Post on 28/11/2018

สิงโต นำโชค อดีตเด็กโรงกลึง ที่ชอบแอบหนีงานไปเล่นดนตรีในผับ

ผมสะดุดกับบทสัมภาษณ์ของสิงโต นำโชค ที่ว่า “ถ้าให้พูดถึงอดีตที่ลำบากและกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของผู้คนได้ไง ผมคงอธิบายไม่ได้เพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองลำบากเลยตอนเล่นดนตรี แม้จะไม่มีเงิน ผมก็มีความสุข” และพอได้พูดคุยกับเขาแล้วถึงรู้ว่า ชีวิตของชายคนนี้เต็มไปด้วยเบื้องหลังที่น่าสนใจไม่น้อย สิงโตใช้ชีวิตบนพื้นฐานที่ว่า

“จงเลือกทำในสิ่งที่รัก เพราะมันคือความสุขที่สุดของการใช้ชีวิต”

เร็ว ๆ นี้หนุ่ม สิงโต มีคิวขึ้นเวทีในเทศกาลดนตรี Season of Love Song ครั้งที่ 9 ซึ่งจะจัดขึ้นวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคมนี้ ที่เวเนโต้ สวนผึ้ง ราชบุรี วันนี้ The People ขอหยิบเรื่องราวของชายคนนี้มาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง

นำโชค ทะนัดรัมย์ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “สิงโต นำโชค” เกิดและโตที่จังหวัดบุรีรัมย์ หนุ่มจากแดนอีสานคนนี้ใช้ชีวิตอยู่กับดนตรีมาตั้งแต่เด็กเพราะต้องติดตามพ่อของเขาที่เป็นนักร้องลูกทุ่งไปในทุกที่

“พ่อผมเป็นนักร้องลูกทุ่งตามผับ ตามคาเฟ่ พอผมโตมาหน่อยพ่อก็พาไปทัวร์ด้วยบ่อย ๆ”

แม้พ่อของตัวเองจะเป็นถึงนักร้อง แต่ตัวสิงโตเองก็ไม่เคยมีความคิดอยู่ในหัวว่าตนจะต้องมีชีวิตแบบนั้น เด็กทุกคนมีความกลัวที่ต่างกันแต่เด็กชายสิงโตในตอนนั้นกลัวการร้องเพลงเหลือเกิน

“ตอนเด็ก ๆ ผมเป็นคนที่กลัวการร้องเพลงมาก กลัวเวที ผมไม่คิดว่าตัวเองจะทำแบบนั้นได้ เมื่อผมเห็นเด็กรุ่นเดียวกันทำแบบนั้น ผมจะพูดเสมอว่าเด็กพวกนั้นสุดยอดเลยทำได้อย่างไร พ่อผมก็แซวตลอดว่า เอออายไหมนั่น”

ด้วยการที่บ้านมีฐานะปานกลางค่อนล่าง ไป ๆ มา ๆ ครอบครัวของสิงโตก็เริ่มประสบปัญหาทางการเงิน ทำให้เขาต้องพักการเรียนเอาไว้แค่ ป.6 เท่านั้น สิงโตตัดสินใจโกหกพ่อของเขา เพื่อหวังว่าสิ่งที่เขาทำจะช่วยครอบครัวได้บ้าง

“มีอยู่วันหนึ่งพ่อผมเดินมาถามผมแปลก ๆ ว่าอยากเรียนหนังสือต่อไหม ผมก็รู้ทั้งรู้ว่ามีเรื่องอะไร ผมตัดสินใจบอกพ่อกลับไปว่า ผมไม่อยากเรียนแล้วพ่อ ผมขี้เกียจ ผมตอบพ่อไปแบบนั้น เพื่อทำให้แกสบายใจ”

อายุ 12 ทำงานในโรงงานเหล็ก

จากคำพูดของสิงโตในวันนั้นทำให้ชีวิตของเขาต้องเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ สิงโตถูกส่งไปทำงานในโรงกลึงกับคุณอาที่กรุงเทพ จากเด็กที่มีชีวิตธรรมดาวิ่งเล่นให้พ้นไปวัน ๆ กลายเป็นว่าเขาต้องใช้ชีวิตด้วยความอายแถมชีวิตไม่มีความสุขกว่าเดิม

“ตอนนั้นเราก็มีความอายเวลาเจอเพื่อน เจอใคร ๆ เด็กคนอื่นเขาใส่ชุดนักเรียนกัน แต่เราต้องมาใส่ชุดช็อปทำงาน”

แต่ชีวิตของสิงโตเปลี่ยนไปทันทีเมื่อไปพบกับกีตาร์ที่พี่ในโรงกลึงนำมาเล่น เขารู้สึกเริ่มชอบมันทันที แต่ก็ยังไม่มากพอให้เขาเดินหน้าทำอะไรที่แตกต่าง แและในทันทีที่เขาได้ชมการให้สัมภาษณ์ของศิลปินรุ่นพี่อย่าง โบว์ สุนิตา ทางโทรทัศน์ มันกลายเป็นการจุดประกายความฝันของสิงโตขึ้นมาทันที

