เจาะลึก ‘พี่ GON’ แห่งบาร์บีคิวพลาซ่า และอนาคตการเป็น Influencer ที่วันนึงจะมาให้สัมภาษณ์เอง

เจาะลึก ‘พี่ GON’ แห่งบาร์บีคิวพลาซ่า และอนาคตการเป็น Influencer ที่วันนึงจะมาให้สัมภาษณ์เอง

พาไปเจาะลึกชีวิตของ ‘พี่ GON’ แห่งบาร์บีคิวพลาซ่า ตั้งแต่จุดกำเนิด เงินเดือน นิสัยใจคอ หน้าที่การงาน ไปจนถึงข่าว(ลือ)จะไปโมหน้าที่เกาหลี และเส้นทางอนาคตที่กำลังจะเป็น Influencer(ดัง)ที่วันหนึ่งจะออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยตัวเอง

  • ร้านบาร์บีคิวพลาซ่า เป็นร้านประเภทปิ้งย่างที่มี ‘ชูพงศ์ ชูพจน์เจริญ’ เป็นผู้ก่อตั้ง 
  • สัญลักษณ์ที่คนคุ้นเคยของร้านนี้นอกจาก ‘กระทะ’ ก็คือ ‘บาร์บีกอน’ หรือ พี่ GON
  • พี่ GON มีหลายเรื่องราวที่น่าสนใจ ตั้งแต่จุดกำเนิด วิวัฒนาการ และเส้นทางการพัฒนาในอนาคต

เวลาเราเดินไปตามศูนย์การค้าในโซนร้านอาหาร เรามักจะสะดุดตากับเจ้ามังกรสีเขียวตัวอ้วนยืนยิ้มให้อยู่หน้าร้านบาร์บีคิวพลาซ่า โดยเจ้ามังกรเขียวตัวนี้มีชื่อว่า ‘บาร์บีกอน’ หรือบางคนเรียก ‘GON’ บางคนเรียก ‘พี่ GON’ (ผู้เขียนเรียกพี่ GON เพราะรู้สึกน่ารักดี) ซึ่งตอนนี้เปรียบเสมือนคนดังคนหนึ่ง เพราะมักจะมีผู้คนแวะเวียนไปถ่ายภาพด้วยเสมอ

แล้วมีใครรู้บ้างว่า จุดเริ่มต้นของพี่ GON มาจากไหน? ใครเป็นพ่อพี่ GON พี่ GON มีเพศและมีนิสัยอย่างไร ทำงานได้เงินเดือนหรือเปล่า รวมถึงข่าว(ลือ) การจะไปโมหน้าใหม่ที่เกาหลี ไปจนถึงเส้นทางในอนาคต    

เพื่อให้ได้คำตอบ ช่วงบ่ายวันหนึ่ง The People จึงนัดพูดคุยกับ ‘รัฐ ตระกูลไทย’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด (CMO) บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ที่ทำหน้าที่ ‘ผู้ปกครองของพี่ GON’ 

ชูพงศ์ ชูพจน์เจริญ พ่อผู้ให้กำเนิดพี่ GON

รัฐเล่าว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2530 ‘ชูพงศ์ ชูพจน์เจริญ’ หรือคนในฟู้ดแพชชั่นส่วนใหญ่เรียกว่า ‘ป๊า’ ได้ให้กำเนิด ‘บาร์บีคิวพลาซ่า’ ร้านอาหารประเภทปิ้งย่างที่มีเอกลักษณ์ในเรื่องกระทะ กระทั่ง พ.ศ. 2539 ทางชูพงศ์ต้องการหาตัวแทนที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ให้คนจดจำ พร้อมกับสร้างความแตกต่างจากร้านอื่น โดยเขาได้ไปเห็น Global brand ที่มีหลายสาขามีมาสคอต จึงเกิดไอเดียนำมาใช้กับร้านอาหารในไทยเป็นแบรนด์แรกๆ 

และด้วยการที่ชูพงศ์เป็นคนเชื้อสายจีนมีความเชื่อว่า ‘มังกร’ เป็นสัญลักษณ์ที่ดี และเป็นฮวงจุ้ยที่เป็นมงคล จึงเลือกมังกรมาเป็นตัวแทนของแบรนด์ ส่วนชื่อบาร์บีกอน ก็มาจากคำว่า Bar B Q Plaza + Dragon เป็นมังกรสีเขียวที่ตั้งใจให้มีพุงตึง ๆ เพื่อสื่อถึงความอิ่มสมบูรณ์ที่อยากให้ลูกค้าได้มาลิ้มลองกัน สวม ‘มงกุฎ’ สื่อถึงเจ้าแห่งการปิ้งย่าง ‘ผ้าพันคอ’ สื่อถึงการพร้อมเสิร์ฟ พร้อมรับประทาน

