมาหัวทิ่ม มีเซ็กส์กับสาวสวยหลายคน ตอนอายุสิบสาม ผมเสพแอลเอสดี พอไม่มีผมก็เสพยาบ้า”

เชสเตอร์ใช้ชีวิตแบบนั้นแม้ตอนที่ต้องย้ายไปอยู่กับแม่เมื่ออายุสิบเจ็ด แม่ของเชสเตอร์ตกใจมากและพยายามห้ามเขาแต่ไม่สำเร็จ

“ผมเล่นยาทุกวัน วันละมาก ๆ ผมกับเพื่อนเล่น meth (methamphetamine) จนเมา แล้วก็ทำให้ตัวเองสงบลงด้วยการสูบฝิ่น ไม่ก็ดื่มหนักจนฉี่ราดกางเกง และมันดูไม่ได้เลย”

ปี 1999 เชสเตอร์เข้าร่วมวง Linkin Park ในฐานะนักร้องนำ ก่อนหน้านั้นไม่นานเขารู้ตัวว่าเขาต้องเลิกยา

เชสเตอร์เลิกยาบ้า แล้วหันไปสูบกัญชาแทน

 

Hybrid Theory: เสียงดนตรีลูกผสมใน ‘In the End’

เสียงร้องของเชสเตอร์ใน ‘In the End’ นั้นทั้งรวดร้าว บ้าคลั่ง สิ้นหวังและทรงพลังในคราวเดียว ส่งให้เพลงนี้ ‘ติดหู’ และ ‘ติดใจ’ คอเพลงหลากหลายแนว ซึ่งการผสมผสานแนวดนตรีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเมทัล แร็ป อิเล็กทรอนิกส์ และป็อปเข้าด้วยกันในอัลบั้ม Hybrid Theory นั้นส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้ ไมค์ ชิโนดะ (Mike Shinoda) แร็ปเปอร์ นักดนตรี และนักแต่งเพลงประจำวง Linkin Park

‘In the End’ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นได้เพราะปลายปากกาของไมค์และการขังตัวเองไว้ในห้องไร้หน้าต่างเพียงข้ามคืน

 

/ Didn’t look out below. Watch the time go right out the window – In the End /

 

‘In the End’ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก Linkin Park กลายเป็นวงที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ปล่อยอัลบั้มแรก พวกเขาเปิดทัวร์ เล่นดนตรีเกือบทุกค่ำ ดื่มเหล้าและเมาหัวราน้ำในบางโอกาส แอลกอฮอล์และกัญชาเป็นส่วนหนึ่งของวงนี้ แต่ไม่มีใครที่ไปไกลจนเกินกู่ได้เท่ากับเชสเตอร์

“ผมดื่มและเสพกัญชาหนักมาก มันผลักผมออกจากคนอื่น ๆ ในวง ผมไม่รู้สึกสนิทใจกับพวกเขา เราไม่ใช่ครอบครัว และไม่ใช่เพื่อน”

เชสเตอร์อยากเป็นนักร้องในวงดนตรีที่ประสบความสำเร็จมาตลอด แต่ในวันที่ความฝันที่เขาไล่คว้ามาทั้งชีวิตกลายเป็นจริง เขากลับไม่ได้รู้สึกเป็นสุขและพอใจ

 

/ I tried so hard and got so far / in the end it doesn’t even matter – In the End /

 

ปัญหาการดื่มของเชสเตอร์และความเงียบงันที่น่าอึดอัดใจในวง Linkin Park ดำเนินต่อไปจนถึงปี 2006 ที่เชสเตอร์ยืนอยู่บนทางแยก “จะเลิกดื่มเหล้า หรือตาย” เป็นครั้งแรกที่เขาขอคำแนะนำจากสมาชิกในวง และเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่ทุกคนคุยกันแบบเปิดใจ

“ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองกลายเป็นฝันร้ายของคนอื่น ผมรู้ว่าผมมีปัญหา – ผมติดยา แต่ผมไม่รู้ว่านั่นมันส่งผลกับคนรอบตัวยังไง จนกระทั่งเพื่อน ๆ ในวงเปิดใจกับผม มันทำให้ผมช็อกมาก พวกเขาบอกว่าผมมีสองตัวตน มีเชสเตอร์ แล้วก็ผู้ชายห่าอะไรไม่รู้อีกคนหนึ่ง”

 

/ I’ll face myself to cross out what I’ve become – What I’ve done /

 