“ผมได้ดูพี่โบว์ สุนิตา มาพูดถึงเบื้องหลังการเป็นนักร้อง ตอนนั้นผมคิดในใจว่า เห้ยมันดีจังเลยชีวิตแบบนั้น ดูน่าสนุกได้ออกทีวีแถมได้ตังค์อีก ผมคิดในใจว่าเนี่ยแหละอาชีพที่ผมอยากจะทำ”

สิงโตไม่รอช้าเดินเข้าไปให้คนสอนกีตาร์ให้ และเริ่มฝึกร้องเพลง ลองผิดลองถูกจนกระทั่งได้มีวงของตัวเองเล่นกับเพื่อนสี่ห้าคน ตามประสาชีวิตนักดนตรี สิงโตและเพื่อน ๆ ก็ตระเวนหาผับเล่นเพื่อสะสมฝีมือประสบการณ์ และจากความชอบในเสียงดนตรีทำให้สิงโตมักแอบหนีงานไปเล่นตามผับอยู่บ่อย ๆ แต่การที่จบเพียงชั้นประถม สิงโต มักจะถูกมองข้ามเรื่องฝืมือเสมอ ระหว่างทำงานที่โรงกลึงมีรุ่นพี่คนหนึ่งมาพูดกับเขาว่า “จะไปเป็นนักดนตรีได้ไงจบแค่ ป.6 นักร้องคนอื่นเขาจบปริญญาตรีกันหมด” สิ่งนี้กลายเป็นแรงกระตุ้นให้เขาไปศึกษาต่อในระดับ กศน.จนจบ ม.6

ออกจากโรงกลึงเพื่อไปทำตามความฝัน 

สิงโตเดินมาอยู่ในจุดที่ต้องตัดสินใจ เขารู้ตัวดีว่าตัวเองจะไม่ยอมหยุดอยู่แค่เด็กโรงกลึงแน่ ๆ เขาตัดสินใจออกจากโรงกลึงเพื่อเดินตามความฝันของตัวเอง ด้วยการเล่นผับและทำเพลงของตัวเองไปด้วย จนมีอยู่วันหนึ่งก็มีค่ายเพลงชื่อดังสนใจพาสิงโต และเพื่อนไปออกอัลบั้ม

“ตอนนั้นสำหรับผมโอกาสมันน้อย ผมก็เลยมานั่งคิดว่าทำอย่างไรจะไปถึงฝันได้ ผมคิดแค่ว่าถ้าผมออกไปเล่นดนตรีในผับอย่างน้อย มันก็ใกล้ขึ้น”

สิงโตไม่เคยวางแผนอะไรในชีวิต นอกเหนือไปจากการเล่นดนตรี เขาไม่มีแผนสอง และเขาหันหลังกลับไปไม่ได้ ในวันที่ยอดขายอัลบั้มไม่เป็นใจจนวงแตก มันเป็นเวลาเดียวกับที่เขาสามารถตกตระกอนทางความคิดได้ว่าต่อจากนี้ เขาจะทำแต่สิ่งที่ตัวเองมีความสุขเท่านั้น และจากแรงบันดาลใจที่ได้เห็นนักดนตรีริมหาดเล่น ทำให้สิงโตมองหาร้านอาหารที่รับนักดนตรีริมทะเล จนสุดท้ายก็มีร้านที่ต้องการให้เขาไปเล่นที่ “ภูเก็ต”

จากสามเดือนกลายเป็นสามปี

ตอนแรกสิงโตวางแผนจะอยู่แค่สามเดือน เพื่อหาแรงบันดาลใจในการแต่งเพลง แต่ไป ๆ มา ๆ เขาเริ่มมีฐานแฟนของตัวเองที่นั่น และเริ่มค้นพบความสุขของตัวเองในการเล่นดนตรี จากชีวิตที่ไม่ใช่กับใช่ขึ้นมาสำหรับเขา

“ตอนนั้นในหัวเลิกคิดเรื่องการออกอัลบั้มแล้วจะมีความสุขไปเลย เราแค่ไม่เอาความสุขและความฝันมาแขวนไว้อีกต่อไป” สิงโตเคยให้สัมภาษณ์กับรายการ Perspective

“ผมชอบชีวิตที่ภูเก็ตมาก ๆ มันทั้งสงบและสบาย คุณไม่ต้องคิดเรื่องทำอัลบั้ม คุณแทบไม่ต้องคิดว่าจะเป็นคนดังไหม ทั้งหมดที่คุณต้องการคือจับกีตาร์ขึ้นมาแล้วร้องเพลง”

