Post on 20/12/2018

โยรุ ซุมิโนะ ผู้เขียนนิยายกระชากน้ำตา “ตับอ่อน” I Want to Eat Your Pancreas

น้ำตา ความซาบซึ้ง และการร้องไห้ คือผลตอบรับจากนิยาย I Want to Eat Your Pancreas ที่เราพบเห็นได้ทั่วไปจากผู้อ่าน ความที่เนื้อหาหลักเกี่ยวกับความรักและการจากลา จึงไม่แปลกที่ “ตับอ่อน” มีชื่อเสียงอย่างมากในฐานะนิยายกระชากน้ำตาจากประเทศญี่ปุ่น

“ตัวเอกของเรื่องนี้เป็นคนที่ใช้ชีวิตได้ไม่คุ้มค่า เป็นคนที่กลัวการสร้างสายสัมพันธ์กับผู้อื่น ซึ่งผมคิดว่าตัวละครนี้จริงๆ แล้วถูกสร้างขึ้นมาจากนิสัยเสียของผมเอง” นี่คือคำสารภาพของ โยรุ ซุมิโนะ นามปากกาของผู้เขียนนิยายเรื่องนี้ซึ่งปัจจุบันยังไม่เปิดเผยตัวตนให้คนอื่นรับรู้!

I Want to Eat Your Pancreas เป็นผลงานนิยายโรแมนติก-ดรามาเรื่องแรกของ โยรุ ซุมิโนะ นามปากกาของนักเขียนที่ยังเป็นปริศนาว่าเขาคือใคร หากเสิรช์ชื่อเขาตามกูเกิลเราจะไม่พบประวัติใดๆ นอกจากผลงาน รวมถึงวิกิพีเดียภาษาญี่ปุ่นที่ระบุไว้ว่าเป็น “เพศชาย”

I Want to Eat Your Pancreas เป็นผลงานเรื่องแรกที่เผยแพร่ครั้งแรกในรูปแบบนิยายออนไลน์เมื่อปี 2014 ก่อนจะได้รับการตีพิมพ์ฉบับรวมเล่มโดยสำนักพิมพ์ Futabasha ในเดือนมิถุนายน 2015 สถิติยอดขายรวมกว่า 2.6 ล้านเล่ม ต่อมามีฉบับหนังสือการ์ตูนออกมาในปี 2016-2017 ตามมาด้วยฉบับภาพยนตร์คนแสดงในปี 2017 และเร็วๆ นี้กำลังจะมีฉบับภาพยนตร์แอนิเมชันที่กำลังจะเข้าฉายประเทศไทยในชื่อ “เพราะหัวใจใกล้ตับอ่อน” อีกด้วย

“สมัยก่อนผมมักขลุกอยู่ในห้องสมุดตลอดเวลา ช่วงนั้นผมได้มีโอกาสพบกับนักเขียนชื่อดังหลายท่านที่ร้านหนังสือที่ตั้งอยู่ระหว่างทางไปห้องสมุด เช่น คุณเคอิจิ โทคิวาซาวะ คุณฮิโรชิ อาริคาวะ และ คุณโอชิอิจิ” และนั่นก็เป็นแรงบันดาลใจให้ซุมิโนะเริ่มเขียนหนังสือเป็นของตัวเอง

“สมัยเด็กผมนั่งเขียนบทนิยายอยู่ที่โต๊ะในห้องเหมือนกัน เวลาที่พ่อแม่เข้ามาเห็นผมในสภาพนั้น เขาก็จะหัวเราะคิกคักกันอยู่ด้านหลัง เพราะตอนนั้นผมพึ่งจะเป็นเด็กมัธยม แต่ตอนนี้ในฐานะนักเขียนนิยายเต็มตัว ผมพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า เวลาเหล่านั้นที่ดูเหมือนสูญเปล่า มันไม่ใช่การใช้เวลาที่ไร้ประโยชน์เลยแม้แต่น้อย”

