Post on 24/07/2019

The Current War: สื่อ ทุนนิยม และศีลธรรม เกมส์การต่อสู้ทางธุรกิจของเวสติงเฮาส์และเอดิสัน

ก่อนจะชมภาพยนตร์เรื่อง The Current War (2019) ใครหลาย ๆ คนอาจหวนนึกถึงบทเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมฯ เท่าที่ผ่านกันมา เมื่อลองทบทวนแล้วอาจพบกับข้อเท็จจริงว่า สิ่งเดียวที่จดจำได้เกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์ผู้ประดิษฐ์คิดค้นไฟฟ้า คือโทมัส อัลวา เอดิสัน แต่ความจริงในหน้าหนังสือเรียน กลับไม่ตรงกับความจริงในหน้าประวัติศาสตร์เสียทีเดียว

เมื่อการกำเนิดของนวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์ชิ้นสำคัญของการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ อย่าง “ไฟฟ้า” เป็นดั่งชนวนจุดระเบิดสงครามแย่งชิงความเป็นที่หนึ่งในวงการไฟฟ้า สิ่งที่แฝงตัวอยู่ในกระดานหมากนี้ คือกลอุบายทางการใช้ “สื่อ” เเละ “เล่ห์เหลี่ยมทางการค้า” มาต่อกรจนอีกฝ่ายพลาดพลั้ง เพราะความปราดเปรื่องไม่อาจเป็นปัจจัยเดียวให้คว้าชัย นั่นทำให้ทางเลือกในกฎกติกาถูกจำกัด ทดสอบ “ศีลธรรม” ของผู้เข้าแข่งขัน บีบให้ทั้งเอดิสันและเวสติงเฮาส์จำต้องเล่นนอกกรอบ ชิงไหวชิงพริบทางจิตวิทยา เพื่อเป็นผู้ชนะบนหน้าประวัติศาสตร์

โทมัส อัลวา เอดิสัน (เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์)

 

โทมัส อัลวา เอดิสัน (เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์) กับฉากเปิดตัวของเขาที่ก้าวขึ้นมายืนเฉิดฉายอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางพายุหิมะโหมกระหน่ำ ก่อนภาพจะตัดไปมาระหว่างการเดินทางของเขาจากเมนโลพาร์ค, นิวเจอร์ซี สู่ นิว ยอร์ก ภายใต้คืนแห่งความมืดมิดเหล่านั้น ทันทีที่ปลายนิ้วของ “พ่อมดแห่งเมนโลพาร์ก” ขยับ หลอดไฟฟ้าได้สุกสกาวทีละดวงไปพร้อมกับความพยายามที่สัมฤทธิ์ผล โลกทั้งใบก็ดูเหมือนว่าจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ฉากข้างต้นอาจนับได้ว่าเป็นการเริ่มต้นเรื่องราวให้คนดูได้ทำความเข้าใจกับความสำเร็จและความยิ่งใหญ่ของเอดิสัน นับเป็นภาพแห่งการร่ายเวทมนตร์คาถาของเอดิสันก็ยังเป็นภาพที่น่าจดจำ น่าเสียดายที่ฉากน่าตื่นเต้นขนาดนี้ บทหนังกลับค่อย ๆ ดึงคนดูให้คล้อยตามเรื่องราวไปทีละนิด ไม่หวือหวาเท่าการเปิดเรื่องเท่าไหร่นัก

ประเด็นที่น่าสนใจคือการสอดแทรกความจริงที่ว่า การเริ่มต้นของสิ่งประดิษฐ์อันชาญฉลาดก็ไม่วายให้ต้องมีเหล่านายทุนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างห้ามไม่ได้ เพราะด้วยเพียงความปราดเปรื่องของอัจฉริยะภาพนั้นไม่อาจสร้างสรรค์ด้วยเงินทุนอันน้อยนิดให้อยู่รอดได้ตลอดรอดฝั่ง ยังคงต้องพึ่งใบบุญของนายทุนหน้าเลือดเพื่อที่จะสร้างอุตสาหกรรมให้ขยายใหญ่ขึ้น

จอร์จ เวสติงเฮาส์ (ไมเคิล แชนนอน)

 

