'เบรนดา ลี' นักร้องสู้ชีวิต เจ้าของเสียงร้องเพลงคริสต์มาสที่โด่งดัง

'เบรนดา ลี' นักร้องสู้ชีวิต เจ้าของเสียงร้องเพลงคริสต์มาสที่โด่งดัง

เบรนดา ลี นักร้องสู้ชีวิต เจ้าของเสียงร้อง Rockin’ Around the Christmas Tree เพลงคริสต์มาสที่แต่งโดยคนไม่เชื่อเรื่องคริสต์มาส และใช้เวลา 65 ปี กว่าจะฮิตติดอันดับ 1 บิลบอร์ด

  1. Rockin’ Around the Christmas Tree’ เป็นเพลงคริสมาสต์ ซึ่งใช้เวลาถึง 65 ปี กว่าจะเป็นอันดับ 1 ใน Billboard Hot 100 
  2. เจ้าของบทเพลง คือ ‘เบรนดา ลี' นักร้องสู้ชีวิต ซึ่งเส้นทางชีวิตของเธอน่าสนใจไม่น้อย

เทศกาลคริสต์มาสไม่ใช่แค่วันสำคัญทางศาสนาของคนนับถือศาสนาคริสต์อีกต่อไป เมื่อปัจจุบันไม่ว่าจะไปที่ไหนในช่วงปลายปีก็มีแต่คนประดับร้านค้า อาคาร หรือห้องส่วนตัวด้วยต้นคริสต์มาส และที่ขาดไม่ได้ต้องมาคู่กันคือการเปิดเพลงคริสต์มาสสร้างบรรยากาศส่งท้ายปี

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ทุกช่วงปลายปี เพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเทศกาลคริสต์มาสมักขึ้นมาฮิตติดชาร์ตไม่ว่าจะมีอายุเก่าแก่เพียงใด ‘Rockin’ Around the Christmas Tree’ ก็เป็นอีกเพลงคลาสสิกที่สร้างปรากฏการณ์นี้ กลายเป็นเพลงที่ใช้เวลายาวนานที่สุดถึง 65 ปี หรือประมาณชั่วอายุคน กว่าจะไต่ขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของชาร์ตเพลงฮิต Billboard Hot 100 ได้สำเร็จ

ยาวนานแค่ไหนต้องไปดูนักร้องเจ้าของบทเพลงที่ชื่อ ‘เบรนดา ลี' (Brenda Lee) เธอขับร้องเพลงนี้ไว้ตั้งแต่วัยกระเตาะ อายุแค่ 13 ปี ตอนนี้เมื่อเพลงกลับมาดังเปรี้ยงปร้างจนขึ้นอันดับ 1 ของชาร์ตได้ อายุก็ปาเข้าไป 78 ปี เลยวัยเกษียณเป็นที่เรียบร้อย

เบื้องหลังเพลง Rockin’ Around the Christmas Tree หรือที่เบรนดามักเรียกสั้น ๆ ว่า Rockin’ มีความน่าสนใจตรงที่เป็นเพลงที่มาจากปลายปากกาของคนยิวที่ไม่เชื่อเรื่องคริสต์มาส แต่แต่งเพลงคริสต์มาสออกมาจนโด่งดัง

ส่วนคนร้องก็ไม่ธรรมดา ไม่ใช่แค่นักร้องที่ดังแค่เพลงเดียว หรือ one-hit wonder แต่เป็นเด็กอัจฉริยะ สู้ชีวิต ที่มีชื่อเสียงถึงขั้นเอลวิส เพรสลีย์ ‘ราชาร็อกแอนด์โรล’ ต้องขอชมด้วยตาตนเอง และวงดนตรีระดับตำนานอย่าง The Beatles ก็เคยมาเล่นเป็นวงเปิดให้ตอนไปทัวร์คอนเสิร์ตที่ยุโรป