ภูเก็ต ทำให้สิงโต ได้รู้จักกับคนมากมายหนึ่งในนั้นคือ นิตติ้ง พี่สาวของโปรดิวเซอร์คู่ใจในปัจจุบันของเขา (Kijjaz) เธอคือคนที่ชวนให้สิงโตส่งเพลงของตัวเองมาที่ค่าย Pollen Sound ต่อมาสิงโตได้เดินทางกลับมาที่กรุงเทพและได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ Kijjaz ก่อนจะร่วมกันสร้างสรรค์ดนตรีแนวเซิร์ฟจนโด่งดังกลายเป็นที่รู้จักในหมู่คนไทย ซึ่งนับตั้งแต่ที่เพลง “ทิ้ง” ของเขาถูกปล่อยออกมาชีวิตของผู้ชายคนนี้ก็เปลี่ยนไปตลอดกาล

“ผมเล่นดนตรี ผมก็มีความสุขกับมันนะ ได้ร้องเพลงเล่นในผับ ผมทำสิ่งพวกนี้ได้เพราะผมมีความสุขกับมัน ผมเลยไม่หยุดทำ ผมก็เลยเริ่มแต่งเพลง ผมเคยเอาเพลงไปเสนอค่ายอื่นเขาก็ไม่สนใจ แต่ก็ด้วยความที่เรามีความสุขที่ได้ทำมัน เราจึงไม่หยุดทำจนมาเจอค่ายที่ให้โอกาสเรา”

รักที่จะเล่นดนตรี

ปัจจุบันสิงโต กลายเป็นศิลปินที่ได้รับความนิยมสูง มีเพลงดัง ๆ มากมาย เช่น อยู่ต่อเลยได้ไหม หรือ อยู่อย่างเหงา ๆ นอกจากงานเพลงแล้วเขายังผ่านงานแสดงมาหลายเรื่อง ร่วมถึงเคยเป็นโค้ชในรายการประกวดร้องเพลงอย่าง The Voice มาแล้ว เรื่องราวของสิงโตสะท้อนให้เราเห็นว่า การเลือกทำในสิ่งที่เรารัก มันคือความสุขที่สุดของการใช้ชีวิต

“ทุกงานทุกอาชีพ ถ้าเราไม่รักมันจริง ๆ ไม่รู้สึกมีความสุขอยู่กับมันจริง ๆ มันก็คงเป็นอะไรที่ยากนิดนึง แต่ถ้าเรารักมัน มันก็จะไม่หยุดทำไปเอง แค่เราไม่หยุดทำในสิ่งที่รัก เราอยากจะเป็น อยากทำอะไรก็ได้หมดทั้งนั้น สำหรับผมผมเลือกที่จะจดจำในช่วงเวลานี้และมองมันอย่างมีความสุข ขอบคุณกับสิ่งที่มี”

สิงโต กำลังจะขึ้นคอนเสิร์ตบนเวทีใหญ่อย่าง “Chang Music Connection Presents Season of Love Song Music Festival ครั้งที่ 9 Cloud 9” เทศกาลดนตรีเริ่มต้นฤดูหนาวอันดับหนึ่งของสวนผึ้งที่ทุกคนรอคอย ซึ่งจะจัดขึ้นวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคมนี้ ที่เวเนโต้ สวนผึ้ง ราชบุรี และนอกจากสิงโต แล้ว งานนี้ยังมีศิลปินระดับท็อปอีกมาก เช่น สครับบ์, ตู่ ภพธร, วิน ศิริวงศ์, วี ไวโอเล็ต และการกลับมาจับไมค์อีกครั้งของสาว ทาทา ยัง 


นักดนตรี, นักวิจารณ์ดนตรี บัณฑิตดนตรีจากรั้วศิลปากร หลังฝึกปรือกีตาร์แจ๊สอยู่หลายปี ปัจจุบันเขาหันมาสนุกกับงานเขียนด้านดนตรี, กีฬา และ กินเที่ยว

Related

“โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ ทูเดย์ ไลฟ์” คอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 10 ปีของโต๋

เงินติดล้อ แจกประกันอุบัติเหตุฟรีช่วงสงกรานต์ วงเงินสูงกว่า 100,000 บาท

National Geographic ฉบับภาษาไทย ร่วมกับ Singha Estate มอบรางวัลภาพถ่ายแห่งท้องทะเลในโครงการ “#SeaYouTomorrow ทะเลวันพรุ่งนี้อยู่ในมือคุณ”

Wiz Khalifa แร็ปเปอร์ดัง เตรียมเปิดการแสดงครั้งแรกที่ไทย

คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “Music from Great Movie Musicals”

โคตรเนื้อ ! ห้ามพลาดเนื้อพรีเมี่ยม Dry Aged บ่มพิเศษที่หุบเขา Ranger จากออสเตรเลีย

ไวซ์ไซท์ เปิด BASE33 ฐานทัพการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียล

ดา – ปาล์มมี่ เตรียมขนเพลงฮิตเสิร์ฟความสนุกใน Da & Palmy Exclusive Concert