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของพี่ GON 

เจาะลึก ‘พี่ GON’ แห่งบาร์บีคิวพลาซ่า และอนาคตการเป็น Influencer ที่วันนึงจะมาให้สัมภาษณ์เอง

“ป๊ามองว่ามาสคอตจะสร้างการจดจำและความแตกต่างให้ร้าน เดินผ่านจำได้เลย อีกอย่าง ป๊ารู้สึกว่าการมีมาสคอตจะคอนเนกกับคนได้ ยุคนั้นมีทำของพรีเมียมด้วย ต้องยอมรับนะเป็นไอเดียที่ทันสมัยมากเมื่อยุคเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา”

มาถึงปี พ.ศ. 2554 ในยุคที่ ‘เป้ - ชาตยา สุพรรณพงศ์’ ลูกสาวของชูพงศ์ได้เข้ามาสานต่อธุรกิจ เธอเห็นว่าถึงเวลารีแบรนด์ทั้งบาร์คิวพลาซ่า และพี่ GON ให้ดูสดใสทันสมัย เพื่อเหมาะกับยุคและสอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างในส่วนของร้านมีการปรับโฉมและดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ขณะที่พี่ GON ได้ส่งไปโมดิฟาย ณ ประเทศญี่ปุ่น ปรับให้คาแรคเตอร์หน้าดูเด็กลง มีความน่ารักและเฟรนด์ลี่มากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายกว่าเดิม และสื่อสารการรีแบรนด์ผ่านโฆษณาชุด ‘เสี่ยเส็ง’

ขณะเดียวกัน ยังปรับมุมมองที่มีต่อพี่ GON โดยไม่ได้มองเป็นแค่ ‘สัญลักษณ์’ ของร้านอีกต่อไป แต่เป็นผู้ที่รับตำแหน่ง CEO หรือ Chief Enjoyment Officer ทำหน้าที่สร้างความสุขให้กับลูกค้า ควบคู่ไปกับการสร้างแรงบันดาลใจด้าน Positiveให้ผู้คน 

การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้น ได้สร้างความฮือฮา และมีฟีดแบ็กดีมาก ๆ จนบาร์บีคิวพลาซ่า และพี่ GON กลับมาฟีเวอร์ เป็นที่นิยมของตลาดอีกครั้งจนถึงทุกวันนี้

“ถ้าจำได้ยุคนั้นการแข่งขันสูงจริง ๆ หมูกระทะกำลังบูม เรามีคู่แข่งมากมาย แต่พอเรารีแบรนด์ เราก็กลับมาเลย มันน่าสนใจว่า มาสคอตช่วยได้เยอะ บวกกับการปรับเปลี่ยนของร้าน เป็นเคสที่ระดับผู้บริหารของเราคุยกันบ่อย”

พี่ GON ยุคใหม่ไม่ใช่มาสคอตแต่เป็น Human 

เจาะลึก ‘พี่ GON’ แห่งบาร์บีคิวพลาซ่า และอนาคตการเป็น Influencer ที่วันนึงจะมาให้สัมภาษณ์เอง

ที่ผ่านมารัฐบอกว่า พี่ GON ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้ดีมาก และทำให้กลุ่มลูกค้าของบาร์บีคิวพลาซ่าขยายสู่กลุ่มใหม่ที่เด็กลงมาถึงกลุ่มเจน Z ขณะเดียวกันแฟนกลุ่มเดิมยังคงอยู่เหนียวแน่น แต่รัฐก็ยังต้องการพัฒนาพี่ GON ต่อไป โดยเมื่อปลายปี พ.ศ. 2565 โอกาสครบรอบ 35 ปีของบาร์บีคิวพลาซ่า ได้มีการวางไดเรกชันของทั้งแบรนด์และคาแรคเตอร์ของพี่ GON ใหม่สู่ Era 3  ภายใต้กลยุทธ์ 3E (Empathize - Engagement - Experience) 

“เราค้นพบ Insight อย่างหนึ่งของเด็กยุคนี้ คือ เขาไม่ได้มีความสุขและไม่ได้มอง Positive ทุกอย่าง บางทีเราคุยกับเขา เขาบอกเลยนะ เฮ้ย เรื่องไม่ดีจะมามองให้มันดีได้ไง และความสำเร็จก็ไม่ได้การันตีความสุขอีกต่อไป บางทีเขาทุ่มเทกับความสำเร็จ แต่ความสุขเขาหายไป GON เองก็เหมือนกัน เราว่าวันนี้เขาจะสุขอย่างเดียวไม่ได้แล้ว เขามีโลกที่เปลี่ยนไปเหมือนกัน เขาเองก็ต้องปรับตัวเหมือนกัน”

