‘มารี ธาร์ป’ สตรีที่วาดแผนที่พื้นใต้สมุทรยุคแรก พบข้อบ่งชี้แผ่นทวีปเลื่อนแต่คนไม่เชื่อ

‘มารี ธาร์ป’ สตรีที่วาดแผนที่พื้นใต้สมุทรยุคแรก พบข้อบ่งชี้แผ่นทวีปเลื่อนแต่คนไม่เชื่อ

‘มารี ธาร์ป’ คือสตรีผู้วาดแผนที่พื้นใต้สมุทรยุคแรก ทั้งที่เธอไม่เคยลงเรือสำรวจมาก่อน มารี ยังพบข้อมูลที่สนับสนุนทฤษฎีทวีปเลื่อน แต่ด้วยเรื่องเพศและข้อจำกัดในอดีต ยุคนั้นยังไม่มีใครเชื่อข้อมูลเหล่านี้

  • มารี ธาร์ป คือผู้หญิงคนแรกที่ได้ทำงานในห้องปฏิบัติการธรณีวิทยาลามอนต์ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ในนิวยอร์ก 
  • เธอเป็นสตรีที่วาดแผนที่พื้นใต้สมุทรยุคแรก ๆ ทั้งที่เธอไม่เคยลงเรือสำรวจมาก่อน แต่ด้วยทัศนคติของผู้คนในยุคนั้น ทำให้ยังไม่มีใครเชื่อข้อมูลจากเธอมากนัก

โลกใต้มหาสมุทรกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งในช่วงกลางปี 2023 ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก มนุษย์เรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับมหาสมุทรได้มากกว่าที่ผ่านมา หากย้อนไปในอดีต ผู้คนยังเชื่อว่าพื้นผิวใต้ท้องทะเลเป็นดินโคลนราบเรียบ จนกระทั่ง ‘มารี ธาร์ป’ (Marie Tharp) เปิดเผยข้อเท็จจริงให้โลกรู้

ผู้หญิงในแวดวงวิทยาศาสตร์

‘มารี ธาร์ป’ เกิดวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 1920 ในครอบครัวที่มีพ่อเป็นผู้สำรวจรังวัดในกระทรวงเกษตร เขาทำงานเก็บตัวอย่างหินดินทรายมาวิจัยและวางแผนที่ ซึ่งปลูกฝังให้มารี รู้จักกับการวาดแผนที่ และด้วยหน้าที่การงานของพ่อ ครอบครัวของเธอจึงจำเป็นต้องย้ายที่อยู่บ่อยครั้ง ก่อนจบระดับมัธยมปลาย มารีเปลี่ยนโรงเรียนไปถึง 17 ครั้ง เมื่อพ่อของเธอเกษียณอายุ ครอบครัวนี้จึงได้ตั้งถิ่นฐานเป็นครั้งแรก โดยทำฟาร์มในโอไฮโอ ที่ซึ่งเธอได้เข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยในปี 1939

ในสมัยนั้น มีงานไม่กี่อย่างที่ผู้หญิงสามารถทำได้ตามเงื่อนไขของสังคม เช่น ครู นางพยาบาล พนักงานร้านหนังสือ เลขานุการ หรือ บรรณารักษ์ห้องสมุด ไม่ต้องพูดถึงงานในแวดวงวิทยาศาสตร์ที่เป็นโลกของผู้ชาย มารี เรียนจบด้านดนตรีและภาษาอังกฤษ เดิมทีเธอคิดว่าจะเป็นครูเหมือนกับแม่ แต่ในช่วงเวลานั้นได้เกิดสงครามโลกครั้งที่สอง กองทหารต้องการกำลังพลชายไปเสริมกองทัพ ด้วยตำแหน่งที่ว่างลง จึงเป็นโอกาสให้ผู้หญิงได้เข้ามามีบทบาทในงานของผู้ชาย และเป็นใบเบิกทางให้มารีเข้าสู่โลกของธรณีวิทยาอย่างเป็นทางการ

เธอเรียนจบปริญญาโทด้านธรณีวิทยาในปี 1944 และปริญญาตรีอีกใบด้านคณิตศาสตร์ในปี 1948 และกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้ทำงานในห้องปฏิบัติการธรณีวิทยาลามอนต์ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ในนิวยอร์ก ที่ซึ่งเธอได้พบกับ บรูซ ฮีเซ็น (Bruce Heezen) ซึ่งกำลังศึกษาธรณีวิทยาอยู่ในขณะนั้น บุคคลผู้นี้จะมีบทบาทร่วมกับมารีในงานค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์อีกเป็นเวลากว่า 30 ปี

นักสมุทรศาสตร์ผู้ไม่เคยได้ออกสู่มหาสมุทร

กลางศตวรรษที่ 20 ความรู้เกี่ยวกับแผ่นดินใต้ผืนมหาสมุทรยังมีเพียงน้อยนิด ผู้คนยังคิดว่าพื้นผิวข้างใต้นั้นเป็นเพียงดินโคลนราบแบน

อีกสาขาที่มารี เชี่ยวชาญคือสมุทรศาสตร์ ศึกษาระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล แต่ด้วยค่านิยมในสมัยนั้นที่มอบพื้นที่ในโลกวิทยาศาสตร์ให้ผู้หญิงอย่างจำกัด พื้นที่บนเรือสำรวจจึงไม่มีสำหรับมารี หนทางการเป็นนักสมุทรศาสตร์ของเธอถูกจำกัดอยู่เพียงในห้องทำงาน มีปากกา ไม้บรรทัด และความรู้ทางคณิตศาสตร์เป็นอุปกรณ์ในการสร้างแผนที่จากแหล่งข้อมูลหลักคือบันทึกเสียงจากโซนาร์ที่บรูซ และทีมงานคนอื่นเดินทางออกทะเลไปเก็บข้อมูลมาให้

