Post on 20/02/2019

โจนัส ซอล์ก ผู้ผลิตวัคซีนโปลิโอรายแรก แต่ถูกวิจารณ์เป็นแค่งานในห้องครัว

โรคโปลิโอในปัจจุบันเป็นโรคที่พบเจอได้น้อยมาก โดยตัวเลขจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า ในปี 2018 มีรายงานผู้ติดเชื้อเพียง 29 รายเท่านั้น แต่ในอดีตโปลิโอเป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่คนกลัวกันมาก เพราะเป็นโรคที่รักษาไม่ได้ (ถึงปัจจุบันก็รักษาไม่ได้แต่ป้องกันได้) ใครที่ติดเชื้อมีโอกาสที่จะพิการ แขนขาลีบ หรือเป็นอัมพาตไปเลยก็ได้

ตัวอย่างเช่น แฟลงคลิน ดี. รูสเวลต์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ครองตำแหน่งในช่วงก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เป็นคนหนึ่งที่ป่วยด้วยโรคโปลิโอจนเป็นอัมพาตไปครึ่งตัว ทำให้โรคนี้เป็นที่หวาดกลัวไปทั่วไม่ว่าจะเป็นประเทศกำลังพัฒนา หรือประเทศที่พัฒนาแล้ว

จนกระทั่ง โจนัส ซอล์ก (Jonas Salk) นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสชาวอเมริกันสามารถพัฒนาวัคซีนขึ้นมาป้องกันโรคโปลิโอได้สำเร็จจนทำให้โรคนี้แทบจะหมดไปจากโลก

ซอล์กเกิดเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 1914 ในครอบครัวแรงงานชาวยิวอาศัยอยู่ในย่านบรองซ์ของนิวยอร์ก เขาเป็นเด็กเรียนดี สามารถเข้าโรงเรียนแพทย์ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์กได้ในปี 1934  เรียนจบในปี 1939 โดยระหว่างเรียนเขาได้ทุนวิจัยด้านเคมีได้ไปทำวิจัยในห้องปฏิบัติการด้านไวรัสทำให้เขาหันมาสนใจเรื่องไวรัส

หลังเรียนจบเขาได้ทุนวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนให้ศึกษาไวรัสไข้หวัดใหญ่กับ โทมัส ฟรานซิส ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสซึ่งมีชื่อเสียงระดับนานาชาติ เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง ทางมหาวิทยาลัยพิตส์เบิร์กได้ขยายโครงการวิจัยด้านไวรัส ซอล์กจึงย้ายไปอยู่ด้วย ไม่นานก็ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการงานวิจัยไวรัสและที่นี่เองที่เขาหันมาให้ความสนใจกับโรคโปลิโอแทนไข้หวัดใหญ่

โรคโปลิโอ (poliomyelitis) เป็นโรคติดต่อเฉียบพลันจากเชื้อไวรัส มักเป็นมากในเด็ก ติดต่อจากคนสู่คนผ่านระบบทางเดินอาหาร (ทวาร-ปาก) ซึ่งเชื้อจะไปเติบโตในลำไส้ก่อนกระจายสู่ระบบประสาทอันเป็นต้นเหตุให้เกิดอาการอัมพาต อาการเบื้องต้นของผู้เป็นโรคโปลิโอเริ่มจากการมีไข้ อ่อนล้า ปวดหัว อาเจียน รู้สึกเกร็งที่คอ และปวดตามแขนตามขา และบางกรณีก็อาจเป็นหนักถึงอัมพาต ซึ่งเมื่อเป็นแล้วส่วนใหญ่ก็จะรักษาไม่ได้

หลังซอล์กลงพื้นที่สำรวจการแพร่กระจายของโปลิโอทั่วสหรัฐฯ ในช่วงต้นทศวรรษ 1950s ที่เกิดการระบาดใหญ่ เขาก็หันมาทุ่มเทความสนใจในการคิดค้นวัคซีนที่จะกำราบเชื้อไวรัสชนิดนี้ โดยได้ทุนสนับสนุนสำคัญจาก March of Dimes (เดิมชื่อ National Foundation for Infantile Paralysis) องค์กรณ์การกุศลที่ แฟลงคลิน ดี. รูสเวลต์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโปลิโอ เป็นผู้ตั้งขึ้น (History)

วิธีการพัฒนาวัคซีนของซอล์กต่างจากนักวิจัยคู่แข่งเมื่อเขาเลือกที่จะใช้เชื้อตาย (killed virus) โดยเพาะเชื้อด้วยเซลล์จากไตของลิงแล้วทำให้เชื้อตายหรือหมดสภาพด้วยฟอร์มัลดีไฮด์ (หรือที่มักรู้จักกันในบ้านเราในชื่อ ยาดองศพ) ขณะที่คู่แข่งอย่าง อัลเบิร์ต ซาบิน (Albert Sabin) นักวิจัยชาวอเมริกันที่อพยพจากโปแลนด์เลือกที่จะพัฒนาวัคซีนจากเชื้อเป็น (live virus) ที่ทำให้ฤทธิ์อ่อนลงซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับการยอมรับในวงการมากกว่าแต่ต้องใช้ระยะเวลาที่นานกว่า

แนวทางของซอล์กถูกวิจารณ์อย่างมากจากประชาคมนักวิจัยที่เห็นว่าการเร่งทำการทดลองเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นประโยชน์ก็เพียงระยะสั้น และอาจเป็นอันตรายต่อผู้รับวัคซีน ทำให้ซอล์กต้องลอบทำการทดลองอย่างลับๆ เมื่อได้ผลขั้นต้นเป็นที่น่าพอใจ เขาและทีมงานจึงทำการทดลองครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 1954 ซึ่งสุดท้ายมีเด็กๆ เข้าร่วมการทดลองทั้งสิ้นกว่า 1.5 ล้านคน