โดย ณ วันนี้พี่ GON จะเป็น Human หรือ ‘คน’ มากขึ้น และมีการสื่อสารให้ลูกค้ารับรู้เรื่องนี้ในหลายมิติ เพื่อแสดงให้เห็นว่า พี่ GON มี ‘ความคิด’ เหมือนคนคนหนึ่ง ยกตัวอย่างแคมเปญ ‘อยู่ด้วยกันก๊อนนน’ ดึงคนให้มาอยู่ด้วยกันในปัจจุบันผ่านหลายรูปแบบ ทั้งจัดอีเวนต์ที่สามย่านมิตรทาวน์ หรือสอบถามพนักงานของตัวเองว่า อะไรทำให้เขามีความสุข และอะไรจะทำให้เขามีความสุขกับปัจจุบันได้ ฯลฯ เพื่อทำความเข้าใจคนในองค์กร เป็นต้น

“พี่ GON เปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่ได้อยู่ดี ๆ จะมาบอกว่า คุณแค่เปลี่ยนความคิด คุณจะสุขได้ ทำแบบนี้เด็กไม่เชื่อหรอก เขาต้อง Empathized เข้าไปอยู่กับเด็กด้วย และถัดมา Engagement พี่ GON จะพยายามเข้าถึงคนมากขึ้น เช่น GON Bot เราจะเห็นหลายร้านใช้ Robot แต่เราไม่ใช่แค่เอาสติกเกอร์มา wrap อย่างเดียว เราเปลี่ยนเสียงพูดของเขาให้เป็นเสียง GON เพื่อคอนเนกกับลูกค้า เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ

“ตอนนี้เขามีหน้าตาเป็นเวอร์ชัน 2 แต่ขยับเรื่องความคิด และถึงจะเป็นคน แต่เขาไม่ได้รู้ทุกอย่าง ยังต้อง explore สังคมใหม่ ๆ เหมือนกัน จะเห็นว่าแค่ครึ่งปีนี้ พี่ GON วิ่งแม่งทุก ๆ สังคม ทำไป 7 - 8 อย่างแล้ว ขยับพื้นที่แบรนด์ไปไลฟ์สไตล์มากขึ้นจากความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ เห็นชัดคือการคอลแลปส์กับคานิวัล แบรนด์ Street Fashion และมีอีกหลายเรื่องสนุก ๆ ที่กำลังจะทำ”

สำหรับการคาดหวังที่รัฐมีต่อพี่ GON ใน Era 3 เขาอยากให้พี่ GON เป็นคนที่เรียนรู้และปรับตัวได้เร็ว เพราะโลกทุกวันนี้หมุนไวมาก และอยากให้เจ้ามังกรเขียวที่เขาดูแลเป็นเพื่อนกับทุกคน เป็นที่พึ่งได้ในทุก ๆ เวลา 

ส่วนมี Benchmark ในการพัฒนาหรือไม่ รัฐบอกว่า ก่อนหน้านี้เราอาจจะมีการพูดถึงหลาย ๆ ไอดอลที่อยากจะเป็น ไม่ว่าจะคาแรคเตอร์จากดิสนีย์แลนด์ หรือคุมะมงเอง แต่วันนี้พี่ GON คือพี่ GON ทำให้ดีที่สุดก็เพียงพอแล้ว 

“ถ้าเราบอกว่า เราฝันอยากให้เขาเป็นอะไรเหมือนเป็นการบังคับเขา เอาง่าย ๆ เหมือนมีลูก สมัยก่อนเขาต้องเป็นหมอ แต่วันนี้ไม่ใช่ แค่เขาเล่นอันนี้ เฮ้ย ทำให้ดีที่สุดนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้มันจะดีขึ้น หรือถ้าวันนี้เขาเบื่อ ก็เบื่อเร็ว ๆ นะ เพื่อจะได้เปลี่ยนไปทำอย่างอื่น พี่ GON จะเป็นแบบนั้น” 

ไหน ๆ เราก็ได้มาคุยกับผู้ปกครองของพี่ GON ที่ถือเป็นคนดังคนหนึ่ง เราก็เลยอยากทำความรู้จักกับพี่ GON ในมุมส่วนตัวบ้าง 

เจาะลึก ‘พี่ GON’ แห่งบาร์บีคิวพลาซ่า และอนาคตการเป็น Influencer ที่วันนึงจะมาให้สัมภาษณ์เอง The People : นิสัยพี่ GON เป็นอย่างไร? 