และด้วยอำนาจแห่งเงินทุนนั้นเอง ทำให้เอดิสันปฏิเสธการเข้าพบกับ จอร์จ เวสติงเฮาส์ (ไมเคิล แชนนอน) อย่างไม่ใยดี เหตุการณ์นี้ทำเอาเวสติงเฮาส์เลือดขึ้นหน้า ตัดสินใจลงทุนลงแรงไปกับเครือข่ายไฟฟ้าสายสลับแทน เพราะเวสติงเฮาส์เชื่อว่ามันมีประสิทธิภาพมากกว่ากระแสตรงซึ่งส่งไฟฟ้าได้ไกลเต็มที่เพียงหนึ่งถึงสองกิโลเมตร แถมยังต้องสร้างโรงไฟฟ้าในทุก ๆ เมือง เทียบกับกระแสสลับที่ส่งไฟฟ้าไปได้ไกลกว่าหลายร้อยกิโลเมตรด้วยโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สามารถส่งไฟฟ้าไปยังต่างเมืองได้ ซึ่งนับว่าประหยัดพื้นที่และเงินทุนได้มากกว่าหลายเท่า ถึงอย่างนั้นเอดิสันก็ยังยืนกรานว่าไฟฟ้าระบบใต้ดินของเขาปลอดภัยกว่า ทำให้เวสติงเฮาส์คิดพัฒนาระบบไฟฟ้าสลับจนเป็นคู่แข่งกับเอดิสัน 

เอดิสันเคยมีอุดมการณ์ว่าจะไม่มีวันประดิษฐ์สิ่งที่ใช้คร่าชีวิตของมนุษย์เป็นอันขาด แต่เเล้วเขาก็กลืนน้ำลายตัวเองด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมในการประดิษฐ์ “เก้าอี้ประหารชีวิตด้วยไฟฟ้า” ของรัฐบาลซึ่งใช้ไฟฟ้ากระแสสลับ ด้วยแผนการอันชั่วร้ายว่าจะโยนความผิดทั้งหมดให้คู่เเข่งของตัวเอง และทำลายชื่อเสียงของเวสติงเฮาส์

ทว่าสัจจะไม่เพียงไร้ซึ่งในหมู่โจร เเต่กลับไม่มีในหมู่อัจฉริยะอีกด้วย โชคร้ายที่ทุกคำสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะเก็บเเผนการของเอดิสันเรื่องเก้าอี้ไฟฟ้าเป็นความลับ จดหมายทั้งหมดมิได้ถูกทำลายทิ้งตามสัญญา หนำซ้ำเวสติงเฮาส์ยังจ้างให้คนไปเปิดโปงเรื่องดังกล่าว และแล้วเอดิสันก็ต้องพ่ายเเพ้ไปเพราะความเชื่อใจลมเเล้ง ๆ ของรัฐบาลนั้น 

ไม่เท่านั้นยังมีประเด็นศีลธรรมที่สั่นคลอนความรู้สึก ใครบอกว่าสงครามวิทยาศาสตร์ไม่มีการนองเลือด เพราะหากลองนับสัตว์หลายต่อหลายชีวิตที่ต้องมาเป็นเหยื่อในการทดลองไม่ว่าจะเป็น สุนัข แมว วัว ม้า หรือแม้แต่ช้างที่ต้องตายอย่างทุกข์ทรมานบนเก้าอี้ประหารที่เอดิสันเองได้เคลมว่ามีศีลธรรม ด้วยตรรกะว่าการฆ่าคนโดยไม่ทรมานนั้นไม่ผิด นับเป็นความคิดที่นักสิทธิมนุษยชนสมัยนี้จะต้องร้องไห้เเละรับไม่ได้กันเลยทีเดียว

แง่หนึ่งจากภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เห็นว่า สื่อในสมัยนั้นเป็นทางเลือกไม่กี่ทางของการรับรู้ข่าวสารของประชาชน ทำให้อิทธิพลของความโหดร้ายของทุนนิยมยิ่งทวีคูณ ด้วยมือของผู้มีอำนาจที่ยึดครองสื่อนั้นสามารถชี้เป็นชี้ตายชะตากรรมของธุรกิจ สังคม และชีวิตได้ เพียงแค่คำพูดก็บิดเบือนข่าวลือจนกลายเป็นข้อเท็จจริงอย่างง่ายดาย ทั้งยังชักจูง ล่อลวงความสนใจของผู้คนและเหล่านักลงทุนให้เอนเอียงไปตามกระแสที่เกิดขึ้น มีพลังมากพอให้ล้มคู่แข่งจนแพ้ระเนระนาดเพียงตัวอักษร (บิดเบือน) ไม่กี่ตัวบนหน้าหนังสือพิมพ์เท่านั้น

