Post on 12/05/2019

โมฮาเหม็ด ซาลาห์: ขวัญใจลิเวอร์พูล มุสลิมผู้ทำลายกำแพงศาสนาในอังกฤษ

ในชั่วโมงนี้คงไม่มีคอบอลคนไหนไม่รู้จัก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (Mohamed Salah) นักเตะวัย 26 ปี ที่ถูกแฟนบอลลิเวอร์พูลขนานนามว่า เขาคือฟาโรห์แห่งอิยิปต์ (King of Egypt) ภายหลังจากที่เขาได้ก้าวเข้ามาเป็นแนวรุกคนสำคัญของทีมและพาสโมสรประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม แต่รู้หรือไม่ ในอีกแง่มุมหนึ่ง ฟาโรห์คนนี้คือชายชาวมุสลิมผู้เคร่งศาสนาและมีความหวังที่จะเชื่อมรอยต่อความขัดแย้งระหว่างชาวมุสลิมและคนในประเทศอังกฤษด้วยเช่นกัน

จากเด็กในเมืองนากริงประเทศอียิปต์ที่ต้องไล่ตามความฝันที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ถึงขนาดยอมนั่งรถประจำทางไปกลับนานถึง 9 ชั่วโมงต่อวันเพียงเพื่อจะได้ฝึกซ้อมฟุตบอลที่เขารัก สุดท้ายโมฮาเหม็ด ซาลาห์ กลายมาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลก การันตีด้วยรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ด้วยผลงานในฤดูกาลนั้นที่ยิงไปถึง 44 ประตู อีกทั้งพาทีมลิเวอร์พูล สโมสรที่ค้าแข้งอยู่เข้าชิงชนะเลิศรายการยูฟาแชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาล 2017/2018 นั่นก็เพียงพอแล้วที่เราจะสามารถยกย่องให้เขากลายเป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในปีนั้น

อะไรกันที่ทำให้นักฟุตบอลร่างเล็กจากประเทศอิยิปต์กลายมาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่ง?

หากคุณเคยรับชมลีลาการเล่นฟุตบอลของกองหน้าทีมลิเวอร์พูลรายนี้ นอกจากจุดเด่นเรื่องความเร็วในการเคลื่อนตัวและการจบสกอร์ด้วยเท้าซ้ายอันเฉียบคมแล้วนั้น อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นส่วนสำคัญพาเขาเข้าไปแตะความสำเร็จได้ นั่นคือ ความมุ่งมั่นและความทะเยอทะยานที่จะต้องการพิสูจน์ถึงความสามารถของเขาเอง

มีอยู่ช่วงหนึ่ง สมัยที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังเล่นฟุตบอลให้กับสโมสรบาเซิล ทีมฟุตบอลจากสวิตเซอร์แลนด์ ในเกมส์ยูฟาแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2013 ทีมเขาต้องพบกับทีมยักษ์ใหญ่อย่างเชลซี แมตช์นั้นหลังจากที่เชลซียิงนำไปก่อน 1-0 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก็ยิงตีตื้นกลับมาเป็น 1-1 และสุดท้ายบาเซิลพลิกแซงชนะเชลซี 2-1

ในเกมส์นั้น ลูกยิงตีเสมอของซาลาห์คือประตูสำคัญที่นำชัยชนะมาสู่บาเซิล เพื่อนร่วมทีมและแฟนบอลต่างกล่าวชื่นชมและยกย่องในตัวเขาเป็นอย่างมาก ทว่าสิ่งที่ซาลาห์กลับพูดต่อ บอร์นาร์ด ฮอยด์เลอร์ ประธานสโมสรบาเซิล นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่งอย่างสิ้นเชิง

“ซาลาห์บอกกับผมว่า ‘ท่านประธานครับ มันไม่ถูกต้องเท่าไหร่ ผมมีโอกาสยิงเกมนี้ทั้งหมด 7 ครั้ง โดย 6 ครั้งแรกมันไม่แม้แต่จะเข้ากรอบ แต่ที่ผมกล้ายิงมันอีกครั้ง ก็เพราะว่าความเชื่อมั่นที่ผู้จัดการทีม เหล่าสตาฟฟ์โค้ช และเพื่อนร่วมทีมมีให้กับผม ทำให้ประตูนี้เกิดขึ้น’ ผมได้ยินแล้วก็ได้แต่คิดว่า ให้ตายเถอะ เด็กคนนี้พูดได้ดีจริง ๆ”

