Post on 31/03/2020

จอน บอน โจวี ร็อกเกอร์ใจบุญ กับธุรกิจแบบ ‘It’s My Life’ ความหลงใหลอาหาร และการเปิดร้านเพื่อคนยากไร้

       ย้อนกลับไปในปี 1983 นับตั้งแต่เพลง ‘Runaway’ โด่งดังขึ้นมา ชื่อของวง Bon Jovi ได้ถูกจารึกในวงการเพลงว่าเป็นหนึ่งในวงร็อกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุค 80s ซึ่งถ้าตอนเด็ก คุณเคยโยกหัวไปกับเพลง ‘Livin’ On A Prayer’ หรือ ‘It’s My Life’ แน่นอนว่าคุณต้องรู้จักฟรอนต์แมนผมบลอนด์ของวงที่ชื่อ จอน บอน โจวี (Jon Bon Jovi)

ขณะที่ บอน โจวี เป็นที่รู้จักในฐานะศิลปินที่ได้รับรางวัลแกรมมี่ อวอร์ดส หลายครั้ง และมียอดขายอัลบั้มหลายล้านแผ่นทั่วโลก ถ้าพูดถึงชีวิตส่วนตัวของร็อกเกอร์วัย 58 ปีคนนี้ นอกเหนือจากการถือไมค์ร้องเพลงแล้ว เขาเป็นคนที่ชอบกินอย่างมาก

บอน โจวี มีความหลงใหลในเรื่องอาหาร และชอบรับประทานอาหารหลายเชื้อชาติ หลายประเภท เรียกได้ว่าจะอาหารข้างถนนแบบสตรีทฟู้ดหรือหรูหราจ่ายแพงอย่างไฟน์ไดนิ่ง พี่แกก็ซัดเรียบหมด เมนูโปรดของร็อกเกอร์ลูกสี่มีตั้งแต่ มะเขือม่วงพาเมซาน, ฮอตด็อก (ร้านโปรดของเขาคือ Max’s Bar and Grill ในนิวเจอร์ซี), ซูชิ, บะหมี่ไก่ รวมถึง กริลล์ ฟิช ทั้งหลาย

นอกจากนี้ นักร้องดังยังเผยอีกว่า เขาชื่นชอบการดื่มค็อกเทลมากจนคิดค้นสูตรของตัวเองและให้ชื่อว่า the Muff Dive (เป็นการรวมกันของวอดก้า, พีช, ชแนปส์ และน้ำแครนเบอร์รี่) และด้วยความหลงใหลเหล่านี้ ไม่แปลกที่เขามักจะชอบลงทุนในธุรกิจร้านหลายแห่ง อย่างเช่นร้านอาหารเม็กซิโก The Blue Parrot ในย่านอีสต์ แฮมป์ตัน ก็เป็นของเขาด้วย

บางวันก็เป็นเชฟเองเลย

ไม่ใช่แค่แด็กเก่งอย่างเดียว แต่ใจบุญด้วย! หลังเห็นสภาพสังคมที่ย่ำแย่ลงทุกวัน ทั้งคนไร้บ้านหรืออดอยากไม่มีอันจะกิน กลายเป็นภาพติดตาที่ทำให้ บอน โจวี และภรรยาคือ โดโรเธีย เริ่มมีแนวคิดในการสร้างชุมชนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม กลายเป็นที่มาของการเปิดร้านอาหารแก่คนยากไร้ภายใต้ชื่อ “JBJ Soul Kitchen” ในปี 2011

สำหรับคนส่วนใหญ่ เรด แบงก์ อาจเป็นเพียงจุดแวะพักบนเส้นทางรถไฟนิวเจอร์ซี แต่เพียงไม่กี่ฟุตจากสถานีรถไฟจะมีร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน บอน โจวี เปลี่ยนร้านซ่อมตัวถังรถยนต์ให้เป็นร้านอาหาร JBJ Soul Kitchen สาขาแรกของเขา หลังเปิดร้านไม่นาน หลายคนที่พอรู้ว่านี่คือร้านอาหารของร็อกเกอร์ยอดขายระดับแพลตินัม ก็ไม่รอช้ารีบเข้าไปอุดหนุนกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งปรากฏว่าพอไปถึงหลายคนถึงขั้นอึ้งกิมกี่ เพราะมารู้ทีหลังว่าร้านนี้เขาให้กินฟรี โดยไม่ต้องจ่ายเงินก็ได้!