การทดลองในครั้งนั้นได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก เมื่อวัคซีนของเขาสามารถป้องกันโปลิโอที่ทำให้เกิดอาการอัมพาตได้ผลราว 80 ถึง 90 เปอร์เซนต์ จึงมีการเร่งผลิตวัคซีนของซอล์กเพื่อแจกจ่ายไปทั่วสหรัฐฯ (Time)

ความสำเร็จของซอล์กทำให้เขาได้รับคำชื่นชมและยกย่องเป็นอย่างสูง เพราะด้วยความหวาดกลัว ยิ่งมีข่าวการระบาดของโรคในชั่วเวลานั้นในหลายพื้นที่ทั่วโลกยิ่งทำให้คนตื่นตระหนก เมื่อซอล์กค้นพบวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสามารถใช้งานได้จริงสำเร็จเป็นรายแรกจึงทำให้เขาถูกมองว่าเป็นฮีโรขี่ม้าขาวโดยมองข้ามความผิดพลาดที่มีคนได้ทักท้วงไว้ก่อนแล้ว

ทั้งนี้ ซาบินนักวิจัยคู่แข่งของซอล์กมองว่า วัคซีนของซอล์กไม่ดีพอด้วยเหตุผลสำคัญสามประการคือ ปัญหาเรื่องความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และผลลัพธ์ในเชิงปฏิบัติ อันดับแรก ซาบินบอกว่า เชื้อไวรัสโปลิโอสายพันธุ์หนึ่งที่ชื่อ Mahoney เป็นสายพันธุ์ที่อันตรายและฆ่าได้ยาก อันดับต่อมา เชื้อที่ตายแล้วทำให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานแค่ชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้สร้างขึ้นมาตลอดชีวิต  และสุดท้ายแม้วัคซีนของซอล์กจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้ แต่ก็ต้องฉีดถึงสามโดส และฉีดกระตุ้นซ้ำอีกครั้งในภายหลัง ขณะที่การใช้วัคซีนแบบเชื้อเป็นของเขาใช้ปริมาณที่น้อยสามารถให้ได้ทางปากและยังสร้างภูมิคุ้มกันได้ตลอดชีวิต (MIT Technology Review)

และในวันที่ 24 เมษายน 1955 เพียงไม่กี่วันหลังจากการนำวัคซีนของซอล์กไปใช้งานจริง (12 เมษายน) ปรากฏว่า วัคซีนชุดหนึ่งซึ่งผลิตโดย Cutter Laboratories ในแคลิฟอร์เนียได้ทำให้เด็กที่รับวัคซีนเสียชีวิตถึง 11 ราย เนื่องจากในวัคซีนชุดดังกล่าวซึ่งควรจะเป็นวัคซีนเชื้อตายนั้น กลับมีเชื้อเป็นที่มีฤทธิ์เดชเต็มตัวปนเปื้อนอยู่ด้วย แต่วัคซีนของซอล์กก็ยังถูกแจกจ่ายให้กับเด็กๆ ต่อไป

“มันเป็นแค่การทดลองทางเคมีในห้องครัวเท่านั้น ซอล์กไม่ได้ค้นพบอะไรเลย” ซาบินกล่าวถึงงานวิจัยของคู่แข่ง (The New York Times)

อย่างไรก็ดี วัคซีนของซอล์กแม้จะมีข้อบกพร่องแต่มันก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยชะลอการระบาดของเชื้อโปลิโอลงได้อย่างมากแต่ก็ยังไม่แพร่หลายมากพอเพราะความที่มันยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงทำให้คนยากคนจนเข้าถึงได้ยาก จนกระทั่งวัคซีนจากเชื้อเป็นของซาบินออกสู่ตลาดในปี 1962 ด้วยความที่มีราคาที่ถูกกว่า มีประสิทธิภาพสูงกว่า และสามารถแจกจ่ายได้ง่ายกว่า (ให้ทางปาก) เมื่อนั้นการควบคุมโรคโปลิโอจึงได้ประสิทธิผลอย่างแท้จริง


ผู้เขียนเนื้อหาด้านประวัติศาสตร์ และต่างประเทศ

Related

รู้จัก ชิเงรุ มิซึกิ เจ้าของผลงาน อสูรคิทาโร อดีตทหารเกณฑ์ที่เสียแขนซ้ายในสงครามโลกครั้งที่ 2

โจว ต้ากวน ทูตจีนผู้อ้างว่า ช่างไม้ชาวจีนเป็นคนสร้างนครวัด

บารอนเฮลแชม ผู้เผยแพร่วาทกรรม “เผด็จการรัฐสภา”

ยุสตุส ฟอน ลีบิจ นักเคมีผู้ให้กำเนิดนมผงเลี้ยงเด็กทารก

นาดิยา เซฟเชนโก จำเลยผู้ชูนิ้วกลางใส่หน้าศาลรัสเซีย

เอเตียน เดอ ลา โบเอตี เผด็จการมีอำนาจเพราะคนยอมเป็นทาสโดยสมัครใจ

ปีเตอร์ เฟกเตอร์ การตายที่น่าสลดใจข้างกำแพงเบอร์ลิน

บิลล์ บาวเวอร์แมน ได้ไอเดียทำรองเท้าไนกี้จากเครื่องทำขนมของเมีย จนพัฒนาเป็นรองเท้ามาราธอนที่เร็วที่สุดในโลก