จะว่าไปไม่ต่างจากนามปากกาของเขา 住野よる ที่แปลตรงตัวง่ายๆ “อาศัยอยู่ในเวลากลางคืน”

ความที่ซุมิโนะชอบขลุกตัวอยู่ในห้องสมุด ตอนเด็กๆ เขาจึงคิดว่าการอ่านหนังสือเป็นสิ่งที่ดีกว่าการออกไปพบปะผู้อื่น ซึ่งไม่ต่างอะไรกับตัวละครที่มักเก็บตัวอยู่ในห้องสมุดเช่นกัน ซุมิโนะจึงอยากบอกว่าทุกคนผ่านตัวละครนี้ว่า “อย่าเป็นแบบนี้”

 “จริงๆ แล้วผมก็ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงตัวเองไปจากตอนเด็กเท่าไหร่ แต่นิยายของผมจะแฝงข้อคิดเอาไว้ว่า ‘ทุกคนควรคิดที่จะเปลี่ยนแปลง’ ดังนั้นถ้าคุณเห็นสิ่งแย่ๆ ที่ตัวละครต้องการเปลี่ยนแปลง รู้ไว้เลยว่าสิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่ฉันต้องการเปลี่ยนในชีวิตจริงด้วย”

I Want to Eat Your Pancreas ว่าด้วยเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร “ผม” เด็กหนุ่มนักเรียนมัธยมปลายผู้ไม่ค่อยสนใจสิ่งอื่นใดนอกจากการอ่านหนังสือ และ “ยามาอุจิ ซากุระ” เด็กสาวเพื่อนร่วมชั้นเรียนเดียวกัน วันหนึ่ง “ผม” ได้พบไดอารีบันทึกการเจ็บป่วยโรคมะเร็งตับอ่อนที่มีข้อความสะเทือนใจเขียนไว้ว่า “วันของฉันนั้นเหลือน้อยเต็มที ฉันกำลังจะตายในไม่กี่ปีต่อจากนี้” นำมาซึ่งความสัมพันธ์เรียกน้ำตาคนอ่านทั่วโลก

ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์คนแสดงที่ออกเมื่อปลายปี 2017 คิตะมุระ ทาคุมิ นักแสดงหนุ่มผู้รับบท “ผม” ในวัยมัธยมฯ พูดถึงความสัมพันธ์ของตัวละครนี้ว่า ผมรู้สึกเสียใจในความสัมพันธ์ระหว่าซากุระกับ ‘ผม’ มากจริงๆ เพราะมันคือความสัมพันธ์ของคนสองคนที่ไม่สามารถเปิดเผยความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างมีอยู่ออกมาได้” เช่นเดียวกับ โอกุริ ชุน ผู้รับบท “ผม” ในอีก 12 ปีต่อมาว่า ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนในสมัยเรียนล้วนเป็นไปด้วยความไร้เดียงสา ไม่มั่นคง ทว่าบริสุทธิ์ เราจะเห็นความกระอักกระอ่วนในการพูดคำว่า ‘รัก’ ให้อีกฝ่ายได้ฟัง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องใช้แต่ละวันให้คุ้มค่าต่อไปภายใต้ระยะเวลาอันจำกัด”

ขณะที่ฉบับภาพยนตร์แอนิเมชันได้ ผู้กำกับ ชินอิจิโร่ อุชิจิมะ ทำหน้าที่หัวเรือใหญ่ ซึ่งเขาบอกว่าความยากลำบากคือความต้องการสร้างให้แอนิเมชั่นเรื่องนี้มีความใกล้เคียงกับนิยายให้มากที่สุด ถึงแม้บางฉากที่ผู้อ่านและผู้เขียนตีความแตกต่างกัน เขาก็จะเลือกมุมมองของนักเขียนซุมิโนะเป็นที่ตั้ง

