กิจวัตรเบื้องหลังความสำเร็จที่ ‘มหาเศรษฐีโลก’ ชอบทำ

กิจวัตรเบื้องหลังความสำเร็จที่ ‘มหาเศรษฐีโลก’ ชอบทำ

ส่องกิจวัตรประจำวันที่บรรดามหาเศรษฐี และ CEO ระดับโลกทำเหมือน ๆ กัน

  • กิจวัตรประจำวัน สะท้อนให้เห็นการให้ความสำคัญในการใช้ชีวิตของผู้คน 
  • นี่คือกิจวัตรที่มหาเศรษฐี และ CEO ชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็น ‘ทิม คุก’, ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’,‘อีลอน มัสก์’, ‘เจฟฟ์ เบซอส’ และ ‘มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก’ ทำเหมือนกันในแต่ละวัน 
  • พฤติกรรมเหล่านั้น อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของพวกเขา

รู้หรือไม่? เหล่าบรรดามหาเศรษฐี และ CEO ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น ‘ทิม คุก’, ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’,‘อีลอน มัสก์’, ‘เจฟฟ์ เบซอส’ และ ‘มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก’ มีกิจวัตรประจำวันที่ทำเหมือน ๆ กัน ซึ่งพฤติกรรมเหล่านั้น อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้พวกเขาก้าวมาได้จนถึงวันนี้ 

และนี่คือกิจวัตรที่มหาเศรษฐี และ CEO ชั้นนำของโลกทั้ง 5 คนทำเหมือนกันในแต่ละวัน 

นอนหลับอย่างเต็มที่และตื่นเช้า

อย่างที่ทราบกันดี ‘การนอนหลับ’ มีความจำเป็นต่อการชีวิตของคนเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการนอนที่มีคุณภาพ จึงไม่แปลกที่เหล่ามหาเศรษฐีและ CEO ระดับโลกจะให้ความสำคัญกับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ และตื่นเช้า เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการรับมือกับทุกภารกิจ และมีเวลาในการจัดสรรเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตได้เพิ่มขึ้น 

เช่น ทิม คุก ซีอีโอ Apple จะเข้านอนตอน 22.00 น. และจะตื่นช่วงประมาณตี 4 หรือตี 5 โดยเขาให้เหตุผลว่า การนอนเข้าตอนตรงเวลา เป็นการไม่ให้งานไปเบียดเบียนเวลาพักผ่อน และการตื่นเช้า ทำให้เขามีอิสระในการใช้เวลาได้มากขึ้น 

ส่วนคุณปู่นักลงทุน วอร์เรน บัฟเฟตต์ ให้สัมภาษณ์ในรายการทีวี PBS News Hour ว่า เขารัก  ‘การนอนหลับ’ ซึ่งทุกวันเขานอนหลับให้ครบ 8 ชั่วโมง เริ่มจากการเข้านอนในเวลา 22.45 น. และจะตื่นนอนช่วง 6.45 น.

เช่นเดียวกับเจฟฟ์ เบโซส์ แห่ง Amazon จะต้องนอนหลับให้ได้ 8 ชั่วโมงทุกคืน เพราะเขาเชื่อว่า การนอนเต็มอิ่ม จะทำให้สามารถตัดสินใจและบริหารงานได้ดีมีประสิทธิภาพ แถมยังเป็นวิธีที่ดีสำหรับใช้รับมือความเครียดและการทำงานหนักได้อย่างดี

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

หลายคนมักจะอ้างเหตุผลของการไม่ออกกำลังกายเพราะว่า ‘ไม่มีเวลา’ แต่ไม่ใช่กับมหาเศรษฐีและ CEO ดังทั้ง 5 คนที่เราพูดถึง เนื่องจากพวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจังและวางตารางออกกำลังกายไว้สม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขภาพดีนั่นเอง

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง Facebook หรือ Meta ในปัจจุบันเป็นคนหนึ่งที่วางตารางออกกำลังกายในตอนเช้าอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และวางเป้าหมายหนึ่งปีจะวิ่งให้ได้ 365 ไมล์ เพราะเขาเชื่อว่า ร่างกายที่ดีจะเป็นพลังในการทำทุกอย่างให้ประสบความสำเร็จ และการจะมีพลังได้ ต้องมีร่างกายที่แข็งแรง 

ทิม คุก เอง จะใช้เวลาในยิมอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อฝึกความแข็งแกร่ง และในช่วงเวลานั้นเขาจะมีสมาธิกับการออกกำลังกายอย่างเต็มที่ และยังบอกอีกว่า การออกกำลังกายช่วยทำให้ความเครียดของเขาลดลง

หรืออีลอน มัสก์ แห่ง  SpaceX และ Tesla รวมถึงเป็นเจ้าของ X หรือเดิมทีคือ Twitter ก็เลือกจะออกกำลังกาย 30 นาที หลังทำกิจวัตรยามเช้า สำหรับเตรียมความพร้อมให้กับตัวเองในการลุยงานในแต่ละวัน