ความทะเยอทะยานส่งผลให้โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พัฒนาตัวเองมากยิ่งขึ้น จนสุดท้ายเขาได้กลายมาเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมลิเวอร์พูล และสามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมในปี 2018 ได้ในที่สุด

“รางวัลนี้มันทำให้ผมรู้สึกดีมาก และมันก็ทำให้ผมอยากทำงานหนักขึ้นต่อไป” ซาลาห์กล่าว “เพราะถ้าหลังจากนี้ผมรักษามาตรฐานนี้เอาไว้ไม่ได้ แฟนบอลคงไม่ยอมรับในตัวผมแน่ แต่ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันกดดันนะ กลับกันมันเป็นความรู้สึกที่ดีที่ช่วยให้ผมพัฒนาด้วยซ้ำ” จากบทสัมภาษณ์ภายหลังได้รับรางวัล เป็นอีกหนึ่งคำตอบที่ดีว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไม่หยุดที่จะพัฒนาและพิสูจน์ให้แฟนบอลเห็นถึงความสามารถของเขา การเดินทางในอาชีพฟุตบอลของเขายังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

แต่สิ่งที่น่าสนใจในตัวเขายังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะความทะเยอทะยานที่ต้องการพิสูจน์ตัวตนของเขาไม่ได้อยู่แค่เพียงในสนามฟุตบอล หากเราลองมองออกไปนอกสนามฟุตบอล โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คืออีกหนึ่งชาวมุสลิมคนสำคัญที่พยายามพิสูจน์ถึงภาพลักษณ์ของชาวมุสลิมและศาสนาอิสลามที่กำลังเป็นปัญหาในประเทศอังกฤษ

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คือนักฟุตบอลที่มีชาติกำเนิดจากประเทศอียิปต์ เขาปฏิบัติตนตามวิถีศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด แต่หลังจากซาลาห์ถูกซื้อตัวจากโรมามาลิเวอร์พูล เขาได้พบความจริงที่ว่า ในประเทศอังกฤษยังมีชนวนปัญหาและความรุนแรงระหว่างชาวอังกฤษกับคนมุสลิมอยู่จำนวนมาก ผู้คนยังมีภาวะ Islamophobia (ความกลัวต่อศาสนาอิสลามและชาวมุสลิมอย่างรุนแรง) จากการได้เผชิญกับความรุนแรงของชาวมุสลิมในหลายเหตุการณ์ จึงส่งผลให้พวกเขาลุกฮือขึ้นมาต่อต้านชาวมุสลิมกันอย่างจริงจัง และเลยเถิดไปถึงการเหยียดและดูหมิ่นชาวมุสลิมที่อยู่ในประเทศอังกฤษ

BRIGHTON, ENGLAND – JANUARY 12: Mohamed Salah of Liverpool celebrates after scoring his team’s first goal from the penalty spot during the Premier League match between Brighton & Hove Albion and Liverpool FC at American Express Community Stadium on January 12, 2019 in Brighton, United Kingdom. (Photo by Bryn Lennon/Getty Images)

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก็คือเหยื่อของสภาวะการถูกเหยียดเช่นกัน ช่วงแรกที่เขาเล่นให้กับลิเวอร์พูล เขาถูกแฟนบอลจำนวนหนึ่งล้อเลียนเชิงดูหมิ่นถึงความเป็นมุสลิมของเขา มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาเคยถูกแฟนบอลจากทีมเชลซีแต่งเพลงล้อเลียนโดยเฉพาะ มีใจความสำคัญว่า “เขานั้นคือมือระเบิด” (เป็นคำล้อเลียนชาวมุสลิม ที่ชาวอังกฤษติดภาพจำมาในฐานะผู้ก่อการร้าย) ถึงแม้ว่าองค์กรสำคัญต่าง ๆ ในอังกฤษจะออกมาประณามการกระทำเหล่านี้ว่าเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจและไม่ควรให้อภัย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เรื่องราวแบบนี้จะยังถูกปลูกฝังอยู่ในรากฐานความคิดของชาวอังกฤษมาโดยตลอด

