20 มี.ค. 2568 | 16:18 น.
KEY
POINTS
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2557 โครงการ เดอะเซ้นส์ ปิ่นเกล้า เปิดดำเนินการ ภายใต้การดำเนินงาน ของบริษัท อาร์ต วิลล์ ดีเวลลอปเม้นท์ โดยมี สมศักดิ์ พินิจศักดิ์กุล เป็นเจ้าของ และ มี พจนีย์ พินิจศักดิ์กุล เป็นหัวเรือใหญ่ในการบริหารงาน
ธุรกิจที่เป็นพื้นฐานดั้งเดิมของครอบครัวคือ บริษัท เพชรวิจิตรภัณฑ์ ธุรกิจนำเข้าและส่งออกเพชร รวมทั้งเครื่องประดับ
หลังจากเปิดโครงการได้ 2 ปี ยอดคนเข้ามาใช้บริการ ยังไม่เป็นไปตามเป้า สมศักดิ์ จึงดำริว่า อยากจะหาธุรกิจอะไรที่มาเพิ่มยอดทราฟฟิกให้กับคอมมูนิตี้มอลล์ จึงเป็นที่มาของ Copper บุฟเฟต์ที่สร้างตำนานในโลกออนไลน์มียอดคนจองเข้ามาพร้อมกันในหลักแสนคน เมื่อราวเดือนเมษายน 2566
ทว่า กว่าจะมาถึงจุดนี้ ก็เคยผ่านการขาดทุนอยู่หลายเดือน
พจนีย์ ประธานกรรมการบริหารคอปเปอร์ บียอนด์ บุฟเฟต์ เล่าว่า เริ่มต้นที่เปิด Copper บุฟเฟ่ต์ เมื่อปี 2559 มียอดทราฟฟิกในคอมมูนิตี้มอลล์ แห่งนี้ 6,000-8,000 คน/เดือน
ผ่านไปที่ปี 2561 ยอดทราฟฟิก เพิ่มมาเป็น 10,000-13,000 คน/เดือน และเพิ่มเป็น 15,000 คน/เดือนในปี 2562
กระทั่งล่าสุด ในปี 2567 สามารถเพิ่มขึ้นมาได้ ที่ 40,000 คน/เดือน
นี่คือเป็นตัวเลขมหัศจรรย์ ในการเพิ่มแมกเน็ตอย่าง Copper บุฟเฟต์เข้าไปที่ศูนย์การค้าแห่งนี้
“ช่วงปีแรกที่เปิดตัว เราขาดทุนทุกเดือน หนักสุด คือ เดือนละล้าน แต่เราไม่ท้อ เพราะด้วยเป้าหมายที่คุณพ่อมองว่า เราเปิดร้านอาหารเพื่อดึงทราฟฟิกเข้าศูนย์การค้า ต่อให้เราจะขาดทุน เพราะตั้งใจมอบประสบการณ์ในมื้ออาหารที่ดีที่สุดให้ลูกค้าก็คุ้มค่า หากเทียบกับการที่เราต้องเอางบไปลงกับการตลาดหรือการจัดอีเวนต์ ซึ่งหลังจากใช้เวลาร่วม 2 ปี ค่อยๆสร้างชื่อ สั่งสมประสบการณ์ และคอนเนกชั่น จนฐานลูกค้าค่อยๆเพิ่มจากหลักพันเป็นหลักหมื่นต่อเดือน ทำให้เรามี Economies of Scale สามารถบริหารต้นทุนวัตถุดิบได้ดีขึ้น”
พจนีย์ กล่าวต่ออีกว่า “หนึ่งในก้าวสำคัญของ Copper Beyond Buffet ในปี 2567 คือ การตัดสินใจขยายสาขาครั้งแรกในรอบ 8 ปี ไปยังศูนย์การค้า Gaysorn Amarin เป้าหมายหลักก็เพื่อติดปีกให้ Copper Beyond Buffet สามารถขยายฐานลูกค้าไปเจาะกลุ่มชาวต่างชาติมากขึ้น ตอกย้ำหมุดหมายใหม่ของแบรนด์ ในการไปสู่ Best International Buffet in Southeast Asia ซึ่งหลังจากเปิดตัวไป ก็ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ในปี พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา Copper Beyond Buffet ทั้งสองสาขามีรายได้รวมอยู่ที่ราว 800 ล้านบาท มีอัตราการจอง (Occupancy Rate) อยู่ที่ 70% และ มีสัดส่วนลูกค้าไทยอยู่ที่ 65% และลูกค้าชาวต่างชาติ 35% โดยตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 1,000 ล้านบาทในปี 2568”
อะไรคือกุญแจแห่งความสำเร็จ ที่ทำให้ บุฟเฟต์เจ้านี้ ได้รับตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค และสามารถพลิกเกมจากห้างเหงาๆ ให้กลายเป็นห้างที่มียอดทราฟฟิกเติบโตสูง
