svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม Thepeople

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

ถือเป็นการกลับมาอีกครั้งของการผสมผสานส่วนผสมอันลงตัวเข้าด้วยกันระหว่างศิลปะสามมิติอย่างไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส กับผู้คนที่หลงใหลในสุนทรียะแบบเดียวกัน ให้มาพบปะกันในกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Winebration #2: Taste of Bangkok ณ ร้าน เลอ วิภา ร่วมกับ The People

ซึ่งความพิเศษของสถานที่นี้คือการออกแบบในสไตล์อังกฤษทิวดอร์ (English Tudor) แถมภายในประดับประดาไปด้วยสิ่งของที่นำเข้ามาจากอังกฤษจริง ๆ ด้วยเหตุนี้ การจะบรรยายว่าการก้าวเดินเข้าไปในร้านเลอ วิภา ก็เหมือนกับการก้าวเดินเข้าไปสูดรับกับบรรยากาศสไตล์ยุโรปแบบ ‘Authentic’ หรือ ‘ของแท้’ ก็ไม่เกินความจริงไปนัก เพราะเหมือนยกบ้านจากอังกฤษมาไว้ที่ซอยวิภาวดี 60 กรุงเทพมหานครนี้เอง

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

แต่ความพิเศษและความน่าสนใจของกิจกรรมในครั้งนี้ก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่สถานที่เท่านั้น เพราะอีกหนึ่งตัวละครที่ชูโรงได้เด่นไม่แพ้บรรยากาศโดยรอบเลยคือคอร์สอาหารที่เลอ วิภา ตั้งใจสรรสร้างเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้มาร่วมงาน ใน Winebration คราวก่อน ผู้เข้าร่วมงานจะได้ลิ้มลองส่วนผสมอันลงตัวระหว่างอาหารไทย ไวน์ และเพลงแจ๊ส ที่เข้ากันอย่างลงตัว แต่ในครั้งนี้ ความพิเศษสไตล์เดิมก็ไม่ได้จางหายไปไหน ยังคงมีไวน์คุณภาพเสิร์ฟให้ได้ลิ้มลอง มีเพลงแจ๊สจากวงคุณภาพบรรเลงเคล้าไปกับบรรยากาศ แต่คราวนี้สิ่งที่เปลี่ยนไปคือคอร์สของอาหารที่ผู้เข้าร่วมจะได้ลิ้มลอง

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

เมนูอาหารสุดพิเศษที่ เลอ วิภา ตั้งใจมอบให้แขกผู้มีเกียรติทุกคนจะออกมาในสไตล์ French & European Cuisine หรืออาหารสไตล์ฝรั่งเศสนั่นเอง โดยชุดอาหารสุดพิเศษที่จะถูกนำเสนอและเสิร์ฟอย่างเป็นลำดับนี้ถูกสร้างสรรค์ออกมาด้วยความตั้งใจและฝีมือที่ไม่ธรรมดาของ เชฟกิต - กิตติวงศ์ แสงชื่นถนอม ผู้มีประสบการณ์จากร้านอาหารมิชลินหนึ่งดาว จากแคว้นเบอร์กันดี (Burgundy) ประเทศฝรั่งเศส แถมวัตถุดิบต่าง ๆ ที่จะใช้ในการทำอาหารครั้งนี้ก็ล้วนนำเข้าและคัดสรรมาจากต่างประเทศ ซึ่งจะเลือกเอาแหล่งที่มาที่ดีและแท้ที่สุด เหมือนได้ชิมอาหารฝรั่งเศสแบบต้นตำรับจริง ๆ

 

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

แต่หากจะเสิร์ฟแค่อาหาร หลาย ๆ คนก็อาจจะคิดว่ามีอะไรขาดหายไป ไม่ใช่ว่าตัวอาหารไม่สามารถดีด้วยตัวมันเองได้ แต่หากเราต้องการความเข้ากันอย่างลงตัว ความสมานกันระหว่างสองสิ่งที่จะชูรสและประสบการณ์การรับประทานของเราให้ยอดเยี่ยมไปยิ่งกว่าเดิม เราคงต้องมีอีกตัวละครหนึ่งอย่าง ไวน์ 