เมื่อไม้แข็งขององค์กรในอังกฤษใช้ไม่ได้ผล สิ่งต่อมาที่โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ออกมาตอบโต้คือการ ‘พิสูจน์’ ให้เห็นว่า ชาวมุสลิมไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายทุกคน กลับกันพวกเขาคือคนที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีและพร้อมช่วยเหลือผู้คนต่างหาก

“เขาคือนักเตะที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาในฐานะชาวมุสลิม เขาพร้อมที่จะแสดงออกตลอดเวลาแม้กระทั่งขณะที่เขาสวมชุดลิเวอร์พูลอยู่ ถึงแม้มันจะไม่ทำให้ความตึงเครียดในศาสนาอิสลามลดลง แต่เขาก็คืออีกหนึ่งแรงผลักดันที่สำคัญในประเทศอังกฤษ” มิคดาด เวอร์ซี ผู้ช่วยเลขาธิการสภามุสลิมแห่งอังกฤษกล่าวกับ The New York Times

แม้ว่าปัจจุบันความรุนแรงเรื่องการเหยียดเชื้อชาติยังคงมีอยู่และดำเนินต่อไป แต่สำหรับสิ่งที่ซาลาห์แสดงออกในฐานะชาวมุสลิมทั้งในสนามและนอกสนามของเขา มันออกดอกและผลมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้ลงมือทำและพิสูจน์ให้คนในประเทศอังกฤษเห็นจริง ซาลาห์เริ่มจากการที่เขาแสดงออกถึงตัวตนในฐานะชาวมุสลิมอย่างเต็มที่ ท่าดีใจที่ก้มหมอบลงที่พื้นแล้วชูมือขึ้นฟ้า ที่หมายถึงการขอบคุณพระอัลลอฮ์ (พระเจ้าในศาสนาอิสลาม) ที่ประทานประตูดังกล่าวให้แก่เขา คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีว่าเขาพร้อมเปิดเผยตัวตนและให้ผู้คนยอมรับในฐานะชาวมุสลิมคนหนึ่ง

หรืออีกกรณีที่โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน นักเตะลิเวอร์พูลที่นับถือศาสนาอิสลามเช่นเดียวกัน ได้ไปเข้าร่วมพิธีละหมาดในมัสยิดที่เมืองลิเวอร์พูล ทำให้เหล่ามุสลิมในละแวกนั้นกล้าออกมาทำละหมาดและแสดงตัวในฐานะชาวมุสลิมได้ และยังทำให้คนที่นับถือศาสนาอื่นได้เห็นความจริงที่ว่า ชาวมุสลิมไม่ได้มีจิตใจและการกระทำที่โหดร้ายแต่อย่างใด เขาเพียงต้องการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสงบเพียงเท่านั้น

สิ่งเหล่านี้ได้ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของชาวมุสลิมทั้งต่อชาวมุสลิมในอังกฤษเองและมุมมองคนศาสนาอื่นต่อชาวมุสลิมเป็นอย่างมาก เดิมทีชาวมุสลิมในอังกฤษต่างต้องใช้ชีวิตอย่างหลบซ่อนในฐานะมุสลิม ผู้หญิงชาวมุสลิมบางส่วนหวาดกลัวถึงขนาดว่า ต้องถอดฮิญาบเวลาออกจากบ้าน เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นหากมีคนรู้ว่าเธอนับถือศาสนาอิสลาม

แต่หลังจากสิ่งที่ซาลาห์ทำเริ่มเห็นผล มันก็ได้เปลี่ยนแปลงสังคมของชาวมุสลิมในอังกฤษไปอย่างสิ้นเชิง ชาวมุสลิมคนหนึ่งเคยให้สัมภาษณ์ผ่าน BBC ว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้เปลี่ยนความคิดของลูกชายและลูกสาวของเธออย่างสิ้นเชิง เขาได้เปลี่ยนให้ลูกชายของเธอรู้สึกว่าการจะทำละหมาด หรือไว้หนวดเคราในฐานะชาวมุสลิม ไม่ใช่เรื่องผิดหรือจะทำให้เกิดปัญหาแก่ตัวเขาแต่อย่างใด และเขายังเปลี่ยนให้ลูกสาวของเธอกลายมาเป็นคนที่กล้าที่จะแสดงตัวตนในฐานะชาวมุสลิมออกมาอีกด้วย