โซนาร์ คือการใช้คลื่นเสียงเพื่อตรวจจับและพิสูจน์คุณลักษณะของวัตถุที่อยู่ในทะเล ในเหตุการณ์ยานดำน้ำไททันสูญหาย ตัวแทนจากนานาชาติก็ใช้โซนาร์ในการค้นหาใต้น้ำลึก เพราะที่ระดับความลึกขนาดนั้น สัญญาณวิทยุและ GPS ไม่สามารถใช้งานได้

ในที่สุด ข้อเท็จจริงว่าพื้นสมุทรนั้นประกอบไปด้วยหุบเหว สันเขา และลักษณะทางภูมิศาสตร์อื่น ๆ แบบเดียวกับแผ่นดินเหนือน้ำ ก็ได้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อมารี สร้างแผนที่พื้นสมุทรแอตแลนติกเหนือได้สำเร็จในปี 1957 หลังจากนั้น จึงตามมาด้วยแผนที่พื้นมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ในปี 1961 มหาสมุทรอินเดียในปี 1964 และแผนที่พื้นมหาสมุทรทั่วโลกในปี 1977

 

แผ่นทวีปกำลังเคลื่อนที่ แต่ไม่มีใครยอมรับ

ระหว่างการวาดแผนที่นั้น มารี ได้ค้นพบอีกหนึ่งข้อเท็จจริงที่สำคัญ เธอพบแนวแอ่งทรุดใต้น้ำทอดยาวรอบโลกกว่า 64,000 กิโลเมตร ข้อสังเกตนี้นำไปสู่การสนับสนุนทฤษฎีทวีปเลื่อน ที่เชื่อว่าแผ่นเปลือกโลกกำลังแยกตัวเคลื่อนที่ไปตามพื้นสมุทร ซึ่งถูกกล่าวถึงครั้งแรกโดย อัลเฟรด เวเกเนอร์ นักอุตุนิยมวิทยาและนักธรณีฟิสิกส์ชาวเยอรมันตั้งแต่ปี 1912 แต่เมื่อครั้งนั้นยังไม่ถูกยอมรับเป็นทฤษฎี จนมาถึงการค้นพบของมารี ความเชื่อนี้ก็ยังคงไม่เป็นที่ยอมรับในหมู่นักวิทยาศาสตร์ แม้แต่บรูซเอง ยังมองว่านี่เป็นเพียงคำพูดของผู้หญิง

พร้อมกันนั้น ฮาเวิร์ด ฟอสเตอร์ (Howard Foster) นักวิทยาศาสตร์อีกท่านกำลังค้นคว้าเกี่ยวกับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวใต้น้ำในบริเวณเดียวกัน เมื่อมารีและฮาเวิร์ดนำแผนที่มาเทียบกัน จึงเห็นว่าตำแหน่งของศูนย์กลางแผ่นดินไหวตรงกับแนวแอ่งทรุด ข้อมูลนี้เปลี่ยนความคิดบรูซให้เชื่อว่า ทวีปกำลังเลื่อนอยู่จริง เขาและมารีนำเสนอสมมติฐานใหม่แก่วงการวิทยาศาสตร์ แต่ก็ใช่ว่าการค้นพบนี้เป็นที่ยอมรับ จนกระทั่งนักวิทยาศาสตร์ได้ส่งกล้องสำรวจใต้น้ำที่เพิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ไปตรวจสอบ และจับภาพสันเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก (Mid-Atlantic Ridge) มาได้ 

อย่างไรก็ตาม เอกสารสำคัญที่เกิดขึ้นระหว่างปี 1959 ถึง 1963 เกี่ยวกับการค้นพบที่ยิ่งใหญ่เรื่องการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก ซึ่งควรจะเป็นผลงานของมารีและบรูซ กลับไม่มีชื่อของมารี ปรากฏอยู่ เมื่อเวลาผ่านไป เธอถึงได้รับเครดิตในผลงานกลับคืนมา

มารี ทำงานที่มหาวิทยาลัยโคลอมเบียจนกระทั่งเกษียณในปี 1983 แล้วจึงเปิดธุรกิจสร้างแผนที่ของเธอเองในบ้านที่นิวยอร์ก แม้ว่าเกือบตลอดชีวิตการทำงาน เธอต้องประสบกับข้อจำกัดของการกีดกันทางเพศ แต่ช่วงท้ายของการทำงานในปี 1997 เธอได้รับเกียรติจากหอสมุดรัฐสภาในฐานะของหนึ่งในผู้สร้างแผนที่แห่งศตวรรษที่ 20 และในปี 2001 มารี ได้รางวัล Lamont-Doherty Heritage จากห้องปฏิบัติการที่เธอเริ่มอาชีพทางธรณีวิทยา ในฐานะผู้บุกเบิกวงการสมุทรศาสตร์

มารี เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในเดือนสิงหาคม ปี 2006 ปัจจุบัน ผลงานของเธอถูกเก็บไว้ที่หอสมุดรัฐสภา และการค้นพบที่สำคัญของเธอได้นำไปสู่การค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ไม่จบสิ้น เช่นเดียวกับเปลือกโลกที่เคลื่อนที่ไม่หยุด

 

เรื่อง: นิธิตา เขมรังสฤษฏ์

ภาพ: มารี ธาร์ป และโครงแผนที่ซึ่งมารี ธาร์ป และ Bruce C. Heezen เขียนขึ้นในช่วงแรก ๆ ของการศึกษาเพื่อเข้าใจพื้นที่ใต้สมุทร ไฟล์ public domain

อ้างอิง:

exploration.marinersmuseum.org

marietharp.ldeo.columbia.edu

Google Doodles