รัฐ : ซนและอยากรู้อยากเห็นมาก ๆ ทำไมถึงชอบอยากรู้อยากเห็น เหตุเพราะโลกหมุนเร็วจริง ๆ และพี่ GON เองลูกค้าของเขาเป็นกลุ่มแมส ดังนั้นเขาต้องทำความเข้าใจกับทุกคน เป็นภาระหนักมากนะ เป็นหน้าที่และเป็นพฤติกรรมของเขามาตลอด ยืนทำหน้าจ๋อยอยู่ข้างหลังเนี่ย (ตุ๊กตาพี่ GON ตัวใหญ่ที่ตั้งไว้หลังห้องทำงานของรัฐ) 

เอาง่าย ๆ ตอน Food Truck ฮิต พี่ GON วิ่งไปก่อนใครเลย ทำ GON (Food) Truck เวลาคุยกับพาร์ตเนอร์เราจะบอกเสมอว่า ขอเป็น First mover ไม่ใช่แค่อยากไปจองพื้นที่ แต่เมื่อเข้าไปก่อนเราจะได้เรียนรู้ก่อน เมื่อเรียนรู้ก่อน ก็มีโอกาสที่จะทำอะไรบางอย่างก่อนคนอื่น  

The People : เขามีเพศไหมและตอนนี้อายุเท่าไร

รัฐ : พี่ GON ไม่มีเพศและไม่มีอายุ โดยการไม่กำหนดอายุ เนื่องจากเราไม่อยากให้ผูกมัดกับกลุ่มเป้าหมาย เพราะสุดท้ายมันจะเปลี่ยน แล้วบังเอิญเปลี่ยนเร็วมากด้วย ส่วนเพศเคยคุยกับคุณเป้ - ชาตยา เหมือนกัน เขาไม่อยากนิยามเพศ เห็นได้จากการตอบคำถามในเพจจะใช้คำว่า ครับ หรือ ฮาฟ บางครั้งพูดจ้ะ ซึ่งเป็นคำที่ใช้ได้ทั่วไปไม่ว่าเพศสภาพอย่างไร

แต่ต้องเลือกใช้คำให้เหมาะสมและถูกต้องกับเหตุการณ์ จะมาจ๊ะจ๋าในตอนต้องการความเป็นทางการ ไม่ได้ สมมติถ้าเราเกิดเหตุแบบ crisis พี่ GON จะมาขอโทษนะจ๊ะ หรือเขาทะเลาะกันอยู่ มาจ๊ะจ๋า โดนอีก พี่ GON ต้องเลือกคำตามบริบทของการสื่อสาร ของประเด็นนั้น ๆ 

The People : ในฐานะผู้ปกครอง คนคนนี้ (พี่ GON) เลี้ยงยากไหม เถียงเก่งหรือเปล่า

รัฐ : เลี้ยงไม่ยาก แต่ซนมาก(ลากเสียงยาว) เปลี่ยนเร็ว แต่ด้วยความ Positive ของเขา เวลาทดลองทำอะไรแล้วไม่ใช่ เขาก็เปลี่ยนแล้วเรียนรู้ใหม่ ชอบชวน เฮ้ย อันนี้ดีน่าสนใจ ไปลองกันไหม เช่น เจอออนไลน์ อยู่ดี ๆ เขาก็วิ่งมาชวน เฮ้ย ดูดิน่าเข้าไปเล่นในนี้นะ หรือเห็นคนใส่เสื้อ Street Fashion ก็มาชวนให้ไปใส่ 

คุมะมงอาจจะบอกว่ามีผู้จัดการส่วนตัว แต่พี่ GON มีคนคอยดูแลกว่า 4,000 คนซึ่งก็คือพนักงานในองค์กรของเรา ทำไมเยอะขนาดนี้ ก็เพราะซนมาก และเราคาดหวังจากเขาสูง เราในที่นี้หมายถึง ลูกค้า พนักงานด้วยกันเอง และโลก ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้จะเป็นคนคอยประเมินผลของพี่ GON ด้วย  

ส่วนถามว่า พี่ GON เถียงเก่งไหม พวกนี้ (ทีมงาน) ยังเถียงเลย แล้วคิดดูเขาคือ 4,000 คน เออ…พี่ต้องเหนื่อยแค่ไหนในการโน้มน้าวเพื่อให้เขาทำอะไรสักอย่างหนึ่ง คิดดู