อ่านหนังสือเยอะและเป็นประจำ

เวลาได้อ่านบทสัมภาษณ์ของมหาเศรษฐีหรือคนที่ประสบความสำเร็จหลายต่อคน เรามักจะพบว่า ไม่ว่าจะยุ่งขนาดไหนก็ตาม พวกเขามักจะหาเวลาอ่านหนังสืออยู่เสมอ ทั้งหนังสือแนวพัฒนาตัวเอง หนังสือที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในอุตสาหกรรมของตัวเอง รวมไปถึงหนังสืออื่น ๆ ที่อ่านสนุกหรือมีประโยชน์

บางคนถึงกับตั้งเป้าไว้เลยว่า จะอ่านหนังสือเท่าไรในแต่ละวัน เนื่องจากพวกเขาเชื่อว่า การเรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลาเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น ๆ  โดยเฉพาะยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

ยกตัวอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์ กิจวัตรประจำวันของเขา 80% จะใช้ไปกับการอ่านสำหรับพัฒนาสมอง และตั้งเป้าหมายไว้ชัดเจนด้วยว่า เขาจะอ่านหนังสือให้ได้วันละ 500 หน้า

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์กตั้งปณิธานและท้าทายตัวเองเกี่ยวกับการอ่านหนังสือไว้ว่า จะอ่านหนังสือใหม่ทุก ๆ 2 สัปดาห์ โดยจะเน้นศึกษาหาความรู้ใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเชื่อ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ซึ่งหลายครั้งเขาเองได้ออกมาแนะนำหนังสือที่เขาอ่านและคิดว่าดีให้กับคนอื่นด้วย 

ลิสต์สิ่งที่ควร-ไม่ควรทำ

การบริหารจัดการเวลาที่มีอยู่จำกัดให้ดี เป็นอีกประเด็นที่บรรดามหาเศรษฐีและ CEO ระดับโลกให้ความสำคัญ พวกเขาจะลิสต์สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในแต่ละวันไว้ค่อนข้างชัดเจน พร้อมกับจัดเรียงความสำคัญของงาน เพื่อให้สามารถใช้เวลาไปกับสิ่งที่คุ้มค่า และมีประสิทธิภาพมากที่สุด

เช่น วอร์เรน บัฟเฟต จะเลือกนัดหมายพบปะผู้คนเท่าที่จำเป็นเท่านั้น โดยแต่ละสัปดาห์เขาจะกำหนดไว้เลยว่า จะรับนัดกี่คน และนัดใครบ้าง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการเวลาและตารางชีวิตของตัวเอง

เจฟฟ์ เบซอส จะเริ่มทำงานหรือประชุมหลังจาก 10.00 น. เป็นต้นไป และทั้งหมดจะต้องไม่เกิน 17.00 น. ส่วนงานที่เหลือจะถูกยกไปทำในเวลา 10.00 น. ของวันถัดไป เพราะเขาเชื่อว่า การทำงานไม่จำเป็นต้องทำมาก แต่ทำแล้วต้องมีคุณภาพดี ซึ่งดีกว่าทำเยอะ แต่ไม่มีประสิทธิภาพ

ส่วนตารางงานของอีลอน มัสก์ จะถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ เพื่อให้ตัวเขารู้ว่า ในแต่ละวันต้องทำอะไร  มีเวลาไหนต้องลุยงานเต็มที่ ช่วงไหนควรหยุด

นอกจากกิจวัตรข้างต้นแล้ว  บรรดามหาเศรษฐีและ CEO ระดับโลก ยังให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมที่ชอบในช่วงสุดสัปดาห์ เพื่อให้ตัวเองผ่อนคลายหลังจากทุ่มเทให้กับการทำงานมาตลอดสัปดาห์ อย่าง ทิม คุก มักจะใช้ช่วงวันหยุดไปปีนเขาและปั่นจักรยาน หรือพักผ่อนตามสถานที่ที่เขาชื่นชอบ 

วอร์เรน บัฟเฟต นอกเหนือจากการอ่านหนังสือ เขามักจะเล่นเครื่องดนตรีชิ้นโปรดอย่างอูคูเลเล่ หรือ อีลอน มัสก์เองก็หาเวลาว่างจากการทำงานมาผ่อนคลาย เช่น ฟังเพลงจากแผ่นเสียง ร่วมงาน สังสรรค์และจิบไวน์ 

แม้กิจวัตรเหล่านี้ อาจจะไม่ได้ยืนยันว่า เมื่อทำแล้วจะประสบความสำเร็จหรือมีฐานะร่ำรวยเช่นเดียวกับบรรดาคนที่เราเอ่ยถึง แต่พฤติกรรมเหล่านี้ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า การใช้ชีวิตของพวกเขาให้ความสำคัญกับอะไรบ้าง ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางที่ประโยชน์สำหรับใครหลายคน 

.

ภาพ : Getty Images

.

6 Daily Habits Of The World's Most Successful CEOs

The Secrets Of Top CEOs Success Are Easier Than You Think

Mark Zuckerberg's daily routine

LEARN FROM THE PROS: 5 DAILY HABITS OF THE WORLD’S MOST SUCCESSFUL CEOS

Tim Cook's daily routine