เมื่อได้ลิ้มรสเค็ม ลิ้นเราก็จะถวิลหารสเปรี้ยว เมื่อได้ชิมรสอาหาร เราก็จะอยากเคล้าด้วยการจิบไวน์

“มันคือ The Marriage of Wine and Food

เป็นถ้อยคำที่บรรยายความสัมพันธ์ระหว่างไวน์และอาหารที่เติมเต็มซึ่งกันและกันโดยอดีตนายกสมาคมซอมเมอลิเยร์แห่งประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญในด้านศาสตร์ของไวน์อย่าง อาจารย์ไพรัช อินทะพุฒ ผู้มาทำหน้าที่แนะนำและเชิญชวนให้แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานได้ลองจิบไวน์เบอร์กันดีคุณภาพจาก Wine 5 คู่กับการรับประทานอาหารฝรั่งเศสที่รังสรรค์โดยเชฟจากเลอ วิภาให้ได้อรรถรสมากที่สุด 

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

แต่ Cherry On Top ของกิจกรรมครั้งนี้ที่เข้ามาทำให้ไวน์และอาหารที่พิเศษอยู่แล้ววิเศษยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ ‘ดนตรีแจ๊ส’ ที่บรรเลงเพลงอันไพเราะเสนาะหูที่เคล้าไปกับการเริงรมย์ในการลิ้มรสอาหารและไวน์เป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง โดย Winebration Jazz Quartet วงดนตรีแจ๊สมากฝีมือ ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ก็ทำให้ประสบการณ์การดินเนอร์กับอาหารดี ๆ และไวน์คุณภาพ และบทสนทนาของผู้คนที่มีความชอบคล้ายกันสุนทรีย์และน่าจดจำไปกว่าเดิม

จากที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเพียงภาพรวมและความรู้สึกเมื่อหวนนึกถึงงานเพียงเท่านั้น แต่ต่อไป The People จะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับคอร์สอาหารและไวน์ที่ผู้ร่วมกิจกรรมทุก ๆ ท่านได้รับประทานในวันนั้น รวมถึงการบรรยายเพิ่มเติมว่าความรู้สึกในงานนั้นเป็นเช่นไรบ้าง

 

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม 2565 เป็นวันที่ท้องฟ้าไร้แดดออกเพราะถูกปกคลุมไปด้วยเมฆครึ้มฝนตลอดวัน ผู้เข้าร่วมงาน Winebration ครั้งที่สองก็ทยอยกันเดินทางมา ณ จุดนัดพบ บ้างก็เข้ามาจากฝั่งพหลโยธิน บ้างก็มาจากเส้นถนนวิภาวดี แต่เมื่อลัดเลาะเข้ามาในซอย จนกระทั่งมาเจอวงเวียนหนึ่งก็พบกับป้ายที่ชี้ทางเราไปสู่เลอ วิภา หลังจากที่คืบหน้ามาตามทางที่ถูกชี้แนะ พวกเขาก็เดินทางมาถึงที่หมายปลายทาง - เลอ วิภา

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

เมื่อก้าวขาเข้าไปในรั้วก็เปรียบเสมือนก้าวเข้าไปอยู่ในบรรยากาศของประเทศอังกฤษ - ทุ่งหญ้าสีเขียวที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า แต่พอมองลึกเข้าไปก็พบกับบ้านสไตล์อังกฤษที่ก่อร่างสร้างด้วยอิฐที่มีลวดลายเส้นสีดำ แถมการก้าวเข้าไปข้างในก็ทำให้เราได้พบกับความเป็นอังกฤษที่มากไปกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบภายในที่โชว์โครงไม้ควบคู่ไปกับผนังสีขาว ของเก่าที่นำเข้ามาจากอังกฤษที่ตั้งประดับในสภาพที่เหมือนใหม่ หรือแม้กระทั่งภาพวาดสีที่เก่าจริง ไม่ reprint แถมยังไม่มีกรอบกระจกเพื่อให้คนได้สัมผัสรายละเอียดของประวัติศาสตร์และเรื่องราวที่จารึกอยู่ในสิ่งของเหล่านั้นแบบจริง ๆ ทุกอย่างที่กล่าวมาทำให้บรรยากาศภายในร้านเหมือนพาเราข้ามประเทศไปจริง ๆ แต่ก็เป็นที่น่าทึ่งที่สถานที่ดังกล่าวอยู่เพียงแค่ซอยวิภาวดี 60 นี้เอง 