The People : พี่ GON ได้เงินเดือนไหม

รัฐ : เงินเดือนของพี่ GON คือความสุข เขาทำหน้าที่ให้ความสุข และสิ่งนี้ก็เป็นเงินเดือนของเขาเหมือนกัน ดังนั้นถ้ามาที่ร้านก็ให้ความสุขกับเขาหน่อย ยิ้มให้เขา ซึ่งปีนี้เขาทำงานได้ดีมากนะ อย่างน้อยสุดคือขยันมาก อย่างที่บอกผ่านไปครึ่งปีทำอะไรไปมากมาย

ใช้งานเยอะขนาดนี้ต้องพาไปเลี้ยงแล้ว ปีนี้ก็ต้องได้โบนัส ซึ่งโบนัสของเขาคือความสุข เดี๋ยวจะลุกขึ้นแล้วตบมือให้พี่ GON เงินเดือนและโบนัสของเขาคือความสุข พี่ GON มีความสุขได้ง่าย ๆ เป็นคนสุขง่าย

เจาะลึก ‘พี่ GON’ แห่งบาร์บีคิวพลาซ่า และอนาคตการเป็น Influencer ที่วันนึงจะมาให้สัมภาษณ์เอง  

The People : ทำงานมากว่า 30 ปีพี่ GON จะเกษียณหรือยัง

รัฐ : ไม่มีแผนเกษียณ เขาแค่มีแผนจะไปเกาหลีทำหน้าอีกรอบมากกว่า (หัวเราะ) คือเขาต้องเด็กลงเรื่อย ๆ เพื่อให้เข้าใจคนเจนใหม่มากขึ้น หน้าตาและคาแรคเตอร์เป็นเรื่องหนึ่ง อีกเรื่องคือ ความคิดที่ต้องโตขึ้นเรื่อยๆ  สิ่งนี้ท้าทายมากกว่า 

เวลาเหนื่อย หรือเครียด โซเชียลฯ จะเป็นที่หนึ่งที่ทำให้เขามีแรง มีกำลังใจของคนจากในนั้นเยอะแยะ โซเชียลฯ ในที่นี้คือโซเชียลฯ ในบ้านบาร์บีคิว พลาซ่านะ ลองเข้าไปดูจะมีหลายคอมเมนต์ชื่นชมให้กำลังใจเขา เจออะไรแบบนี้เขาก็แฮปปี้ หายเหนื่อยหายเครียดแล้ว ไม่จำเป็นต้องหยุดพักหรือลาพัก เพราะเขาถือว่า เวลาทำงานคือวันพักผ่อนอยู่แล้ว

 The People : วางแผนชีวิตข้างหน้าของพี่ GON ไว้อย่างไร

รัฐ : ตอนนี้เรายังไม่ได้ระบุตำแหน่งให้กับเขา เพราะว่าอยากให้ปีนี้เป็นปีแห่งการ Explore ของพี่ GON เขายังพอใจกับการทำงานที่นี่ แต่จะเห็นการออกไปทำงานนอกร้านมากขึ้น หรือหากมีที่ต่าง ๆ มาแนะนำบอกได้นะ เขาจะทำหน้าตื่นเต้น แล้ววิ่งไปหาทันที เขาจะไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของคนมากกว่าเดิม อยากให้คอยติดตาม

เพิ่มเติมตอนนี้พี่ GON มีคนมาชวนไปออกงานไปอีเวนต์เหมือนเป็น Influencer ท่านหนึ่ง หรือเวลาผมขึ้นเวทีไปกับเขาอย่างตอนรับรางวัล เหนื่อยมากเลย คือ เราจะถือรางวัล ขณะที่พี่ GON จะซนอยู่บนเวที เป็นคาแรคเตอร์ของเขาที่อยู่ในทุก ๆ ที่ 

(The People : ถ้าปั้นเขาเป็น Influencer ได้จะดีมากเลย)

น่าสนใจ เป็นเรื่องที่น่าสนใจ คือวันหนึ่งคนที่จะมาให้สัมภาษณ์อาจจะเปลี่ยนเป็นพี่ GON ก็ได้นะ และเขาจะพูดแนวคิดของเขาออกมาจากปากของตัวเอง วันนี้เราทำหน้าที่เป็นล่ามให้เขาเท่านั้นเอง แต่วันหนึ่งจะต้องออกจากปากเขา

“เรื่องนี้น่าสนใจ เพราะเขาเป็นคนที่มีพลัง เขาคือ People แล้วไง เขาคือ The People แล้ว” รัฐทิ้งท้ายการสนทนากับเรื่องนี้พร้อมเสียงหัวเราะ

.

ภาพ : จุลดิศ อ่อนละมุน