Post on 29/11/2018

รีแอนนา นักร้องดังเจ้าของ Fenty Beauty ผู้ปฏิวัติวงการความงามทั่วโลก

“เครื่องสำอาง” ที่ถูกมองเป็นเรื่องความสวยความงาม จะแยกออกจากประเด็น “ความหลากหลาย” ไม่ว่าจะเป็นเพศ เชื้อชาติ สีผิว รูปร่าง ฯลฯ ได้หรือเปล่า

ถ้าไปถาม รีแอนนา (Rihanna) นักร้องสาวและแฟชั่นไอคอนชื่อดัง ผู้ต่อต้านการเหยียดสีผิวและต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ คำตอบของเธอก็คือ “ไม่!” และแบรนด์เครื่องสำอาง Fenty Beauty by Rihanna ที่เธอปลุกปั้น ก็เชื่อมโยงความงามเข้ากับความหลากหลายได้อย่างลงตัว ที่สำคัญ ยังสร้างแรงกระเพื่อมได้ถึงขั้นเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมความงามได้เลยทีเดียว

รีแอนนา มีชื่อเต็ม ๆ ว่า โรบิน รีแอนนา เฟนตี้ (Robyn Rihanna Fenty) เกิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.1988 ที่ประเทศบาร์เบโดส ความสามารถบวกกับพรสวรรค์ด้านเสียงเพลงของเธอไปเตะตา อีวาน โรเจอร์ส (Evan Rogers) โปรดิวเซอร์ชื่อดังชาวอเมริกันที่เดินทางมาบาร์เบโดสในปี 2003 ต่อมารีแอนนาก็ย้ายไปสหรัฐอเมริกา เพื่อตามหาความฝันในวงการดนตรี และทำเพลงโดยมีโรเจอร์สเป็นผู้แนะนำ

เธอออกอัลบัมแรก Music of the Sun ในปี 2005 และนับถึงทุกวันนี้ รีแอนนาก็ออกผลงานมาแล้ว 8 สตูดิโออัลบัม มีเพลงฮิตมากมาย อย่าง Umbrella, What’s My Name?, Diamonds เป็นต้น ทั้งยังกวาดรางวัลไปเพียบทั้ง Grammy Awards, Billboard Music Awards, American Music Awards ฯลฯ

เท่านั้นไม่พอ รีแอนนายังกระโดดไปมีผลงานในจอเงินอีกหลายเรื่อง อาทิ Battleship (ปี 2012), Valerian and the City of a Thousand Planets (ปี 2017), Ocean’s 8 (ปี 2018)

รีแอนนาไม่เพียงโดดเด่นเรื่องผลงานเพลง แต่บุคลิกและการแสดงออกอย่างมั่นใจของเธอก็โดดเด่นไม่แพ้กัน และไม่ว่าจะปรากฏตัวในลุคไหน อาวุธอันทรงพลังของเธออย่างหนึ่งที่สะกดทุกสายตาให้จับจ้องก็คือ “เครื่องสำอาง” บนใบหน้านั่นเอง

หลังจากเห็นแม่แต่งหน้าเกือบทุกวัน รีแอนนาในวัยเด็กก็เริ่มตกหลุมรักเครื่องสำอาง กระทั่งเป็นวัยรุ่น เธอก็เริ่มหลงใหลมัน และหนึ่งในเครื่องสำอางที่เธอชอบมากๆ ก็คือ “รองพื้น” เพราะเปรียบเสมือนผิวของคนเรานั่นเอง

ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากงานเพลงไปแล้ว รีแอนนาก็ขอหันมาทุ่มเทให้กับสิ่งที่เธอรักอีกอย่างหนึ่งบ้าง

เธอเริ่มสร้างแบรนด์ Fenty Beauty (ชื่อแรกของแบรนด์มาจากชื่อเธอ) โดยทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม เข้าไปคลุกวงในทั้งการดูแลส่วนผสม ผลิตภัณฑ์ และหน้าตาของบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ทั้งหมดสะท้อนตัวตนของเธอมากที่สุด

รีแอนนาใช้เวลาร่วม 2 ปีพัฒนาทุกอย่างจนตรงกับความต้องการ จึงเปิดตัวแบรนด์ Fenty Beauty ภายใต้ LVMH (เครือใหญ่ที่รวมแบรนด์ไฮเอนด์ไว้มากมาย อาทิ Louis Vuitton, Fendi, Givenchy) วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Fenty Beauty ในร้าน Sephora ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจของ LVMH ด้วยเช่นกัน และจัดงานเปิดตัวพร้อมกัน 17 ประเทศทั่วโลก เมื่อวันที่ 8 กันยายน ปี 2017 ก่อนจะขยายไปอีกหลายประเทศในภายหลัง

Fenty Beauty สร้างกระแสได้อย่างรวดเร็ว เพราะตอนแรกหลายคนคาดว่าราคาเครื่องสำอางที่มีทั้งรองพื้น ลิปสติก ไพรเมอร์ ฯลฯ ต้องแรงให้สมกับความชิคความคูลของรีแอนนา แต่ปรากฏว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดอยู่ในช่วงราคาที่จับต้องได้ ถ้าเทียบเป็นเงินไทย ผลิตภัณฑ์หลายชิ้นก็ยังอยู่ที่หลักร้อย กลายเป็นหมัดเด็ดแรกที่เรียกความสนใจจากบิวตี้ เลิฟเวอร์ ทั้งหลาย

ด้วยความที่รีแอนนาให้ความสำคัญกับ “ความหลากหลาย” สโลแกนของ Fenty Beauty จึงมาแนวเดียวกันกับความคิดของเธอ นั่นคือ “Beauty for All” (ความงามสำหรับทุกคน)

เพราะฉะนั้น หมัดเด็ดที่สองของรีแอนนาจึงเป็น “รองพื้น” ซึ่งเป็นเครื่องสำอางที่เธอชื่นชอบมาก ๆ และรองพื้นนี่เองที่เป็นผลิตภัณฑ์ “เรือธง” สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการความงามไปทั่ว

Fenty Beauty นำเสนอรองพื้นที่มีถึง 40 เฉดสี เพื่อให้ครอบคลุมโทนสีผิวของผู้คนหลากหลายเชื้อชาติมากที่สุด แน่นอนว่าย่อมเรียกเสียงว้าวได้ทั้งจากฐานแฟนเพลงของรีแอนนา และผู้ที่ชื่นชอบการแต่งหน้าทั่วโลก กลายเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยความสำเร็จของ Fenty Beauty

แง่หนึ่งเพราะรีแอนนาจับจุดการตลาดได้อยู่หมัด นำเสนอเฉดสีที่เหมาะกับสาวโทนผิวเข้ม ซึ่งแบรนด์เครื่องสำอางระดับโลกส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มนี้เป็นหลัก อีกทั้งการใช้ภาพหญิงสาวที่มีโทนสีผิวที่หลากหลายและมีหน้าตาที่สามารถพบได้จริงในชีวิตประจำวัน ก็ยิ่งทำให้ผู้ใช้รู้สึกเข้าถึงและเป็นส่วนหนึ่ง ของแบรนด์มากขึ้น

อันที่จริง การขาดความหลากหลายเป็นปัญหาในอุตสาหกรรมความงามมานานแล้ว แบรนด์เครื่องสำอางไฮเอนด์อย่าง Tarte (แบรนด์สายเลือดอเมริกันที่ตอนนี้อยู่ภายใต้ KOSÉ Corporation ของญี่ปุ่น) ต้องเจอคำวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อออกรองพื้นรุ่น Shape Tape Foundation ที่มี 15 เฉดสี ซึ่งในจำนวนนี้มี 2 เฉดสีเท่านั้นที่เหมาะกับคนที่มีผิวโทนเข้ม แม้ว่าภายหลังแบรนด์จะออกมาขออภัยและออกเฉดสีที่มากกว่าเดิมก็ตาม

ส่วน Superdrug บริษัทด้านสุขภาพและความงาม ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สหราชอาณาจักร ซึ่งทำการสำรวจในปี 2016 พบว่า 70% ของผู้หญิงผิวสีและผู้หญิงเอเชีย รู้สึกว่าสินค้าที่วางจำหน่ายในร้านค้าปลีกไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านความงามของพวกเธอได้

ดังนั้น การที่ Fenty Beauty ออกรองพื้นมาเป็นสิบๆ เฉดสีขนาดนี้ จึงเรียกเสียงฮือฮาได้ในแวดวงความงามทั่วโลก เพราะกระทั่งหญิงสาวที่มีสภาวะผิวเผือกก็ยังสามารถใช้รองพื้นของแบรนด์ได้

หลังจาก Fenty Beauty สร้างปรากฏการณ์นี้แล้ว ก็ส่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมความงามครั้งใหญ่ เมื่อแบรนด์ไฮเอนด์อื่นๆ ทยอยออกรองพื้นให้มีเฉดสีมากขึ้น เช่น Dior ที่ออกผลิตภัณฑ์รองพื้นในไลน์ Dior Backstage จำนวน 40 เฉดสี Estée Lauder ที่เพิ่มเฉดสีใหม่ๆ ให้กับรองพื้นรุ่น Double Wear จนตอนนี้มีราว 55 เฉดสีแล้ว ส่วน M∙A∙C, Maybelline ก็เพิ่มเฉดสีเช่นกัน

อย่างไรก็ดี แบรนด์ Make Up For Ever ก็ออกมาบอกว่า 40 เฉดสีไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะแบรนด์เองก็เคยออกแบบนี้มาตั้งแต่ปี 2015 แต่ก็มีบางความเห็นออกมาบอกทำนองว่า 40 เฉดสีของแบรนด์ ไม่ได้ตอบโจทย์การใช้งานของสาวผิวเข้มเท่าไหร่ ต่างจาก Fenty Beauty ที่ตอบโจทย์ได้มากกว่า

ความสำเร็จของ Fenty Beauty ที่ทลายนิยามความงามแบบเดิม (เช่น ต้องโทนผิวอ่อน โครงหน้าและหน้าตาต้องดูสวยตามพิมพ์นิยม) ทำให้นิตยสาร Time ยกให้แบรนด์ติดหนึ่งในโผ “25 Best Inventions of 2017”