ความสวยงามทั้งหมดที่เรากล่าวมานี้เกิดขึ้นมาผ่านวิสัยทัศน์และความหลงใหลของ ‘นภสูร ชยันตรดิลก หรือ ‘กัปตันแหลม’ ที่นำเอาประสบการณ์และความหลงใหลส่วนตัวไม่ว่าจะด้านอาหารหรือสถาปัตยกรรมมาแปรเปลี่ยนจนกลายเป็นร้านเลอ วิภา สถานที่ที่ใช้จัดกิจกรรมในครั้งนี้ 

(อ่านเรื่องราวของ ‘นภสูร ชยันตรดิลก: กัปตันผู้บินข้ามทวีป เพื่อหยิบวัตถุดิบชั้นเยี่ยมและไวน์ชั้นยอด มาไว้ในบ้านสไตล์อังกฤษทิวดอร์ย่านวิภาวดี’ ได้ที่ https://thepeople.co/read/culture/46784)

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

นอกจากบรรยากาศอันสุนทรีย์แล้ว หลังจากที่เปิดประตูเข้าไปสู่ร้าน สิ่งที่เราจะได้รับก็คือ ‘2014 Premiere Bulle No.1​’ สปาร์คกลิ้งไวน์สัญชาติฝรั่งเศสที่นับเป็นเจ้าแรก ๆ ที่เริ่มผลิตสปาร์คกลิ้งไวน์ที่เราได้ลิ้มรสกัน ซึ่งก็เป็นเครื่องดื่มลำดับแรกที่เสิร์ฟถึงมือเพื่อเป็นการต้อนรับผู้เข้าร่วมงานทุกท่านด้วยรสสัมผัสที่ซ่าปนเปรี้ยวเล็กน้อย เพื่อเป็นการให้ความสดชื่นและรีเฟรชให้ทุก ๆ คนเตรียมตัวให้พร้อมกับค่ำคืนแห่งความสนุกที่กำลังจะเดินทางมาถึง

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

ย่างเข้าเวลา 6 โมงเย็นเกือบจะหนึ่งทุ่ม เสียงดนตรีจาก Winebration Jazz Quartet ก็เริ่มบรรเลงขึ้น พร้อม ๆ กับไฟในร้านที่ค่อย ๆ สลัวลงให้เหมาะกับบรรยากาศการดื่มไวน์ในครั้งนี้ ‘The Days of Wine and Roses’ ในฉบับแจ๊สฟังสบาย คือเพลงแรกที่บรรเลงขึ้นมา และเมื่อผสานกับเสียงร้องอันไพเราะสละสลวยของจูเลียน ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความรู้สึกของผู้ร่วมงานก็จะพลิ้วไหวและเพลิดเพลินไปกับจังหวะกลองแจ๊ส

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

หลังจากเสียงเพลงที่บรรเลงมาครู่หนึ่งจบลง ก็ถึงเวลาการกล่าวเปิดงานและการทักทายผู้ร่วมกิจกรรมทุกคนที่จะเริ่มขึ้น โดยเริ่มจาก อนันต์ ลือประดิษฐ์ บรรณาธิการบริหาร สื่อออนไลน์ The People ที่กล่าวทักทายและแนะนำสมาชิกวงต่าง ๆ ให้ทุกคนได้รับทราบ หลังจากนั้นก็ยื่นไม้ต่อให้ กัปตันแหลม - นภสูร ชยันตรดิลก เพื่ออธิบายถึงที่มาของเลอ วิภา ต่อมาก็ปิดท้ายด้วย อาจารย์ไพรัช อินทะพุฒ ที่จะมาอธิบายและแนะนำคอร์สอาหารและไวน์ ว่าสองอย่างนี้เข้ากันได้อย่างไร