      เมื่อเข้ามาที่ JBJ Soul Kitchen เมนูภายในร้านจะไม่มีราคาบอก และจะเสิร์ฟอาหารสามคอร์สให้รับประทาน เริ่มที่ซุป, เมนคอร์ส และจบด้วยของหวาน ซึ่งรูปแบบการชำระเงินจะมีให้จ่ายได้สองแบบคือ หนึ่ง. สำหรับคนที่มีกำลังจ่ายก็สามารถจ่ายค่าอาหารในราคา 20 ดอลลาร์ ซึ่งรายได้ส่วนนี้จะนำไปรวมอยู่ในมูลนิธิ The Jon Bon Jovi Soul Foundation ที่ บอน โจวี ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือคนหิวโหยและยากจน และ สอง. สำหรับคนที่ไม่มีเงินจ่ายจริง ก็สามารถรับประทานฟรีได้โดยแลกกับการไปเป็นอาสาสมัครทำงานในร้าน หรือออกไปเป็นอาสาสมัครทำประโยชน์เพื่อสังคมในโครงการต่าง ของรัฐ เขาอธิบายว่าเป้าหมายของมูลนิธิคือการช่วยคนที่ควรได้รับความช่วยเหลือ และแผนที่จะทำคือค่อย ช่วยไปทีละคน

บอน โจวี่ และภรรยา

ตอนแรกผมคิดว่าจะทำยังไงนะ? ที่จะรวมคนเข้าด้วยกันแบบง่าย และแบบที่เราทำไหวบอน โจวี บอก และเล่าต่อว่า หลังจากเห็นชายคนหนึ่งนอนอยู่ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นคนเดียว ความตั้งใจของเขาจึงมุ่งไปที่คนไร้บ้านที่ต้องอยู่ข้างนอกท่ามกลางอากาศเหน็บหนาวปางตายนั่นแหละที่ทำให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้น ไม่สำคัญว่าคุณจะเป็นเด็ก เป็นคนแก่ คนผิวขาวหรือคนผิวสี จะเป็นรีพับลิกัน หรือเดโมแครต ปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกี่ยวกับทุกคน คนอเมริกันส่วนใหญ่ใช้ชีวิตและเงินแบบเดือนชนเดือน นั่นนำไปสู่ปัญหา และนี่คือสิ่งที่เราทำได้ ซึ่งสิ่งที่สำคัญสุดคือเราไม่ต้องใช้นักวิทยาศาสตร์เพื่อหาวิธีรักษาปัญหานี้เลย

หลายคนที่คิดว่าอาหารของคนไร้บ้านต้องประหยัดต้นทุนและรสชาติไม่สามารถเทียบเท่าอาหารจานเด็ดจานดังได้นั้น ต้องขอบอกว่าคิดใหม่ เพราะ บอน โจวี ออกโรงบอกว่าร้านแห่งนี้เน้นเรื่องรสชาติและวัตถุดิบเป็นอย่างมาก วัตถุดิบของที่นี่ส่วนใหญ่จะมาจากการเก็บในสวนออร์แกนิกของร้าน เมื่อบวกกับการปรุงรสในสไตล์อเมริกัน (ที่สร้างสรรค์) ก็ออกมาเป็นอาหารพื้นบ้านรสเยี่ยม ซึ่งหนึ่งในเมนูแนะนำของ JBJ Soul Kitchen ที่ บอน โจวี ชื่นชอบมาก คือไก่ไทยอบส้ม

CHICKEN MURPHY

       ปี 2016 บอน โจวี เปิดสาขาที่สองในทอมส์ ริเวอร์ ใกล้กับพื้นที่ที่เคยประสบภัยจากพายุเฮอร์ริเคนแซนดี้เมื่อปี 2012 เขาแย้มว่า การเปิดสาขาที่นี่เป็นการต่อยอดเจตนารมณ์ของเขาที่อยากให้ร้านกระจายสู่วงกว้างมากขึ้น สาขานี้ใหญ่กว่าเดิมอีก ภารกิจของเราคือส่งเสริมความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก แก้ไขปัญหาความหิวโหยและไร้บ้าน เรากำลังขยายภารกิจของเราด้วยเครือข่ายพันธมิตรเพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชนทอมส์ ริเวอร์

ต้นปี 2020 บอน โจวี เปิดสาขาที่สามในมหาวิทยาลัยรัตเกอร์ส เพื่อหวังช่วยเหลือเหล่านักศึกษาที่มีรายได้จำกัด

พอคุณส่งลูกคุณไปเรียน คุณไม่ค่อยคิดหรอกว่าหลังจากค่าเทอม ค่าหนังสือ ค่าใช้จ่ายต่าง จะเหลือให้กับค่าอาหารเท่าไหร่ และพอเหลือน้อย ก็มีสิ่งให้เลือกกินได้น้อย ทำให้พวกเขาต้องกินบะหมี่สำเร็จรูป เราคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ใครก็ทำ เรียนหนักและกินบะหมี่สำเร็จรูป แต่ถ้านั่นเป็นสิ่งเดียวที่เรามีเงินซื้อล่ะ