“ซาลาห์ใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ ในลิเวอร์พูลเรียกศรัทธาของชาวมุสลิมให้กลับคืนมาได้ดีกว่าโครงการใด ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอังกฤษเสียอีก” หญิงสาวที่ถูกสัมภาษณ์กล่าว

หรือในเพลงเชียร์ที่แฟนบอลลิเวอร์พูลแต่งให้กับโมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีท่อนหนึ่งในเนื้อร้องว่า
“Mo Sa-la-la-la-lah, Mo Sa-la-la-la-lah! If he’s good enough for you, he’s good enough for me. If he scores another few, then I’ll be Muslim too.” คืออีกหนึ่งผลงานของความพยายามของเขา ที่สุดท้ายแฟนบอลชาวอังกฤษต่างยอมรับเขาทั้งในฐานะนักฟุตบอลและชาวมุสลิม

จะเห็นได้ว่าเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก้าวมาเป็นนักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกคนหนึ่ง และเป็นชาวมุสลิมที่ทำลายกำแพงที่หลายคนมีต่อศาสนาอิสลาม คือเลือกที่จะลงมือทำและพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นถึงตัวตนของเขา ซึ่งไม่ว่ามันจะสำเร็จหรือไม่ มันย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งที่เขาลงมือทำมาโดยตลอด และแน่นอนความทะเยอทะยานเหล่านี้ของโมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่รู้จบ

“สำหรับผมมันไม่มีอะไรง่ายเลย ไม่มีจริง ๆ การที่คุณจะเป็นนักฟุตบอลจากอาหรับมาในประเทศยุโรป คุณจะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างตั้งแต่ภาษาที่คุณพูดไปจนถึงอาหารที่คุณกิน คุณจะถูกจัดให้อยู่อีกชนชั้นที่แตกต่างชาวยุโรปทั่วไป คุณจะยอมรับมันแล้วใช้ชีวิตแบบนั้นก็ได้นะ แต่สำหรับผมมันไม่ใช่แบบนั้น ผมจะต้องพิสูจน์ตัวตนเท่านั้น” ซาลาห์กล่าวในบทสัมภาษณ์ในนิตยสาร GQ

เรื่อง: กฤตนัย จงไกรจักร

ที่มา
https://www.gqmiddleeast.com/features/Mo-Salah-GQ-Middle-East-Interview-2019
https://greatperformersacademy.com/motivation/top-26-amazing-facts-you-need-to-know-about-mo-salah
https://theconversation.com/liverpool-fcs-mohamed-salahs-goal-celebrations-a-guide-to-british-muslimness-93084
https://today.line.me/th/pc/article/
https://www.nytimes.com/2018/05/02/world/europe/mo-salah-liverpool-champions-league.html
https://www.goal.com/th/


นักเขียนรับเชิญ

นักเขียนรับเชิญที่ The People เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอบทความตามความสนใจ

Related

จัสติน ฟาชานู โศกนาฏกรรม นักฟุตบอลคนแรกผู้ประกาศว่าเป็นเกย์

เอรียา จุฑานุกาล “โปรเม” กับความสุขที่ไม่จำเป็นต้องเป็นที่หนึ่ง

ซน ฮึงมิน อปป้า นักฟุตบอลสเปอร์ส ผู้เป็นสตาร์ของซูเปอร์สตาร์เกาหลีใต้

“ที่หนึ่งไม่ไหว!” 19 ปีของ ลี ชอง เหว่ย นักแบดฯ กับมะเร็งที่พรากโอกาสพิชิตเหรียญทองโอลิมปิก

ถอดรหัส เมสัน กรีนวูด แห่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าที่ผู้กอบกู้ผีแดง?

พอล แกสคอยน์ นักเตะอัจฉริยะผู้ใช้เวลา 20 ปี ในการเอาชนะการติดแอลกอฮอล์

‘I Will Survive’ เพลงชาติเกย์ ที่คนฝรั่งเศส เอาไว้ “เชียร์ฟุตบอล”

“สแตน สมิธ” กับเรื่องราวของเทนนิสสู่รองเท้าระดับตำนานของอาดิดาส “บางคนคิดว่าผมเป็นรองเท้า”