25 ก.พ. 2568 | 18:00 น.
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 เป็นสถาบันทางปัญญา(Think Tank) มีจุดเริ่มต้นจากการเข้าร่วมโครงการอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา เมื่อปี พ.ศ. 2550 ณ โพธิมณฑล สถานที่ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คณะผู้อุปสมบทเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง จึงก่อตั้ง “ชมรมโพธิคยา 980 ในปีพ.ศ. 2550 และพัฒนาเป็นสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ขึ้น ในปี พ.ศ.2552 โดยมีสำนักงานตั้งอยู่ที่วัดไทยกุสินารา และวัดไทยพุทธคยา สาธารณรัฐอินเดีย
“สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980” ภายใต้การนำของ ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ ได้ดำเนินการสนับสนุน ทั้งการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552-2557 จัดทำโครงการ “ส่งเสริมพระสงฆ์ไทยไปศึกษาและปฏิบัติธรรมเชิงลึก ณ แดนพุทธภูมิ อินเดีย-เนปาล” จากนั้นได้ขยายการอบรมอบรมไปสู่พระสงฆ์ในดินแดนลุ่มน้ำโขง ได้แก่ กัมพูชา ลาว เวียดนามและไทย โดยใช้หลักสูตรพุทธภูมิศึกษา
ปีพ.ศ. 2556-2559 สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 จัดโครงการสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อปลุกจิตศรัทธาชาวพุทธ อาทิ โครงการ “พุทธพลิกโลกสัญจร” โครงการ “พุทธศาสน์การทูต” และโครงการ “พุทธพลิกสุวรรณภูมิ” สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ด้วยการจัดโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินถึง 4 ครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ.2560 เพื่อเชื่อมต่อประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ตลอดเส้นทางธรรมยาตรา ได้ปลูกหน่อต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่นำมาจากประเทศอินเดีย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ทางปัญญา แห่งพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เสมือน 5 แผ่นดินลุ่มแม่น้ำโขง มีพ่อและแม่เดียวกัน
ธรรมยาตรา ครั้งที่ 2 ในปีพ.ศ.2562 ผู้นำประเทศและผู้นำสงฆ์จาก 5 แผ่นดิน ต่างให้การสนับสนุนอย่างยิ่งใหญ่
จากความสำเร็จของโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน ทั้ง 2 ครั้ง นำมาซึ่งการสานต่อการทำงาน โดยดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันฯ และนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รองเลขาธิการสถาบันฯ ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมทางวิชาการ “the 7th International Dharma Dhamma Conference : Eastern Humanity for the New Era” ณ เมืองโบภาล สาธารณรัฐอินนเดีย โดยมี Honorable Smt.Droupadi Murmu ประธานาธิบดีอินเดีย เป็นผู้เปิดการประชุม จัดโดย India Foundation และมหาวิทยาลัยสาญจี เพื่อนำองค์ความรู้และหลักธรรมของพระพุทธเจ้าไปปฏิบัติ และนำไปสู่การสร้างสันติสุขอย่างแท้จริง เป็นการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรี Narendra Modi ที่กล่าวว่า “ศตวรรษที่ 21 คือ ศตวรรษของเอเชีย แต่ศตวรรษของเอเชียจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากเอเชียปราศจากพระพุทธศาสนา”
จากการร่วมทำงานอย่างต่อเนื่องที่อินเดีย เกิดแนวร่วมแห่งกองทัพธรรมที่ยิ่งใหญ่มากขึ้น เป็นที่มาของโครงการ ธรรมยาตรา ครั้งที่ 3 “ธรรมยาตรา พระบรมสารีริกธาตุ มหานทีคงคาลุ่มน้ำโขง” โดยการอัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ ของพระสารีบุตร และพระโมคคัลานะ จากประเทศอินเดีย มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ประเทศไทย ทั้งสี่ภูมิภาค (กรุงเทพฯ เชียงใหม่ อุบลราชธานี และกระบี่) เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 6 รอบ 28 กรฎาคม 2567 โดยมีประชาชนเข้ากราบสักการะเกือบ 5 ล้านคน ในระยะเวลาเพียง 26 วัน
ความสำเร็จของธรรมยาตราครั้งที่ 3 ได้ยกระดับความสัมพันธ์ ไทย-อินเดีย จากมหานทีคงคาสู่ลุ่มน้ำโขง โดยรัฐบาลอัญเชิญเครื่องราชสักการะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเครื่องสักการะพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ไปจัดถวาย ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงนิวเดลลี สถานที่เก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุ
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 มีเป้าหมาย ผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออก เพื่อสร้างกองทัพธรรมให้เข้มแข็ง ติดอาวุธทางปัญญาให้กับมนุษยชาติ โดยเฉพาะผู้นำ “ต้องใช้ธรรมเป็นอำนาจ ไม่ใช้อำนาจเป็นธรรม” อันนำมาซึ่งสันติสุขและสันติภาพ ให้เกิดเป็น”ศตวรรษแห่งธรรม” อย่างแท้จริง
ปลายปี พ.ศ.2567 สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ได้จัดโครงการ ธรรมยาตรา ครั้งที่ 4 “ลุ่มน้ำโขงสู่มหานทีคงคา ประกาศศตวรรษแห่งธรรม ณ แดนพุทธภูมิ สาธารณรัฐอินเดีย” เพื่อเดินหน้าประกาศ “ศตวรรษแห่งธรรม” หรือ “Dhamma Century” ณ โพธิมณฑล สาธารณรัฐอินเดีย โดยใช้หลักธรรมเป็นบันไดก้าวแรกสู่ศตวรรษแห่งธรรม ด้วยธรรมะมีหลากหลายบริบทตามความเป็นจริงและความเป็นธรรมชาติ และนิยามความดีในลักษณะแกนกลาง ที่มนุษย์ทุกชาติ ทุกศาสนาเข้าถึงได้ ไม่จำกัดอยู่ในลัทธิ ความเชื่อ ในศาสนาใดๆ แต่เป็นการเปิดใจกว้างยอมรับเบื้องต้นในการเข้าสู่ธรรม ขณะเดียวกันไทยและอินเดียเตรียมบรรจุ “ไทม์แคปซูล” หรือ “แคปซูลแห่งกาลเวลา” ซึ่งเป็นสาส์นจากเลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 บรรจุไว้ 3 แห่ง ได้แก่ 1.พุทธคยา อินเดีย 2.รัฐคุชราต อินเดีย และ 3.วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏ์ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย โดยจะเปิดพร้อมกันในอีก 234 ปีข้างหน้า ภายใต้ความร่วมมือและสนับสนุนจาก สถาบันคลังปัญญาของอินเดีย (Think Tank) และรัฐบาลอินเดีย ได้แก่ สถานทูตอินเดียประจำประเทศไทย, Vivekanada InternationalFoundation ,India (VIF) , International Center for Cultural Studies, India (ICCS) ,International Buddhist Confederation (IBC) , Mahabodhi Society of Sri Lanka
หมายเหตุ: