Post on 25/11/2020

คามิยามะ ทากาชิ: ไลฟ์โค้ชแห่งคุโรมาตี้ ผู้เริ่มประโยคด้วยคำว่า “กราบเท้าคุณแม่”

“กราบเท้าคุณแม่…..(前略オフクロ様…..)” เป็นคำขึ้นต้นที่ผู้ชายเรียบร้อยผู้แสนดีคนนี้ ‘คามิยามะ ทากาชิ’ ใช้เป็นประจำ เวลาที่เขียนจดหมายไปหาแม่ เพื่อเล่าเรื่องราวชีวิตการเรียนในโรงเรียนมัธยมฯ ปลายแห่งใหม่ของเขา

“ตอนนี้ผมสอบเข้าโรงเรียน ม. ปลายคุโรมาตี้ได้เรียบร้อยแล้วครับ ผมอยากจะปรับตัวให้เข้ากับที่นี่ให้เร็วที่สุด จะได้สนุกกับชีวิตในรั้วโรงเรียน…แต่ทว่า…” คามิยามะคงไม่เคยคาดฝันว่าตัวเองจะต้องกลายเป็น ‘กระต่ายที่อยู่ท่ามกลางสิงโต’ ไปได้ และคงไม่คาดคิดว่าในที่สุดตัวเขาเองจะกลายเป็นผู้ได้รับสมญา “แกนั่นแหละ เลวที่สุด!!!” จากเด็กเลวในโรงเรียนที่รวมเด็กเลวทั่วประเทศญี่ปุ่นเอาไว้แบบนี้ เขากลายเป็นผู้ชายที่เลวที่สุดท่ามกลางเด็กเลวทั่วญี่ปุ่นไปเสียแล้ว…

เรื่องคุโรมาตี้: โรงเรียนคนบวม (魁!!クロマティ高校) นี้ ตั้งชื่อภาษาญี่ปุ่นเพื่อล้อเลียนเรื่อง ‘โรงเรียนลูกผู้ชาย’ โดยตรง เพราะเรื่องโรงเรียนลูกผู้ชายใช้ชื่อญี่ปุ่นว่า ‘ซะคิงะเคะ โอะโตะโกะจุกุ’ ชื่อเรื่องคุโรมาตี้เลยตั้งว่า ‘ซะคิงะเคะ คุโรมาตี้โคโค’ เพื่อจิกกัดกันตรง ๆ

เรื่องคุโรมาตี้นี้มีพล็อตเกี่ยวกับ…ไม่มีพล็อต!! ทุกอย่างคือบ้าบอคอแตก หลุดโลก แต่เป็นความบ้าบอที่ต่างจากเรื่อง Dr. Slump และหนูน้อยอาราเล่ เพราะในอาราเล่คือมี Background ชัดเจนว่าเป็นโลกในจินตนาการ สามารถบ้าได้อย่างเต็มที่ แต่ในคุโรมาตี้เปิดตัวมาแนวโรงเรียนลูกผู้ชาย แถมลายเส้นจริงจัง ออกแนวการ์ตูนวัยรุ่นยกพวกตีกัน ใน Real World แต่แล้วความคาดหวังของผู้อ่านก็โดนเอาไปโยนทิ้งน้ำเป็นเหยื่อสาหร่ายสไปรูลินา, โดนเอาไปซ่อนไว้หลังตู้ราวกับแบงก์พันเยนที่พวกนายทุกคนคงลืมไปแล้ว, โดนทำลายย่อยยับเหมือนคอมพิวเตอร์ราคาถูกราวกับเหวี่ยงทิ้ง ฯลฯ คุโรมาตี้กลายเป็นเรื่องเกี่ยวกับบ้าอะไรก็ไม่รู้ และระหว่างที่อ่าน ผู้อ่านก็จะเสพติดกับความบ้าบอเนื่องจากถูกเนื้อเรื่องค่อย ๆ บั่นทอนปัญญาไปทีละน้อย จนกลายเป็นสาวกของเรื่องนี้ไปในที่สุด นักเรียนในโรงเรียนมีทั้งเด็กเลว, หุ่นกระป๋องที่คิดไปเองว่าตัวเองเป็นมนุษย์, กอริลล่าที่ฉลาดกว่าคน, นักเรียนหนวดที่หน้าเหมือนเฟรดดี้ นักร้องนำวง Queen, โจรไฮแจ็คเครื่องบินที่ปลอมตัวเป็นนักเรียน, เกรียนออฟไลน์ (ในออนไลน์เป็นคนดีมาก แต่ใน Real World คือโหด เลว ชั่ว), แล้วโรงเรียนนี้ก็มีมนุษย์ต่างดาวมาเยี่ยมบ่อยมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ฯลฯ