“มีแต่เพื่อน ๆ ในวง Linkin Park เท่านั้นแหละที่ทนผมได้ พวกเขาไม่ได้ติดเหล้า พวกเขาเป็นคนปกติทั่วไป เราไม่ได้เจอปัญหาแบบเดียวกัน ผมเลยต้องโดดเดี่ยว นั่นไม่ใช่ความผิดพวกเขา แต่เป็นเพราะผมเอง”

 

One More Light: หากดาวหายไปใครจะจดจำ

ช้าและนานกว่าเชสเตอร์จะค่อย ๆ ดีขึ้นจากปัญหาที่รุมเร้า ตลอดระยะเวลาเหล่านั้น นอกจากเป็นนักร้องนำวง Linkin Park เขามีโปรเจกต์ที่ทำในนามวง Stone Temple Pilots และ Dead By Sunrise

เชสเตอร์ยังคงใช้เสียงร้องและ scream ของเขาปลุกใจ ปลอบโยน และเล่าเรื่องราวผ่านเพลงที่ครองใจและ ‘ช่วยชีวิต’ คนจำนวนมากให้ผ่านพ้นช่วงเวลาแย่ ๆ ไปได้ จนกระทั่งอัลบั้มชุดสุดท้ายของเขาในนามวง Linkin Park ที่มีชื่อว่า ‘One More Light’ เมื่อปี 2017 ในอัลบัมนี้ เชสเตอร์ไม่ได้ใช้วิธีร้องแบบ scream อย่างที่เคยแล้ว แต่กลับใช้เสียงนุ่ม ๆ แทน รับกับดนตรีที่ถอยจากขนบของเมทัลมาสู่แนวทางของอัลเทอร์เนทีฟป็อป – ร็อก จนหลาย ๆ คนบอกว่าเป็นอัลบั้มที่ ‘เบา’ ที่สุด เท่าที่วงเคยทำ

สำหรับเชสเตอร์ อัลบั้มนี้กลับช่วยให้เขาผ่านช่วงเวลาที่มืดมนมาได้ และกลายเป็น ‘อัลบั้มแห่งการเยียวยา’ ของเขา

หลังจากที่ชีวิตของเชสเตอร์เริ่มผ่านจุดวิกฤติ ในที่สุดเขาก็รู้ว่าตัวเองอยากใช้ชีวิตแบบไหน

“ผมอยากมีความสัมพันธ์ที่ดี ผมอยากมอบความรักให้ผู้คนในชีวิต ผมอยากสนุกไปกับการทำงาน ผมจะยอมแพ้แล้วตายไปก็ได้ แต่ผมเลือกที่จะอยู่ต่อแล้วสู้เพื่อสิ่งที่ผมอยากได้และอยากเป็น”

แต่ช่วงเวลาดี ๆ ก็ไม่ได้คงอยู่ไปชั่วนิรันดร์ หนึ่งเดือนก่อนอัลบั้ม ‘One More Light’ จะวางขายในท้องตลาดอย่างเป็นทางการ คริส คอร์เนลล์ (Chris Cornell) นักร้องนำวง Soundgarden เพื่อนคนสำคัญของเชสเตอร์ ได้จบชีวิตตัวเองในวัย 52 ปี

‘One More Light’ เพลงที่ถูกนำมาตั้งเป็นชื่ออัลบั้ม กลายเป็นเพลงที่เชสเตอร์ต้องกลั้นน้ำตาแล้วร้องออกมาเพื่อระลึกถึงเพื่อนของตน

 

/ Who cares if one more light goes out, in the sky of a million stars /

‘ใครจะสนใจถ้าดาวสักดวงร่วงหล่นจากผืนฟ้าที่มีดวงดาวนับล้าน’

 

เสียงเปียโนดังขึ้น รับกับเสียงกีตาร์และเสียงร้องที่ทั้งเหงาและเศร้า ราวกับเชสเตอร์ตั้งใจให้เพื่อนผู้ล่วงลับของเขาได้รับฟังด้วย

 

/ Who cares if one more light goes out, Well I do /

‘ใครจะไปสนใจถ้าแสงดาวมืดดับไป? ก็ฉันคนนี้ไงที่สนใจ’

 

หลังจากนั้นไม่นานนัก วันที่ 20 กรกฎาคม 2017 เชสเตอร์ เบนนิงตัน นักร้องนำที่สร้างความสุขให้กับผู้คนมากมาย เลือกที่จะจากไปด้วยวัย 41 ปี

