17 มี.ค. 2568 | 11:22 น.
“เลือกคนที่เหมาะสม มาทำงานที่เหมาะสม สำเร็จไปแล้วครึ่งทาง”
ประโยคนี้ของ ‘เบน ซิลเบอร์แมนน์’ ผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Pinterest’ บอกอะไรเราได้มากกว่าที่คิด
ชายผู้นี้ไม่ได้แค่สร้าง Pinterest แพลตฟอร์มที่เต็มไปด้วยภาพสวยงามและแรงบันดาลใจ แต่ยังมอบปรัชญาการทำงานให้กับคนทำงานทุกระดับ
คำพูดที่ว่า “โฟกัสที่ ‘ใคร’ มากกว่า ‘อะไร’ ในทุกการตัดสินใจ” สวนทางกับสิ่งที่หลายองค์กรสอนพนักงาน เพราะองค์กรส่วนใหญ่มักเน้นย้ำเรื่องงาน กระบวนการ เป้าหมาย หรือประสิทธิภาพ แต่เบนกลับมองว่า ‘คน’ ต่างหากที่สำคัญที่สุด
ใครที่เคยทำงานในตำแหน่งที่ไม่เหมาะกับตัวเองคงเข้าใจความรู้สึกนี้ดี การพยายามฝืนทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเรานั้น ไม่ต่างอะไรกับการว่ายน้ำทวนกระแส เหนื่อยมาก แต่ไปได้ไม่ถึตงไหน หนำซ้ำคนอื่นอาจมองว่าเราพยายามไม่พอ แต่ความจริงคือเราอาจอยู่ผิดที่
งานวิจัยจาก ‘Gallup’ ในปี 2018 ที่สำรวจพนักงานกว่า 7,000 คน ยืนยันว่า คนที่ได้ทำงานที่ใช้จุดแข็งของตัวเองเป็นประจำมีโอกาสไม่ถึง 15% ที่จะลาออก และมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงกว่าคนที่ไม่ได้ใช้จุดแข็งถึง 38%
แต่เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความรับผิดชอบของตัวพนักงานเท่านั้น ผู้นำและหัวหน้าก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน
บ่อยครั้งที่ผู้นำล้มเหลวในการมองเห็นศักยภาพที่แท้จริงของลูกทีม พวกเขามักจะมองเห็นแค่ ‘ประวัติการศึกษา’ หรือ ‘ประสบการณ์’ โดยไม่มอง ‘ความสามารถที่ซ่อนอยู่’ หนำซ้ำหัวหน้าบางคนยังยึดติดกับโครงสร้างองค์กรมากเกินไป จนลืมว่าคนเก่งอาจทำงานข้ามสายงานได้ดีกว่า
หัวหน้าอีกไม่น้อยที่ยังขาดการรับฟังอย่างแท้จริงเวลาที่พนักงานบอกว่าอยากลองทำอะไรใหม่ ๆ และเป็นเพราะกลัวการเปลี่ยนแปลง จึงปล่อยให้ ‘คนที่ไม่เหมาะกับงาน’ ทำงานนั้นต่อไป แม้จะรู้ว่าทั้งงานและคนจะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลง
หัวหน้าที่ดีจึงต้องเป็นเหมือนช่างปั้น ที่เห็นศักยภาพในก้อนหินและช่วยสลักให้มันเผยความงามออกมา ไม่ใช่พยายามบังคับให้ทุกคนเป็นเหมือนกันหมด
หากเป็นพนักงานที่รู้สึกว่าตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทาง การพูดคุยอย่างตรงไปตรงมากับหัวหน้าอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี บอกพวกเขาถึงสิ่งที่เราถนัดจริง ๆ และอธิบายว่าทำไมการปรับเปลี่ยนจะทำให้องค์กรได้ประโยชน์ด้วย
ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เมื่อทั้งสองฝ่ายเปิดใจ ทั้งหัวหน้าที่กล้าเปลี่ยนแปลงการวางคนและพนักงานที่กล้าบอกความต้องการที่แท้จริงของตนเอง
องค์กรที่ทำเรื่องนี้ได้ดีจะมีทั้งประสิทธิภาพที่สูงขึ้นและวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง บริษัทอย่าง Google, Zappos หรือแม้แต่ Pinterest เองก็ให้ความสำคัญกับการจับคู่คนกับงานที่เหมาะสม พวกเขาเข้าใจว่าเมื่อคนได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก พวกเขาไม่เพียงแค่ทำงานได้ดีขึ้น แต่ยังมีความสุขและความผูกพันกับองค์กรมากขึ้นด้วย
ความจริงอันเรียบง่ายคือ เมื่อทำสิ่งที่ถนัดและรัก งานจะไม่รู้สึกเหมือนภาระ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต มันไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความท้าทาย แต่ความยากนั้นจะมาพร้อมกับความรู้สึกว่ามัน ‘คุ้มค่า’ คุ้มค่าที่จะฝ่าฟัน คุ้มค่าที่จะอดทน และคุ้มค่าที่จะพัฒนาตัวเอง
ในโลกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน การวางคนให้เหมาะกับงานไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดการทรัพยากร แต่เป็นเรื่องของการเห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์
สำหรับผู้บริหารและหัวหน้างาน การเริ่มต้นง่าย ๆ คือการชวนพูดคุยกับทีมแบบไม่เป็นทางการ ถามคำถามที่ลึกกว่า “คุณชอบงานของตัวเองไหม?” แต่เป็น “อะไรที่ทำให้คุณตื่นเต้นที่จะมาทำงาน?” หรือ “ถ้าคุณสามารถเปลี่ยนอะไรในงานของคุณได้ คุณจะเปลี่ยนอะไร?”
และสำหรับคนที่กำลังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ได้อยู่ในที่ที่เหมาะสม อาจถึงเวลาแล้วที่ต้องพูดออกมา บางครั้งการพูดความจริงอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่คุณไม่เคยคิดฝันว่าจะเป็นไปได้
สุดท้าย เมื่อคนที่ใช่ ได้อยู่ในที่ที่ใช่ ทุกคนจะได้เติบโตในแบบที่ตัวเองเป็น ไม่ใช่แค่องค์กรที่จะเติบโต แต่หัวใจของทุกคนด้วย
สวัสดีวันจันทร์ค่ะ
พาฝัน ศรีเริงหล้า