ส่วนนิตยสาร Forbes ก็จัดให้รีแอนนาติดอันดับ 7 ในรายชื่อ “The World’s Highest-Paid Women In Music 2018” ด้วยรายได้ 37.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งแม้รีแอนนาจะไม่ได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตตั้งแต่ปี 2016 แต่ความมั่งคั่งของเธอก็มาจากแบรนด์เครื่องสำอาง Fenty Beauty และชุดชั้นใน Savage X Fenty

Savage X Fenty เป็นโปรเจกต์ใหม่ของรีแอนนาในบทบาทของนักออกแบบชุดชั้นใน ซึ่งยังคงคอนเซปต์เดิมคือ “ความหลากหลาย” ชุดชั้นในของแบรนด์จึงมีขนาดตั้งแต่ XS ไปจนถึง 3XL และยกทรงที่มีขนาดตั้งแต่ 32A ถึง 40DDD โดยจัดแฟชั่นโชว์ไปในช่วง New York Fashion Week เมื่อเดือนกันยายน ปี 2018

แฟชั่นโชว์ดังกล่าว มีทั้งนางแบบที่เคยเดินแฟชั่นโชว์ประจำปีของ Victoria’s Secret อย่างสองพี่น้อง จีจี้ และ เบลล่า ฮาดีด (Gigi และ Bella Hadid) รวมถึงนางแบบหุ่นอวบ นางแบบที่กำลังตั้งครรภ์ ฯลฯ ซึ่งนางแบบหลากหลายสีผิวต่างเดินแบบอย่างภาคภูมิใจในตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องปกปิดร่องรอยบนร่างกายอย่างเซลลูไลท์ จนหลายสื่อกล่าวชมว่านี่คือแฟชั่นโชว์ที่ยกย่องและเชิดชูความเป็นผู้หญิงอย่างแท้จริง (ขณะที่ Victoria’s Secret แบรนด์ชุดชั้นในซึ่งจัดแฟชั่นโชว์ประจำปีไปเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์ว่าติดอยู่กับความสำเร็จแบบเดิม ๆ ที่มีแต่นางแบบหุ่นผอม โดยไม่ปรับตัวให้เข้ากับกระแสความหลากหลายที่มาแรงในยุคนี้)

ทั้งแบรนด์เครื่องสำอางและแบรนด์ชุดชั้นในของรีแอนนา ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ช่วยแต่งแต้มสีสันให้ชีวิตเท่านั้น แต่ยังส่งสารถึงทุกคนว่าเราต่างมีความสวยงามในแบบของเรา และจงมั่นใจในตัวเองไม่ว่าจะมีสีผิวหรือรูปร่างแบบไหนก็ตาม 

 

ที่มา
https://www.fentybeauty.com/about-fenty
https://www.popsugar.com/beauty/Rihanna-Teased-Fenty-Beauty-Wild-Thoughts-Music-Video-45492838
https://www.forbes.com/sites/zackomalleygreenburg/2018/11/19/highest-paid-women-in-music-2018-katy-perry-taylor-swift-beyonce/#6e405de66a24
https://www.teenvogue.com/story/rihanna-victorias-secret-savage-fenty-response
http://www.studentnewspaper.org/celebrating-diversity-an-evening-with-fenty-beauty/
https://qz.com/quartzy/1304635/how-rihanna-forced-the-beauty-industry-to-acknowledge-a-world-beyond-the-rich-and-the-white/
http://time.com/5026366/rihanna-fenty-beauty-best-inventions-2017/
https://www.glamour.com/story/fenty-beauty-rihanna-legacy


บรรณาธิการ The People ผู้เขียนเนื้อหาเชิงธุรกิจ และเรื่องราวน่าสนใจหลากหลายแง่มุม

Related

สุธรรม พันธุศักดิ์ เจ้าของร้านแลกเงิน สู่เจ้าพ่อ “ทิฟฟานีโชว์” สุดอลังการ

“ถ้วยทอง” เจ้าตลาดยาหม่องเมืองไทย ขวัญใจนักท่องเที่ยวจีน

เจมี โอลิเวอร์ ความฝันที่จะเห็นอุตสาหกรรมอาหารบนความยั่งยืน

“ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์” เลือดใหม่ที่พาบุรีรัมย์ไปข้างหน้า จากการขับมอเตอร์ไซค์ทั่วอเมริกา

น้อมจิตต์ จิตรมีศิลป์ “น้อมจิตต์” เจ้านวัตกรรมชุดนักเรียนติดแอร์

เฮียง ธ.เชียงทอง นวัตกรยุครัชกาลที่ 6 ผู้สร้างตำนาน “น้ำอบนางลอย”

‘รุ่งยศ จันทภาษา’ กับภารกิจปั้น Blue Whale Assets ทะยานสู่ผู้จัดการกองทรัสต์โรงแรมใหญ่สุดในไทย

ศักดา พันธุ์น้อย คนขับรถบริษัทบ้านจัดสรร สู่ “ศักดาทุบตึก” ผู้รับทุบตึกทั่วเมืองไทย