เรื่องนี้เขียนโดย โนะนะกะ เอย์จิ (野中英次) มีการตีพิมพ์รายสัปดาห์ในนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ Weekly Shonen Magazine (週刊少年マガジン) ของสำนักพิมพ์ Kodansha (講談社) ที่ญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000-2006 และมีการพิมพ์รวมเล่มเป็นเรื่องของตัวเองทั้งหมด 17 เล่มด้วยกัน แถมยังได้รางวัล Kodansha Manga Shō (講談社漫画賞) ด้วยนะในประเภทการ์ตูนสำหรับวัยรุ่น ทุกวันนี้ผู้อ่านจำนวนมากก็ยังแทบไม่เชื่อว่าไอ้เรื่องบ้าบอบั่นทอนปัญญาเรื่องนี้มันได้รางวัลใหญ่แบบนี้เข้าไปได้ยังไง (วะ)

คุโรมาตี้ดำเนินเรื่องท่ามกลางค่านิยมของเด็กผู้ชายมัธยมฯ ปลายว่า ‘ต้องเลว ต้องถ่อย ถึงจะเท่’ นักเรียนทุกคนในเรื่องจึงต้องพยายามทำตัวให้เลวที่สุด พยายามเล่าเรื่องแสนเลวของตัวเอง ทำให้ต้องมาเรียนโรงเรียนคุโรมาตี้ไปในที่สุด คามิยามะเองเป็นเด็กหัวดีเรียนเก่ง แต่เนื่องจากอยากเป็นไลฟ์โค้ชให้เพื่อนอีกคนที่เรียนไม่เก่ง คามิยามะจึงตัดสินใจชวนเพื่อนคนนั้นไปสอบเข้าโรงเรียนคุโรมาตี้ ที่ว่ากันว่าแค่บวกลบเป็นก็สอบเข้าได้แล้ว ที่ผิดคาดที่สุดคือ เพื่อนคนนั้นดันสอบเข้าคุโรมาตี้ไม่ติด! แต่คามิยามะดันสอบติด ทำให้ชีวิตเขาต้องพลิกผันจากเด็กเรียนเก่งที่ควรจะได้เข้าโรงเรียนดี ๆ มาตกระกำลำบากกลายเป็น ‘กระต่ายที่อยู่ท่ามกลางสิงโต’ ที่คุโรมาตี้ไป ถ้าเป็นตามปกติ คามิยามะควรจะต้องโดนแกล้ง โดนกระทืบ โดนเด็กเลวในโรงเรียนรุมแกล้ง จนบาดเจ็บ หรือฆ่าตัวตายไปในที่สุด แต่เรื่องนี้หักมุม เพราะเขากลายเป็นผู้นำแห่งเด็กเลวไปได้

คามิยามะทำตัวเสมือนไลฟ์โค้ชให้ทุกคนในโรงเรียน คอยใช้เหตุและผลชักนำทุกคน…ออกทะเลไปสู่ความมึนงงแห่งปรัชญา จนในที่สุดก็ชนะเลิศ “การประกวดชายผู้มีแผ่นหลังที่เร่าร้อนที่สุด” และกลายเป็นผู้นำชั้นปีของตัวเองไปได้

ความเลวของคามิยามะเริ่มตั้งแต่ตอนแรก ๆ ที่เข้าโรงเรียนคุโรมาตี้มาใหม่ ๆ คามิยามะทำดินสอตกพื้น เพื่อนโต๊ะข้าง ๆ ที่ต้องการแสดงว่าตัวเองเลวอย่างแสนเท่เพียงใดก็รีบหยิบดินสอของคามิยามะมา ‘กินเข้าไป’ เพื่อแสดงว่าถ่อยเลวสุดจะสุด แต่คามิยามะก็ชั่วร้ายพอที่จะแกล้งเทดินสอหมดทั้งกล่องลงพื้น เพราะรู้จิตวิทยาเด็กเลวว่าก็จะต้องโชว์ถ่อยโดยการพยายามกินดินสอทั้งกล่อง จนอ้วกแตกและแพ้ภัยตัวเองไป