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

ในขณะเดียวกันกับที่มีการกล่าวเปิดงานนั้นก็มีการเสิร์ฟเมนูกินเล่นรองท้องอย่าง ‘Truffle Chips’ มันฝรั่งทอดโรยทรัฟเฟิลที่ให้กลิ่นหอมน่ารับประทานเป็นอย่างมาก ซึ่งเมื่อรับประทานคู่กับการจิบสปาร์คกลิ้งไวน์ของเราแล้ว ก็จะทำให้ความเกรียมของชิปส์ประกอบกันอย่างลงตัว

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

นอกจากนั้นยังมี ‘Smoked Duck ‘Kompot’ Breast Rocket Salad’ ซึ่งเป็นการยำรวมกันระหว่างผักร็อกเก็ต อกเป็ดอบ และเคล้าไปด้วยผลไม้หลายชนิด เช่น องุ่น สตรอว์เบอร์รี ส้ม และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ จนกลายเป็นจานสลัดเปิดงานที่เข้ากันอย่างลงตัว เพราะให้ความรู้สึกของที่เขียวสดชื่น และเมื่อคลุกเคล้ารวมกับกลิ่นของเป็ดอบที่ให้กลิ่นหอมเมื่อรับประทานพร้อม ๆ กับรสชาติที่กลมกล่อมของความเค็ม 

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

โดยมีการเสิร์ฟมาพร้อมกับไวน์ขาวสไตล์บอร์กโดซ์ ‘2018 Chateau Reynon - Blanc - Cadillac’ ที่ให้ความจี๊ดจ๊าดแต่ก็บางเบา แถมยังเคล้าไปด้วยความชุ่มฉ่ำของความเป็นกรด (Acidity) และความพิเศษของสองสิ่งนี้เมื่อมาสัมพันธ์กันคือ รสชาติและรสสัมผัสของทั้งสลัดเป็ดอบและไวน์ขาวที่มองหากันและกัน ดังนั้นเวลาได้ลิ้มรสเป็ด ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการจิบไวน์ต่อกันไปเป็นการประกอบ ‘Texture & Flavour’ ให้เข้ากันอย่างไร้ที่ติ

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

จานถัดมาอย่าง ‘Mixed Spanish Cheese and Iberico Ham’ ก็มีความพิเศษและน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะเปรียบดั่งศูนย์รวมความแตกต่างที่พอได้รับประทานร่วมกันแล้วกลับกลายเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยรสชาติที่สามัคคีอย่างปฏิเสธไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นรสชาติความหวานขององุ่นที่มาตัดกับความเค็มของชีสหลากชนิดท และตบท้ายด้วยไอเบอริโกแฮมหรือแฮมขาหมูดำ ที่ส่งตรงมาจากแถบคาบสมุทรไอบีเรียในประเทศสเปน เรียกได้ว่ามีความพรีเมียมสุด ๆ แล้วรสชาติโดยรวมของจานนี้ก็เปรียบเสมือนงานเต้นรำของความหวาน ความเค็ม ความเปรี้ยว ที่พลิ้วไหวให้เราได้ลิ้มรสสัมผัสความสวยงามในปากของเรานี่เอง 