ต่อไปนี้คือที่มาของเพลง Rockin’ และ เบรนดา ลี สตรีผู้ก้าวจากหนูน้อยอัจฉริยะทางดนตรี กลายเป็นนักร้องหญิงเจ้าของบทเพลงคริสต์มาสอันโด่งดัง

ร้องเพลงแลกเงินตั้งแต่อายุสามขวบ

เบรนดา ลี มีชื่อจริงว่า ‘เบรนดา เม ทาร์ปลีย์’ (Brenda Mae Tarpley) เกิดวันที่ 11 ธันวาคม ค.ศ. 1944 ในครอบครัวฐานะยากจนที่รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

พ่อของเธอมีอาชีพเป็นคนงานก่อสร้างและต้องมาจบชีวิตลงอย่างกะทันหันตอนเบรนดามีอายุแค่ 8 ขวบ จากอุบัติเหตุค้อนตกใส่หัวขณะทำงาน ทำให้หน้าที่หลักในการหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งประกอบด้วยแม่และพี่น้องอีก 2 คน ตกเป็นของเบรนดาตั้งแต่วัยเยาว์

ด้วยพรสวรรค์ทางดนตรี เธอเริ่มหารายได้ให้ครอบครัวตั้งแต่อายุเพียง 3 ขวบ โดยไปยืนร้องเพลงอยู่บนเคาน์เตอร์ร้านขายของเบ็ดเตล็ดแถวบ้านเพื่อแลกกับสินน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากคนที่ผ่านไปมา

พออายุ 7 ขวบ เธอได้ออกรายการทีวีท้องถิ่นในเมืองแอตแลนตา รัฐบ้านเกิด และขับร้องเพลงของ ‘แฮงค์ วิลเลียมส์’ (Hank Williams) นักร้องหนุ่มแนวคันทรีชื่อดังในยุคนั้น

หลังบิดาจากโลกนี้ไป เบรนดาต้องเดินสายรับงานร้องเพลงต่อเนื่องกัน ถึงขั้นต้องใช้เบาะหลังรถเป็นห้องนอนประจำตัว

จากนั้นพออายุ 11 ขวบ เธอเริ่มมีชื่อเสียงระดับประเทศ เมื่อได้ไปออกรายการ Ozark Jubilee ซึ่งเป็นรายการเพลงคันทรีชื่อดังในทศวรรษ 1950s หนูน้อยเบรนดาในชุดกระโปรงบานเหนือเข่าน่ารักเหมือนตุ๊กตา วาดลีลาทั้งร้องและเต้นเพลง ‘Jambalaya' ของแฮงค์ วิลเลียมส์ อย่างเมามัน และนั่นทำให้ค่ายเพลง Decca Records เห็นแวว จับเซ็นสัญญาเป็นนักร้องอาชีพในเวลาต่อมาไม่นาน

‘ลินด์เซย์ โซแลดซ์’ (Lindsay Zoladz) นักข่าวสายดนตรีของ The New York Times ซึ่งมีโอกาสบุกไปสัมภาษณ์เบรนดา ลี ถึงบ้านในวัยเกษียณของเธอที่เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี กล่าวว่า เบรนดาเป็นนักร้องที่มีเสียงต่ำและแหบเป็นเอกลักษณ์มาตั้งแต่เด็ก

แม้เจ้าตัวบอกว่า เธอเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าได้อิทธิพลการร้องเพลงแบบนี้มาจากใคร แต่ลินด์เซย์ ผู้คร่ำหวอดในวงการดนตรีเชื่อว่า เสียงของเบรนดาพัฒนามาจากลีลาการร้องของผู้ชายชื่อ ‘แฮงค์ วิลเลียมส์’ ที่เธอชอบฟังทางวิทยุตอนเด็ก บวกกับเสียงหอนของนักร้องแนวบลูส์ที่มีอยู่มากมายในละแวกบ้านของเธอ เมื่อนำแนวทั้งสองมาผสานกันจนเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และเปล่งออกมาจากปากของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเบรนดา มันยิ่งมีพลังและน่าสนใจมากขึ้น

