‘มารี-หลุยส์ เอต้า’ โค้ชหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของบุนเดสลีกา ท่ามกลางแรงกดดันใหญ่หลวง

‘มารี-หลุยส์ เอต้า’ โค้ชหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของบุนเดสลีกา ท่ามกลางแรงกดดันใหญ่หลวง

เรื่องราวของ ‘มารี-หลุยส์ เอต้า’ โค้ชหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของบุนเดสลีกา ที่ได้รับการแต่งตั้งท่ามกลางแรงกดดันอันใหญ่หลวง

  • การประกาศแต่งตั้ง ‘มารี-หลุยส์ เอต้า’ เป็นโค้ชหญิงคนแรกของบุนเดสลีกา นอกจากจะสร้างความฮือฮาในวงการฟุตบอลแล้ว ยังทำให้คิดไปต่าง ๆ นานาว่า แวดวงฟุตบอลเยอรมันเริ่มเปลี่ยนแปลงแนวคิดการบริหาร
  • มารี-หลุยส์ เอต้า อายุเพียง 32 ปี เธอเป็นอดีตนักฟุตบอลที่เคยค้าแข้งกับสโมสรชั้นนำของเยอรมัน คือทีมหญิงของฮัมบูร์ก และแวร์เดอร์ เบรเมน มาอย่างยาวนาน จนกระทั่งตัดสินใจประกาศแขวนสตั๊ดในปี ค.ศ. 2018 เริ่มต้นเป็นโค้ชในปีนั้น

ออกเสียงสไตล์เยอรมนีว่า ‘อูนิโอน เบอร์ลิน’ แต่ตัวเขียนคือ ‘Union Berlin’ ก็อ่าน ‘ยูเนี่ยน เบอร์ลิน’ ได้เช่นกัน เพราะ ‘ยูเนี่ยน’ แปลว่าการรวมตัว หรือสหภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘สหภาพแรงงาน’ อันเป็นปรัชญาการก่อตั้งสโมสร

การเกิดขึ้นของยูเนี่ยน หรือสหภาพแรงงาน เป็นภาพแสดงแทนความขัดแย้งที่หลากหลายภายในเยอรมัน ไม่ว่าจะเป็นอุดมการณ์ทางการเมือง การต่อสู้ระหว่างทุนนิยม เสรีนิยม กับอุดมคติฝ่ายซ้าย หรือแม้กระทั่งการเมืองเรื่องเพศ

นอกจากการแยกลีก แยกเกมการแข่งขันฟุตบอลระหว่างเพศชายกับเพศหญิงแล้ว แม้ลีกชายอย่างบุนเดสลีกาจะเคยทดลองอนุญาตให้ผู้กำกับเส้นเป็นผู้หญิงลงมาทำหน้าที่อยู่บ้าง แต่ก็น้อยมาก ยิ่งในตำแหน่งโค้ชแล้ว ต้องเรียกว่าปิดประตู

แต่การประกาศแต่งตั้ง ‘มารี-หลุยส์ เอต้า’ เป็นโค้ชหญิงคนแรกของบุนเดสลีกาในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างความฮือฮาในวงการฟุตบอลแล้ว ยังทำให้คิดไปต่าง ๆ นานาว่าแวดวงฟุตบอลเยอรมันเริ่มเปลี่ยนแปลงแนวคิดการบริหาร

และอาจคิดเลยไปถึงการต่อสู้อันเข้มข้นระหว่างอุดมคติทางการเมือง ผ่านการมีอยู่ของสโมสรฟุตบอลของชนใช้แรงงานในอุดมการณ์ฝ่ายซ้าย กับฝ่ายทุนนิยมสุดขั้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การต่อสู้ในสนามเพื่ออยู่รอดในบุนเดสลีกา ลีกสูงสุดเยอรมัน

เพราะยูเนี่ยน เบอร์ลิน เพิ่งปลดโค้ช อรูส์ ฟิชเชอร์ ที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ 2018 พาทีมเลื่อนชั้นจากลีกา 2 ก่อนจบอันดับ 4 คว้าโควตายูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรไปอย่างน่าตื่นเต้น แต่ผลงานปีนี้กลับย่ำแย่มาก

โค้ชหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา

มารี-หลุยส์ เอต้า ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนในของยูเนี่ยน เบอร์ลิน เธอเคยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของ ‘มาร์โก กรอต’ กุนซือทีมชุด U19 ของยูเนี่ยน เบอร์ลิน ก่อนที่ทั้งคู่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาทำหน้าที่คุมทีมชุดใหญ่เป็นการชั่วคราวในขณะนี้