ปฏิเสธไม่ได้ว่า การมีฮีโร่โพรดักส์ คือ หนึ่งในการดึงลูกค้าให้กลับไปใช้บริการซ้ำ
ใครที่เคยได้ลิ้มลอง copper บุฟเฟต์ ต่างมีเมนูในดวงใจ อาทิ ซุปเห็ดทรัฟเฟิล ก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อวากิว ส้มตำปูปลาร้า ซูชิเนื้อ สเต๊กเนื้อออสเตรเลีย ขนมจีนปู หอยนางรมสด ฯลฯ และที่สำคัญเมื่อกลับไปใช้บริการซ้ำ ก็ยังได้รับบริการเช่นเดิม เป็นเซฟโซนประการหนึ่งที่ทำให้ลูกค้ายอมจ่าย
เกษมสันต์ สัตยารักษ์ รองประธานบริหาร คอปเปอร์ บียอนด์ บุฟเฟต์ (Copper Beyond Buffet) กล่าวว่า คอปเปอร์ บียอนด์ บุฟเฟต์ให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพเป็นอันดับหนึ่ง หนึ่งในเคล็ดลับของคอปเปอร์ บียอนด์ บุฟเฟต์ คือ ความยาก คำนึงถึงลูกค้าเป็นที่ตั้ง และพัฒนาตัวเองตลอดเวลา
“สำหรับคนทำอาหาร ต่อให้ใช้วัตถุดิบจากแหล่งเดียวกัน แต่การพิถีพิถันในการจัดการกับวัตถุดิบเหล่านั้นไม่เหมือนกัน ก็ทำให้อาหารออกมารสชาติต่างกัน และนี่คือความใส่ใจในคุณภาพ ที่ไม่ว่าจะมาครั้งใด ลูกค้าก็จะได้รับความประทับใจกลับไป” เกษมสันต์กล่าว
คอปเปอร์ บียอนด์ บุฟเฟต์ เดินทางมาถึงปีที่ 9 ในปีนี้ แน่นอนว่า เป็นปีที่เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายในการพัฒนาสินค้าและบริการให้โดดเด่นขึ้นไป ด้วยการ Collaboration กับสองแบรนด์ดัง อย่าง “สก็อตรังนก” ผู้นำด้านตลาดรังนกแท้จากธรรมชาติ และ “ชาตรามือ” ผู้นำตลาดของชาไทยและเครื่องดื่ม พร้อมเชิญสองเชฟมิชลินชื่อดัง อย่าง เชฟไฮเคิล โจฮาริ เชฟมิชลิน 1 ดาว จากร้าน AVANT และเชฟแท็ป ศุภสิทธิ์ ก๊กผล เชฟมิชลิน 1 ดาว จากร้าน CODA Bangkok มาร่วมรังสรรค์เมนูสุดพิเศษมากกว่า 20 เมนู พร้อมเปิดตัว 4 พาร์ตเนอร์ที่จะมาร่วมขับเคลื่อนความสำเร็จไปกับ Copper Beyond Buffet ได้แก่ S-Pure แบรนด์ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และอาหารเกรดพรีเมียม อันดับ 1 Foodiva บริษัทผู้นำเข้าเนื้อเกรดพรีเมียมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย Qfresh ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารทะเล ภายใต้บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)และ Hungry Hub แพลตฟอร์มจองร้านอาหาร ที่ใหญ่และมีเครือข่ายมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
สำหรับเป้าหมายในปีนี้ พจนีย์ เชื่อมั่นว่าด้วยแผนธุรกิจที่เดินเกมรุกต่อเนื่อง และการต่อยอดจุดแข็งเดิมของแบรนด์ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพมาเป็นอันดับหนึ่ง เน้นสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารใหม่ๆ ให้ลูกค้า ยกระดับเมนูอาหารให้หลากหลายและมีความพิเศษยิ่งขึ้นอย่างสม่ำเสมอ บวกกับการพัฒนาบุคลากร และระบบหลังบ้านในการนำดาต้ามาต่อยอดเพื่อเข้าถึงอินไซต์ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น จะทำให้ในปี พ.ศ. 2568 Copper Beyond Buffet สามารถดันรายได้รวมแตะ 1,000 ล้าน