คามิยามะยังเคยพยายามจะช่วยเพื่อนร่วมชั้นที่ถูกแกล้ง โดยการใช้ให้ไปซื้อของกินมาให้บ่อย ๆ แบบเป็นเบ๊ของเพื่อนในห้อง คามิยามะเสนอตัวเองเป็นเบ๊ และรับออร์เดอร์มากขึ้น ๆ จนกลายเป็นการเปิดร้านขายของในห้องเรียนไปเสีย (ฉิบ)

เพื่อนที่กำลังเมารถอย่างหนัก กำลังจะสำรอกมิสำรอกแหล่ คามิยามะก็พลาดล้มตัวลงกระแทกท้องของเขา จับเขาเขย่าตัวแรง ๆ ๆ จนเขาเวียนหัวหนักกว่าเดิม และปิดท้ายด้วยการเสนอขนมพุดดิ้งให้เพื่อนที่เมารถกำลังจะสำรอก พร้อมกับคำพูดสุดเท่ “คุณคงท้องว่างอยู่สินะครับ เชิญกินขนมของผมได้เลย ถึงมันจะแหยะ ๆ ดึ๋ย ๆ บรึ๋ย ๆ ไปหน่อยก็เถอะ” ทำให้เพื่อนพยายามโชว์แมนว่าฉันไม่ได้เมารถนะ และยัดพุดดิ้งเข้าท้อง แล้วก็สลบเหมือดไป…

แต่วีรกรรมวีรเวรที่จะขาดไม่ได้เลวคือกรณีโดมิโน่ มีทีวีช่องหนึ่งรับสมัครนักเรียนทำงานพิเศษคือการช่วยเรียงโดมิโน่ เพื่อไว้ทำสถิติล้มโดมิโน่ลงกินเนสส์บุ๊ก แต่เนื่องจากเป็นงานที่น่าเบื่อมากและกินเวลาเป็นเดือนในการเรียงโดมิโน่ให้ได้จำนวนพอที่จะทำลายสถิติโลก คามิยามะอันแสนเลวจึงลอบเข้าไปที่ห้องเก็บของที่เรียงโดมิโน่ และใช้กาวตราช้างทาโดมิโน่ตัวที่ 37,042 ไม่ให้ล้ม เพราะตัวที่ 37,042 คือจำนวนที่ทำลายสถิติโลก โอ้ว! เลวสุดเลวมากแผนนี้ เพื่อน ๆ ทุกคนในห้องจึงขนานนามชายผู้นี้ว่า “แกนั่นแหละ เลวที่สุด”

เรื่องนี้บั่นทอนปัญญาอย่างมาก ถ้าชีวิตมีสาระมากเกินไป หรืออยากผ่อนคลายด้วยการเอาสมองให้มนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไปบ้าง ก็แนะนำให้ลองหาเรื่องนี้มาอ่านกัน


วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล

ผู้หลงใหลในวัฒนธรรมมวลชนญี่ปุ่น ศึกษาภาษาและสังคมญี่ปุ่นมายาวนานมากกว่า 20 ปี ทั้งจากมุมมองของชาวญี่ปุ่นเอง, มุมมองของชาวไทย, และมุมมองของชาวตะวันตก

Related

Little Mermaid ตัวละครสะท้อนความรักต้องห้ามแบบชายรักชาย

Blackpink:Light Up the Sky สารคดีเด็กสาวที่ส่องสว่างบนฟากฟ้าด้วยแสงตนเอง

รีวิว หัวหิน อินเตอร์เนชันแนล แจ๊ส เฟสติวัล 2019 มหกรรมดนตรีที่มากกว่าแค่โชว์ริมทะเล

เคอเรจ: เจ้าตูบจอมขลาด หรือ หมาน้อยผู้กล้าหาญ? เมื่อการ์ตูนตลกร้ายมีเป้าหมายให้เด็ก ๆ เผชิญหน้ากับความกลัว

เทย์เลอร์ สวิฟต์: จากเจ้าหญิงเพลงคันทรีสู่การสร้างปรากฏการณ์ The Taylor Swift Effect

พจมาน นางเอกตลอดกาลแห่งบ้านทรายทอง: ใครว่าเธอไม่สู้คน?

Prodigy แร็ปเปอร์ยุค 90 ต้นตอ “อิลลูมินาติ” ในวัฒนธรรมป๊อป

เซียวจ้าน: #ปรมาจารย์ลัทธิมาร ซูเปอร์สตาร์สุดฮ็อตอันดับ 1 ของจีน