ปัจจุบัน มารี-หลุยส์ เอต้า อายุเพียง 32 ปี เธอเป็นอดีตนักฟุตบอลที่เคยค้าแข้งกับสโมสรชั้นนำของเยอรมัน คือทีมหญิงของฮัมบูร์ก และแวร์เดอร์ เบรเมน มาอย่างยาวนาน จนกระทั่งตัดสินใจประกาศแขวนสตั๊ดในปี ค.ศ. 2018 เริ่มต้นเป็นโค้ชในปีนั้น

มารี-หลุยส์ เอต้า (Marie-Louise Eta) เกิดที่เดรสเดน เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ค.ศ. 1991 เป็นอดีตนักฟุตบอลหญิงชาวเยอรมัน ตำแหน่งกองกลางตัวรับให้หลายสโมสร เช่น FFC Turbine Potsdam, Hamburger SV, Cloppenburg, Werder Bremen

ติดทีมชาติเยอรมัน (ทีมหญิง) ไต่เต้ามาทุกชุด ไล่ตั้งแต่ U15, U16, U17, U19, U20, U23 แม้ยังไม่เคยติดทีมชาติเยอรมันหญิงชุดใหญ่ เพราะเธอแขวนสตั๊ดไปก่อน แต่เธอเริ่มต้นได้ดีกับอาชีพโค้ช ไม่ว่าจะเป็นทีมชาติหญิงชุด U19, U15, และชุด U17

ที่โดดเด่นคือการรับบทบาทโค้ชอาชีพให้กับสโมสรยูเนี่ยน เบอร์ลิน (ผู้ช่วยโค้ช) ให้กับทีม ยูเนี่ยน เบอร์ลิน ชุด U19 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยโค้ชของมาร์โก กรอต 

มารี-หลุยส์ เอต้า ประสบความสำเร็จสูงสุดในฐานะนักเตะที่ ‘พอทสดัม’ สโมสรแรกของเธอ ที่คว้าแชมป์บุนเดสลีกา U17 ได้ถึง 3 สมัย ก่อนที่จะได้รับการเลื่อนชั้นสู่ทีมชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 17 ปี โดยคว้าแชมป์ยูฟ่า วีเมนส์ แชมเปียนส์ ลีก อย่างยิ่งใหญ่

มุ่งมั่นกับอาชีพโค้ช

หลังผ่านประสบการณ์สุดยิ่งใหญ่กับพอทสดัม เธอย้ายไปเล่นให้กับฮัมบูร์ก และแวร์เดอร์ เบรเมน โดยที่เบรเมนนี่เองที่มารี-หลุยส์ เอต้า ได้เป็นถึงกัปตันทีม ก่อนที่จะแขวนสตั๊ดเพื่อมุ่งหน้าไปบนเส้นทางผู้ฝึกสอน หรือโค้ช

ในปี ค.ศ. 2018 ด้วยวัยเพียง 26 ปี ขณะอยู่ที่แวร์เดอร์ เบรเมน เธอได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้เล่น (แขวนสตั๊ด) และก้าวเข้าสู่อาชีพผู้ฝึกสอนทันที เธอเริ่มต้นจากการทำงานร่วมกับทีมชายชุด U15 ของเบรเมน

“ฉันคิดถึงการใช้เวลาในสนามกับเด็ก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องแต่งตัว ท่ามกลางสตาฟผู้ชาย แต่ทุกคนทำให้ฉันรู้สึกดี เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งสำคัญคือเด็ก ๆ ที่ได้รับการฝึกสอนจากเรา และเด็ก ๆ เหล่านี้จะได้เดินหน้าต่อไป”

ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยของ ‘เบตติน่า วีกมันน์’ ให้กับทีมชาติเยอรมันหญิงชุด U15 คู่ขนานไปกับการสอบใบอนุญาตการฝึกสอนอาชีพระดับสูงที่ศูนย์ฝึกอบรมโค้ชของ ‘เดเอฟเบ’ หรือสมาคมฟุตบอลเยอรมนีในแฟรงก์เฟิร์ต

“ฉันเดินไปรอบห้องตลอดทั้งวัน หัวใจเต้น 300 ครั้งต่อนาทีกระมัง ฉันตกอยู่ใต้ความกดดันอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าฉันอยากจะก้าวไปข้างหน้าให้ดีที่สุด มันเป็นวันที่เข้มข้นมาก” เธอกล่าวหลังจากจบหลักสูตรการฝึกสอนในปี ค.ศ. 2022