เสียงของเธอมีความพิเศษอีกอย่างคือ สามารถดัดให้เข้ากับหลากหลายสไตล์ดนตรี ไม่ใช่แค่แนวคันทรีเท่านั้น แม้แต่เพลงร็อกและป๊อป เธอก็เคยร้องมาแล้ว และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้กลายเป็นนักร้องหญิงคนแรกที่มีชื่อบันทึกอยู่ในหอเกียรติยศทั้ง ‘คันทรี มิวสิก ฮอลล์ออฟเฟรม’ และ ‘ร็อกแอนด์โรล ฮอลล์ออฟเฟรม’ พร้อมกัน

นอกจากนี้ เบรนดายังเป็นนักร้องที่มีเพลงฮิตติดชาร์ตในทศวรรษ 1960s มากที่สุดเป็นอันดับ 4 เป็นรองแค่เหล่าตำนานทางดนตรีอย่าง ‘เอลวิส เพรสลีย์’ ‘The Beatles’ และ ‘Ray Charles’ เท่านั้น

อัจฉริยะตัวจิ๋วที่ชอบมาหิ้วรองเท้าในไทย

ความโด่งดังของเบรนดา ลี และการเป็นผู้หญิงตัวเล็ก มีส่วนสูงเพียง 145 ซม. ทำให้เธอได้รับฉายาจากสื่อในวงการดนตรีว่า ‘Little Miss Dynamite’ หรือ ‘แม่สาวน้อยระเบิดไดนาไมต์’

เธอสวมรองเท้าเบอร์ 2 ครึ่ง ซึ่งเป็นไซซ์ที่เล็กมาก จนต้องไปหาซื้อในแผนกรองเท้าเด็กได้เท่านั้น หรือไม่ก็ต้องหิ้วกระเป๋าเปล่า ๆ มาประเทศไทย เพื่อชอปปิงรองเท้าในบ้านเรากลับไป ซึ่งเธอบอกว่าเป็นประเทศเดียวที่เธอสามารถหารองเท้าผู้ใหญ่ใส่ได้พอดี

ส่วนเรื่องชื่อเสียงทางดนตรี เบรนดาบอกว่า เธอเคยเจอกับเอลวิส เพรสลีย์ ครั้งแรกในปี 1957 ตอนนั้นเธอมีอายุแค่ 12 ปี ส่วนเอลวิสอยู่ในช่วงรุ่งโรจน์แล้ว

เธอเล่าว่า วันนั้นเธอได้ขึ้นร้องเพลงเปิดตัวครั้งแรกบนเวที Grand Ole Opry ซึ่งเป็นเวทีคอนเสิร์ตที่เหมือนสวรรค์ของแฟนเพลงแนวคันทรีในรัฐเทนเนสซี และเอลวิสก็มานั่งชมในงานนั้นด้วย

“ฉันไม่เคยเจอคนดังมาก่อน และอยู่ดี ๆ ก็ได้เจอคนที่มีชื่อเสียงที่สุดในเวลานั้น” เบรนดาเล่าย้อนความรู้สึกสมัยได้เจอเอลวิสครั้งแรก “ฉันถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออกเลยทีเดียวตอนได้เจอหน้าเขา”

เบรนดาได้รับการยกย่องเรื่องความสามารถทางการแสดงบนเวทีไม่แพ้เอลวิส โดยขณะมีอายุไม่ถึง 20 ปี เธอได้ตระเวนขึ้นเวทีคอนเสิร์ตร่วมกับนักร้องชื่อดังรุ่นใหญ่มาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ‘Little Richard’ ‘Chubby Checker’ ไปจนถึง ‘Dusty Springfield’