อย่างไรก็ตามเเม้เอดิสันจะมีอิทธิพลในสื่อมากเเค่ไหนก็ไม่อาจต้านทานกับความมีประสิทธิภาพของไฟฟ้ากระเเสสลับที่สามารถทำได้มากกว่าเเนวคิดของตน เเต่ถ้าให้พูดกันตรง ๆ เวสติงเฮาส์เพียงลำพังคนเดียวก็คงไม่อาจจะสามารถเอาชนะไฟฟ้ากระเเสตรงได้ หมากตัวสำคัญของสงครามนี้ทั้งหมดเลยคือ นิโคลา เทสลา (นิโคลัส เฮาลต์) ผู้ที่ทำให้ทำให้ความคิดที่ใครต่างมองว่าลม ๆ เเล้ง ๆ ของเวสติงเฮาส์เป็นจริง

นิโคลา เทสลา (นิโคลัส เฮาลต์)

 

ในความจริงเเล้วชัยชนะนั้นสำคัญจริง ๆ หรือไม่ ชื่อเสียงหรือเงินทองก็ไม่ได้คงอยู่ตลอดกาล เห็นได้จากบั้นปลายชีวิตของนักวิทยาสตร์เหล่านั้นที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้สะท้อนให้ผู้ชมเข้าใจถึงความเป็นมาที่ไม่อาจหาได้ในห้องเรียน

บทสรุปสุดท้ายของเวิล์ดแฟร์คือความพ่ายแพ้ของเอดิสัน ภาพความปิติยินดีที่สะท้อนบนหน้าของชาวเมืองถูกซ้อนทับด้วยการประหารชีวิตฆาตกร วิลเลียม เคลมเมอร์ (คอเนอร์ แมคเนลล์) นักโทษที่เป็นเสมือนเหยื่อทดลองรายสุดท้ายนับจากการใช้ไฟฟ้ากระแสสลับของเวสติงเฮาส์ ซึ่งเป็นความกรุณาอันแสนจะทารุณ

 ไม่ต่างจาก จอร์จ เวสติงเฮาส์ ที่ยอมทำทุกอย่างได้เพียงเเค่ต้องการจะชนะ โดยลืมไปว่าสิ่งที่พวกเขาควรให้ความสำคัญคือ “กระแสไฟฟ้า” ไม่ใช่ “กระแสเงินตรา” หรือ “กระแสนิยม”

 

เรื่อง: สกีฟา วิถีกุล (The People Junior), อนัญญา นิลสำริด (The People Junior)


The People Junior

เด็กฝึกงานผู้มีใจรักในการสร้างสรรค์คอนเทนต์

Related

แฮงค์ โจนส์ นักเปียโนบ็อพผู้รักษาสำเนียงสวิง

อินโทรดานส์ คณะบัลเลต์ร่วมสมัย ความสวยงามของมนุษย์ ที่ใช้สรีระ “เล่าเรื่อง”

พริษฐ์ วัชรสินธุ “ความสำเร็จของลิเวอร์พูล สอนอะไรเกี่ยวกับการเมืองไทย”

รีวิวคอนเสิร์ตสุดโก้ของ “จิ๊กโก๋หลังวัง” โลกดนตรีที่มากกว่าการเล่าเรื่องผ่านเพลงของ วิรัช อยู่ถาวร

รีวิวคอนเสิร์ต Bomb at Track โชว์ที่ชวนคนดูระเบิดเสียงตะโกนกันให้ลั่นฮอลล์ บอกเลยว่ามัน !

รีวิว หัวหิน อินเตอร์เนชันแนล แจ๊ส เฟสติวัล 2019 มหกรรมดนตรีที่มากกว่าแค่โชว์ริมทะเล

รีวิวคอนเสิร์ต Alvvays ค่ำคืนแห่งความฝันของวงดนตรีอินดี้ป๊อป ที่ทั้งเท่ น่ารัก หวาน และมัน ครบ จบในคืนเดียว

เซอร์ซี แลนนิสเตอร์ คุณแม่สูงศักดิ์สุดอื้อฉาว ทรราชผู้รักลูกไม่ถูกทาง