หลังจากนั้น มารี-หลุยส์ เอต้า ย้ายไปทำงานกับทีมชาติหญิงชุด U17 จากนั้นยูเนี่ยน เบอร์ลิน ก็โทรฯ มาในช่วงฤดูร้อน 2023 มอบตำแหน่งผู้ช่วยของมาร์โก ชุด U19 (ทีมชาย) จนจบอันดับ 3 ในลีก คว้าตั๋วไปยูฟ่ายูธ ลีก

ความท้าทายในฐานะ ‘โค้ชหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา’

“มันไม่ใช่การตัดสินใจโดยไม่รู้ตัว ที่จะมีผู้หญิงเป็นผู้ช่วยโค้ช และมันไม่ใช่การทำให้การตัดสินใจครั้งนี้เสื่อมเสีย เราได้ตัดสินใจสำหรับโค้ชฟุตบอลที่ทำงานในทีมอยู่แล้ว” ประธานสหภาพโค้ช ‘เดิร์ก ซิงเลอร์’ กล่าวหลังจากแต่งตั้งเธอเป็นผู้ช่วยโค้ช

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มารี-หลุยส์ เอต้า ได้ถากถางสร้างเส้นทางเดินใหม่ให้กับผู้หญิงในเกมอาชีพของชายเป็นใหญ่ ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่เธอทำงานอยู่ที่แวร์เดอร์ เบรเมน เธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เป็นโค้ชทีมชายในตอนนั้น

อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในโค้ชหญิงกลุ่มแรก ๆ และอาจรวมถึงโค้ชชายด้วย ที่ได้เข้ารับการฝึกสอนผ่านระบบออนไลน์เมื่อครั้ง COVID-19 กำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก มิหนำซ้ำ เธอยังได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าห้องอีกด้วย

“มันไม่ได้ทำให้ฉันภูมิใจเพราะฉันเป็นผู้หญิงคนเดียว ในฐานะมนุษย์ ฉันดีใจมากที่ได้ทำงานนี้ อันที่จริงแล้ว ฉันมองไม่เห็นความแตกต่างมากนักหรอก เพราะไม่ว่าจะโค้ชชายหรือโค้ชหญิง หรือไม่ว่าคุณจะทำงานในระดับเยาวชน หรือระดับชุดใหญ่ คุณภาพของโค้ชทั้งในและนอกสนามเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตาม” มารี-หลุยส์ เอต้า กล่าวไว้เมื่อปี ค.ศ. 2018 เมื่อครั้งที่เธอได้รับการแต่งตั้งให้เป็นโค้ชหญิงเพียงคนเดียวในอะคาเดมีของเบรเมน แห่งลีกบุนเดสลีกา

สู้! เพื่อ ‘ยูเนี่ยน เบอร์ลิน’ 2024

ยูเนี่ยน เบอร์ลิน เพิ่งปลดโค้ช อรูส์ ฟิชเชอร์ ที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 2018 พาทีมเลื่อนชั้นจากลีกา 2 ก่อนจบอันดับ 4 คว้าโควตายูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรไปอย่างน่าตื่นเต้น แต่ผลงานปีนี้กลับย่ำแย่มาก

โดยในฤดูกาลที่แล้ว ยูเนี่ยน เบอร์ลิน ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก แต่ทว่าในฤดูกาลปัจจุบัน พวกเขาไม่ชนะใคร 14 นัดติดต่อกันทุกรายการ ‘จมบ๊วย’ ทั้งบุนเดสลีกา และยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก กลุ่ม C ที่ตกรอบไปแล้วอย่างแน่นอน

ยูเนี่ยน เบอร์ลิน จึงต้องเด้งอรูส์ ฟิชเชอร์ โค้ชชาวสวิตเซอร์แลนด์ และ ‘มาร์คุส โฮฟฟ์มันน์’ มือขวาของเขาพ้นไปจากตำแหน่ง และแต่งตั้ง มาร์โก โกรเต้ โค้ชชุด U19 เข้ามารับหน้าที่กุนซือชุดใหญ่ของ ยูเนี่ยน เบอร์ลิน เป็นการชั่วคราว

พร้อมกับสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการดึงเอาผู้ช่วยโค้ชชุด U19 คือ มารี-หลุยส์ เอต้า ขึ้นมาเป็น ‘โค้ชหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา’ ท่ามกลางความกดดันอันใหญ่หลวง นั่นคือการ ‘หนีตกชั้น’

 

ภาพ : Getty Images

เรื่อง : จักรกฤษณ์ สิริริน