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

นอกจากนั้นก็ยังมีการเสิร์ฟไวน์เบอร์กันดี ‘2016 Domaine Thibault Liger - Bourgogne ‘les Deux Terres’’ โดยอาจารย์ไพรัชได้บรรยายความพิเศษของไวน์ตัวนี้ได้อย่างน่าสนใจ อาจารย์ได้อธิบายว่าไวน์ตัวนี้ถูกตั้งชื่อว่า ‘les Deux Terres’ (เลเดอแต) ซึ่ง ‘Terres’ แปลว่าดิน หรือ Earth และ ‘Deux’ แปลว่าสอง ซึ่งก็เป็นการนำเสนอความพิเศษของขั้นตอนการผลิตซึ่งเป็นการเบลนด์องุ่นจากสองจังหวัดเข้าด้วยกัน จนเกิดมาเป็นไวน์ขวดนี้ ซึ่งก็ตรงกับชื่อว่า ‘ไวน์สองแผ่นดิน’ ซึ่งรสชาติของไวน์สุดพิเศษนี้ เมื่อเสิร์ฟคู่กับอาหารจานต่าง ๆ ก็จะสามารถเข้ากันไปได้อย่างดี เพราะเป็นไวน์ที่มีความเป็นกรดและจี๊ดจ๊าดก็จะเข้าไปได้ดีกับความคริสปี้ของอาหารจานต่าง ๆ

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

ลำดับต่อมาเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเมนูพิเศษที่หลายคนเฝ้าจับตามอง บ้างก็อยากลอง บ้างก็ติดใจจากประสบการณ์ที่เคยลิ้มลองมาก่อนแล้วกับ ‘Cuisses de Grenouille’ หรือขากบฝรั่งเศส ที่หอมมันนุ่มคล้ายกับปลาหิมะ แถมวัตถุดิบที่นำมาใช้ก็เรียกได้ว่าสั่งตรงมาจากฝรั่งเศสในภูมิภาคต้นตำรับจริง ๆ โดยความแตกต่างจากกบบ้านเราคือเนื้อจะมีความนุ่มมากกว่า แต่ขาก็จะเรียวและเล็กกว่า โดยขากบจานนี้จะถูกราดซอสที่ให้ความเค็มมันที่ช่วยเสริมรสชาติและสัมผัส จนเมื่อใกล้หมดจานต้องดิปเนื้อขาไปกับน้ำจิ้มนั้นให้หมดไป 

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

นอกจากนั้นพอเราได้ลิ้มรสความเค็มของเมนูขากบแล้ว ลิ้นเราก็จะถวิลหาความเปรี้ยวของไวน์แดง ดั่งมะม่วงที่เปรี้ยวก็เข้ากันได้ดีกับความเค็มของน้ำปลาหวาน ซึ่งเป็นการรวมตัวกันจนเกิดมาเป็นประสบการณ์ทางอาหารที่พิเศษมาก ๆ โดยอาจารย์ไพรัชได้จำกัดความความสัมพันธ์นี้ไว้ว่า ‘The Harmony of ความเค็มและความเปรี้ยว

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

หลังจากที่อุ่นเครื่องมาจนได้ที่แล้วก็ถึงเวลาที่ไฮไลต์สำคัญของงานจะถูกนำมาเสิร์ฟอย่างอาหารจานหลัก ซึ่งมีให้เลือกถึง 3 เมนู ไม่ว่าจะเป็น ‘Pork Country Rib Steak’, ‘Rack of Lamb Taylor Preston’ และ ‘Royal River Prawn Steak’ โดยผู้เขียนได้ลิ้มลองอย่างแรกและอย่างที่สอง แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ได้พลาดกุ้งแม่น้ำสุดพิเศษไป เหตุเพราะอาการแพ้กุ้ง อย่างไรก็ตาม เพียงได้เห็นขนาดของกุ้งและความดูน่าโอชะของมันก็ทำได้เพียงแค่หวนนึกถึงรสชาติของกุ้งที่เคยได้ลิ้มรสในวันที่ยังรับประทานได้

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ได้ลองรับประทานกุ้งแม่น้ำ แต่เพียงแค่ได้ลองสเต๊กหมูส่วนของริบอายและที่มีเนื้อสัมผัสหนานุ่มเต็มอิ่มกับขาแกะที่ถูกทำออกมาอย่างพิถีพิถัน ไร้กลิ่น แถมยังอร่อยด้วยรสชาติและเนื้อสัมผัสที่มีความ Juicy ก็ทำให้อาหารจานหลักที่ถูกเสิร์ฟมาเปรียบดั่งการเติมเต็มดินเนอร์สุดพิเศษของเย็นวันนี้ได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียว

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

นอกจากนั้นก็มีการเสิร์ฟไวน์ ‘2018 Domaine Gilbert et Christine Felettig Chambolle-Musigny Vieilles Vignes’ ควบคู่กับเมนูอาหารจานหลักที่เราเลือกไปด้วย โดยไวน์แดงสุดพิเศษขวดนี้ เมื่อเราได้ลิ้มรสและเคี้ยวเนื้อนุ่ม ๆ ของขาแกะ แล้วต่อด้วยการจิบไวน์ที่ถูกเสิร์ฟมาตามเข้าไป ก็ทำให้เราเข้าถึงรสชาติและความอร่อยของเนื้อยิ่งขึ้นไปอีก พอเดินทางมาถึงจุดนี้ก็อดไม่ได้ที่จะย้อนไปถึงคำพูดของอาจารย์ไพรัชว่านี่คือ ‘The Marriage of Wine and Food’ หรือการสมรสกันระหว่างอาหารและไวน์ เพราะมันช่างเข้ากันอย่างลงตัวแบบไร้ที่ติ

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

ระหว่างที่เรากำลังชื่นชมอาหารทุกจานและไวน์ทุกแก้วอย่างสุนทรีย์ วง Winebration Jazz Quartet ก็ดำเนินบรรเลงเพลงแจ๊สมากคุณภาพของเราจนทำให้ดินเนอร์วันนี้พิเศษสุด ๆ แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังมอบความเซอร์ไพรส์ให้แก่ผู้ชมในงานอีกด้วย เพราะ Julian Cary นักร้องนำที่ส่งตรงมาจากเดนเวอร์ (Denver) จากที่ร้องเพลงสากลมาตลอด ก็ได้ร้องเพลงไทย 2 เพลงที่เรานั้นคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับ ‘คืนนี้ฉันจะฝันถึงเธอ’ และ ‘ถ่านไฟเก่า’ จนเป็นประสบการณ์ที่น่าตราตรึงใจเป็นอย่างมาก

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

ท้ายที่สุดเมื่อผ่านของคาวมาอย่างเอร็ดอร่อยแล้ว ก็ถึงเวลาของของหวานที่จะทำให้ดินเนอร์มื้อนี้จบลงอย่างสวยงาม ‘French Macaron’ ขนมมาการองฝรั่งเศสแท้ ๆ ที่เสิร์ฟพร้อมผลไม้อย่างส้มและสตรอว์เบอร์รี ด้วยตัวขนมมาการองเองไม่เพียงแค่ให้ความหวานที่มาดับความคาวเท่านั้น แต่ก็มีความเปรี้ยวเล็กน้อยที่ให้ความสดชื่นอีกด้วย แล้วเมื่อรับประทานคู่กับผลไม้ก็ยิ่งทำให้ดินเนอร์ในวันนี้จบลงอย่างสมบูรณ์ไปพร้อม ๆ กับบทเพลงสุดท้ายที่ถูกบรรเลงอย่าง ‘The Summer Knows

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส

Winebration #2: Taste of Bangkok นับเป็นกิจกรรมอีกครั้งหนึ่งที่ไม่เพียงนำเสนอศิลปะทั้งสามมิติอย่างอาหาร ไวน์ และเพลงแจ๊ส แต่ก็ยังเป็นการนำคนที่มีความรักความชอบเหมือนกันให้มารวมตัวกัน และได้มีโอกาสพูดคุยและได้ชื่นชมศิลปะเหล่านี้ไปพร้อม ๆ กัน บรรยากาศย่ำเย็นกับไฟสลัวของวันที่ 9 กรกฎาคม ปี 2565 ก็จะกลายเป็นอีกความทรงจำและประสบการณ์ดี ๆ ที่ The People, เลอ วิภา และผู้มาร่วมงานทุกท่าน จะจารึกไว้เป็นความทรงจำดี ๆ อีกความทรงจำหนึ่งของผู้รักอาหาร ไวน์ และเพลงแจ๊ส

Winebration 2: กิจกรรมที่พาไปลิ้มรสการผสมผสานของไวน์ อาหาร และดนตรีแจ๊ส