ผักสวนครัวรั้วกินได้ ของ บอน โจวี่

เมื่อถูกถามถึงอนาคตในการขยายฐานธุรกิจร้านอาหารเพื่อชุมชนของเขา บอน โจวี ก็ให้ความเห็นว่าตอนนี้คำถามคือเราต้องการเปิดสองสาขาหรือสามหรือสิบสาขาหรือเราจะเปิดใหญ่กว่านี้เราจะได้เห็นการเติบโตอย่างแน่นอน คำถามนี้เป็นกุญแจที่นำไปสู่ความสำเร็จของเรา คือการเพิ่มขีดความสามารถของแต่ละบุคคล

ถ้าพูดถึงงานการกุศลของศิลปินส่วนใหญ่ในวงการบันเทิง โดยมากมักเป็นเรื่องการประชาสัมพันธ์รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตัวเอง แต่สำหรับ บอน โจวี เขามองว่าการเปลี่ยนแปลงสังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เป็นสิ่งที่เขาต้องการมากกว่า และเมื่อถูกถามว่าถ้าให้เปรียบเทียบความรู้สึกดี ระหว่างโดนแฟนเพลงส่งเสียงกรี๊ดในอารีน่า กับการมาเปิดร้านเสิร์ฟอาหารให้คนที่นิวเจอร์ซี สองสิ่งนี้ต่างกันมากขนาดไหน ร็อกเกอร์คนดังก็บอกว่า

เห็นได้ชัดว่ามันเทียบกันไม่ได้หรอก ทั้งการได้แสดงและแต่งเพลง แต่มันให้ความรู้สึกเติมเต็มที่ค่อนข้างจะเหมือนกัน ตอนที่ผมจะออกจากที่นี่ (ร้าน) ไปตอนกลางคืน ผมมักคิดว่าการจะรู้สึกดีได้ เราต้องทำสิ่งนั้นได้ดีด้วย เพราะฉะนั้นจงหาสิ่งที่คุณทำได้ดีและทำมัน

บางวันก็เสิร์ฟเองเลย

       ปัจจุบัน “JBJ Soul Kitchen” ของบอน โจวี มีทั้งหมดสามสาขาในนิวเจอร์ซี่ เสิร์ฟอาหารให้ผู้คนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 105,893 มื้อ โดย 54 เปอร์เซ็นต์เป็นการจ่ายเงินเพื่อสมทบทุน ส่วนอีก 46 เปอร์เซ็นต์มาจากคนที่จ่ายโดยการไปเป็นอาสาสมัคร นี่คือไอเดียการทำธุรกิจที่ไม่หวังผลกำไรมาก แต่เน้นการทำประโยชน์เพื่อสังคม ธุรกิจในแบบ “It’s my life” ของชายที่ชื่อ จอน บอน โจวี

ที่มา:

https://life.gomcgill.com/jon-bon-jovi-opened-two-community-restaurants-to-feed-needy-people

https://nypost.com/2019/11/26/jon-bon-jovi-opening-new-soul-kitchen-to-feed-hungry-college-kids/

https://www.tasteofhome.com/collection/jon-bon-jovi-favorite-foods/

https://jbjsoulkitchen.org


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

ไรอัน จอห์นสัน จากผู้กำกับอินดี้สู่ผู้สานต่อจักรวาล Star Wars

มาเฮอร์ เซน นักร้อง นักแต่งเพลงผู้ปลุกโลกดนตรีของชาวมุสลิม ชายผู้ไม่คิดว่าดนตรีเป็นสิ่งผิดต่อหลักศาสนา

โธมัส กัลลาเกอร์ “พ่อ” ที่โนล และ เลียม กัลลาเกอร์ สองพี่น้องวง Oasis “อยากฆ่า”

อาลิเซีย มาชาโด นางงามจักรวาลปี 1996 ถูก “โดนัลด์ ทรัมป์” วิจารณ์ว่าเป็น “นางงามหมูตอน”

แกรี่ ไลท์บอดี้ แห่งวง Snow Patrol ชายที่เรียนรู้จากความเจ็บปวด กับชีวิตที่ “เกลียดตัวเอง” จนเป็นโรคซึมเศร้า ติดเหล้าติดยา

บรัชชี วัน สตริง ชายผู้สร้างความแตกต่างด้วยกีตาร์แค่สายเดียว (มีคลิป)

หยินหยาง เพศสภาพลื่นไหลดุจสายน้ำ – แค่สาดน้ำก็แปลงเพศได้กับ “รันม่า”

หนูน้อยอาราเล่ หัวเราะอิฮิฮิ จิ้มอุนจิเล่น