“มันเป็นสิ่งที่ตัดสินใจยาก ผลงานของผมได้รับการสนับสนุนจากแฟนๆ หนังสือหลายต่อหลายคน และผมก็ไม่อยากทำให้แฟนๆ เหล่านั้นต้องผิดหวังด้วย” นักเขียนที่ไม่ยอมเปิดเผยตัวตนกล่าวถึงการทำงานในครั้งนี้อย่างในฉากเล็กๆ ฉากหนึ่ง กว่าพวกเราจะตัดสินใจกันได้ว่าจะสร้างแบบไหน เราต้องพูดคุยกันถึง 3 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว”

ทั้งหมดก็เพื่อเสน่ห์ของแอนิเมชันให้ผู้ชมติดตามการเติบโตทางด้านจิตใจของตัวละคร และทำให้ I Want to Eat Your Pancreas เวอร์ชันแอนิเมชั่นสะท้อนเรื่องราวการใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นได้สมบูรณ์ที่สุด

ท้ายที่สุดแล้ว โยรุ ซุมิโนะ ยังมองว่าสังคมปัจจุบันมีคนหนุ่มสาวที่ไม่กล้าพูดออกความเห็นเหมือนตัวละคร นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาเขียนเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่มุมห้องโดยไม่พูดอะไรกับใครออกมา ซุมิโนะจึงปรารถนาสะกิดเตือนให้เด็กเหล่านั้นรู้ตัว และเปิดใจคุยกับคนอื่นบ้าง

“หนังสือทุกเล่มที่ผมเขียนจะเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับการยอมรับผู้อื่น อย่างในเรื่องนี้ตัวละครชายและซากุระก็เริ่มต้นจากการเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักกัน ไปสู่การยอมรับความคิดของอีกฝ่าย” ซุมิโนะกล่าว “ผมคิดว่า การที่ในโลกนี้มีใครสักคนยอมรับตัวตนเราได้จริงๆ นั้น เป็นเรื่องดีที่สุดในชีวิต”

ใช่… การมีใครยอมรับตัวตนเราได้จริงๆ เป็นเรื่องดีที่สุดในชีวิต และจงรักษาคนนั้นๆ เอาไว้ให้นานที่สุด อย่างไรก็ดี ถึงแม้เขาต้องการนำเสนอเรื่องการยอมรับตัวตน แต่ตัวตนที่แท้จริงนักเขียนที่ชื่อ โยรุ ซุมิโนะ ยังเป็นปริศนาต่อไป

 

ที่มา


Writer

ผู้เขียนเนื้อหาศิลปวัฒนธรรม และอะไรก็ตามที่เป็นความบันเทิง

Related

ธีโลเนียส มังค์ อัจฉริยะดนตรีผู้เดียวดาย

วิเชียร ตันติพิมลพันธ์ นักแต่งเพลงผู้ (แต่ง) อยู่เบื้องหลัง เพลงเกือบทั้งหมดของลุงตู่

เคนท์ เจิ้ง ดารารุ่นใหญ่ของฮ่องกง ที่เคยแสดงเรื่อง ‘ยิปมัน’ ผู้ที่เพื่อนไม่ให้ยืมเงิน

จอร์ดิ เอล นินโญ โปยา ไม่ใช่นักคณิตศาสตร์โอลิมปิก แต่เป็นดาราหนังโป๊ขวัญใจยกแม่ เฮ้ย! แม่ยก

นาร์ซิสซัส หลงตัวเองจนตาย เทพกรีกที่มาของโรคหลงตัวเอง

บาดแผล 37 ปีของแรมโบ้ สู่ภาวะป่วยทางจิตจากเหตุการณ์รุนแรง (PTSD)

“20 ปีตำนานเน็ตไอดอลคนแรกของไทย” บอลลูน – พินทุ์สุดา ตันไพเราะห์

คามิล่า คาเบโย่ ยืนหยัดในความเป็นลาติน่า แม้ถูกเหยียดชาติกว่า 10 ปี