 

In the End, it does matter

เชสเตอร์ เบนนิงตัน ดวงดาวที่สว่างและสวยงามที่สุดดวงหนึ่งบนโลกได้จากเราไป แต่เรื่องราวของเขาไม่ได้หายไปไหน รวมถึงวงที่เขาเป็นส่วนหนึ่งอย่าง Linkin Park ด้วย

“นายอยู่ในใจผู้คนมากมาย อาจจะมากกว่าที่นายรู้ตัวเสียอีก นายถูกรักจากโลกทั้งใบแม้ในวันที่นายไม่อยู่ ครอบครัวของนายอยากให้ทุกคนรู้ว่านายเป็นสามี ลูกชาย และพ่อที่ดีเยี่ยมแค่ไหน ชีวิตพวกเขาคงต่างออกไปเมื่อนายจากไปแล้ว” ส่วนหนึ่งจากแถลงการณ์ของวง Linkin Park

บทเพลง In the End ที่เป็นจุดเริ่มต้นของ Linkin Park ถูกเล่นอีกครั้งในคอนเสิร์ต Linkin Park & Friends Celebrate Life in Honor of Chester Bennington โดยไร้เสียงร้องที่ตรึงใจของเชสเตอร์ มีเพียงเสียงดนตรีที่ถูกถ่ายทอดโดยสมาชิกคนอื่น ๆ ในวง เสียงแร็ปของไมค์ ชิโนดะ และเสียงตะโกนร้องเพลงของคนดูที่ดังก้องไปทั้งฮอลล์เท่านั้น

ตลอดชีวิตของเชสเตอร์ เขาร้องท่อน I tried so hard and got so far, in the end it doesn’t even matter ไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง โดยที่เขาอาจจะไม่รู้เลยว่าสำหรับแฟน ๆ ประโยคที่ว่าในเพลง ‘In the End’ ได้เปลี่ยนไปเมื่อพวกเขาพูดถึงเชสเตอร์

 

“You tried so hard and got so far, in the end, it does matter”

คุณพยายามมามากเลยนะ คุณมาได้ตั้งไกล และสุดท้ายมันมีค่ามากเหลือเกิน

 

แด่เชสเตอร์ เบนนิงตัน ผู้คนนับล้านจะจดจำเขาในฐานะชายผู้เป็นแรงบันดาลใจไปตราบเท่าที่โลกยังมีเสียงดนตรี

 

เรื่อง : จิรภิญญา สมเทพ

ที่มา : https://www.theguardian.com/music/2011/jul/07/linkin-park-moscow-interview

https://thedawnrehab.com/blog/chester-bennington-life-story/

https://www.nickiswift.com/159595/chester-benningtons-tragic-real-life-story/

https://mcctartan.com/900/arts-and-entertainment/legends-never-die-the-life-of-chester-bennington/

https://www.loudersound.com/features/six-pack-chester-bennington-s-demons

https://www.loudersound.com/features/linkin-park-in-the-end-story-behind-the-song

 


อ่านและเขียนเกี่ยวกับศิลปะ ดนตรี ชีวิต และแมว

Related

นิกกี ซิกซ์ มือเบสวง Motley Crue ร็อกสตาร์ที่เสพยาจนไม่หายใจและฟื้นจากความตายมาเขียนเพลง

บาดแผล 37 ปีของแรมโบ้ สู่ภาวะป่วยทางจิตจากเหตุการณ์รุนแรง (PTSD)

รีวิวคอนเสิร์ต เจสัน มราซ เสน่ห์ของการเล่นเบา ที่ทำให้โชว์ Good Vibes เวอร์ ๆ

บรัชชี วัน สตริง ชายผู้สร้างความแตกต่างด้วยกีตาร์แค่สายเดียว (มีคลิป)

ฮิลเดอร์ กุดนาดอท์เทีย นักประพันธ์หญิงจาก Joker ชนะออสการ์ได้เพราะเสียง “เชลโล” และการดมกลิ่นนิวเคลียร์แต่งเพลงใน Chernobyl

อกหัก รักคุด มนุษย์ไม่สนใจ เบื้องหลังความ “อยากตาย” ของแมว “ทอม” จาก ทอม แอนด์ เจอร์รี

ลี ชาตะเมธีกุล มือตัดต่อในตำนาน ผู้กลายเป็นกรรมการออสการ์คนใหม่

บิล สการ์สการ์ด ปีศาจหน้าหล่อ