ช่วงที่เธอมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด คือปี 1962 ได้ไปทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก และระหว่างที่ไปขึ้นโชว์ในเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี วงที่มาเล่นเปิดเวทีให้คือสี่หนุ่มหน้าใสจากเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ที่ชื่อว่า The Beatles

“พวกเขายังดิบ ๆ ในทางดนตรี แต่ก็ถือว่าไม่ธรรมดา” เบรนดาพูดถึงวง ‘สี่เต่าทอง’ ในยุคเริ่มต้น ก่อนที่หลายปีต่อมาเมื่อ The Beatles โด่งดัง นิตยสาร Rolling Stone ได้ไปสัมภาษณ์สมาชิกวงอย่าง จอห์น เลนนอน เพื่อให้พูดถึงเบรนดา ลี และมีประโยคเด็ดออกมาที่บอกว่า เธอเป็นนักร้องที่ “มีเสียงแนวร็อกแอนด์โรลไพเราะที่สุด”

เพลงที่ได้แรงบันดาลใจจากชายทะเล

“ฉันไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่า Rockin’ จะกลายเป็นเพลงลายเซ็นประจำตัวฉัน” เบรนดา ลี รับสารภาพกับ The New York Times

Rockin’ Around the Christmas Tree แต่งขึ้นจากปลายปากกาของ 'จอห์นนี มาร์คส์’ (Johnny Marks) เจ้าของบริษัท เซนต์นิโคลาส มิวสิก (St.Nicholas Music) ผู้ล่วงลับ แค่ฟังชื่อบริษัทของเขาก็พอเดาออกว่า ธุรกิจนี้เน้นทำเพลงประเภทใด (‘เซนต์นิโคลาส = ซานตาคลอส’ ตามตำนานของเทศกาลคริสต์มาส)

เบรนดาเล่าว่า เธอรู้สึกประทับใจเพลงนี้มาก เพราะเป็นเพลงคริสต์มาสที่มาจากปลายปากกาของคนที่ไม่เชื่อเรื่องคริสต์มาสเลยอย่างจอห์นนี ที่เป็นชาวยิว

จอห์นนีเคยเล่าให้เบรนดาฟังว่า เขาได้ไอเดียเขียนเพลง Rockin’ ระหว่างวันลาพักร้อนนอนเล่นอยู่ริมชายหาด ขณะนั้นเขาหันไปเห็นต้นไม้ริมหาดที่อยู่ไกล ๆ พลิ้วไหวไปตามสายลมทะเลที่พัดโชยมา ภาพนั้นมันสะกดจิตเขาให้รู้สึกราวกับว่า ต้นไม้กำลังเริงระบำไปตามเสียงเพลง จนเป็นที่มาของเพลง Rockin’ Around the Christmas Tree

เพลงนี้มีเนื้อหาเน้นบอกเล่าเรื่องราวความสนุกสนานในการร่วมงานฉลองเทศกาลคริสต์มาส โดยไม่มีการเอ่ยถึงความเป็นวันสำคัญทางศาสนาแต่อย่างใด

นอกจาก Rockin’ แล้ว จอห์นนียังเป็นผู้ประพันธ์เพลงคริสต์มาสดัง ๆ อีกมากมาย รวมถึง ‘Rudolph the Red-Nosed Reindeer’ และ ‘A Holly Jolly Christmas’ ที่หลายคนคุ้นหู

เบรนดาเข้าห้องอัดร้องเพลง Rockin’ ไว้ตั้งแต่เธออายุแค่ 13 ปี เพลงนี้ปล่อยออกสู่ตลาดครั้งแรกในปี 1958 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ต้องรอให้เบรนดาส่งเพลงช้าอย่าง ‘I’m Sorry’ ขึ้นอันดับ 1 บิลบอร์ดได้ในปี 1960 เป็นครั้งแรก ทางค่าย Decca Records ต้นสังกัดจึงนำ Rockin’ มาอัดลงอัลบั้มใหม่และปล่อยออกมาอีกครั้งช่วงปลายปี คราวนี้จึงได้ขึ้นชาร์ตอันดับ 14 และติดชาร์ตในเดือนธันวาคมเรื่อยมาทุกปีตลอดทศวรรษ 1960s

จากนั้นในปี 1990 ความดังของหนังเรื่อง Home Alone ส่งผลให้เพลง Rockin’ ที่เป็นหนึ่งในเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้กลับมาฮิตอีกครั้ง และเมื่อเทคโนโลยีฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งเข้ามาเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่สามารถย้อนฟังเพลงเก่าได้ง่ายขึ้น เพลง Rockin’ ของเบรนดาก็กลับมาดังในช่วงเทศกาลปลายปีได้อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ขึ้นทำเนียบราชินีเพลงคริสต์มาสคนใหม่

บิลบอร์ดเคยประเมินรายได้ของเพลง Rockin’ Around the Christmas Tree ในปี 2022 ก่อนขึ้นอันดับ 1 ของชาร์ตในปีถัดมาว่า น่าจะมียอดอยู่ที่เกือบ 4 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้จะน้อยกว่าเพลงคู่แข่งอย่าง ‘All I Want For Christmas Is You’ ของ ‘มารายห์ แคร์รี’ ที่ขึ้นอันดับ 1 บิลบอร์ดมาก่อนติดต่อกันหลายปี และนิตยสาร The Economist ประเมินว่าน่าจะทำรายได้เกิน 100 ล้านเหรียญได้ภายในปี 2023 แต่เพลงของเบรนดาก็สร้างสถิติใหม่อื่น ๆ ขึ้นมาได้ไม่แพ้กัน

Rockin’ สามารถโค่นเพลงของมารายห์ แคร์รี ‘ราชินีเพลงคริสต์มาส’ คว้าแชมป์เพลงทรหดที่ใช้เวลาไต่ขึ้นอันดับ 1 บิลบอร์ดยาวนานที่สุด รวม 65 ปี และเบรนดา ลี ในวัย 78 ปี ก็กลายเป็นนักร้องหญิงที่มีอายุมากที่สุดที่มีเพลงฮิตติดอันดับ 1 บิลบอร์ด ทำลายสถิติเดิมของมารายห์ แคร์รี คนเดิมที่ส่ง All I Want For Christmas Is You ขึ้นอันดับ 1 ได้ตอนอายุ 53 ปี

นอกจากนี้ เบรนดา ลี ยังสร้างสถิติใหม่ เป็นนักร้องที่มีเพลงฮิตขึ้นติดชาร์ตอันดับ 1 บิลบอร์ดเว้นระยะห่างกันยาวนานที่สุด โดยเธอเคยส่งเพลง I’m Sorry ขึ้นอันดับ 1 ในปี 1960 ก่อนจะหายไปนานถึง 63 ปี กว่าจะมีเพลง Rockin’ ขึ้นมาเขย่าบัลลังก์บนตำแหน่งเบอร์ 1 อีกครั้งในปี 2023

“คุณไม่สามารถทำให้เพลงดี ๆ หายไปไหนได้” เบรนดา ลี กล่าวประโยคนี้ไว้หลังคว้าตำแหน่ง ‘ราชินีเพลงคริสต์มาส’ คนใหม่ ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมเอ่ยชื่อขอบคุณทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังเพลง Rockin’ Around the Christmas Tree ทุกคน

แน่นอนหนึ่งในนั้น คือ จอห์นนี มาร์คส์ ผู้ประพันธ์เพลงนี้ที่แม้จะไม่เชื่อเรื่องคริสต์มาส แต่ก็ทำให้ทุกคนสามารถร่วมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีได้อย่างสนุกสนานมาอย่างยาวนานหลายสิบปี

.

เรื่อง: ภานุวัตร เอื้ออุดมชัยสกุล

ภาพ : Getty Images

.

อ้างอิง

.

nytimes

variety

billboard

southernliving

time